ฟุตบอล
เรอัล โซเซียดัดช็อกบาร์ซ่า 2-1 ที่เรอาเล อารีนา
ซาน เซบาสเตียน, 18 มกราคม 2026, เกมลาลีกาคืนวันอาทิตย์ที่เรอาเล อารีนา (สนามเดิมที่หลายคนคุ้นในชื่ออาโนเอต้า) กลายเป็นคืนของเรอัล โซเซียดัด หลังเปิดบ้านล้มบาร์เซโลน่า 2-1 แบบหักปากกาเซียน ผลนี้ทำให้ทีมของฮันซี่ ฟลิค หยุดสถิติชนะรวด 11 นัดรวมทุกรายการ และทำให้การลุ้นแชมป์กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยบาร์ซ่ายังนำเรอัล มาดริดแค่ 1 แต้มบนหัวตาราง
เกมนี้มีครบทั้งประตูถูกริบ, VAR เข้ามามีบทบาทหลายจังหวะ, เซฟสำคัญของผู้รักษาประตู, ใบแดงช่วงท้าย และสกอร์ที่เปลี่ยนเร็วในครึ่งหลัง โซเซียดัดอาศัยความแข็งแกร่งในบ้านเก็บ 3 แต้มสำคัญ และเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันที่พวกเขาเอาชนะทีมจากคาตาลันในลีก ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 8 ของตาราง

ครึ่งแรกวุ่นตั้งแต่ต้น, โอยาร์ซาบัลซัดนำแบบสวนเกม
เริ่มเกมมาเป็นบอลเปิดหน้าแลกกันทันที บาร์เซโลน่าครองบอลมากกว่า แต่เจอธงล้ำหน้าขัดจังหวะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่วงครึ่งชั่วโมงแรกมีถึง 3 ประตูของบาร์ซ่าที่ถูกจับล้ำหน้า ได้แก่ เฟร์มิน โลเปซ, เฟรงกี้ เดอ ยอง และ ลามีน ยามาล
ยังมีจังหวะที่บาร์ซ่าเกือบได้จุดโทษด้วย หลังยามาลล้มลงจากการปะทะกับ อิกอร์ ซูเบลเดีย แต่ VAR ตรวจแล้วเปลี่ยนคำตัดสิน กลายเป็นไม่ได้จุดโทษ
จากนั้นโซเซียดัดฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับ ในนาทีที่ 32 มิเกล โอยาร์ซาบัล กัปตันทีมเข้าชาร์จแบบวอลเลย์จากลูกเปิดแม่นๆ ของ กอนซาโล่ เกเดส ส่งบอลผ่านมือ โจน การ์เซีย ให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 เสียงเชียร์ในสนามดังลั่นทันที
ก่อนหมดครึ่งแรก บาร์เซโลน่าพยายามเร่งเกมเพื่อเอาคืน แต่ อเล็กซ์ เรมิโร่ ยืนตำแหน่งดี และป้องกันจังหวะสำคัญไว้ได้หลายครั้ง ทำให้โซเซียดัดยังนำอยู่เมื่อจบ 45 นาทีแรก
แรชฟอร์ดตีเสมอ, เกเดสตอบโต้ทันควัน
ครึ่งหลังยังคุมอารมณ์ยากเหมือนเดิม บาร์เซโลน่าได้โอกาสต่อเนื่อง ดานี่ โอลโม่ยิงชนเสาไปถึง 2 ครั้ง เรมิโร่ยังเซฟช่วยทีมไว้หลายจังหวะ ส่วนฌูลส์ กุนเด้ก็พลาดโอกาสทองจากลูกโหม่งที่ไปชนคาน
ฟลิคแก้เกมด้วยการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมา และการเปลี่ยนตัวนี้เห็นผลทันที นาทีที่ 70 แรชฟอร์ดขึ้นโหม่งจบสกอร์จากบอลที่ลามีน ยามาลแทงมาอย่างแม่นยำ ทำให้บาร์ซ่าตามตีเสมอ 1-1
แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน แทบจะทันทีในจังหวะถัดมา โซเซียดัดสวนกลับเร็วและจบอย่างเด็ดขาด กอนซาโล่ เกเดส ซัดผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป กลายเป็นประตูชัย 2-1 ในนาทีที่ 71

ช่วงท้ายเดือด, โซเซียดัดเหลือ 10 คนแต่เอาอยู่
