ข่าว - News
ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้รถทัวร์ นครชัยแอร์ กรุงเทพฯ-น่าน ผู้โดยสาร 21 ชีวิตหนีรอดหวุดหวิด
พิษณุโลก – เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นบนถนนสายหลักในจังหวัดพิษณุโลก รถทัวร์โดยสารสายน้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ-น่าน ของบริษัทนครชัยแอร์เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 117 ในพื้นที่ตำบลบางระกำ ขณะที่รถกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง
เหตุไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่กำลังนอนหลับพักผ่อน โชคดีที่คนขับรถมีสติและไหวตัวทัน ทำให้สามารถอพยพทุกคนลงจากรถได้อย่างปลอดภัย และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุไฟไหม้รถทัวร์นครชัยแอร์ สายกรุงเทพฯ-น่าน บนทางหลวงหมายเลข 117 จ.พิษณุโลก
- คนขับได้กลิ่นเหม็นไหม้ จึงจอดรถริมทางและรีบอพยพผู้โดยสารทั้ง 21 คนลงจากรถทันเวลา
- ไม่มีผู้โดยสารหรือพนักงานประจำรถคนใด ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้
- ทีมดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการควบคุมเพลิง ขณะนี้กำลังตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง
คนขับรถทัวร์คันดังกล่าวได้เล่าเหตุการณ์ว่า ระหว่างที่ขับรถเข้าสู่เขตอำเภอบางระกำ เขาได้กลิ่นเหม็นไหม้ผิดปกติ ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพียงกลิ่นไฟไหม้หญ้าข้างทาง จึงเปิดหน้าต่างเพื่อตรวจสอบดูให้แน่ใจ แต่กลับพบว่ากลิ่นเหม็นไหม้นั้นไม่ได้มาจากภายนอกรถ
ด้วยความไม่ประมาท เขาจึงตัดสินใจนำรถเข้าจอดริมถนนทันที จากนั้นได้รีบแจ้งให้ผู้โดยสารทั้ง 21 ชีวิตรีบลงจากรถ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด การตัดสินใจที่รวดเร็วนี้ ช่วยป้องกันโศกนาฏกรรมได้อย่างดีเยี่ยม
หลังจากอพยพผู้โดยสารลงจากรถได้เพียง 20-30 นาที เปลวไฟก็เริ่มลุกไหม้ขึ้นบริเวณส่วนกลางของตัวรถ ไฟได้โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง และลุกไหม้อยู่นานประมาณ 30 นาที ก่อนที่ทีมช่วยเหลือจะเดินทางมาถึง
การเข้าช่วยเหลือของทีมดับเพลิงบางระกำ
พนักงานดับเพลิงในพื้นที่ได้เปิดเผยข้อมูลว่า พวกเขาได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินจาก สถานีตำรวจภูธรบางระกำ ว่ามีเหตุไฟไหม้รถโดยสารประจำทาง เมื่อได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงรีบนำรถน้ำดับเพลิง ออกไปยังจุดเกิดเหตุทันทีเพื่อควบคุมสถานการณ์
เมื่อทีมดับเพลิงเดินทางมาถึง พวกเขาพบว่าไฟกำลังโหมกระหน่ำรถทัวร์อย่างรุนแรง นับเป็นความโชคดีที่ไม่มีผู้โดยสาร หลงเหลืออยู่บริเวณจุดเกิดเหตุแล้ว มีเพียงคนขับรถที่ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่บริเวณริมถนนใกล้เคียง
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและนักผจญเพลิง ใช้เวลาฉีดน้ำควบคุมเพลิงประมาณ 30 นาที จึงสามารถดับไฟได้สำเร็จ เบื้องต้นทราบว่าทางบริษัท ได้จัดส่งรถคันใหม่มารับผู้โดยสารทั้งหมด เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่อไปอย่างปลอดภัย
รอผลการตรวจสอบสาเหตุไฟไหม้ที่แท้จริง
หลังจากการดับไฟเสร็จสิ้น ซากรถทัวร์ที่ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลื่อนย้ายซากรถออกจากจุดเกิดเหตุ โดยนำไปจอดพักไว้ที่ลานจอดรถของปั๊มน้ำมันบางจาก ในเขตอำเภอบางระกำ เพื่อเปิดช่องทางการจราจรให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
ในขณะนี้ สาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ไฟไหม้ รถโดยสารสาธารณะครั้งนี้ยังคงไม่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะต้องทำการตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป หากมีความคืบหน้า สำนักข่าวไทยรัฐ จะรายงานให้ทราบอีกครั้ง
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เน้นย้ำถึง ความสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัย รถโดยสารสาธารณะทุกคันจะต้องผ่านการตรวจสภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันเหตุขัดข้องทางเครื่องยนต์ หรือการลัดวงจรของระบบไฟฟ้า ที่อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนนแนะนำว่า ผู้โดยสารควรสังเกตตำแหน่งของทางออกฉุกเฉิน และถังดับเพลิงทุกครั้งเมื่อใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ นอกจากนี้ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือได้กลิ่นไหม้ ควรรีบแจ้งพนักงานประจำรถทันที เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย
การฝึกอบรมพนักงานขับรถให้มีความพร้อม ในการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดความสูญเสีย เหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การมีสติและการตัดสินใจที่ถูกต้องของคนขับ สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากมาย และเป็นตัวอย่างที่ดีในการจัดการภาวะวิกฤตบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ข่าว - News
สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นที่จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ มีคนตกลงไปในหลุมลึกบริเวณใกล้น้ำตกป่าหวาย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่มรื่นและสวยงาม จุดเกิดเหตุเป็นทางเดินชมธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย แต่กลับกลายเป็นสถานที่จบชีวิต เมื่อมีชายคนหนึ่งตัดสินใจกระโดดลงไปในหลุมลึกต่อหน้าผู้คน
หลุมดังกล่าวมีความลึกมากถึง 50-60 เมตร และยังมีกระแสน้ำไหลผ่านตลอดเวลา ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก หลังจากชายคนนี้ตกลงไป เขาไม่ได้กลับขึ้นมาอีกเลย เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จึงคาดการณ์ตั้งแต่ต้นว่าเขาอาจจะเสียชีวิตแล้ว หน่วยกู้ภัย สภ.พบพระ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงรีบลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ทันที
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 30 ปี เสียชีวิตจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง หลังกระโดดลงหลุมลึกกว่า 50 เมตร ที่น้ำตกป่าหวาย
- สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากปัญหาความรักที่ไม่สมหวัง เนื่องจากทั้งคู่เป็นญาติใกล้ชิดที่มีนามสกุลเดียวกัน
- ทีมกู้ภัยต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและเชือกสลิงยาวพิเศษ เพื่อโรยตัวลงไปกู้ร่างผู้เสียชีวิตด้วยความยากลำบาก
การนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย นายกุล เครือวีระ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด ได้สั่งการด่วนให้ทีมบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์กู้ภัยเคลื่อนที่เร็วและอุปกรณ์กู้ชีพครบมือ มาร่วมภารกิจกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก สาขาแม่สอด การทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดเนื่องจากสภาพพื้นที่ที่อันตราย
นอกจากนี้ ทีมงานต้องใช้ผู้ที่ชำนาญการปีนเขา โรยตัวลงไปในหลุมลึกพร้อมกับเชือกสลิงยาว พวกเขาทำงานด้วยความระมัดระวัง จนในที่สุดก็สามารถนำเปลรัดร่างของผู้เสียชีวิตดึงขึ้นมาได้สำเร็จ ผู้ตายเป็นชายหนุ่มอายุ 30 ปี ชาวตำบลคีรีราษฎร์ สวมเสื้อยืดและกางเกงสีน้ำเงิน สภาพศพบ่งบอกถึงการกระแทกกับพื้นหลุมอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรพลิกศพต่อไป
ปมรักต้องห้ามที่จบลงด้วยน้ำตา
จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พบว่าเบื้องหลังเหตุการณ์นี้คือเรื่องราวความรักที่แสนเศร้า ผู้ตายมีความรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง แต่ไม่สามารถคบกันได้ เนื่องจากทั้งคู่มีนามสกุลที่ใกล้เคียงกันและเป็นญาติใกล้ชิดกัน ทั้งสองคนจึงพากันมาเที่ยวที่อุทยานฯ เพื่อพูดคุยปรับทุกข์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตรักที่ไม่มีทางออก
เชื่อกันว่าทั้งคู่ตัดสินใจจบชีวิตด้วยกันเพื่อหนีปัญหา ฝ่ายชายกระโดดลงไปในหลุมลึกและเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิงไม่ได้ตามลงไป เธอทำได้เพียงร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกอยู่ริมหลุมและรีบขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับทุกคน ความผิดหวังในเรื่องความรักเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่างไรก็ตาม การหาทางออกด้วยการจบชีวิตไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดต่อไป เพื่อปิดคดีและมอบความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY
ข่าว - News
ช็อก! ลาวบุกยึดเจ็ตส่วนตัว ซุกไอซ์กว่าครึ่งตันที่สนามบิน
