Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงรายจี้รัฐเร่งแก้ปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษ

เชียงราย – เครือข่ายสิทธิชุมชน ร่วมกับกลุ่มภาคประชาชนที่ทำงานปกป้องลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมรายชื่อผู้สนับสนุน มากกว่า 200 คน แกนหลักของข้อเรียกร้องคือ…

Published

on

เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงรายจี้รัฐเร่งแก้ปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษ

เชียงราย – เครือข่ายสิทธิชุมชน ร่วมกับกลุ่มภาคประชาชนที่ทำงานปกป้องลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมรายชื่อผู้สนับสนุน มากกว่า 200 คน

แกนหลักของข้อเรียกร้องคือ รัฐต้องเร่งรับมือวิกฤตปนเปื้อนโลหะหนักที่กำลังลุกลามในลุ่มน้ำสำคัญภาคเหนือ เครือข่ายระบุว่า กิจกรรมเหมืองในเมียนมาเชื่อมโยงกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนไทยอย่างชัดเจน

อีกประเด็นที่เครือข่ายย้ำคือ แหล่งกำเนิดมลพิษมาจากเหมืองฝั่งเมียนมา ขณะที่ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านขนส่งแร่ไปจีน ผ่านด่านชายแดนในพระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย เครือข่ายมองว่าโครงสร้างการขนส่งแบบนี้ทำให้ความเสี่ยงตกอยู่กับชุมชนริมแม่น้ำ

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา แม้ผ่านรัฐบาลมาแล้วสองชุด เครือข่ายบอกว่ายังไม่เห็นความตั้งใจจริงในการจัดการปัญหาในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน ทั้งที่ผลกระทบขยายตัวต่อเนื่องและกระทบวิถีชีวิตของคนริมน้ำมากขึ้น

นอกจากนี้ เครือข่ายยังวิจารณ์การทำงานของหน่วยงานที่ยึด “ค่ามาตรฐานความปลอดภัย” เป็นหลัก แต่ไม่มองความเสี่ยงจากการได้รับสารพิษสะสมระยะยาว เพราะคนในพื้นที่อาจรับโลหะหนักซ้ำๆ ผ่านน้ำ ปลา พืชผัก และอาหารท้องถิ่น แม้ผลตรวจระยะสั้นจะดูไม่เกินเกณฑ์ แต่การสะสมในร่างกายอาจกลายเป็นโรคเรื้อรังในภายหลัง

เมื่อมลพิษเป็นเรื่องข้ามพรมแดน เครือข่ายจึงอยากให้รัฐปรับวิธีคิดและวิธีจัดการ โดยชี้ว่า “การสะสมของสารพิษ” คือภัยเงียบ หลายครอบครัวรู้สึกเหมือน “ค่อยๆ ตาย” เพราะข้อมูลความปลอดภัยที่ครบถ้วนและเข้าใจง่ายยังเข้าถึงได้ยาก

ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่สุขภาพ โดยยังโยงไปถึงรายได้ครัวเรือน ระบบอาหารของชุมชน และความมั่นคงด้านทรัพยากรของไทยในระยะยาว เครือข่ายจึงเรียกร้องให้การแก้ปัญหาต้องจริงจัง โปร่งใส และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม

เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงรายจี้รัฐเร่งแก้ปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษ

ข้อเสนอหลักที่เครือข่ายเชียงรายอยากให้รัฐบาลทำทันที

เครือข่ายสรุปสาระสำคัญไว้ชัดเจน คือ ต้องเจรจาเพื่อปิดต้นตอ หยุดแร่ที่เชื่อมโยงกับการปนเปื้อน และคุ้มครองคนริมแม่น้ำอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีข้อเสนอหลักดังนี้

  1. หยุดนำเข้าแร่ และยกเลิก MOU ที่เกี่ยวกับการขนส่งแร่ผ่านแดน
    เครือข่ายต้องการให้เร่งเจรจาเพื่อปิดเหมืองที่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อน และยุติข้อตกลงที่เอื้อให้มีการนำเข้าและขนส่งแร่ข้ามพรมแดน
  2. ตั้งระบบเยียวยาและฟื้นฟูที่ใช้งานได้จริง
    ต้องมีแนวทางชดเชยและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบที่ชัดเจน ทำได้จริง และเข้าถึงได้ ไม่ใช่แค่ประกาศในเอกสาร
  3. เพิ่มความถี่การตรวจคุณภาพน้ำ และตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยง
    ควรขยายการตรวจน้ำในจุดเสี่ยง และจัดการคัดกรองสุขภาพในชุมชน พร้อมติดตามผลต่อเนื่อง เพื่อเห็นแนวโน้มการสะสมของสารพิษ
  4. สื่อสารตรงไปตรงมา และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมตัดสินใจ
    รัฐควรเปิดเผยข้อมูลความปลอดภัยให้ครบถ้วน เข้าใจง่าย และสื่อสารถึงประชาชนโดยตรง พร้อมเปิดกระบวนการให้หลายภาคส่วนร่วมกำหนดทางออก