ท้ายเกมบาร์เซโลน่าโหมบุกหนักเพื่อเอาประตูตีเสมออีกครั้ง แล้วสถานการณ์ยิ่งตึงขึ้นในนาทีที่ 88 เมื่อคาร์ลอส โซเลร์โดนใบแดงโดยตรงจากจังหวะเข้าบอลช้าและหนักใส่เปดรี ทำให้โซเซียดัดต้องเล่น 10 คนในช่วงเวลาสำคัญ
ทดเจ็บยาวถึง 9 นาที บาร์ซ่ากดดันแบบต่อเนื่อง แต่แนวรับเจ้าถิ่นช่วยกันเคลียร์หลายครั้ง เรมิโร่ยังเหนียวเหมือนเดิม รวมถึงจังหวะสำคัญที่ปฏิเสธโอกาสของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (ตัวสำรอง) ช่วงท้าย สุดท้ายโซเซียดัดปิดเกมได้ เก็บชัยชนะที่แฟนบอลจำไปอีกนาน
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- บาร์เซโลน่ามี 3 ประตูที่ถูกจับล้ำหน้า (เฟร์มิน โลเปซ, เฟรงกี้ เดอ ยอง, ลามีน ยามาล)
- จังหวะจุดโทษของบาร์ซ่าถูก VAR กลับคำตัดสิน
- ดานี่ โอลโม่ยิงชนเสา 2 ครั้ง, บาร์ซ่ามีจังหวะชนคานอีกด้วย
- อเล็กซ์ เรมิโร่โชว์เซฟหลายจังหวะสำคัญ รวมถึงช่วงท้ายเกม
- สกอร์เปลี่ยนเร็ว, แรชฟอร์ดตีเสมอ (70′), เกเดสยิงนำอีกครั้ง (71′)
- คาร์ลอส โซเลร์โดนใบแดง (88′)
เกมนี้สะท้อนความคาดเดายากของลาลีกาได้ชัด บาร์เซโลน่าครองบอลและมีโอกาสมากกว่า แต่จบไม่คมพอ ขณะที่เรอัล โซเซียดัดใช้โอกาสที่มีให้คุ้ม และเล่นเกมรับแบบมีวินัยจนอยู่ครบ 90 นาที
สถิติทีม เรอัล โซเซียดัด
| สถิติ | ค่า |
|---|---|
| ครองบอล | 38% |
| ยิงทั้งหมด | 9 |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 |
| เตะมุม | 3 |
| ฟาวล์ | 14 |
| ใบเหลือง | 3 |
| ใบแดง | 1 |
| ผ่านบอลสำเร็จ | 312 |
สถิติทีม บาร์เซโลน่า
| สถิติ | ค่า |
|---|---|
| ครองบอล | 62% |
| ยิงทั้งหมด | 22 |
| ยิงเข้ากรอบ | 8 |
| เตะมุม | 10 |
| ฟาวล์ | 11 |
| ใบเหลือง | 2 |
| ใบแดง | 0 |
| ผ่านบอลสำเร็จ | 568 |
ความพ่ายแพ้นัดนี้เป็นการแพ้ในลีกนัดที่ 3 ของบาร์เซโลน่าในฤดูกาลนี้ พวกเขายังนำเป็นจ่าฝูงด้วย 49 คะแนนจาก 20 นัด ส่วนเรอัล โซเซียดัดได้แรงส่งสำคัญในการไล่ล่าพื้นที่ยุโรป
อีกด้านหนึ่ง ผลนี้ทำให้ศึกแย่งแชมป์กลับมาสนุกกว่าเดิม เพราะเรอัล มาดริดไล่มาหายใจรดต้นคอบาร์ซ่าแล้ว แฟนบอลได้เห็นเกมที่ทั้งดุเดือด มีประเด็นถกเถียง และมีจังหวะชี้ชะตาหลายครั้งในคืนเดียว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถล่ม สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด 8-1
ฟุตบอล
เชลซีเอาชนะเร็กซ์แฮม 4-2 ในรอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพ
เชลซีจากพรีเมียร์ลีกเจองานหนักเกินคาดในการไปเยือน Wrexham จากแชมเปี้ยนชิพ เกมนี้เดือดตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งพลิกไปพลิกมา และมีจังหวะให้ลุ้นแทบทุกช่วง สุดท้ายทีมเยือนอาศัยคุณภาพและความนิ่งในช่วงต่อเวลา บุกชนะ 4-2 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ
ด้าน Wrexham ที่มีเจ้าของเป็นคนดังอย่าง Ryan Reynolds และ Rob McElhenney สร้างกระแสไปทั่วโลก และเกือบทำเซอร์ไพรส์ใหญ่ในเอฟเอคัพให้ได้แล้ว แต่เชลซีภายใต้การคุมทีมของ Liam Rosenior ยังยืนระยะได้ดี โดยเฉพาะการแก้เกมและพลังจากตัวสำรอง

