เชียงราย - Chiang Rai News
กลุ่มศิลปินเชียงรายขอเชิญชวนประชาชนร่วมสำรวจ “มรดกทางศิลปะล้านนา”
เชียงราย– สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรม Media FamTrip เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงบ้านศิลปินอาชีพเชียงราย (สตูดิโอศิลปินเชียงรายไลฟ์เพื่อการท่องเที่ยว) เส้นทางที่ 4 “มรดกศิลปะล้านนา” (มรดกทางศิลปะล้านนา Lanna Art Heritage) ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กิจกรรมนี้พาสื่อและผู้ร่วมทริปไปเยี่ยมแหล่งเรียนรู้และสตูดิโอศิลปินหลายจุด ได้เห็นงานศิลป์หลายแขนงแบบใกล้ชิด พร้อมทำความรู้จักวิถีชีวิตของศิลปินในพื้นที่ หวังต่อยอดเชียงรายให้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวเชิงศิลปะที่ไปแล้วได้ประสบการณ์จริง
โครงการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 ม.ค. 69 โดยนางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ในฐานะหัวหน้าโครงการ ระบุว่า เส้นทาง “มรดกศิลปะล้านนา” ออกแบบมาเพื่อให้คนเที่ยวเข้าถึงศิลปะชุมชนได้ง่ายขึ้น ผู้เข้าร่วมจะได้ลองเรียนรู้ด้วยตัวเอง และเห็นว่าศิลปะสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มีคุณค่าได้อย่างไร เป้าหมายสำคัญคือยกระดับทักษะในชุมชนสู่ศิลปาชีพ เพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่น สร้างการรับรู้ กระตุ้นการเดินทาง และช่วยให้เศรษฐกิจท่องเที่ยวของเชียงรายหมุนเวียนมากขึ้น
วันแรก เริ่มจากคาเฟ่ในเมือง สู่ชุมชนงานปัก และสตูดิโอจิตรกร
ช่วงเช้าวันแรกนัดรวมตัวที่ “Mu Café” คาเฟ่เล็กๆ ในตัวเมืองเชียงราย บรรยากาศสบายๆ มีงานศิลป์แทรกอยู่ตามมุมร้าน เหมาะกับการพักก่อนออกเดินทาง และพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกันแบบเป็นกันเอง
จุดหมายแรกคือศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านสันกอง ตำบลแม่ไร่ อำเภอแม่จัน ที่นี่ต้อนรับโดยนางนิธี สุธรรมรักษ์ ศิลปินงานปักผ้า ผู้ถ่ายทอดเทคนิค “ปักลายเม็ดข้าว” ที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน พร้อมสมาชิกกลุ่มผู้สูงอายุที่มาร่วมสาธิตงานฝีมือ คณะผู้ร่วมทริปได้เห็นขั้นตอนการทำงานจริง ตั้งแต่แนวคิดไปจนถึงลวดลายบนผืนผ้าที่เล่าเรื่องวิถีชีวิตแบบละเอียดและสวยงาม
ช่วงเที่ยงแวะเติมพลังที่ “Panor Coffee House” อำเภอแม่จัน ร้านอาหารบรรยากาศร่มรื่น มีพื้นที่กว้างและมุมถ่ายรูปหลายจุด รวมถึงมีโฮมสเตย์รองรับคนที่อยากค้างคืน เหมาะทั้งสายกิน สายเที่ยว และสายถ่ายภาพ
จากนั้นไปต่อที่สตูดิโอของอาจารย์เสงี่ยม ยารังสี (Sangiam Yarangsee) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ชมแกลเลอรีผลงานจิตรกรรมสีน้ำมัน หลายชิ้นโดดเด่นด้วยการใช้แสงเงาและอารมณ์ในภาพอย่างชัดเจน โดยเฉพาะงานทิวทัศน์ที่อาจารย์เล่าว่าชอบมาตั้งแต่เด็ก เพราะผูกพันกับธรรมชาติ บรรยากาศในสตูดิโออบอุ่น เป็นกันเอง เหมาะกับคนที่อยากดูงานศิลป์แบบไม่รีบ และอยากได้แรงบันดาลใจจากตัวศิลปินโดยตรง
ช่วงท้ายของวันยังได้แวะ “FRIENDCATION Café” คาเฟ่โทนอุ่นที่ให้ฟีลเหมือนนั่งบ้านเพื่อน มีมุมถ่ายรูปน่ารักและกลิ่นอายงานอาร์ตอยู่ตลอดทาง ก่อนมุ่งหน้าไป “หอศิลป์ระวี” พบกับนายระวี มะโนเรือง ศิลปินที่ถนัดงานอิมเพรสชันนิสม์แนวทิวทัศน์ ถ่ายทอดบรรยากาศและแสงเงาด้วยลายพู่กันเฉพาะตัว