เครือข่ายยังสรุปภาพรวมแบบตรงไปตรงมาว่า “จีนได้แร่ เมียนมาและกลุ่มว้าได้เงิน ไทยได้พิษ” เพื่อสะท้อนว่าภาระตกกับชุมชนไทยที่อยู่ปลายน้ำ

ขณะเดียวกัน เครือข่ายและกลุ่มพันธมิตรระบุว่ากำลังเตรียมกิจกรรมวันน้ำโลก วันที่ 22 มีนาคม 2026 โดยมีแผนจัดพิธีสืบชะตาแม่น้ำกกตามประเพณี และยื่นข้อเสนอนโยบายต่อรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อเดินหน้ากดดันให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทำเงินจากบ้านด้วยการทำวิดีโอ AI ในไทย (คู่มือเริ่มต้นปี 2026)

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

Naree Srisuk

Published

on

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เชียงราย – เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ท่ามกลางความเงียบสงบของชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างดุเดือด แก๊งคนร้ายพยายามขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมหาศาลข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งประเทศไทย แต่โชคดีที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐสกัดกั้นเอาไว้ได้ทันท่วงที

ชุดปฏิบัติการทหารจากกองกำลังผาเมืองได้ออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดตามแนวชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา พวกเขาเฝ้าระวังพื้นที่บริเวณชุมชนตลาดชายแดนบ้านสายลมจอย เพื่อป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ การลาดตระเวนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยครั้งนี้นำไปสู่การเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่กำลังแอบข้ามแม่น้ำสาย

ประเด็นสำคัญ 

  • เกิดเหตุปะทะเดือด: ทหารไทยยิงปะทะกับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาตินานประมาณ 5 นาที ที่บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
  • ยึดของกลางจำนวนมาก: เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาคีตามีนน้ำหนักรวมกว่า 150 กิโลกรัม พร้อมกับรถยนต์หนึ่งคันที่เตรียมไว้สำหรับขนย้าย
  • คนร้ายล่าถอยหลบหนี: กลุ่มผู้ก่อเหตุตัดสินใจทิ้งของกลางและหลบหนีข้ามแม่น้ำกลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลาประมาณตีสี่ครึ่ง เจ้าหน้าที่ทหารได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มชายต้องสงสัยจำนวนสี่ถึงหกคนกำลังเดินฝ่ากระแสน้ำ พวกเขาแบกกระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงและห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำอย่างมิดชิดข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อชายกลุ่มนี้เดินทางมาถึงฝั่งไทย พวกเขาก็รีบขนถุงดำมุ่งหน้าไปยังรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาวที่จอดรอรับอยู่บริเวณนั้น

ทันทีที่ประเมินสถานการณ์และเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจค้นอย่างละเอียดทันที ทว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยกลับไม่ยอมจำนนต่อเจ้าหน้าที่ และตัดสินใจใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงเบิกทางใส่กลุ่มทหาร เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการยิงปะทะตอบโต้กันอย่างดุเดือดนานประมาณห้านาทีริมฝั่งแม่น้ำ

หลังจากสิ้นเสียงปืนปะทะกัน เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายยังคงปลอดภัยดีและไม่มีใครได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เลย ส่วนกลุ่มคนร้ายเมื่อเห็นท่าไม่ดีและไม่สามารถสู้รบได้ จึงตัดสินใจทิ้งของกลางแล้วล่าถอยหนีข้ามแม่น้ำสายกลับไป พวกเขาสามารถหลบหนีข้ามพรมแดนไปยังฝั่งตรงข้ามได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยความมืด

การตรวจสอบพื้นที่และค้นพบยาเสพติดอันตราย

เมื่อสถานการณ์ความตึงเครียดสงบลง เจ้าหน้าที่ทหารได้จัดกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวที่ถูกจอดทิ้งเอาไว้ พวกเขาทำการตรวจค้นอย่างละเอียดแต่ไม่พบผู้ใดหลบซ่อนตัวอยู่ภายในรถยนต์คันนั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงและห่อด้วยถุงดำจำนวนสี่ใบวางอยู่ใกล้กับรถ