เหตุการณ์สำคัญในเกม – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาทีที่ 18: Wrexham ออกนำ 1-0 จาก Sam Smith ที่วิ่งสอดไปรับบอลยาวของ Callum Doyle ก่อนยิงผ่าน Robert Sanchez แบบคมกริบ
- นาทีที่ 40: เชลซีกลับมาเป็น 1-1 จากจังหวะลูกตั้งเตะที่ทำให้ Arthur Okonkwo ทำเข้าประตูตัวเอง
- นาทีที่ 78: เจ้าถิ่นนำอีกครั้งเป็น 2-1 เมื่อ Callum Doyle เข้าทำจากจังหวะเตะมุมได้อย่างเฉียบขาด
- นาทีที่ 80+: George Dobson โดนใบแดง ทำให้ Wrexham เหลือ 10 คน และเกมเปลี่ยนทันที
- นาทีที่ 82: Josh Acheampong ซัดไกลสุดสวยให้เชลซีตามตีเสมอ 2-2 พาทีมกลับมาอยู่ในเกมอีกครั้ง
- นาทีที่ 96 (ต่อเวลาพิเศษ): Alejandro Garnacho ยิงให้เชลซีนำ 3-2 จากจังหวะเข้าทำระยะเผาขน หลัง Dario Essugo แทงทะลุแนวรับให้แบบได้ลุ้นเต็มๆ
- นาทีที่ 125 (ต่อเวลาพิเศษ): João Pedro ปิดกล่องเป็น 4-2 ด้วยการยิงมุมแคบอย่างเยือกเย็น การันตีตั๋วรอบ 8 ทีม
แม้ Wrexham จะโดนนำช่วงต่อเวลา แต่ภาพรวมต้องให้เครดิตเรื่องหัวใจและวินัย เพราะพวกเขานำก่อนถึงสองครั้ง และยังสู้แม้เหลือผู้เล่นน้อยกว่า นอกจากนี้ยังมีดราม่า VAR ในช่วงต่อเวลาที่ริบประตูของ Lewis Brunt เนื่องจากล้ำหน้าแบบเฉียดมาก

สรุปสกอร์และรายชื่อผู้ทำประตู
Wrexham (2 ประตู)
- Sam Smith (น.18)
- Callum Doyle (น.78)
Chelsea (4 ประตู)
- Arthur Okonkwo (เข้าประตูตัวเอง, น.40)
- Josh Acheampong (น.82)
- Alejandro Garnacho (น.96)
- João Pedro (น.125)

ตารางคะแนนนักเตะเด่น เชลซี (สรุป)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีที่ลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | จุดเด่นในเกม |
|---|---|---|---|---|---|
| Robert Sanchez | GK | 120 | – | – | เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยประคองทีม |
| Josh Acheampong | DF | 120 | 1 | – | ยิงตีเสมอ 2-2 เปลี่ยนโมเมนตัม |
| Alejandro Garnacho | FW | 120 | 1 | – | ยิงประตูขึ้นนำในช่วงต่อเวลา |
| João Pedro | FW | 120 | 1 | – | จบสกอร์ประตูที่ 4 แบบเด็ดขาด |
| Dario Essugo (สำรอง) | MF | 60+ | – | 2 | ลงมาแล้วทำเกมทันที แอสซิสต์สองลูก |
| Liam Rosenior | ผู้จัดการทีม | – | – | – | ปรับเกมและเปลี่ยนตัวได้ผล |
(หมายเหตุ: เป็นสรุปจากผู้เล่นเด่นและเหตุการณ์หลักในเกม)
ตารางคะแนนนักเตะเด่น Wrexham (สรุป)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีที่ลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | จุดเด่นในเกม |
|---|---|---|---|---|---|
| Arthur Okonkwo | GK | 120 | – | – | แม้มีจังหวะทำเข้าประตูตัวเอง แต่ยังเซฟหลายครั้ง |
| Sam Smith | FW | 90+ | 1 | – | จบสกอร์เปิดเกมให้เจ้าถิ่นนำ |