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการร่วมชม Life Artist Exhibition : Local Artist x Life Artist ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย ภายในงานมีนิทรรศการควบคู่กิจกรรมเวิร์กชอป ดนตรี และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ในพิธี Pre-Opening โดยนายนิพนธ์ ใจนนท์ถี นายกสมาคมขัวศิลปะเชียงราย กล่าวต้อนรับ ท่ามกลางศิลปิน ผู้ประกอบการ และประชาชนที่เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง
วันที่สอง เที่ยวอาร์ตสเปซร่วมสมัย และจบด้วยหอศิลป์ชุมชนที่อบอุ่น
วันถัดมาเริ่มที่ “ปัจจุบัน Art Space” ของนายอำนาจ ก้านขุนทด ที่นี่พาชมงานภาพวาดแนวธรรมชาติ และมีกิจกรรม Workshop เพนต์ก้อนหินให้ผู้ร่วมทริปได้ลงมือทำจริง พื้นที่นี้เปิดกว้างสำหรับทั้งศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินท้องถิ่น มีงานหลากรูปแบบตั้งแต่จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย ไปจนถึงศิลปะจัดวาง บรรยากาศเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เหมาะกับคนที่อยากเสพงานศิลป์มุมใหม่ๆ
ปิดทริปที่ “หอศิลป์บ้านนายพรหมา” ของอาจารย์พรมมา อินยาศรี ภายในจัดแสดงผลงานที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงเรียน หลายชิ้นเล่าเรื่องชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อ ผ่านจินตนาการและมุมมองของศิลปินในเชียงราย ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม และงานร่วมสมัย บรรยากาศเงียบสงบและเป็นกันเอง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของศิลปะท้องถิ่นแบบใกล้ชิด และได้ซึมซับเรื่องราวจากพื้นที่ของศิลปินจริงๆ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ส้มโอเวียงแก่น” ในจังหวัดเชียงรายได้รับสถานะ GI ใหม่
เชียงราย - Chiang Rai News
ญาติของแรงงานชาวอิสราเอลในเชียงรายเรียกร้องให้พวกเขากลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด
เชียงราย – เชียงรายมีแรงงานไทยเดินทางกลับไปทำงานในอิสราเอลเกือบ 4,000 คน หลายครอบครัวในพื้นที่ติดตามข่าวใกล้ชิด เพราะการปะทะในตะวันออกกลางยกระดับต่อเนื่อง ญาติของแรงงานบางรายเล่าว่า คนที่ทำงานอยู่แถบไร่องุ่นได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัยเป็นระยะๆ จึงยิ่งทำให้ที่บ้านเป็นห่วง และย้ำกันตรงๆ ว่าถ้าเหตุการณ์หนักขึ้นให้รีบกลับไทยทันที
ช่วงวันที่ 2 มี.ค. มีรายงานสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และพันธมิตร กับอิหร่านและพันธมิตรในตะวันออกกลาง ดำเนินต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้หลายพื้นที่ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน รวมถึงบางเมืองในอิสราเอลด้วย เมื่อข่าวออกมาแบบนี้ ญาติแรงงานชาวเชียงรายที่ทำงานอยู่ในอิสราเอลยิ่งรู้สึกกดดัน เพราะกลัวเหตุซ้ำรอยเดิม