เหตุการณ์สุดระทึกขวัญเกิดขึ้นที่ สปป.ลาว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ สกัดจับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ กลุ่มคนร้ายเหิมเกริมถึงขั้นใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมารับยาไอซ์น้ำหนักกว่าครึ่งตัน พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะบินออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางแบบไร้ร่องรอย
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมครั้งประวัติศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้ทั้งเครื่องบินและยาเสพติดมูลค่ามหาศาล พร้อมรวบตัวผู้ต้องหาได้ถึง 13 ราย ข้อมูลเชิงลึกจาก MGR Online ระบุว่ามีทั้งนักบินและเจ้าหน้าที่สนามบินเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ด้วย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจลาวบุกยึดเครื่องบินส่วนตัวที่ลักลอบขนยาไอซ์กว่า 521 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางถึง 21 ใบ
- เจ้าหน้าที่รวบตัวผู้ต้องหาได้ 13 ราย ประกอบด้วยนักบิน ชาวต่างชาติ และพนักงานของท่าอากาศยานหลวงพระบาง
- เบาะแสสำคัญมาจากพลเมืองดีที่แจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ตำรวจสามารถซ้อนแผนจับกุมได้ทันก่อนเครื่องบินขึ้น
เบาะแสสำคัญจากพลเมืองดี
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการจับกุมครั้งนี้มาจากข้อมูลลับของพลเมืองดี เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจแขวงหลวงพระบางได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญ ข้อมูลระบุชัดเจนว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ผ่านเส้นทางอากาศ
ขบวนการนี้วางแผนใช้เครื่องบินส่วนตัวบินตรงจากประเทศมาเลเซีย เพื่อมารับยาเสพติดที่เมืองหลวงพระบาง ตอนแรกคนร้ายกำหนดวันก่อเหตุไว้ในวันที่ 26 กันยายน แต่ต่อมาได้เลื่อนแผนการเป็นวันที่ 1 ตุลาคมแทน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ลดความพยายามลงแต่อย่างใด
ตำรวจลาวได้จัดกำลังเฝ้าระวังและตรวจสอบข้อมูลการบินอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งสืบทราบว่าเครื่องบินเป้าหมายรหัส N73GP จะเดินทางออกจากต้นทางในเวลา 11.30 น. และมีกำหนดการเดินทางมาถึงสนามบินหลวงพระบางในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 13.30 น.
นาทีจับกุมกลางรันเวย์
เมื่อเครื่องบินลำดังกล่าวร่อนลงจอดตามเวลาที่คาดการณ์ไว้ เหตุการณ์ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงตึงเครียด รถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 2 คันได้ขับมาจอดที่บริเวณด้านหน้าของท่าอากาศยาน จากนั้นพนักงานของสนามบินได้ช่วยกันนำกระเป๋าเดินทางจำนวน 23 ใบลงจากรถ
กระเป๋าทั้งหมดถูกเข็นผ่านเครื่องเอกซเรย์ของสนามบินอย่างแนบเนียน ก่อนจะถูกลำเลียงขึ้นไปบนเครื่องบินส่วนตัวที่จอดติดเครื่องรออยู่อย่างรวดเร็ว เมื่อโหลดสัมภาระเสร็จสิ้น รถบรรทุกทั้งสองคันก็รีบขับออกไปจากพื้นที่สนามบินทันที
เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิเศษจากกองบัญชาการตำรวจแขวงหลวงน้ำทาจึงไม่รอช้า พวกเขาตัดสินใจนำกำลังบุกเข้าตรวจค้นกระเป๋าทั้งหมดบนเครื่องบิน ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นแบบฉิวเฉียดก่อนที่เครื่องบินเจ็ตลำดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ผลการตรวจค้นทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงกับสิ่งที่พบซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อพบว่าในกระเป๋าจำนวน 21 ใบเต็มไปด้วยถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ถุงเหล่านี้ถูกประทับด้วยโลโก้รูปปลาทองเหมือนกันทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบ
เปิดกระเป๋าเจอยานรกล็อตใหญ่
เมื่อเปิดดูภายในถุง พบว่าเป็นยาเสพติดประเภทไอซ์รวมจำนวนทั้งหมด 500 ห่อ ยาเสพติดล็อตนี้มีน้ำหนักรวมกันสูงถึง 521 กิโลกรัม ส่วนกระเป๋าเดินทางอีก 2 ใบที่เหลือเป็นเพียงของใช้ส่วนตัวทั่วไปที่นำมาเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
หลักฐานที่ชัดเจนและมัดตัวแน่นหนานี้ ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แบบคาหนังคาเขา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 13 คนในที่เกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหามีทั้งนักบิน ผู้ช่วยนักบิน และนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติอีกหนึ่งคน
นอกจากนี้ยังมีพนักงานบริษัทที่เกี่ยวข้องถูกจับกุมอีก 3 คน และที่น่าตกใจที่สุดคือมีพนักงานของท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางร่วมขบวนการด้วยถึง 7 คน ทุกคนถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาความเชื่อมโยงของเครือข่าย
นอกเหนือจากยาไอซ์กว่าครึ่งตันและเครื่องบินส่วนตัวแล้ว ตำรวจยังสามารถติดตามยึดรถกระบะสีขาวได้อีก 1 คันเพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญ การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการลาวในการกวาดล้างยาเสพติด และจะมีการเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ลาวส่งตัวชาวไทย 76 คนจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์กลับไปยังเชียงราย พร้อมจับกุม 8 คนที่มีหมายจับ
ข่าว - News
เจ้าหน้าที่กู้ภัยตกตะลึงหลังจากสุนัขที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพ
เหตุการณ์สุดระทึกขวัญและน่าเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดน้ำท่วมกำแพงเพชรวิกฤต! น้ำล้นคลองซัดบ้านจม คนหนีขึ้นหลังคา">กำแพงเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งให้ไปช่วยเก็บซากสุนัขที่เสียชีวิตแล้ว แต่สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างไม่คาดคิด เมื่อสุนัขตัวดังกล่าวฟื้นคืนชีพขึ้นมาบนรถกู้ภัย คลิปวิดีโอนี้ถูกโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “น้ำตา คนเลว” พร้อมข้อความว่า “#ช่วยด้วย!ระทึกกลางวันแสกๆกู้ภัยโดนผีหลอก” วิดีโอดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยมียอดเข้าชมสูงถึง 4 ล้านครั้งภายในชั่วข้ามคืน
นายธีระ พึ่งพัฒน์ อายุ 53 ปี อาสาสมัครกู้ภัย เล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. บริเวณหมู่ 1 ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ทีมงานได้รับแจ้งจากชาวบ้านให้ช่วยนำร่างสุนัขเพศผู้ที่นอนตายนอกบ้านไปฝัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่าสุนัขตัวอ่อนปวกเปียกและไม่มีการตอบสนองใดๆ จึงเชื่อว่าเสียชีวิตแล้วอย่างแน่นอน และเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนของ หน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร ต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- กู้ภัยได้รับแจ้งให้ไปเก็บร่างสุนัขที่เชื่อว่าเสียชีวิตแล้วเพื่อนำไปฝังตามธรรมชาติ
- สุนัขฟื้นคืนชีพและลุกขึ้นยืนบนรถกู้ภัยหลังจากถูกห่อด้วยผ้าขาวเพียง 5 นาที
- คลิปเหตุการณ์กลายเป็นไวรัล มียอดผู้เข้าชมทะลุ 4 ล้านครั้งในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพสุนัข พวกเขาได้ใช้ผ้าขาวดิบห่อร่างของมันอย่างมิดชิด จากนั้นจึงยกขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อเตรียมนำไปฝัง แต่หลังจากรถออกเดินทางไปได้เพียง 5 นาที เหตุการณ์ชวนขนลุกก็เกิดขึ้น จู่ๆ สุนัขที่ถูกห่อผ้าไว้ก็ฟื้นลุกขึ้นมายืนบนรถโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ วินาทีนั้นอาสาสมัครกู้ภัยที่นั่งอยู่ท้ายรถต่างตกใจสุดขีด
กระแสไวรัลและการตอบรับจากโซเชียล
หลายคนยอมรับว่าตกใจจนคิดว่าโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ จึงรีบตะโกนบอกให้คนขับจอดรถทันที เมื่อคนขับจอดรถและเดินมาเปิดท้ายกระบะ สุนัขตัวดังกล่าวก็กระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความงุนงงและตกตะลึงให้กับทีมงานทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะต่างมั่นใจว่าสุนัขหยุดหายใจไปแล้วก่อนหน้านี้
นายธีระยอมรับว่า นี่เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตการทำงานกู้ภัยที่เจอเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้ หลังจากตั้งสติได้ ทีมงานจึงนำคลิปวิดีโอจากมือถือไปโพสต์ลงในกลุ่มโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลามและแชร์คลิปออกไปอย่างกว้างขวาง
บางคนรู้สึกขบขันกับปฏิกิริยาตกใจสุดขีดของกู้ภัย ในขณะที่หลายคนรู้สึกยินดีที่สุนัขตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีสำหรับประชาชนทั่วไป หากพบสัตว์ที่ดูเหมือนเสียชีวิต ควรตรวจสอบการหายใจให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนเสมอ ท้ายที่สุดนี้ ทีมกู้ภัยก็ยังคงได้รับคำชื่นชมในความทุ่มเทช่วยเหลือสังคมแม้จะต้องเจอกับเรื่องชวนตกใจก็ตาม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น่าตกใจ!! ชายคนหนึ่งยอมมอบตัวตำรวจหลังจากลากสุนัขไปไกล 2 กิโลเมตร
รวบแก๊งโจ๋หญิงกำแพงเพชร รุมทำร้ายเด็ก 13 มอบตัวแล้ว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

