ข่าวธุรกิจ Business
ข่าวดีเชียงราย! รัฐบาลขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นทางการ จาก 11.00 น. ถึง 24.00 น.
ปลดล็อกช่วงเวลาห้ามขาย 14.00-17.00 น. อย่างเป็นทางการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมมาตรการคุมเข้มเมาไม่ขับ
เชียงราย– นับเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 เมื่อเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศจากคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อนุมัติการปรับเปลี่ยนเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ โดยอนุญาตให้ร้านค้า ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ต สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตั้งแต่เวลา 11.00 น. จนถึงเที่ยงคืน (24.00 น.) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่า “ช่วงเวลาห้ามขายในตอนบ่าย” หรือระหว่าง 14.00 น. ถึง 17.00 น. ที่คนไทยคุ้นเคยกันมานานกว่า 50 ปี ได้ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้ว
รายงานจากสื่อชั้นนำอย่าง Bangkok Post ระบุว่า ประกาศฉบับนี้ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งถือเป็นการยกเลิกข้อบังคับห้ามจำหน่ายเดิมที่เคยประกาศไว้เมื่อปลายปี 2568 อย่างสมบูรณ์
จากช่วงทดลอง 180 วัน สู่การบังคับใช้จริง
หากย้อนกลับไป กฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงบ่าย (14.00-17.00 น.) ถูกบังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 โดยมีจุดประสงค์ดั้งเดิมเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าราชการดื่มสุราในเวลางาน อย่างไรก็ตาม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป กฎหมายนี้ได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ
ในเดือนธันวาคม 2568 รัฐบาลได้ริเริ่มโครงการทดลองยกเลิกช่วงเวลาห้ามขายดังกล่าวเป็นเวลา 180 วัน เพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม เมื่อครบกำหนดทดลองในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ผลปรากฏว่าการปลดล็อกนี้ช่วยกระตุ้นยอดขายและการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวได้จริง คณะกรรมการฯ จึงมีมติให้ขยายเวลาการขายเป็นการถาวร
สรุปสาระสำคัญของกฎหมายใหม่
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของการขยายเวลา แต่ยังมีข้อยกเว้นและเงื่อนไขบางประการที่ผู้ประกอบการและประชาชนควรทราบ ข้อมูลอ้างอิงจาก Time Out Bangkok ได้สรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้:
- เวลาจำหน่ายใหม่: อนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ต่อเนื่องตั้งแต่ 11.00 น. – 24.00 น. ทุกวัน (ยกเว้นวันพระใหญ่และวันสำคัญทางศาสนาที่ยังมีข้อห้ามตามเดิม)
- สถานที่ที่ได้รับการยกเว้น: พื้นที่บางแห่งสามารถจำหน่ายนอกเหนือเวลา 11.00-24.00 น. ได้ เช่น อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานนานาชาติ โรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และสถานบริการที่ตั้งอยู่ในโซนอนุญาตพิเศษ (เช่น เขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก)
- ครอบคลุมทุกธุรกิจ: ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และบาร์ สามารถให้บริการลูกค้าได้ยาวนานขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหยุดพักบิลในช่วงบ่าย
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว
หลังจากมีการประกาศอย่างเป็นทางการผ่านราชกิจจานุเบกษา ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวต่างออกมาแสดงความยินดี โดยหลายฝ่ายมองว่านี่คือ “การปลดล็อก” ที่รอคอยมานาน การมีช่วงเวลาห้ามขาย 14.00-17.00 น. เคยสร้างความสับสนให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างมาก หลายครั้งที่พนักงานร้านอาหารต้องคอยอธิบายและปฏิเสธการสั่งเครื่องดื่มของลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารมื้อสาย (Brunch) หรือมื้อบ่าย ซึ่งทำให้เสียโอกาสในการสร้างรายได้
ในส่วนของนักท่องเที่ยว การขยายเวลาขายช่วยเพิ่มความสะดวกสบายอย่างเห็นได้ชัด การเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อเครื่องดื่มเย็นๆ สักกระป๋องในช่วงบ่ายแก่ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอเวลาอีกต่อไป ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวโดยรวมมีความผ่อนคลายและเป็นมิตรกับผู้มาเยือนมากขึ้น
การรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและความปลอดภัยทางสังคม
แม้การขยายเวลาขายแอลกอฮอล์จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องของความปลอดภัยทางสังคม การประกาศกฎหมายใหม่นี้มาพร้อมกับมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นในจุดที่เปราะบาง โดยเฉพาะ:
- การป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน: ร้านค้าต้องตรวจสอบอายุของผู้ซื้ออย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- รณรงค์เมาไม่ขับ: มีการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์และเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับผู้ที่เมาแล้วขับ เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
- ควบคุมพื้นที่ห้ามดื่ม: แม้จะซื้อได้ง่ายขึ้น แต่การดื่มในสถานที่ราชการ สวนสาธารณะ และสถานศึกษา ยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด
การที่ประเทศไทยตัดสินใจขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็น 11.00 น. ถึงเที่ยงคืนแบบไร้รอยต่อนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของภาคการท่องเที่ยวที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลังจากนี้คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุด ควบคู่ไปกับการรักษาสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืน
จุดจบอันน่าเศร้าของทารกวัย 8 เดือนที่ถูกทิ้งไว้ในป่าหลังพ่อแม่ทะเลาะกัน
โลหะหนักที่เป็นพิษคุกคามพื้นที่เกษตรกรรม 60,000 ไร่ในจังหวัดเชียงราย
ข่าวธุรกิจ Business
เลือกกระเบื้องหลังคาผิด บ้านร้อน-รั่วได้! รู้จักประเภทกระเบื้องก่อนตัดสินใจ
เวลาสร้างหรือรีโนเวตบ้าน หลายคนอาจใช้เวลาเลือกสี รูปทรง และดีไซน์ของหลังคาเป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้ว การเลือก กระเบื้องหลังคา ยังมีเรื่องที่ต้องพิจารณามากกว่านั้น ทั้งน้ำหนักของวัสดุ ความลาดเอียงของหลังคา การระบายน้ำ ความร้อน รวมถึงความแข็งแรงของโครงสร้างบ้าน หากเลือกวัสดุไม่เหมาะกับรูปแบบหลังคาหรือหน้างาน อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ตั้งแต่หลังคารั่ว บ้านสะสมความร้อน ไปจนถึงการเพิ่มภาระให้โครงสร้างโดยไม่จำเป็น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกวัสดุมุงหลังคา ควรทำความรู้จักข้อแตกต่างของวัสดุแต่ละประเภทเสียก่อน
กระเบื้องหลังคาคอนกรีต แข็งแรง มีรูปแบบให้เลือก
กระเบื้องหลังคาคอนกรีต เป็นวัสดุมุงหลังคาที่นิยมใช้กับบ้านพักอาศัย มีจุดเด่นเรื่องรูปทรงและสีที่มีให้เลือกหลากหลาย จึงสามารถนำไปใช้กับบ้านได้หลายสไตล์ ตั้งแต่บ้านร่วมสมัยไปจนถึงบ้านที่ต้องการให้หลังคาเป็นองค์ประกอบเด่นของตัวอาคาร ด้วยตัววัสดุที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับวัสดุมุงหลังคาบางประเภท การออกแบบโครงสร้างรองรับจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะระยะแป โครงถัก และจุดรับน้ำหนักต่าง ๆ ของหลังคา หากเป็นบ้านสร้างใหม่ สามารถกำหนดวัสดุมุงหลังคาไว้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพื่อให้วิศวกรคำนวณโครงสร้างให้เหมาะสม แต่หากเป็นบ้านเก่าที่ต้องการเปลี่ยนวัสดุหลังคา ควรตรวจสอบก่อนว่าโครงสร้างเดิมสามารถรองรับน้ำหนักของวัสดุใหม่ได้หรือไม่ นอกจากตัวกระเบื้องแล้ว การติดตั้งอุปกรณ์ประกอบ เช่น ครอบสัน ครอบข้าง และระบบป้องกันน้ำบริเวณรอยต่อ ก็มีผลต่อประสิทธิภาพของหลังคาเช่นกัน
กระเบื้องลอนคู่ ใช้งานได้หลากหลายและติดตั้งบนพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ง่าย
อีกหนึ่งรูปแบบที่พบเห็นได้บ่อยคือ กระเบื้องลอนคู่ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นกระเบื้องแผ่นลอนที่นำมาใช้กับบ้านพักอาศัย พื้นที่ต่อเติม โรงจอดรถ อาคารเกษตร หรือพื้นที่ใช้งานทั่วไป ลักษณะที่เป็นแผ่นยาวช่วยให้สามารถมุงพื้นที่ขนาดใหญ่ได้สะดวก ขณะที่รูปทรงลอนช่วยนำทางน้ำฝนให้ไหลลงตามแนวหลังคา จึงเป็นวัสดุที่ใช้งานได้กับพื้นที่หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งยังต้องคำนึงถึงความลาดเอียงของหลังคา ระยะซ้อนทับระหว่างแผ่น ตำแหน่งของสกรู และรายละเอียดตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพราะหากติดตั้งไม่เหมาะสม จุดเหล่านี้อาจกลายเป็นตำแหน่งที่น้ำซึมเข้าไปได้ในภายหลัง ดังนั้นแม้วัสดุจะมีคุณภาพดี แต่คุณภาพของการติดตั้งก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน
กระเบื้องเซรามิกและวัสดุมุงหลังคาประเภทอื่นก็มีจุดเด่นต่างกัน
นอกจากกระเบื้องคอนกรีตและกระเบื้องลอนคู่แล้ว ยังมีกระเบื้องเซรามิกและกระเบื้องดินเผาที่นิยมใช้กับบ้านบางสไตล์ โดยมีจุดเด่นด้านพื้นผิว สี และความสวยงาม ซึ่งช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับสถาปัตยกรรมของบ้านได้ อย่างไรก็ตาม วัสดุแต่ละชนิดมีทั้งน้ำหนัก รูปแบบการติดตั้ง และข้อกำหนดเรื่องความลาดเอียงแตกต่างกัน จึงควรเลือกให้สัมพันธ์กับโครงสร้างตั้งแต่ต้น
ส่วนเมทัลชีท แม้จะไม่จัดเป็นกระเบื้อง แต่ก็เป็นวัสดุมุงหลังคาที่ถูกนำมาเปรียบเทียบบ่อย โดยมีจุดเด่นเรื่องน้ำหนักเบาและติดตั้งได้รวดเร็ว จึงนิยมใช้กับงานต่อเติม โรงจอดรถ หรืออาคารที่ต้องการลดภาระของโครงสร้าง แต่หากต้องการควบคุมความร้อนและเสียงจากฝน อาจต้องพิจารณาเรื่องฉนวนหรือระบบหลังคาเพิ่มเติมด้วย จึงไม่ควรถามเพียงว่า “กระเบื้องแบบไหนดีที่สุด” แต่ควรถามว่า “วัสดุแบบไหนเหมาะกับบ้านและการใช้งานของเรามากที่สุด”
หลังคาบ้านร้อน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระเบื้องเพียงอย่างเดียว
อากาศร้อนทำให้หลายคนเลือกวัสดุมุงหลังคาจากคุณสมบัติเรื่องการกันความร้อนเป็นหลัก แต่ความร้อนภายในบ้านไม่ได้เกิดจากตัวกระเบื้องเพียงอย่างเดียว สีและพื้นผิวของหลังคา การได้รับแสงแดด ทิศทางของบ้าน ฉนวนกันความร้อน ช่องว่างใต้หลังคา การระบายอากาศ และฝ้าเพดาน ทุกอย่างล้วนมีส่วนต่ออุณหภูมิภายในบ้าน ดังนั้นหากต้องการให้บ้านเย็นขึ้น ควรมองหลังคาเป็นระบบโดยรวม ตัวอย่างเช่น การเลือกวัสดุมุงหลังคาที่เหมาะสมควบคู่กับการติดตั้งฉนวนและออกแบบช่องระบายอากาศใต้หลังคา อาจช่วยจัดการความร้อนได้ตรงจุดกว่าการพิจารณาเฉพาะชนิดของกระเบื้องหลังคา
หลังคารั่วไม่ได้แปลว่ากระเบื้องเสียเสมอไป
อีกหนึ่งปัญหาที่เจ้าของบ้านมักเจอคือหลังคารั่ว โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือฝนสาดจากลมแรง หลายคนอาจนึกถึงกระเบื้องแตกเป็นอันดับแรก แต่สาเหตุจริงสามารถเกิดได้จากหลายจุด เช่น การซ้อนทับของกระเบื้องไม่เหมาะสม กระเบื้องเคลื่อน อุปกรณ์ครอบเสื่อม รอยต่อระหว่างหลังคากับผนังมีปัญหา หรือทางระบายน้ำอุดตัน ความลาดเอียงของหลังคาก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะวัสดุมุงหลังคาแต่ละประเภทถูกออกแบบให้ใช้งานภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน หากเลือกวัสดุไม่เหมาะกับองศาของหลังคา อาจทำให้น้ำระบายออกได้ไม่ดีและเพิ่มความเสี่ยงของการรั่วซึม หากเริ่มพบรอยน้ำบนฝ้า คราบความชื้น หรือสีโป่งหลังฝนตก จึงควรให้ช่างตรวจสอบต้นเหตุให้ชัดเจนก่อน ไม่จำเป็นต้องรีบสรุปว่าต้องเปลี่ยนหลังคาทั้งหมดเสมอไป
สุดท้ายแล้วไม่มีกระเบื้องประเภทใดที่เหมาะกับบ้านทุกหลัง เพราะแต่ละบ้านมีทั้งรูปทรง โครงสร้าง สภาพแวดล้อม และรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันกระเบื้องคอนกรีตอาจเหมาะกับบ้านที่ออกแบบโครงสร้างมาเพื่อรองรับและให้ความสำคัญกับดีไซน์ ขณะที่กระเบื้องลอนคู่สามารถเป็นทางเลือกสำหรับบ้านและพื้นที่ใช้งานหลายประเภท ส่วนกระเบื้องเซรามิกหรือวัสดุมุงหลังคาอื่นก็มีจุดเด่นที่เหมาะกับงานแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกแบบที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกวัสดุที่สัมพันธ์กับโครงสร้าง ความลาดเอียง สภาพแวดล้อม และงบประมาณของบ้าน พร้อมติดตั้งด้วยวิธีที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่กำลังสร้างบ้าน ต่อเติม หรือวางแผนเปลี่ยนหลังคา สามารถเลือกดูกระเบื้องและอุปกรณ์หลังคาหลากหลายประเภทได้ที่ ไทวัสดุ พร้อมทีมงานที่สามารถช่วยแนะนำสินค้าให้เหมาะกับลักษณะงาน เพื่อให้เลือกวัสดุได้ง่ายและเหมาะกับบ้านมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เด็ก ป.6 เชียงราย เก่งจัด คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ข่าวธุรกิจ Business
ชินคันเซ็นซูชิบุกเซ็นทรัลเชียงราย จัดเต็ม 250 เมนูเด็ด
เชียงราย – ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของภาคเหนือ ล่าสุดได้ร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดสาขาใหม่ของร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง คุณสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการทั่วไปของศูนย์การค้า นำทีมผู้บริหารมอบกระเช้าดอกไม้เพื่อต้อนรับพันธมิตรใหม่ โดยมีคุณธันยชนก ปัญจวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการจาก บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ฟ จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจากทีมงานทุกคน
การมาเยือนของร้าน ชินคันเซ็น ซูชิ (Shinkanzen Sushi) ในครั้งนี้ ช่วยยกระดับประสบการณ์การทานอาหารของชาวเชียงรายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทางร้านพร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยเมนูที่หลากหลายมากกว่า 250 รายการ ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับซูชิหน้าต่างๆ ซาชิมิสดใหม่ ราเมนรสเข้มข้น และข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่นอีกมากมาย ร้านนี้จึงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นการทานข้าวกับครอบครัวหรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน
ประเด็นสำคัญ
- เซ็นทรัล เชียงราย ต้อนรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของร้าน ชินคันเซ็น ซูชิ สาขาใหม่
- ทางร้านจัดเต็มเมนูอาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยมกว่า 250 รายการ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม
- สมัครสมาชิกใหม่รับฟรีเครื่องดื่มเป๊ปซี่ 1 แก้ว ตั้งแต่วันที่ 1-3 ตุลาคม 2569
การเปิดสาขาใหม่ที่ เซ็นทรัล เชียงราย ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด ปัจจุบันผู้คนมองหาร้านอาหารที่ให้ทั้งความอร่อยและความคุ้มค่า ชินคันเซ็น ซูชิ จึงเข้ามาเติมเต็มโซนร้านอาหารของศูนย์การค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การเลือกใช้วัตถุดิบที่ได้มาตรฐานและความใส่ใจในทุกขั้นตอน ทำให้แบรนด์นี้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน
เพื่อเป็นการฉลองการเปิดสาขาใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ทางร้านได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า เพียงแค่คุณสมัครสมาชิก ชินคันเซ็น ซูชิ ที่หน้าร้าน จะได้รับเป๊ปซี่ฟรีทันที 1 แก้ว มูลค่า 25 บาท โปรโมชั่นนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม 2569 เท่านั้น โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางร้านกำหนด ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นให้เข้ามาใช้บริการได้อย่างคึกคัก
พิกัดความอร่อยใจกลางเมือง
นอกจากรสชาติที่ถูกปากแล้ว ทางร้านยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยในระดับสูงสุด ทีมเชฟได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีเพื่อรักษาคุณภาพอาหารให้คงที่ การเปิดสาขานี้ยังช่วยสร้างงานและรายได้ให้คนในพื้นที่เชียงราย ถือเป็นการเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืนและมั่นคง