ที่บ้านป่าสักงาม หมู่ 9 (คุ้มเวียงราชพลี) ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง น.ส.นารี วงศ์มุทิตาจิต อายุ 30 ปี เล่าว่า สามีทำงานที่อิสราเอลมาแล้วราว 2 ปี และนี่เป็นการไปทำงานรอบที่ 2 หลังเคยกลับไทยช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบปลายปี 2566 จากกรณีกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล
น.ส.นารีบอกว่า สามีกลับไปทำงานเกษตรที่ไร่องุ่นแห่งเดิม หลังสถานการณ์ช่วงก่อนหน้าผ่อนคลายลง เขายังติดต่อครอบครัวทุกวันผ่านโทรศัพท์และโซเชียลมีเดีย ดังนั้นทางบ้านจึงพอรู้ความเคลื่อนไหวตลอด ช่วงที่มีเหตุปะทะรอบล่าสุด สามีเล่าว่าได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัยเป็นพักๆ แม้ยังออกไปทำงานได้ตามปกติ แต่ทุกคนในพื้นที่เตรียมพร้อมตลอดเวลา เพราะถ้านายจ้างแจ้งเตือนก็ต้องหยุดงานแล้วรีบเข้าหลุมหลบภัยทันที
แม้จะพยายามทำใจ น.ส.นารีก็ยอมรับว่ากลัวและเป็นห่วงมาก เพราะข่าวบอกว่าสถานการณ์ขยายวงไปหลายประเทศ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือกำชับให้สามีระวังตัว และดูแลตัวเองให้ดีที่สุด นอกจากนี้ทั้งคู่คุยกันไว้แล้วว่า หากความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกให้รีบกลับประเทศไทยก่อน โดยไม่ต้องห่วงเรื่องงาน เพราะสุดท้ายแล้วความปลอดภัยสำคัญกว่า
ด้านข้อมูลในพื้นที่ระบุว่า ก่อนเหตุการณ์รุนแรงปี 2566 เชียงรายมีแรงงานไปทำงานที่อิสราเอล 2,174 คน เป็นชาย 2,148 คน หญิง 26 คน โดยเฉพาะ อ.เวียงแก่นมีมากกว่า 500 คน ต่อมาหลังเหตุการณ์กลุ่มฮามาสบุกโจมตี ทำให้ชาวเชียงรายเสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และมีแรงงานทยอยกลับไทยจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์เริ่มสงบ แรงงานบางส่วนก็ค่อยๆ กลับไปทำงานอีกครั้ง เพราะนายจ้างอิสราเอลเข้ามาเปิดศูนย์ทดสอบรับงานถึงในเชียงราย และเสนอค่าจ้างที่สูงขึ้น
ล่าสุดในเดือน มี.ค. 2569 มีแรงงานชาวเชียงรายอยู่ในอิสราเอล 3,842 คน และถ้ารวมประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางจะอยู่ที่ 3,996 คน ทำให้หลายครอบครัวในจังหวัดยังต้องติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง และภาวนาให้คนที่อยู่หน้างานปลอดภัยทุกวัน
วัยรุ่น 7 คนปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว ถูกจับขณะลักลอบขนยาบ้า 4 ล้านเม็ดจากเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าฯ เชียงรายย้ำข่าวลือน้ำมันขาดแคลนไม่จริง, สั่งเข้มกันกักตุน
เชียงราย – ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายลงพื้นที่พร้อมทีมจากสำนักงานพลังงานจังหวัด, พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัด เพื่อตรวจคลังน้ำมันและสถานีบริการทั่วจังหวัด หลังมีกระแสข่าวลือบนออนไลน์เรื่องน้ำมันขาดแคลนจนหลายคนเริ่มตื่นตระหนก
ผู้ว่าฯ ยืนยันว่าเชื้อเพลิงในพื้นที่ยังเพียงพอ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการและใช้ชีวิตตามปกติ พร้อมประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการ 6 ข้อ เพื่อสกัดการกักตุนและการเอาเปรียบด้านราคา