| Callum Doyle | DF | 120 | 1 | 1 | ทำประตูนำครั้งที่สอง และมีส่วนร่วมกับเกมรุก |
| George Dobson | MF | 80 | – | – | ใบแดงช่วงท้าย ส่งผลหนักต่อรูปเกม |
| Lewis Brunt (สำรอง) | DF | 30+ | – | – | มีจังหวะทำประตูแต่โดน VAR ยกเลิก |
ถึงจะแพ้ Wrexham ก็ยังได้เสียงชื่นชมไม่น้อยจากแฟนบอลและสื่อ เพราะเกมนี้สนุก เข้มข้น และมีครบทั้งความผิดพลาด ความกล้า และความหวัง แบบที่แฟนบอลชอบในฟุตบอลถ้วย
หลังจากนี้ เชลซีรอพบคู่แข่งในรอบก่อนรองชนะเลิศต่อไป ส่วน Wrexham กลับไปโฟกัสเป้าหมายหลักคือการลุ้นเลื่อนชั้นในลีกตามเดิม
ข่าวกีฬายอดนิยม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1
อาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มแน่นในรอบรองชนะเลิศคาราบาว คัพ นัดที่สอง ด้วยการเปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-1 เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้สกอร์รวมสองนัดขาดลอย 5-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปเจอกับอาร์เซนอล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก
ชมไฮไลท์การแข่งขัน
เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จัดทัพ “เรือใบสีฟ้า” ลงเล่นแบบไม่ผ่อน หลังจากนัดแรกบุกชนะ 2-0 ที่สเต เจมส์ พาร์ค ซิตี้ยังเดินเกมรุกตั้งแต่ต้น และปิดงานได้ตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนคุมสถานการณ์จนจบเกม

ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 7: โอมา มาร์มูช (Omar Marmoush) ยิงให้ซิตี้ขึ้นนำ 1-0 ด้วยจังหวะจบสกอร์เฉียบคม
- นาทีที่ 29: มาร์มูช กดประตูที่สองของตัวเอง พาทีมหนีเป็น 2-0
- นาทีที่ 32: ติจจานี เรย์นเดอร์ส (Tijjani Reijnders) เติมขึ้นมายิงปิดท้ายครึ่งแรกเป็น 3-0 หลังเจาะแนวรับทีมเยือนสำเร็จ
- นาทีที่ 62: แอนโธนี เอลังกา (Anthony Elanga) ยิงตีไข่แตกให้ นิวคาสเซิล ไล่มา 3-1 แต่ไม่ทันเปลี่ยนเกม
ภาพรวมครึ่งแรก ซิตี้คุมเกมได้ชัด ทั้งการครองบอลและจำนวนโอกาสเข้าทำ ขณะที่นิวคาสเซิลพยายามเร่งในครึ่งหลังและหาจังหวะโต้กลับ อย่างไรก็ตาม ซิตี้ยังยืนระยะได้ดีและไม่เปิดช่องมากนัก ชัยชนะนัดนี้ทำให้กวาร์ดิโอลาเข้าใกล้แชมป์คาราบาว คัพ สมัยที่ 5 และเตรียมดวลอาร์เซนอลในนัดชิงที่เวมบลีย์

สถิติทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 3 |
| ผู้ทำประตู | Omar Marmoush (7′, 29′), Tijjani Reijnders (32′) |
| การครองบอล | 65% (โดยประมาณ) |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 18 |
| ยิงเข้ากรอบ | 8 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | สูง |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 2-3 |
แนวรุกของซิตี้ทำงานได้ครบ โดยเฉพาะมาร์มูชที่ร้อนแรงและกดดันแนวรับนิวคาสเซิลตลอดเกม

สถิติทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 1 |
