เชียงราย - Chiang Rai News
โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน
ชียงรายทุ่มงบ 5.7 พันล้าน พลิกโฉมครั้งใหญ่ ดันการท่องเที่ยวภาคเหนือ">เชียงราย – การเดินทางที่ยากลำบาก ทำให้โรงเรียนสามัคคีพัฒนา ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการดูแลนักเรียน โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านม้งเก้าหลัง ตำบลเทอดไทย ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเชียงรายไปกว่า 100 กิโลเมตร พื้นที่ตั้งบนดอยสูงทำให้การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นเรื่องยาก
ด้วยจำนวนนักเรียนที่มากถึง 900 ชีวิต การจัดการอาหารกลางวันจึงกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเด็กนักเรียนหอพักอีกจำนวน 85 คน ที่ทางโรงเรียนต้องดูแลจัดเตรียมอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อในทุกๆ วัน
ประเด็นสำคัญ
- โรงเรียนสามัคคีพัฒนาเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่า ให้กลายเป็นฟาร์มเกษตรเพื่อผลิตอาหารอย่างยั่งยืน
- การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี ช่วยพลิกวิกฤตค่าขนส่งอาหารที่แสนแพง ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนา
- โครงการนี้สอนให้เด็กนักเรียนรู้จักการพึ่งพาตนเอง และสร้างทักษะอาชีพสำหรับอนาคต
ระยะทางที่ห่างไกลส่งผลให้ค่าขนส่งวัตถุดิบอาหารมีราคาแพงกว่าปกติหลายเท่าตัว นอกจากปัญหาเรื่องราคาแล้ว ทางโรงเรียนยังควบคุมความสดใหม่ของผักและเนื้อสัตว์ได้ยากลำบากมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้คณะครูต้องเร่งคิดหาวิธีการบริหารจัดการอาหารกลางวันรูปแบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
เป้าหมายหลักคือการทำให้โรงเรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น และลดการพึ่งพิงวัตถุดิบจากภายนอก ด้วยต้นทุนค่าอาหารที่สูงขึ้นทุกวัน จึงเกิดเป็นแนวคิดการทำเกษตรแบบพอเพียงภายในพื้นที่ของโรงเรียน การปรับตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของชุมชน
จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อโรงเรียนได้รับโอกาสอันดีจากสังคม โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนอาหารกลางวันจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และทาง สิงห์ปาร์ค เชียงราย ที่เข้ามาช่วยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
ต่อยอดงบประมาณ สู่ฟาร์มไก่ไข่และแปลงผักปลอดสาร
แทนที่จะนำเงินทุนไปซื้อวัตถุดิบแบบวันต่อวัน ทางโรงเรียนกลับมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่านั้น พวกเขาเลือกที่จะนำงบประมาณที่ได้มาต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนให้กับเด็กนักเรียน การลงทุนในระยะยาวจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง
ทางโรงเรียนได้ร่วมกันสร้างโรงเรือนมาตรฐาน สำหรับเลี้ยงไก่ไข่จำนวนมากกว่า 250 ตัว พร้อมกันนี้ยังได้ปรับหน้าดินเพื่อทำแปลงปลูกผักสวนครัวหลากหลายชนิด พื้นที่ว่างเปล่าในรั้วโรงเรียนจึงกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของทุกคน
ผลผลิตที่ได้จากฟาร์มในแต่ละวัน จะถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหารกลางวัน ผักกาด กะหล่ำปลี และไข่ไก่สดๆ ถูกส่งตรงจากฟาร์มเข้าสู่โรงอาหารทุกเช้า ทำให้เด็กๆ ได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพสูง
การลงมือทำฟาร์มเกษตรในครั้งนี้ ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามากกว่าแค่ความอิ่มท้องของนักเรียน ประการแรกคือมันช่วยลดต้นทุนค่าวัตถุดิบในการประกอบอาหารได้อย่างมหาศาล ทำให้โรงเรียนมีงบประมาณเหลือไปพัฒนาด้านอื่นๆ
ประการที่สองคือเด็กนักเรียนทุกคน จะได้รับประทานอาหารที่มีโภชนาการสูงและปลอดภัย สารเคมีตกค้างไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เพราะผักทุกต้นและไข่ทุกฟองมาจากความใส่ใจของพวกเขาเอง
มากกว่าความอิ่มท้อง คือการสร้างห้องเรียนชีวิต
นอกเหนือจากเรื่องโภชนาการแล้ว โครงการนี้ยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการนอกห้องเรียนได้อย่างดีเยี่ยม เด็กนักเรียนได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติจริง ทั้งการให้อาหารไก่ การเก็บไข่ และการรดน้ำพรวนดินแปลงผัก
การทำงานเหล่านี้ถือเป็นการฝึกฝนทักษะอาชีพที่สำคัญ ซึ่งพวกเขาสามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ พวกเขารู้จักความรับผิดชอบ และเข้าใจถึงความสำคัญของการพึ่งพาตัวเองตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ
สิ่งเหล่านี้คือวิชาชีวิตที่หาเรียนไม่ได้จากในหนังสือเรียนทั่วไป การปลูกฝังนิสัยรักการเกษตร จะช่วยให้พวกเขาสามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ นับเป็นไอเดียต้นแบบที่ยอดเยี่ยมและควรนำไปปรับใช้อย่างกว้างขวาง