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ชูชีพ พงษ์ชัย ลงตรวจจุดสำคัญร่วมกับชุดปฏิบัติการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นตรวจทั้งแหล่งเก็บสำรองและสถานีบริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวเชียงราย และลดความกังวลจากข่าวลือที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ผู้ว่าฯ ระบุว่า การเร่งไปเติมหรือกักเก็บเกินความจำเป็นจะยิ่งทำให้เกิดปัญหาใหม่ เพราะทำให้ความต้องการพุ่งสูงผิดปกติและส่งผลให้ปั๊มน้ำมันบางแห่งน้ำมันหมดเร็วกว่าปกติ
น้ำมันในเชียงรายยังไม่ขาดแคลน
นอกจากนี้ จังหวัดเปิดสายด่วนตลอด 24 ชั่วโมงให้แจ้งเบาะแส หากพบการฉวยโอกาส เช่น กักตุนหรือขายเกินราคา โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามและดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดอย่างใกล้ชิด
“อยากให้พี่น้องเชียงรายเข้าใจข้อเท็จจริง น้ำมันในจังหวัดไม่ได้ขาดแคลน ขอให้ใช้ชีวิตตามปกติ และอย่าตุนหรือซื้อเกินจำเป็น เพราะจะทำให้สถานการณ์ตึงโดยไม่จำเป็น” ผู้ว่าฯ กล่าว
ด้านนายประสก งามสมภักดิ์ พลังงานจังหวัดเชียงราย เสริมว่า ช่วงที่ข่าวลือแพร่หลาย มีประชาชนบางส่วนนำภาชนะมาเติมน้ำมันมากกว่าปกติ ส่งผลให้ยอดใช้ต่อวันสูงขึ้น และทำให้บางสถานีบริการต้องเติมสต๊อกถี่กว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม จังหวัดประสานผู้ประกอบการให้เพิ่มรอบการขนส่งแล้ว จึงช่วยให้การกระจายเชื้อเพลิงทำได้ต่อเนื่อง อีกทั้งเชียงรายมีคลังน้ำมันของตัวเอง ทำให้การส่งจ่ายทำได้เร็วกว่าในบางพื้นที่
เขาย้ำด้วยว่า ราคาน้ำมันยังไม่ปรับขึ้น และปริมาณยังเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ดังนั้นประชาชนไม่ควรกักตุน และควรเติมตามความจำเป็น
รัฐบาลตรึงราคาดีเซลชั่วคราว 15 วัน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยสั่ง ตรึงราคาดีเซลชั่วคราว 15 วัน โดยคงเพดานราคาทั่วประเทศไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เริ่มวันที่ 3 มีนาคม 2026 นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุแนวทางดังกล่าว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อุตตพล เรืองกฤบูรณ์ ดำเนินการผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
มาตรการนี้ต้องการลดแรงกระแทกค่าครองชีพและต้นทุนเดินทาง หลังราคาน้ำมันโลกผันผวนจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง รวมถึงความกังวลเรื่องการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ
ด้วยเหตุนี้ ผู้ค้ารายใหญ่ เช่น PTT, Shell และ Caltex จึงคงราคาไว้ (หรือปรับลดในบางช่วงตามเงื่อนไข) โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะช่วยชดเชยส่วนต่างในช่วงตรึงราคา และบางกรณีอาจครอบคลุมไปถึงน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ด้วย เจ้าหน้าที่ยังระบุว่าไทยมีน้ำมันสำรองราว 60 วัน จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกไปซื้อกักตุนในช่วงที่ตลาดยังผันผวน
ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารเชียงรายสกัดรถเอสยูวี ยึดยาไอซ์ได้ 600 กิโลกรัม
เชียงราย – มีการไล่สกัดรถต้องสงสัยบนเส้นทางภูเขาในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย หลังเจ้าหน้าที่พบรถปาเจโรป้ายทะเบียนเชียงใหม่ขับเร็วผิดปกติ ก่อนเร่งเครื่องหนีและฝ่าจุดตรวจหลายจุด สุดท้ายถูกพบจอดทิ้งไว้ริมอ่างเก็บน้ำ ส่วนคนขับอาศัยความมืดหลบหนีไป
