ข่าวอาชญากรรม - Crime
จุดจบอันน่าเศร้าของทารกวัย 8 เดือนที่ถูกทิ้งไว้ในป่าหลังพ่อแม่ทะเลาะกัน
กำแพงเพชร – เกิดเหตุสะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ เมื่อความขัดแย้งในครอบครัวนำมาซึ่งความสูญเสียอันน่าสลดใจของเด็กบริสุทธิ์ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญ มีเด็กทารกเพศชายวัยเพียง 8 เดือนเสียชีวิตอย่างปริศนา หลังจากผู้เป็นแม่แท้ ๆ พาลูกไปโยนทิ้งป่าข้างทางเพื่อประชดสามี สุดท้ายเยียวยาไม่ทัน เด็กเสียชีวิตก่อนถึงมือแพทย์อย่างน่าเวทนา
จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและคำให้การของผู้นำชุมชน เหตุการณ์นี้เริ่มเด่นชัดขึ้นเมื่อ นายรัชกร ภู่ทอง กำนันตำบลหัวถนน ได้รับการประสานงานจากแพทย์ประจำ รพ.สต.หัวถนน ว่ามีสองสามีภรรยาอุ้มร่างทารกน้อยที่ตัวเริ่มเขียวช้ำและไร้ชีพจรเข้ามาให้ตรวจรักษา ก่อนจะรีบนำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลคลองขลุง แต่สายเกินไป แพทย์ระบุว่าเด็กได้เสียชีวิตลงก่อนหน้านี้แล้ว
จากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากพฤติกรรมสุดสะเทือนใจดังนี้:
- ชนวนเหตุจากปากเสียง: แม่ของเด็ก วัย 26 ปี ได้เกิดปากเสียงอย่างรุนแรงกับสามี วัย 31 ปี
- ทิ้งลูกกลางป่า: ด้วยความโกรธแค้นและขาดสติ แม่แท้ ๆ ได้อุ้มลูกชายวัย 8 เดือนไปโยนทิ้งไว้ในป่ารกทึบข้างบ้านเพียงลำพัง
- ปล่อยทิ้งไว้นานนับชั่วโมง: ทารกน้อยต้องเผชิญกับสภาพอากาศ ยุง และแมลงในป่าเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะเดินกลับไปอุ้มลูกกลับเข้าบ้าน
- อาการทรุดหนักก่อนสิ้นใจ: หลังจากผ่านไปหนึ่งคืนเต็ม ๆ ร่างกายของทารกเริ่มรับไม่ไหว มีอาการทรุดหนักและไม่ตอบสนอง จนกระทั่งพ่อและแม่ต้องตัดสินใจพาส่งสถานีอนามัย แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้
2026/05/1-15.webp" alt="จุดจบอันน่าเศร้าของทารกวัย 8 เดือนที่ถูกทิ้งไว้ในป่าหลังพ่อแม่ทะเลาะกัน" width="1280" height="721" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/1-15.webp?w=1280&ssl=1 1280w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/1-15.webp?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/1-15.webp?resize=1024%2C577&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/1-15.webp?resize=768%2C433&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
แม่คลั่งซ้ำสอง! รู้ว่าลูกตายวิ่งไปซื้อเหล้ามาดื่มย้อมใจจนอาละวาด
ความน่าสลดใจยังไม่จบเพียงเท่านั้น บรรยากาศที่โรงพยาบาลคลองขลุงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อผู้เป็นแม่ทราบข่าวร้ายว่าลูกชายคนเล็กเสียชีวิตแล้ว แทนที่จะแสดงความโศกเศร้าเยี่ยงมารดาทั่วไป เธอกลับเดินออกจากโรงพยาบาลไปหาซื้อสุราและเบียร์มาดื่มจนมึนเมาอย่างหนัก
เมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย ประกอบกับอาการป่วยทางจิตเวชเดิมที่มีอยู่ ส่งผลให้เธอเกิดอาการคลุ้มคลั่งอย่างรุนแรง เดินอาละวาด ส่งเสียงดัง และด่าทอเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและตำรวจที่พยายามเข้าไปควบคุมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง จึงต้องใช้กำลังเข้าล็อกตัวและนำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพักเพื่อรอการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
ขุดลึกเบื้องหลัง: ประวัติสุดดาร์ก ทั้งเสพยา-ทิ้งลูก-พังร้านชาวบ้าน
จากการสืบเสาะข้อมูลเชิงลึกของทีมข่าว พบว่าครอบครัวนี้มีปัญหารุมเร้ามาอย่างยาวนาน และพฤติกรรมของผู้เป็นแม่สร้างความระอาให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก โดยข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์ และผู้นำท้องถิ่นระบุว่า:
- เคยเป็นข่าวดังในอดีต: ครอบครัวนี้เคยปรากฏในหน้าสื่อมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่ลูกชายเพิ่งคลอดได้เพียง 27 วัน โดยในครั้งนั้น ผู้เป็นแม่ได้หนีหายไป ทิ้งให้ฝ่ายพ่อซึ่งไม่มีงานทำต้องหอบทารกน้อยไปขออาศัยข้าวก้นบาตรและนอนพักที่วัดท่าตะคร้อเขาทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งจนเกิดเหตุสลด