ในวันนี้ โครงการเกษตรอาหารกลางวันได้เปลี่ยนแปลงผักธรรมดา ให้กลายเป็นห้องเรียนชีวิตอย่างแท้จริง มันคือพื้นที่มหัศจรรย์ ที่สร้างทั้งความมั่นคงทางอาหาร ความรู้ และอนาคตที่สดใสให้กับเด็กๆ บนดอยสูงไปพร้อมกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดดนตรี “Young Talents Music Competition 2026”
โรงเรียนบ้านดอยหลาน บีพีพี จังหวัดเชียงราย ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์กีฬาใหม่
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจยึด “ยาไอซ์ครึ่งตัน” หลังไล่ล่ารถยนต์คันหนึ่งในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
ภาคเหนือ">เชียงราย – เหตุการณ์สุดระทึกนี้เกิดขึ้นที่บริเวณชายแดนอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจตระเวนชายแดนได้เปิดปฏิบัติการไล่ล่ารถต้องสงสัยคันหนึ่ง คนร้ายพยายามขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้ตำรวจต้องตัดสินใจใช้ปืนยิงสกัดเพื่อหยุดยั้งรถคันดังกล่าว ก่อนที่คนขับจะทิ้งรถและหลบหนีไปได้
ประเด็นสำคัญ
- การสกัดจับสุดระทึก: ตชด. ไล่ล่าและยิงสกัดรถกระบะที่พยายามพุ่งชนเจ้าหน้าที่เพื่อหลบหนี
- คนร้ายทิ้งรถหนี: ผู้ต้องสงสัยกระโดดลงจากรถที่พุ่งชนตอไม้ และอาศัยความชำนาญพื้นที่หนีเข้าป่า
- ยึดของกลางล็อตใหญ่: เจ้าหน้าที่ค้นพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะ น้ำหนักรวมมากกว่า 520 กิโลกรัม
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้มาจากการทำงานด้านข่าวกรองที่แม่นยำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.327 ได้รับเบาะแสสำคัญจากสายลับ ข้อมูลระบุว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
คนร้ายวางแผนใช้เส้นทางบายพาสเชียงราย-เชียงแสน หรือทางหลวงหมายเลข 1063 เป็นเส้นทางหลัก พาหนะที่ใช้คือรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็คซ์ สีขาว แบบสี่ประตู ซึ่งติดแผ่นป้ายทะเบียนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เมื่อได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงไม่รอช้าและรีบวางแผนรับมือทันที ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้จัดกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่ พวกเขาได้กระจายกำลังดักซุ่มตามจุดต่างๆ เพื่อรอเวลาที่เป้าหมายจะปรากฏตัว
การไล่ล่าและการหลบหนีอย่างดุเดือด
เวลาประมาณ 12.40 น. รถกระบะเป้าหมายก็ปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณสามแยกวัดพระธาตุผาเงา เมื่อรถขับมาถึงหมู่บ้านสันธาตุ ตำรวจจึงแสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้นทันที
แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามคาด คนขับรถไม่ยอมหยุด และยังเร่งเครื่องยนต์พยายามพุ่งชนรถของตำรวจเพื่อแหกด่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสกัดไปที่รถของคนร้ายเพื่อป้องกันเหตุร้ายแรง
รถกระบะเสียหลักและเลี้ยวหนีเข้าไปในซอยของหมู่บ้านผาเรือ โดยมีตำรวจขับรถไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด ในจังหวะนั้น ชายคนขับได้ตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วกระโดดหนีเข้าไปในป่าข้างทาง
เนื่องจากคนร้ายมีความชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี เขาจึงสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนรถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งไปชนเข้ากับตอไม้และหลักทางโค้งจนไม่สามารถขับต่อไปได้
ยึดยาไอซ์น้ำหนักกว่าครึ่งตัน
หลังจากสถานการณ์สงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบรถกระบะที่ถูกทิ้งไว้ สิ่งที่พบภายในรถคือกระสอบฟางสีรุ้งจำนวน 21 กระสอบ ซึ่งถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิดเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
เมื่อเปิดดูภายในกระสอบ ตำรวจพบยาเสพติดประเภทไอซ์ถูกบรรจุเป็นก้อน รวมทั้งหมดประมาณ 500 ก้อน น้ำหนักรวมสูงถึง 520.5 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นยาเสพติดล็อตใหญ่ที่มีมูลค่ามหาศาล
เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และส่งมอบให้กับ สภ.แม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป หากต้องการข้อมูลเชิงลึก คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานต้นฉบับได้ที่ เว็บไซต์ MGR Online
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมชายสองคนฐานลักลอบขนเงิน 1.3 ล้านบาท
ตำรวจเชียงรายสกัดจับระทึก! แก๊งค้ายาซิ่งชนดะ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม
เชียงราย - Chiang Rai News
สนามบินเชียงรายทุ่มงบ 5.7 พันล้าน พลิกโฉมครั้งใหญ่ ดันการท่องเที่ยวภาคเหนือ