| ผู้ทำประตู | Anthony Elanga (62′) |
| การครองบอล | 35% (โดยประมาณ) |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 7-9 |
| ยิงเข้ากรอบ | 3 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | ต่ำกว่า |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 5+ |
ทีมของเอ็ดดี้ โฮว์ สู้เต็มที่ แต่พอเสียประตูเร็ว เกมรับต้องถอยและเปิดพื้นที่มากขึ้น จึงโดนลงโทษต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรก แม้เอลังกาจะยิงได้หนึ่งประตูในครึ่งหลัง แต่สกอร์รวมยังห่างเกินกว่าจะกลับมาได้
วิเคราะห์หลังเกม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ย้ำภาพทีมที่เล่นถ้วยนี้ได้มั่นใจ เกมรุกที่จบคมในครึ่งแรกทำให้รูปเกมชัดตั้งแต่เนิ่นๆ หลังจบเกม กวาร์ดิโอลาให้สัมภาษณ์ว่า “เราต้องการคว้าแชมป์ทุกใบ และการเจออาร์เซนอลในนัดชิงจะเป็นการทดสอบที่ดีมาก”
ด้านนิวคาสเซิลต้องยุติเส้นทางป้องกันแชมป์คาราบาว คัพ ลงอย่างน่าเสียดาย แต่พวกเขายังมีภารกิจในพรีเมียร์ลีกและรายการอื่นให้ลุ้นต่อ
ค่ำคืนนี้จึงเป็นอีกเกมที่แฟนแมนเชสเตอร์ ซิตี้จดจำได้ไม่ยาก เพราะทีมเล่นได้ลงตัว และกลับไปยืนบนเวทีรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
ฟุตบอล
อาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก คว้าชัยชนะอย่างยากลำบากด้วยสกอร์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นปีเดียวที่มิเกล อาร์เตตาพาทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้
เกมนี้สะท้อนเสน่ห์ของเอฟเอคัพชัดเจน เพราะทีมรองสู้ไม่ถอยจนเกือบสร้างเซอร์ไพรส์ อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาสำคัญยังเป็นฝั่งอาร์เซน่อลที่คมกว่า จึงเอาตัวรอดไปได้
สรุปสกอร์และรายชื่อผู้ทำประตู – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาที 41: Noni Madueke (อาร์เซน่อล) ยิงโค้งจากนอกกรอบ บอลเสียบมุมบน หลัง Gabriel Martinelli เปิดย้อนมาให้ (นับเป็นประตูที่ 100 ของทีมในฤดูกาลนี้)
- นาที 50: Will Evans (แมนส์ฟิลด์) ลงสำรองแล้วยิงเรียดมุมขวา จากจังหวะบอลหลุดมาถึงเท้าโดยมีจังหวะผิดพลาดจาก Marli Salmon ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1
- นาที 66: Eberechi Eze (อาร์เซน่อล) ลงมาเป็นตัวสำรองก่อนซัดไกลเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบมุมบนซ้าย ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์ป้องกัน
ประเด็นสำคัญในเกม
- อาร์เซน่อลปรับมาใช้แผงหลังสาม และให้ดาวรุ่งวัย 16 ปีลงเล่นพร้อมกัน 2 คน คือ Max Dowman และ Marli Salmon โดยอาร์เตต้าชื่นชม Dowman ว่าเล่นได้ “ยอดเยี่ยม” และมีโอกาสจบสกอร์หลายครั้ง แต่โดนผู้รักษาประตูเซฟไว้
- ช่วงครึ่งแรกแมนส์ฟิลด์เล่นดุดัน ครองจังหวะได้ดี และยิงถึง 11 ครั้ง กดดันทีมเยือนต่อเนื่อง
- นาที 38 Leandro Trossard เจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนออก แต่ทีมยังตั้งเกมกลับมาได้
- เมื่อ Eze ถูกส่งลงสนาม รูปเกมเปลี่ยนทันที เพราะประตูของเขาทำให้อาร์เซน่อลกลับมานำ และคุมเกมจนจบ
- แฟนบอล 9,260 คนช่วยเติมบรรยากาศให้สนามเดือดตามสไตล์บอลถ้วย
จากผลนี้ อาร์เซน่อลยังอยู่บนเส้นทางลุ้นหลายแชมป์ในฤดูกาลเดียว หลังผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และเข้าชิงลีกคัพแล้ว ชัยชนะเหนือแมนส์ฟิลด์จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทีมต้องเก็บให้ได้
สถิติผู้เล่นอาร์เซน่อล (Arsenal Player Statistics, อ้างอิงจากรายงานเกมแบบประมาณการ)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | ช็อต | การผ่านบอลสำเร็จ (%) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Kepa Arrizabalaga | GK | 90 | – | – | – | 85 | เซฟสำคัญหลายจังหวะ |
| Noni Madueke | FW | 90 | 1 | 0 | 4 | 82 | ยิงสวย, เด่นสุดในเกม |
| Eberechi Eze | MF (sub) | 24 | 1 | 0 | 2 | 90 | ลงมาเปลี่ยนเกมด้วยประตูชัย |
| Gabriel Martinelli | FW | 80 | 0 | 1 | 3 | 78 | ทำแอสซิสต์ให้ประตูแรก |
| Max Dowman | MF (youth) | 90 | 0 | 0 | 3 | 88 | ดาวรุ่ง 16 ปีเล่นโดดเด่น |
| Leandro Trossard | FW | 38 | 0 | 0 | 1 | 80 | เจ็บและถูกเปลี่ยนออก |
| อื่นๆ (รวมทีม) | – | – | – | – | 15 | 87 | ครองบอล 58% |
สถิติผู้เล่นแมนส์ฟิลด์ ทาวน์ (Mansfield Town Player Statistics, อ้างอิงจากรายงานเกมแบบประมาณการ)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีลงเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | ช็อต | การผ่านบอลสำเร็จ (%) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Roberts | GK | 90 | – | – | – | 70 | เซฟช่วยทีมหลายครั้ง |
| Will Evans | FW (sub) | 40 | 1 | 0 | 2 | 75 | ยิงตีเสมอให้ทีมกลับมาได้ |
| อื่นๆ (รวมทีม) | – | – | – | – | 12 | 72 | ครองบอล 42% และสู้สุดใจ |
ภาพรวมของเกมนี้ย้ำชัดว่า ต่อให้เป็นทีมใหญ่ก็ประมาทไม่ได้ในบอลถ้วย เพราะทุกทีมพร้อมสู้เต็มร้อย อาร์เตต้าชมทัศนคติลูกทีม และยอมรับว่าแมนส์ฟิลด์ทำได้ดีมาก
ต่อจากนี้ อาร์เซน่อลต้องรอผลจับสลากรอบก่อนรองชนะเลิศในวันจันทร์ ส่วนแมนส์ฟิลด์ปิดฉากเส้นทางเอฟเอคัพปีนี้อย่างน่าภาคภูมิใจ แม้จะพลาดเข้ารอบก็ตาม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บาร์เซโลนาเอาชนะแอธเลติก บิลเบา 1-0 จากประตูสุดสวยของลามีน ยามาล
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoเชียงรายแมนเปิดเผยที่มาของเลขล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล กวาดเงินรางวัลไปถึง 60 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำ
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์




