ข่าวระดับชาติ - National
กำแพงเพชร: รถกระบะบรรทุกครอบครัว 5 คน ประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย
กำแพงเพชร – ตำรวจรับแจ้งเหตุกระบะชนท้ายรถบรรทุก 18 ล้อบรรทุกอ้อย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บหลายราย ที่ จ.กำแพงเพชร เมื่อตำรวจเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสว่างกำแพงเพชร ป่าพุทธะ และพื้นที่อื่นๆ รวมกว่า 30 นาย…
กำแพงเพชร – หญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี">ตำรวจรับแจ้งเหตุกระบะชนท้ายรถบัสท่องเที่ยวชนกับรถบรรทุก ผู้โดยสาร 20 คนรอดชีวิตโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ">รถบรรทุก 18 ล้อบรรทุกอ้อย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บหลายราย ที่ จ.กำแพงเพชร
เมื่อตำรวจเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสว่างกำแพงเพชร ป่าพุทธะ และพื้นที่อื่นๆ รวมกว่า 30 นาย พบว่ารถกระบะอีซูซุดีแมคซ์ 4 ประตู พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อยี่ห้อฮีโน่
ภายในรถกระบะพบคนขับกอดร่างไร้วิญญาณของลูกสาวไว้ และบนตักมีลูกสาววัย 20 เดือนที่เสียชีวิตเช่นกัน ด้านหลังคนขับมีหลานสาววัย 7 ขวบนั่งอยู่ ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่แขนและขาเล็กน้อย นอกจากนี้ยังพบศพหลานชายวัย 9 ขวบของคนขับ ซึ่งถูกเหวี่ยงออกจากรถกระบะขณะเกิดเหตุด้วย
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำร่างสาวและปู่ผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องมือตัดงัดซากกระบะนานกว่า 30 นาที เพื่อนำร่างของ น.ส.อักษรสวรรค์ 3 แถว เพื่อให้แพทย์เวรประจำ รพ.ขาณุวรลักษบุรี ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนนำร่างทั้ง 3 ศพส่ง รพ.
เมื่อญาติมาถึงที่เกิดเหตุ ต่างร้องไห้และเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมแจ้งว่าทั้ง 3 คนเดินทางมาที่ บึงสีไฟ ต.ท่าหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร เมื่อวานนี้ (18 ม.ค. 58) ส่วนขากลับ ห่างบ้านไปเพียง 5 กม. ที่ ต.ยางสูง อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร แต่เกิดเหตุสลดก่อน
นายสมศักดิ์ โพธิไกร อายุ 50 ปี คนขับรถบรรทุกอ้อย เปิดเผยว่า ตนจอดรถพ่วง เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อหยุดรถ และเคาะยางรถ
ไม่ถึง 5 นาที ตนกำลังจะขึ้นรถและขับออกไปก็ได้ยินเสียงดัง จึงเดินไปดูก็พบว่ารถกระบะได้พุ่งชนท้ายรถของตน
ตนจอดรถตรงจุดดังกล่าวเป็นประจำ และรถคันอื่นๆ ก็จอดบริเวณจุดดังกล่าวเป็นประจำ ก่อนจะนำอ้อยส่งโรงงานที่ จ.นครสวรรค์ คาดว่าคนขับรถกระบะไม่เห็นท้ายรถจึงพุ่งชนอย่างแรง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำคนขับรถบรรทุกอ้อยไปตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และยาเสพติด และสอบปากคำ โดยเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุ เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ รพ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย รอญาติดำเนินคดีต่อไป พบว่า น.ส.นันทนาภัทร หรือ เฟย์ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยที่แขนและขา กำลังกอดพ่อ นายแซมฤทธิ์ ผู้มีท่าทางซึมเซาตลอดเวลา
ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเชียงราย รวบรถกระบะบรรทุกยาบ้า 6 ล้านเม็ด ที่จุดพักรถ
https://www.ctn.news/chiangrai/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80/
ข่าวระดับชาติ - National
รถบรรทุกสินค้าเสียหลักพุ่งชนเสาไฟราคา 500,000 บาท ในจังหวัดลำปาง
ลำปาง – เช้าวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นที่จังหวัดลำปาง นายสะพล อายุ 44 ปี จังหวัดพิษณุโลก คนขับรถบัสท่องเที่ยวชนกับรถบรรทุก ผู้โดยสาร 20 คนรอดชีวิตโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ">รถบรรทุก 22 ล้อ เสียหลัก ทำให้รถพุ่งชนเกาะกลางถนนและทำลายเสาไฟขนาดใหญ่
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหน้าศาลาว่าราชการจังหวัดลำปาง บนถนนวชิรวุฒิดำเนิน (ทางลงเขาดอยพระบาท) อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สาเหตุหลักมาจากฝนตกหนักและต่อเนื่อง ทำให้ถนนทางลงเขาลื่นมาก รถบรรทุกจึงเสียหลัก แม้เหตุการณ์จะดูรุนแรงและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างมาก แต่โชคดีที่คนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และไม่มีผู้ใช้ถนนคนอื่นได้รับบาดเจ็บ
ถนนวชิราวุธดำเนินในช่วงที่ลงจากดอยพระบาทนั้น ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่ผู้คนใช้เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองลำปาง ซึ่งมีความลาดชันและต้องใช้ความระมัดระวังสูง จากการให้การของนายสพล ผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ คันเกิดเหตุ เขาเล่าว่าตนเองกำลังขับรถพ่วงแบบไม่มีการบรรทุกสินค้า (วิ่งรถเปล่า) ลงมาจากดอยเพื่อมุ่งหน้าเข้าเมือง แต่ในระหว่างนั้นเกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก
สภาพถนนที่ลาดชันประกอบกับน้ำฝนที่ปกคลุมผิวจราจร ทำให้ล้อรถสูญเสียการยึดเกาะถนนอย่างฉับพลัน แม้คนขับจะพยายามบังคับพวงมาลัยและแตะเบรกเพื่อชะลอความเร็วแล้ว แต่ก็ไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถขนาดใหญ่เอาไว้ได้ รถจึงเกิดอาการส่าย เสียหลัก และพุ่งทะยานขึ้นไปบนเกาะกลางถนนอย่างแรง ตัวหัวลากและหางพ่วงบิดงอขวางเส้นทางการจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกเมือง สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่กำลังขับรถผ่านไปมาในบริเวณนั้นอย่างมาก
ความเสียหายระดับหลักแสน เสาไฟทางหลวงหักโค่น
อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายเพียงแค่ตัวรถบรรทุกที่หัวเก๋งและส่วนพ่วงพังยับเยินเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าส่องสว่างชนิดพิเศษของกรมทางหลวงที่ติดตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน เพื่อให้แสงสว่างแก่ผู้เดินทางในยามค่ำคืน
เสาไฟฟ้ายักษ์ต้นนี้มีความสูงถึง 30 เมตร ซึ่งถือเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงมาก แรงกระแทกจากน้ำหนักของรถบรรทุกทำให้โคนเสาคดงอและเกิดรอยแตกร้าวอย่างชัดเจน จนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายของเสาไฟต้นนี้ไว้สูงถึงประมาณ 500,000 บาท ซึ่งจำนวนนี้ยังไม่รวมค่าความเสียหายของตัวรถบรรทุกและค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดพื้นผิวจราจร
ระดมกำลังกู้ภัยและเคลียร์คราบน้ำมัน ป้องกันเหตุซ้ำซ้อน
หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนจากสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปางและเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวง ได้รีบลงพื้นที่เพื่อจัดการสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยสิ่งแรกที่ทำคือการเข้าไปช่วยเหลือคนขับรถที่ติดอยู่ในห้องโดยสาร ทางทีมกู้ภัยได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในที่เกิดเหตุคือ คราบน้ำมันเครื่องและของเหลวจากตัวรถบรรทุกที่แตกและรั่วไหลออกมากระจายเป็นวงกว้างบนพื้นผิวถนน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะเสี่ยงที่จะทำให้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันอื่นที่ขับตามมาลื่นไถลและเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องรีบนำทรายและวัสดุดูดซับมาโรยทับคราบน้ำมันทั้งหมด พร้อมกับปิดช่องจราจรบางส่วนชั่วคราว นอกจากนี้ยังได้ประสานงานนำรถเครนขนาดใหญ่เข้ามาเร่งกู้ซากรถพ่วงและเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้การจราจรกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
สรุป 5 ข้อควรระวัง ขับรถบรรทุกหน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย
อุบัติเหตุที่ดอยพระบาทครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถบรรทุกและรถยนต์ทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางภูเขาในหน้าฝนที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตัวเองและเพื่อนร่วมทาง ขอสรุปข้อควรปฏิบัติที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริง ดังนี้:
- ลดความเร็วลงทันทีเมื่อฝนตก: ถนนที่เปียกน้ำจะลื่นกว่าปกติ การขับรถให้ช้าลงจะช่วยให้คุณมีเวลาตัดสินใจและมีระยะเบรกที่ปลอดภัยมากขึ้น
- ระวังเป็นพิเศษเมื่อขับรถเปล่า: รถบรรทุกที่ไม่มีสิ่งของบรรทุกอยู่ด้านหลัง มักจะมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะถนนที่น้อยกว่าปกติ ทำให้หางพ่วงส่ายหรือล้อลื่นไถลได้ง่ายเมื่อต้องเบรกกะทันหัน
- ใช้เกียร์ต่ำเมื่อลงเขา: หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกแช่ยาว ๆ เพราะจะทำให้ผ้าเบรกไหม้และเบรกแตกได้ ควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อช่วยหน่วงความเร็วเครื่องยนต์แทน
- รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า: ในช่วงที่ถนนลื่น ระยะที่รถจะหยุดนิ่งได้หลังจากเหยียบเบรกจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า คุณจึงควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ
- ตรวจสอบสภาพยางและเบรกเสมอ: ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ต้องแน่ใจว่าดอกยางมีความลึกพอที่จะรีดน้ำฝนได้ดี และระบบเบรกต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความอันตรายของเส้นทางลาดชันในช่วงฤดูฝนได้อย่างชัดเจน โชคดีที่ไม่มีการสูญเสียชีวิตหรือมีผู้บาดเจ็บสาหัสเกิดขึ้น ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการให้ผู้ก่อเหตุชดใช้ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ท่านสามารถติดตามและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของข่าวนี้ได้จากแหล่งที่มาต้นฉบับที่ MGR Online
ข่าวไทยยอดนิยม
เจ้าของร้านอาหารลำปางเข้ามอบตัวตำรวจหลังฆ่าเพื่อนบ้าน: ศาลปฏิเสธการประกันตัว
ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่
ข่าวระดับชาติ - National