วันที่ 5 มี.ค. เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ม.2 ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ร่วมกับ นบ.ยส.35 ตรวจยึดไอซ์น้ำหนักราว 600 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์อเนกประสงค์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สีดำ ป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 คัน
ก่อนหน้านี้ ชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทยเมียนมา ในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง ระหว่างปฏิบัติภารกิจช่วงกลางคืน เมื่อถึงบริเวณบ้านลิเซ หมู่ 9 ต.แม่ฟ้าหลวง เจ้าหน้าที่เห็นรถคันดังกล่าววิ่งบนถนนเขาด้วยความเร็วผิดสังเกต จึงส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหลบหนีทันที

ต่อมา เจ้าหน้าที่ประสานกำลัง นบ.ยส.35 เพื่อจัดตั้งจุดตรวจและจุดสกัดบนเส้นทางบริเวณบ้านห้วยน้ำขุ่น หมู่ 18 ต.แม่ฟ้าหลวง อย่างไรก็ตาม รถเป้าหมายยังฝ่าจุดตรวจไปได้ จึงเกิดการไล่ติดตามต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ตามไปถึงบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ไร่ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง และพบรถต้องสงสัยจอดอยู่ริมอ่าง จึงเข้าตรวจสอบทันที แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่หรือบุคคลในพื้นที่ คาดว่าหลบหนีไปแล้ว

เมื่อตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบฟางสีขาวและสีฟ้ารวม 24 ใบ ภายในบรรจุไอซ์ โดยระบุว่าแต่ละกระสอบมี 25 ห่อ รวมของกลางทั้งหมดราว 600 กิโลกรัม
นอกจากนี้ยังพบเอกสารส่วนบุคคล เป็นบัตรประจำตัวประชาชนของชายอายุ 29 ปี ชาว ต.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ และเดินหน้าขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป
รายงานข่าวระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 ถึงช่วงต้นเดือน มี.ค. 2569 กองกำลังผาเมืองสกัดกั้นยาเสพติดได้ 257 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 265 คน ตรวจยึดยาบ้า 151,621,703 เม็ด เฮโรอีน 1.3 กิโลกรัม ไอซ์ 2,407.2 กิโลกรัม ฝิ่น 67 กิโลกรัม และเคตามีน 327.4 กิโลกรัม อีกทั้งมีเหตุปะทะกับกลุ่มขบวนการลำเลียง 34 ครั้ง ส่งผลให้ฝ่ายขบวนการเสียชีวิต 25 ราย และหากยาเสพติดที่ยึดได้ถูกลำเลียงเข้ากรุงเทพฯ อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าการขายรวมประมาณ 25,482 ล้านบาท
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชายคนหนึ่งใช้ดาบซามูไรทำร้ายช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ เนื่องจากเบรกเสีย
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoเชียงรายแมนเปิดเผยที่มาของเลขล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล กวาดเงินรางวัลไปถึง 60 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoชายคนหนึ่งเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ ทำให้มีผู้บาดเจ็บสองคน ก่อนจะหลบหนีไปโดยรถยนต์ที่พุ่งชนลงไปในสระน้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในจังหวัดเชียงราย ส่งผลให้จับกุมนายทหารทุจริตได้ 2 นาย