ถุงสีดำปริศนาเหล่านี้ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสำหรับนำขึ้นรถ เพื่อขนย้ายยาเสพติดส่งต่อไปยังพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย เมื่อทำการเปิดตรวจสอบภายในถุงอย่างระมัดระวัง เจ้าหน้าที่พบว่ามันคือยาเสพติดประเภทคีตามีนจำนวนมหาศาลซุกซ่อนอยู่ ยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นสารอันตรายที่ทำลายระบบประสาทและจิตใจของผู้เสพอย่างรุนแรง

การยึดของกลางและการดำเนินคดีทางกฎหมายตามขั้นตอน

จากการชั่งน้ำหนัก แต่ละกระสอบมียาคีตามีนบรรจุอยู่ประมาณสี่สิบกิโลกรัม รวมน้ำหนักของกลางทั้งหมดที่ยึดได้สูงถึง 150 กิโลกรัม หลังจากนั้น ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองกำลังผาเมืองได้สั่งการด่วนให้หน่วยทหารในพื้นที่เข้ามาจัดการและควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดยาคีตามีนทั้งหมดพร้อมกับรถยนต์ของกลางอย่างรวดเร็ว

ของกลางทั้งหมดถูกนำส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อนำไปเป็นหลักฐานและดำเนินการสืบสวนตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องชายแดน การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดนี้จะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อความปลอดภัยของสังคมไทย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

แพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

Naree Srisuk

Published

on

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย – เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ชาวบ้านต้องตื่นตกใจเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้อย่างรุนแรงที่อู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่ง สถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่บริเวณใต้สะพานฮ่องอ้อ ในพื้นที่ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากในอู่ซ่อมรถมักมีวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีเก็บไว้จำนวนมาก

หลังจากได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อเวลา 21.25 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยได้รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีระบบและตรงจุด พวกเขาสามารถระดมกำลังฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟได้อย่างทันท่วงที ทำให้ไฟไม่ลุกลามไปยังบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งถือเป็นการป้องกันภัยที่รวดเร็วมาก

ประเด็นสำคัญ  

  • เกิดเหตุเพลิงไหม้อู่ซ่อมรถยนต์ใต้สะพานฮ่องอ้อ ตำบลดอยฮาง เมื่อเวลา 21.25 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 2569
  • ทีมดับเพลิงทำงานรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 20 นาทีในการสกัดกั้นเพลิง ทำให้เปลวไฟไม่ลุกลามไปยังพื้นที่อื่น
  • ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและประเมินความเสียหายทั้งหมด

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

การระดมกำลังของทีมกู้ภัยจากหลายหน่วยงาน

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ที่เปิดให้บริการในลักษณะอาคารเช่า โดยไม่มีเลขที่ตั้งชัดเจน เมื่อทีมงานไปถึง ไฟกำลังลุกไหม้ตัวอาคารอย่างรวดเร็ว ทีมดับเพลิงจึงไม่รอช้า เร่งวางสายยางและระดมฉีดน้ำเข้าควบคุมสถานการณ์ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พวกเขาใช้เวลาเพียง 20 นาทีก็สามารถดับเปลวไฟลงได้สำเร็จ

การระงับเหตุครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ตามการรายงานของ สำนักข่าวท้องถิ่น ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ทั้งเทศบาลนครเชียงราย เทศบาลตำบลดอยฮาง และเทศบาลตำบลแม่ยาว นอกจากนี้ยังมีทีมกู้ภัยจากมูลนิธิสยามเชียงราย มูลนิธิแสงธรรมเชียงราย และทีมเชียงรายการดับเพลิงเข้ามาช่วยสนับสนุน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็เข้าตัดไฟเพื่อความปลอดภัยด้วย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

เดินหน้าหาสาเหตุและประเมินความเสียหาย

แม้ว่าสถานการณ์เพลิงไหม้จะสงบลงแล้ว แต่การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินต่อไป เบื้องต้นยังไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าต้นเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากอะไร โชคดีที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีท่ามกลางความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น

ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในอู่ซ่อมรถ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประเมินอย่างละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมงานจากกองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เอาไว้ พวกเขาเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างรอบคอบ เพื่อรวบรวมหลักฐานและหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ที่ถูกต้องต่อไป

เหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจและชาวบ้านในพื้นที่ การดูแลความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีวัตถุไวไฟหรือสารเคมีต่างๆ การเตรียมถังดับเพลิงและการมีสติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ได้อย่างแน่นอน ความรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ช่วยรักษาชุมชนดอยฮางเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย

แพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending