เชียงราย - Chiang Rai News
เจ้าอาวาสวัดเชียงรายถูกสั่งพักงาน หลังสูญเสียเงินหลายล้านบาทจากคดีฉ้อโกงทางโทรศัพท์
เชียงราย – เรื่องราวนี้กำลังเป็นที่สนใจและสร้างความตกใจให้กับคนในจังหวัดเชียงรายอย่างมาก พระมหาหน่อแก้ว อินทปญโญ เจ้าอาวาสวัดแม่คำ อำเภอแม่จัน ได้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ท่านได้โอนเงินของวัดและเงินส่วนตัวไปให้มิจฉาชีพรวมแล้วเกือบ 9 ล้านบาท เหตุการณ์นี้ทำให้คณะสงฆ์ต้องเข้ามาจัดการและแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
แก๊งมิจฉาชีพใช้กลอุบายโทรศัพท์มาแอบอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยงานในภาคตะวันออก พวกเขาหลอกท่านว่ามีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงินระดับประเทศ มิจฉาชีพขู่ให้ท่านโอนเงินไปให้ตรวจสอบและกำชับห้ามบอกใครเด็ดขาด ทำให้ท่านหลงเชื่อและโอนเงินไปหลายร้อยครั้ง
สรุปประเด็นสำคัญ
- แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลอกเจ้าอาวาสว่าพัวพันคดีฟอกเงิน
- เจ้าอาวาสหลงเชื่อ โอนเงินไปถึง 207 ครั้ง สูญเงินของวัดและส่วนตัวกว่า 8.7 ล้านบาท
- คณะสงฆ์มีคำสั่งพักงานเจ้าอาวาสทันที พร้อมตั้งเจ้าคณะตำบลเป็นผู้รักษาการแทน
การฉ้อโกงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน กลุ่มมิจฉาชีพใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี ตั้งแต่ต้นปี 2025 ถึงเดือนกรกฎาคม 2026 จากข้อมูลของตำรวจแม่จัน ผู้เสียหายได้โอนเงินทั้งหมด 207 ครั้ง ส่งผลให้สูญเสียเงินไปทั้งหมด 8,745,187 บาท
สิ่งที่น่าตกใจคือ มิจฉาชีพอ้างว่าเรื่องนี้เป็น “ความลับของทางราชการ” ทำให้ท่านไม่กล้าปรึกษาหรือเล่าให้ใครฟัง ท่านโอนเงินไปเงียบๆ ทั้งเงินส่วนตัวและเงินของวัด จนกระทั่งเงินหมดบัญชีและเรื่องราวความผิดปกติแดงขึ้นมาในที่สุด
กลอุบายของแก๊งนี้คือการสร้างความหวาดกลัวในใจเหยื่อ พวกเขาใช้ข้ออ้างเรื่องคดีฟอกเงิน ซึ่งเป็นคดีอาญาร้ายแรง ทำให้เหยื่อตื่นตระหนกและยอมทำตามคำสั่งทุกอย่าง โดยไม่ทันได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยงานของรัฐ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับวัดและคณะสงฆ์
เมื่อความจริงปรากฏ คณะสงฆ์จังหวัดเชียงรายไม่ได้นิ่งนอนใจ พระครูอภิวัฒนวาที เจ้าคณะตำบลแม่คำ เขต 1 ได้ออกคำสั่งพักงานพระมหาหน่อแก้วทันที คำสั่งนี้ระบุชัดเจนว่า พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของวัดอย่างมาก
การให้ท่านอยู่ในตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อไป อาจทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นกับทางวัด นอกจากนี้ เหตุการณ์ยังส่งผลกระทบต่อคณะกรรมการวัดด้วย ไวยาวัจกรและตัวแทนกรรมการวัดอีก 1 คน ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งทันทีเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย พระครูอุปถัมภ์วรการ เจ้าคณะอำเภอแม่จัน ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้พระครูอภิวัฒนวาที ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดแม่คำ ท่านจะมีอำนาจหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย และปกครองพระภิกษุสามเณรภายในวัดต่อไป
การลาออกของกรรมการวัดเผยให้เห็นข้อสงสัยในระบบการเบิกจ่ายเงิน ปกติแล้วการเบิกเงินของวัดต้องใช้ชื่อ 2 ใน 3 คน คือ เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร และตัวแทนกรรมการ การที่เงินถูกโอนออกไปได้จำนวนมหาศาล จึงเป็นเรื่องที่สังคมตั้งคำถามว่าเงินผ่านระบบเหล่านั้นออกไปได้อย่างไร
บทเรียนและวิธีป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อติดตามแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
การติดตามเงินจำนวนนี้กลับคืนมาอาจเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ พวกเขาต้องการจับกุมผู้กระทำผิด เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุหลอกลวงประชาชนหรือพระสงฆ์รูปอื่นอีกในอนาคต
คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นใหญ่สำหรับทุกคนในสังคม ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปัจจุบันมีวิธีการหลอกลวงที่แนบเนียนและน่ากลัวมากขึ้น พวกเขามักใช้ความกลัวและความลับมาเป็นเครื่องมือหลักในการรีดไถเงินจากเหยื่อ
หากมีใครโทรศัพท์มาอ้างว่าเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี ขอให้จำไว้เสมอว่านั่นคือมิจฉาชีพแน่นอน เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินผ่านการคุยโทรศัพท์อย่างเด็ดขาด ควรวางสายทันทีและแจ้งตำรวจในพื้นที่
นอกจากนี้ สถาบันครอบครัวและคนในชุมชนควรช่วยกันดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นคนในบ้านหรือพระสงฆ์ในวัด การช่วยกันให้ความรู้และเตือนภัยเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดไม่ให้เกิดความสูญเสียมหาศาลแบบนี้ขึ้นอีก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หญิงชาวเชียงรายรายหนึ่งสารภาพว่า “ฆ่าเพื่อนบ้านและขโมยเงินของเธอ”ขณะกำลังเก็บเห็ด
โดนหลอกแล้ว!! เจ้าอาวาสวัดเชียงรายเสียเงิน 8.7 ล้านบาท ในคดีฉ้อโกงทางโทรศัพท์ครั้งใหญ่
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้นยาเสพติด">ขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติดแม่น้ำโขง ด้านอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย และจับกุมชาวจีนที่อินเตอร์โพลต้องการตัว
เชียงราย – กรมการปกครองสนธิกำลังร่วมกับตำรวจและหน่วยงานความมั่นคง เปิดฉากกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อยุทธการ “เผยเงาเหนือ” (ปฏิบัติการนอร์เทิร์นชาโดว์) เจ้าหน้าที่มุ่งเป้าตัดวงจรกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้เอกสารปลอมและทุจริตระบบทะเบียนราษฎร ขบวนการนี้ลักลอบนำคนต่างด้าวมาสวมสิทธิเพื่อทำบัตรประจำตัวของไทยโดยมิชอบในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