- ติดสารเสพติดและสุราเรื้อรัง: นางจิราภรณ์ หมีขุน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 เปิดเผยว่า แม่เด็กมีพฤติกรรมเสพยาบ้าและดื่มเหล้าเป็นประจำจนเกิดอาการหลอน ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน เคยคลั่งบุกพังร้านกาแฟและทำลายรถจักรยานยนต์ของตนเสียหายเพราะระแวงว่าถูกไปแจ้งตำรวจจับเรื่องยาเสพติด
- พฤติกรรมรุนแรงทำร้ายคนในบ้าน: ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทางโรงเรียนได้ออกใบวุฒิการศึกษาให้กับลูกคนโตวัย 9 ขวบของเธอ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความดูแลของมูลนิธิเด็กที่จังหวัดนครสวรรค์ แต่ผู้เป็นแม่กลับฉีกทำลายเอกสารสำคัญนั้นทิ้งด้วยความโมโห
ในเวลานี้ ทางพนักงานสอบสวน สภ.คลองขลุง ยังไม่สามารถสอบปากคำผู้เป็นแม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเธอยังอยู่ในอาการมึนเมาและพูดจาไม่รู้เรื่อง ขณะที่ฝ่ายสามีหรือพ่อของเด็กยังคงปิดปากเงียบด้วยความช็อคและโศกเศร้า
ร่างของทารกวัย 8 เดือน ถูกส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวชในจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงว่าเกิดจากการขาดอากาศหายใจ สภาพอากาศในป่า หรือมีการทำร้ายร่างกายร่วมด้วยหรือไม่ ก่อนที่ญาติจะนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดในพื้นที่วันพรุ่งนี้ ท่ามกลางความเศร้าสลดใจของชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง
ข่าวไทยยอดนิยม
เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกจับกุมหลังทำร้ายพยาบาลและเผยแพร่ภาพเปลือย
สลด! ฆ่าโหดสัปเหร่อวัย 70 ปี ทิ้งศพหมกป่ากระบี่ คาดลูกจ้างทาสยาฆ่าชิงทรัพย์หลักหมื่น
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว
หญิงคนหนึ่งกลางดึก">พะเยา – ตำรวจรายงานว่าชาวนาในภาคเหนือของประเทศไทย">ภาคเหนือของประเทศไทยพบสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวขณะทำงานในนาข้าว เขาพบศพชายคนหนึ่งที่เน่าเปื่อยอย่างมากและมีรอยสักที่โดดเด่นอยู่ทั่วตัว ตำรวจท้องถิ่นกำลังเร่งรวบรวมเบาะแสและคลี่คลายคดีที่น่าตกใจนี้
เหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเกษตรกรรมที่เงียบสงบของบ้านจำปาหวาย ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยาทางภาคเหนือของประเทศไทย นายเชิด ปิงเมือง ชาวบ้านคนหนึ่ง กำลังดูแลนาของญาติในช่วงบ่าย ขณะที่เขากำลังใส่ปุ๋ย เขาได้สังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างมากซ่อนอยู่ลึกในน้ำโคลน
ประเด็นสำคัญ
- พบศพชายปริศนาถูกทิ้งกลางทุ่งนาในจังหวัดพะเยา พร้อมรอยทุบที่ศีรษะ 4 จุด
- จุดสังเกตสำคัญคือรอยสักรูปแมงมุม และรอยสักคำว่า “พ่อ” และ “แม่” ที่หัวไหล่
- ผู้ใหญ่บ้านคาดว่าผู้ตายอาจเป็นชายวัย 55 ปีในหมู่บ้านที่หายตัวไปเมื่อ 3 วันก่อน
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวบ้านคนหนึ่งออกไปทำงานตามปกติ นายเชิด ปิงเมือง เป็นผู้พบศพคนแรกขณะกำลังใส่ปุ๋ยในนาของญาติ เขาเล่าว่าเห็นศพนอนหงายอยู่กลางทุ่งนาและมีสภาพที่น่ากลัวมาก
หนอนชอนไชไปทั่วบริเวณใบหน้าและลำตัวจนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้ สภาพศพนั้นทำให้เขาตกใจมากจนต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เขาเชื่อว่าอาจมีคนนำศพมาทิ้งอำพรางไว้ในพื้นที่นาแห่งนี้
หลักฐานในที่เกิดเหตุและรอยสัก
ตำรวจจาก สภ.แม่กา และแพทย์นิติเวชได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้ตายสวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น และรองเท้าผ้าใบ สิ่งของที่พบในตัวมีเพียงซองบุหรี่ ยาเส้น และไฟแช็ก
สิ่งที่ช่วยระบุตัวตนได้ดีที่สุดคือรอยสักบนร่างกายของผู้ตาย เขามีรอยสักรูปแมงมุมที่มือขวาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีรอยสักคำว่า “พ่อ” ที่ไหล่ขวา และ “แม่” ที่ไหล่ซ้าย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น แพทย์พบร่องรอยบาดแผลที่น่าสงสัย ศีรษะของผู้ตายมีรอยคล้ายถูกกระแทกด้วยของแข็งจำนวนสี่จุด คาดว่าชายคนนี้เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สรุปสาเหตุการตายที่แน่ชัด แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตัดประเด็นการถูกทำร้ายหรือฆาตกรรมทิ้งไป ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ ที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด
ความเชื่อมโยงกับคนหายในหมู่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับทางตำรวจ เขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายอาจจะเป็นนายหล้า ชายวัย 55 ปีในหมู่บ้าน นายหล้าเป็นคนในพื้นที่และเป็นที่รู้จักว่ามักจะดื่มสุราเป็นประจำ
ชาวบ้านสังเกตเห็นว่าเขาหายตัวออกจากบ้านไปประมาณสามวันแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีญาติพี่น้องคนไหนไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจเลย ตำรวจเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ตายคือนายหล้า แต่ทุกอย่างยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ปกติแล้วหมู่บ้านแห่งนี้มีความสงบสุขและไม่ค่อยมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ชาวบ้านหลายคนรู้สึกตกใจและอยากรู้ความจริงโดยเร็ว
พวกเขาหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ หากนี่เป็นคดีฆาตกรรมจริงๆ ความปลอดภัยในชุมชนคือสิ่งที่ทุกคนกำลังให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ 
ผลการตรวจสอบนี้จะช่วยยืนยันตัวตนที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยไขปริศนาได้ว่านี่คือการฆาตกรรมอำพรางหรือเกิดจากอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปเพื่อปิดคดีนี้ให้ได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
ข่าวอาชญากรรม - Crime
เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ลำพูน – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในพื้นที่จังหวัดลำพูน ซึ่งสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้คนในละแวกนั้นอย่างมาก เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพวัยรุ่นชายสองคน ขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุอย่างอุกอาจ โดยหนึ่งในคนร้ายได้เดินลงจากรถพร้อมกับถือแกลลอนบรรจุน้ำมันมาด้วย จากนั้นเขาตรงเข้าไปราดน้ำมันใส่ร้านส้มตำปากเปิด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน ก่อนที่จะจุดไฟเผาร้านอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ
- วัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ นำแกลลอนน้ำมันมาราดและจุดไฟเผาร้านส้มตำในจังหวัดลำพูน
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานีตำรวจมาก และคนร้ายยังมีการถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุไว้ด้วย
- ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าตกใจมากที่สุดคือ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้เพื่อนของคนร้ายที่มาด้วยกัน ยังใจเย็นใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุเอาไว้อีกด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบสตาร์ทรถ แล้วขับหลบหนีไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ตำรวจเร่งลงพื้นที่ค้นหาความจริง
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านระบุว่าทางตำรวจได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และเห็นพฤติกรรมการก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปอย่างชัดเจน ดังนั้นภาพเหล่านี้จึงถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ในการตามหาตัวคนร้ายมารับโทษตามกฎหมาย
ในขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อพูดคุยและสอบถามเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย รวมไปถึงพยานแวดล้อมต่างๆ ตำรวจต้องการรับทราบข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ พ.ต.อ.ฐิติพล เน้นย้ำว่าทุกปัญหาต้องมีที่มาที่ไป และตำรวจจำเป็นต้องทราบถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้
มั่นใจตามจับกุมคนร้ายได้แน่นอน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความมั่นใจอย่างมาก ว่าจะสามารถตามจับผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทีมตำรวจกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ โดยการไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างใกล้ชิด
คดีนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ทำมาหากิน คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์ ทางตำรวจยืนยันว่าจะตามจับคนผิดมารับโทษให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
ข่าวอาชญากรรม - Crime
สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
กำแพงเพชร – เกิดเหตุสลดขึ้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ของ 3 แม่ลูกอย่างแรง อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ผู้เป็นแม่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนลูกอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส คุณสามารถอ่านรายละเอียดของเหตุการณ์นี้ได้จากข่าวต้นฉบับที่ MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุรุนแรง: รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างแรง ส่งผลให้แม่เสียชีวิตและลูก 2 คนบาดเจ็บสาหัส
- คำให้การที่ขัดแย้ง: ตำรวจอ้างว่ารถเสียหลักและปฏิเสธการดื่มสุรา แต่พยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่าได้กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจน
- การเยียวยาครอบครัว: ตำรวจคู่กรณีเข้าร่วมงานศพเพื่อขอขมา และสัญญาว่าจะดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มที่
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนสายคลองลาน-กำแพงเพชร ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ความแรงของการชนทำให้ร่างของ 3 แม่ลูกกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ผู้เป็นแม่ตกลงไปในท่อระบายน้ำและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ส่วนลูกชายวัย 13 ปีและลูกอีกคนกระเด็นไปกลางถนน ตอนนี้เด็กทั้งคู่ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
ครอบครัวกังวลเรื่องอนาคต
ลูกสาวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า เธอยังรู้สึกสับสนและกังวลใจอย่างมาก แม่คือเสาหลักของครอบครัวที่จากไปอย่างกะทันหัน ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงอาการของน้องๆ ที่ยังไม่ฟื้น
นอกจากนี้ ทางครอบครัวยังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและผลกระทบระยะยาว หากน้องๆ ฟื้นขึ้นมาแล้วร่างกายอาจจะไม่เหมือนเดิม นายอานนท์ น้องชายของผู้เสียชีวิต ย้ำว่าครอบครัวต้องการความยุติธรรมและการเยียวยาที่ชัดเจนที่สุด
ร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร ตำรวจคู่กรณี ได้เดินทางไปร่วมงานศพและกราบขอขมาศพผู้เสียชีวิต เขาได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับครอบครัว พร้อมยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มที่
เขาอธิบายว่าตอนเกิดเหตุ รถไหลลงจากเนินและควบคุมไม่ได้ จึงเสียหลักไปชนท้ายรถจักรยานยนต์ เขายืนยันว่าไม่ได้หลบหนีและลงมาช่วยคนเจ็บทันที นอกจากนี้เขายังปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้ดื่มสุรา
พยานยืนยันได้กลิ่นแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตาม คำให้การของตำรวจกลับขัดแย้งกับข้อมูลของพยานในที่เกิดเหตุ นางสาวศิริณา ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่ารถกระบะขับเบี่ยงไปชนท้ายรถจักรยานยนต์โดยตรง ไม่ได้มีการตัดหน้าตามที่อ้าง
ที่สำคัญ พยานระบุอย่างชัดเจนว่าได้กลิ่นสุรา และสังเกตเห็นท่าทางมึนเมาของตำรวจคู่กรณี เธอพร้อมที่จะให้การกับเจ้าหน้าที่ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย
หลังจากคลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ผู้คนจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น หลายคนรู้สึกสะเทือนใจกับภาพที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างโปร่งใส
เนื่องจากคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนจึงจับตามองการทำงานของกระบวนการยุติธรรมอย่างใกล้ชิด ทุกคนหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการชดเชยที่เหมาะสมและเป็นธรรม
เหตุการณ์นี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวหนึ่ง การสูญเสียเสาหลักของบ้านส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ของคนที่เหลือ
กระบวนการทางกฎหมายจะต้องดำเนินต่อไปเพื่อค้นหาความจริง เจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อให้สังคมมั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นโปร่งใสอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม
ช่วงเวลาแห่งการช่วยชีวิต! ตำรวจหญิงผู้กล้าหาญช่วยหญิงคลอดลูกแฝดในห้องน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 200,000 เม็ด หลังจากการไล่ล่ารถยนต์อย่างดุเดือด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย