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยม สามารถแวะมาได้ตั้งแต่วันนี้ ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 1 โซน E-Center ของศูนย์การค้า โดยอยู่ติดกับร้าน McDonald’s ทำเลที่ตั้งหาง่ายและมีพื้นที่กว้างขวาง พร้อมรองรับลูกค้าทุกท่านที่ต้องการใช้เวลาแห่งความสุขกับมื้ออาหารสุดพิเศษ มาร่วมเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่เซ็นทรัล เชียงราย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็กเก่งเชียงรายคว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ผู้ลักลอบค้ายาเสพติด 9 รายเสียชีวิตจากการปะทะกับทหารในจังหวัดเชียงราย
ข่าวธุรกิจ Business
ราคาน้ำมันพุ่ง! ขึ้นทุกชนิด 75 สตางค์ ดีเซลทะลุ 42 บาท
เชียงราย – ผู้ใช้รถทุกคนต้องเตรียมตัวรับมือกับค่าใช้จ่ายเดินทางที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตัดสินใจปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดอีก 75 สตางค์ต่อลิตร การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นผลมาจากความวุ่นวายในตะวันออกกลางที่รุนแรงมากขึ้น สถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวทำให้ทั่วโลกต่างกังวลว่าการผลิตและขนส่งน้ำมันอาจเกิดการชะงักงันในเร็วๆ นี้
ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาในประเทศขยับขึ้นมาจากตลาดน้ำมันสิงคโปร์ที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้น้ำมันดีเซลในตลาดโลกมีราคาเกิน 179 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลไปแล้ว ส่วนน้ำมันเบนซินก็ทะลุ 157 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเช่นกัน ต้นทุนนำเข้าที่แพงขึ้นทำให้กองทุนน้ำมันต้องจ่ายเงินช่วยอุดหนุนราคาถึงวันละกว่า 430 ล้านบาท รัฐบาลจึงจำเป็นต้องขยับราคาขายหน้าปั๊มขึ้น เพื่อให้กองทุนมีเงินหมุนเวียนพอที่จะรับมือกับความไม่แน่นอนต่อไป
Key Takeaways
- น้ำมันทุกชนิดปรับราคาหน้าปั๊มขึ้น 75 สตางค์ต่อลิตร มีผลทันทีในวันที่ 2 ตุลาคม 2569
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางดันต้นทุนน้ำมันตลาดโลกให้แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- รัฐบาลต้องขึ้นราคาเพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันที่ต้องจ่ายเงินอุดหนุนถึงวันละ 430 ล้านบาท
เช็กราคาใหม่ล่าสุดก่อนเลี้ยวเข้าปั๊ม
หลังจากการปรับราคาในครั้งนี้ น้ำมันแต่ละชนิดจะมีราคาใหม่ที่หน้าปัดสถานีบริการอย่างเป็นทางการ ดีเซลหมุนเร็วธรรมดาซึ่งเป็นหัวใจหลักของการขนส่งจะขยับไปแตะที่ 42.19 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลทางเลือกอย่าง B20 จะอยู่ที่ 37.19 บาทต่อลิตร สำหรับคนใช้รถยนต์เครื่องเบนซิน น้ำมันเบนซินธรรมดาจะมีราคาสูงสุดอยู่ที่ 49.68 บาทต่อลิตร
ทางด้านน้ำมันแก๊สโซฮอล์ยอดฮิตก็ปรับตัวขึ้นยกแผงเช่นเดียวกัน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จะมีราคาใหม่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 91 จะอยู่ที่ 40.32 บาทต่อลิตร สำหรับคนที่เติมน้ำมันทางเลือกอย่าง E20 ราคาจะขยับเป็น 35.69 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมัน E85 จะอยู่ที่ 31.63 บาทต่อลิตร
วางแผนค่าใช้จ่ายรับมือพลังงานแพง
บริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ทุกค่ายได้ออกประกาศยืนยันการปรับราคาในกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซลเรียบร้อยแล้ว ราคาใหม่ทั้งหมดนี้จะเริ่มใช้พร้อมกันตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของช่วงเช้าวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้ใช้รถควรตรวจสอบปริมาณน้ำมันในถังและอาจต้องแวะเติมก่อนที่ราคาใหม่จะเริ่มบังคับใช้
ทั้งนี้ ราคาขายปลีกหน้าปั๊มอาจมีความแตกต่างกันไปบ้างตามระยะทางของแต่ละพื้นที่และสถานีบริการ คุณสามารถติดตามการอัปเดต ข่าวสารด้านพลังงาน เพื่อนำมาวางแผนควบคุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้นในช่วงที่ราคาตลาดโลกยังคงมีความผันผวน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็กเก่งเชียงรายคว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
โครงการประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศไทยเริ่มต้นแล้ววันนี้
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง