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยด่วน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วประเทศไทย พร้อมความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาเสพติดได้กว่า 1 ตัน">เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอิทธิพลของลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรวมกว่า 44 จังหวัดทั่วประเทศ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้
เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัย 44 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง
จากรายงานพยากรณ์อากาศของ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ามวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่เริ่มอ่อนกำลังลง ประกอบกับลมใต้ที่นำความชื้นจากทะเลเข้ามา ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน โดยมีรายละเอียดรายจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังดังนี้:
- ภาคเหนือ (12 จังหวัด): แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิจิตร และเพชรบูรณ์
- ภาคกลางและปริมณฑล (10 จังหวัด): นครสวรรค์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (5 จังหวัด): เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และสุรินทร์
- ภาคตะวันออก (6 จังหวัด): นครนายก, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้ (12 จังหวัด): ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, กระบี่, ตรัง และสตูล
วิเคราะห์สถานการณ์: ทำไมฝนถึงตกหนักช่วงนี้?
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเป็นวงกว้างมาจากปัจจัยทางธรรมชาติที่สำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ ที่ทำหน้าที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดอากาศร้อนจัดในตอนกลางวันสลับกับฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
ส่วนที่สองคือ อิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากลมฝ่ายตะวันออกที่มีกำลังแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ปริมาณฝนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจาก ข่าวสด ระบุว่าปริมาณฝนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกอาจสูงถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลสำหรับชาวเรือและผู้อยู่อาศัยริมชายฝั่ง
คำแนะนำสำหรับการเตรียมตัวและป้องกันอันตราย
เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนในพื้นที่ประกาศเตือนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
- ชาวเกษตรกร: ควรเร่งตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงให้กับโรงเรือนและกิ่งก้านไม้ผล เพื่อป้องกันความเสียหายจากลมกระโชกแรงที่อาจพัดถล่มลงมา
- ผู้ใช้รถใช้ถนน: หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง
- ชาวเรือ: ในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คลื่นลมอาจสูงกว่า 2 เมตรในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือในช่วงเวลานี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
- การดูแลสุขภาพ: เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มีทั้งอากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรงเพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ
สรุปภาพรวมอากาศรายภาค
สภาวะอากาศโดยทั่วไปยังคงมีความร้อนแรงในช่วงกลางวัน โดยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 35-38 องศาเซลเซียส แต่ความเสี่ยงจากฝนฟ้าคะนองยังคงมีอยู่ร้อยละ 20-60 ในแต่ละภูมิภาค การติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่าง LINE TODAY จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนการเดินทางและการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมอุตุนิยมวิทยาจะยังคงเฝ้าระวังกลุ่มฝนอย่างต่อเนื่อง และขอให้ประชาชนติดตามการประกาศเตือนภัยฉบับต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนเองอย่างรอบคอบ
ข่าวเด่นประจำวันของประเทศไทย
หญิงสติไม่สมประกอบสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้โดยสารที่สนามบินนานาชาติเชียงราย
ด่วน! จับกุมครั้งใหญ่: หน่วยเฉพาะกิจผาเมืองยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 4 ล้านเม็ดในจังหวัดเชียงราย
ข่าวระดับชาติ - National
ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม
กรุงเทพฯ – กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่าสุดเมื่อเย็นวันพุธ โดยเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยให้เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน คาดว่าจะมีฝนตกหนัก ลมแรง และพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569…
กรุงเทพฯ – ประเทศไทย พร้อมความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน">กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่าสุดเมื่อเย็นวันพุธ โดยเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยให้เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน คาดว่าจะมีฝนตกหนัก ลมแรง และพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569
สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นปานกลางจากจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับลมใต้ที่พัดพาความชื้นจากทะเลมาปะทะกับความร้อนจัดของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดภาคเหนือของประเทศไทย">พายุฤดูร้อนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในภาคใต้ซึ่งมีความเสี่ยงต่ออุทกภัยฉับพลันและดินถล่ม
จากการรายงานของ กรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) ระบุว่าในช่วงสัปดาห์นี้ ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากลิ่มความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกัน ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้าสู่ประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้:
- เกิดพายุฝนฟ้าคะนองในระยะแรก ตามมาด้วยลมกระโชกแรงในบางแห่ง
- ปริมาณฝนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่รับลม
- อุณหภูมิที่เคยร้อนจัดจะเริ่มลดลงเล็กน้อยหลังเกิดฝน
เจาะลึกรายภาค: พื้นที่ไหนต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ?
การพยากรณ์อากาศในครั้งนี้ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ โดยแต่ละภาคมีจุดที่ต้องระวังแตกต่างกันไป ดังนี้ครับ
1. ภาคใต้: ระวังน้ำท่วมและคลื่นลมแรง
ถือเป็นจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัด เช่น ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ ประชาชนในที่ราบลุ่มต้องระวังน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนชาวเรือควรระวังคลื่นสูงกว่า 2 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
2. ภาคเหนือและภาคกลาง: พายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรง
แม้สภาพอากาศทั่วไปจะยังคงร้อนถึงร้อนจัด (อุณหภูมิสูงสุดอาจแตะ 40-41 องศาเซลเซียส) แต่จะมีพายุฝนฟ้าคะนองแทรกเข้ามาในบางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, กาญจนบุรี และราชบุรี ขอให้ระวังป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงและต้นไม้ใหญ่
3. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
สำหรับคนกรุง ช่วงกลางวันอากาศจะยังคงร้อนจัดอยู่ครับ แต่อาจมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้เป็นบางแห่งในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 25-38 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน
ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงสภาพอากาศแปรปรวนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย กรมอุตุฯ ได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ประชาชนไว้ดังนี้:
- หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง: ในขณะเกิดพายุ ไม่ควรอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง หรือใกล้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่
- ดูแลผลผลิตทางการเกษตร: เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลและสัตว์เลี้ยง เนื่องจากลมที่แรงอาจทำให้โรงเรือนหรือพืชไร่เสียหายได้
- รักษาสุขภาพ: อากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากร้อนจัดเป็นฝนตก อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและเจ็บป่วยได้ง่าย
การติดตามข้อมูลข่าวสาร
ประกาศเตือนภัยฉบับนี้ (ฉบับที่ 3 เลขที่ 52/2569) จะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ โดยทาง The Nation Thailand และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะคอยอัปเดตสถานการณ์ให้ทราบเป็นระยะ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลล่าสุดได้จากเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยาหรือทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
เหตุการณ์พายุฤดูร้อนไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบ้านเรา แต่ความรุนแรงในแต่ละปีนั้นคาดเดาได้ยาก การเตรียมพร้อมและไม่ประมาทจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดความสูญเสีย ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินครับ
ข่าวเด่นประจำวันของประเทศไทย
หญิงถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า หลังขับรถชนคู่ครอง
วิกฤตคอนโดมิเนียมของไทยในปี 2026: คนไทยกำลัง ‘ชะลอ’ การซื้ออสังหาริมทรัพย์
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
ตำรวจเร่งตามล่าชายชาวเมียนมาร์ หลังพบศพภรรยาถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
อุบัติเหตุรถชนกันกลางดึกสุดสยองในจังหวัดเชียงราย คร่าชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
-
ข่าวการเมือง Politics6 days ago
ตำรวจไล่ล่าแฟนหนุ่มที่หลบหนีหลังพบศพหญิงชาวเชียงรายถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม
-
ข่าว - News5 days ago
พ่อคนหนึ่งหัวใจสลายหลังจากคนขับรถเมาแล้วขับพรากชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบของเขาไปในลำปาง