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กำลังเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเร็วๆ นี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพิ่งอนุมัติงบประมาณ 5.7 พันล้านบาท โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายขีดความสามารถของสนามบินให้ทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในภาคเหนือของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อมูลสำคัญ
- ทอท. อนุมัติงบ 5.7 พันล้านบาท สร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2575
- โครงการนี้ตั้งเป้าเพิ่มความจุผู้โดยสารจาก 1.9 ล้านคน เป็น 6 ล้านคนต่อปี
- แผนงานรวมถึงการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) บนพื้นที่ 50 ไร่ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการบิน
อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่นี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา นาวาอากาศตรี สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการสนามบิน ระบุว่าโครงการนี้มีความจำเป็นอย่างมาก ทางสนามบินตั้งเป้าที่จะรองรับผู้โดยสารให้ถึง 7 ล้านคนภายในเจ็ดปีข้างหน้า
ดังนั้น ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ การออกแบบอาคารใหม่กำลังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนโดยผู้เชี่ยวชาญ คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ข่าวสารการปรับปรุงสนามบินเชียงราย ได้โดยตรง ทอท. มุ่งหวังที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับนักเดินทางทุกคน
อาคารแห่งนี้จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ผู้โดยสารจะได้รับการบริการที่รวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้อย่างแน่นอน
ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานแบบครบวงจร
นอกจากการสร้างอาคารผู้โดยสารแล้ว โครงการนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ นั่นคือการจัดสรรพื้นที่ 50 ไร่ เพื่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน หรือ MRO ศูนย์แห่งนี้จะให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การซ่อมแซมไปจนถึงการประกอบชิ้นส่วน
การลงทุนในศูนย์ MRO สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ ทอท. ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะแข่งขันกับศูนย์กลางการบินในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ได้ โครงการนี้เพิ่งผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และพร้อมจะเริ่มก่อสร้างเร็วๆ นี้
ศูนย์ซ่อมบำรุงนี้ไม่เพียงแต่จะให้บริการเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างงานให้กับคนในพื้นที่อีกด้วย การจ้างงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในสายงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย
อนาคตของการท่องเที่ยวภาคเหนือ
การลงทุนทั้งหมดนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนเชียงรายให้กลายเป็น “มหานครแห่งการบิน” การเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคจะทำได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางมายังภาคเหนือได้สะดวกขึ้นกว่าเดิม
ในขณะเดียวกัน การขนส่งสินค้าทางอากาศก็จะได้รับประโยชน์อย่างมาก ธุรกิจขนส่งในพื้นที่จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การกระจายความเจริญออกจากเมืองหลวงถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและยั่งยืน
ท้ายที่สุด สนามบินแม่ฟ้าหลวงจะกลายเป็นประตูบานใหม่ที่เปิดรับโอกาสทางเศรษฐกิจมากมาย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการบินของไทยในระยะยาว นับเป็นก้าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับชาวเชียงรายทุกคน
การเชื่อมโยงที่ดียิ่งขึ้น
การพัฒนาครั้งนี้ยังมองไปถึงการเชื่อมโยงระบบคมนาคมในวงกว้าง สนามบินเชียงรายและเชียงใหม่มีโอกาสที่จะเชื่อมต่อกันด้วยระบบถนนที่รวดเร็วขึ้นในอนาคต หากเกิดขึ้นจริง จะช่วยลดเวลาเดินทางระหว่างสองสนามบินได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมดังกล่าวยังเป็นการรองรับตลาดนักท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกำลังหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาค การมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีจะทำให้ประเทศไทยได้เปรียบในการแข่งขัน
สรุปได้ว่า โครงการมูลค่า 5.7 พันล้านบาทนี้ คุ้มค่าและมีความสำคัญอย่างยิ่ง มันไม่ใช่แค่การขยายสนามบิน แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ทุกฝ่ายต่างเฝ้ารอให้โครงการนี้สำเร็จตามแผนในปี 2575
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมชายสองคนฐานลักลอบขนเงิน 1.3 ล้านบาท
โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้ริเริ่ม “กลยุทธ์ต่อต้านยาเสพติด” สำหรับเยาวชนในท้องถิ่น โดยอิงตามหลักการทำงานของสมอง
เชียงราย - Chiang Rai News
โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้ริเริ่ม “กลยุทธ์ต่อต้านยาเสพติด” สำหรับเยาวชนในท้องถิ่น โดยอิงตามหลักการทำงานของสมอง
เชียงราย – เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ดร.วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีเมืองเชียงราย ได้มอบหมายให้ นางวันพัชร จินดา รองนายกเทศมนตรีเมืองเชียงราย พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงราย และคณะครูโรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ร่วมต้อนรับ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและยาเสพติด">ปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการส่งเสริมและป้องกันปัญหาการใช้ยาเสพติดในสถานศึกษา
การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้มุ่งเน้นการติดตามการดำเนินงานส่งเสริมภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เด็กและเยาวชน ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านทักษะสมองเพื่อการบริหารจัดการชีวิต หรือ Executive Function (EF) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะชีวิตและสร้างวัคซีนทางปัญญาให้แก่เด็กยุคใหม่ ตามรายงานข่าวของ เทศบาลนครเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- การสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด: โรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ประสบความสำเร็จในการใช้องค์ความรู้ Executive Function (EF) เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตและป้องกันยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ
- ยกระดับการศึกษาสู่มาตรฐานสากล: เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวชื่นชมการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ (English Program) ที่โดดเด่นและมีคุณภาพสูง
- สถานศึกษาต้นแบบ: โรงเรียนได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นต้นแบบการจัดการเรียนรู้ด้าน EF ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และพร้อมขยายผลสู่การเรียนรู้ในอนาคต
การบูรณาการทักษะสมอง EF สู่นวัตกรรมการเรียนการสอน
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ที่สามารถนำหลักการ EF มาปรับใช้ในห้องเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม การส่งเสริมให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง ถือเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ คณะผู้ตรวจเยี่ยมยังได้ยกย่องศักยภาพของหลักสูตรภาษาอังกฤษ (English Program) ที่ช่วยพัฒนาความรู้ด้านภาษาและทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ การผสมผสานระหว่างวิชาการที่เข้มข้นและการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมทั้งด้านปัญญาและคุณธรรม
ต้นแบบแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาเยาวชนอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จจากการดำเนินงานของโรงเรียนเทศบาล 7 ฝั่งหมิ่น ได้กลายเป็นโมเดลตัวอย่างในการจัดการเรียนรู้ด้าน EF ให้แก่สถานศึกษาอื่นๆ ในภูมิภาค ตามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ท้องถิ่นนิวส์ ทางเทศบาลนครเชียงรายยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายทางการศึกษาเพื่อสร้างเด็กและเยาวชนที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
การวางรากฐานการป้องกันยาเสพติดผ่านกระบวนการทางปัญญาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ถือเป็นการลงทุนทางสังคมที่ส่งผลดีต่ออนาคตของชาติอย่างมหาศาล ความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานระดับชาติในครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายสกัดจับระทึก! แก๊งค้ายาซิ่งชนดะ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม
โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
การเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วของตำรวจช่วยหญิงคนหนึ่งให้รอดพ้นจากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์มูลค่า 198,000 บาท
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ชายวัย 65 ปีถูกจับกุมในข้อหาขโมยชุดชั้นในสตรี โดยพบว่าเขาสวมใส่ชุดชั้นในนั้นอยู่ขณะถูกจับกุม
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เชียงรายกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด! กลุ่มประชาชนเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ









