Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าว - News

รัฐบาลทุ่ม 5 แสนล้าน ผุดมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” กู้วิกฤตพลังงานแพง ดีเดย์ 1 มิ.ย. นี้

กรุงเทพฯ – ในขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงขึ้น ผลกระทบที่ตามมาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ขัดแย้ง แต่ได้ส่งแรงกระเพื่อมมาถึงกระเป๋าเงินของคนไทยทุกคน…

Published

on

ไทยช่วยไทย พลัส

น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – ในขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงขึ้น ผลกระทบที่ตามมาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ขัดแย้ง แต่ได้ส่งแรงกระเพื่อมมาถึงกระเป๋าเงินของคนไทยทุกคน ราคาน้ำมันและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ค่าครองชีพของพวกเราเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้เตรียมงบประมาณก้อนใหญ่ถึง 5 แสนล้านบาท เพื่อผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (Thai Help Thai Plus) ซึ่งเป็นมาตรการเยียวยาครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าโครงการนี้คืออะไร จะช่วยเหลือพวกเราได้อย่างไรบ้าง และเราต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับสิทธิ์นี้ โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและตรงไปตรงมาครับ

ทำไมเราถึงต้องมีมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส”?

ปัญหาใหญ่ที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้คือ “ของแพง” ซึ่งสาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น เมื่อน้ำมันแพง ค่าขนส่งก็แพงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดต้องปรับตัวตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น และแน่นอนว่าประเทศไทยที่ต้องนำเข้าน้ำมันเป็นหลักก็ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน

ผลกระทบหลักๆ ที่คนไทยกำลังเจอ:

  • ค่าน้ำมันและค่าเดินทาง: การเติมน้ำมันแต่ละครั้งใช้เงินมากขึ้น ทำให้ต้นทุนการเดินทางไปทำงานหรือส่งของเพิ่มขึ้น
  • ค่าไฟฟ้า: เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ามีราคาสูงขึ้น ทำให้บิลค่าไฟรายเดือนของเราปรับตัวสูงตาม
  • ราคาสินค้าอาหาร: ต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่แพงขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต้องปรับขึ้นราคาอาหารและของใช้จำเป็น

ด้วยภาระที่หนักอึ้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเบาะรองรับและช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนทั่วไปและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก

เจาะลึกงบ 5 แสนล้านบาท: เงินก้อนนี้จะไปอยู่ที่ไหนบ้าง?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เงินจำนวนมหาศาลถึง 500,000 ล้านบาทนี้ รัฐบาลจะนำไปใช้อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและถึงมือประชาชนจริงๆ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ได้แบ่งสัดส่วนการช่วยเหลือออกเป็นหลายส่วน เพื่อให้ครอบคลุมทุกปัญหา ดังนี้ครับ:

1. การลดหย่อนค่าพลังงานโดยตรง (ค่าไฟและค่าน้ำมัน)

นี่คือปัญหาที่เร่งด่วนที่สุด รัฐบาลจะใช้เงินส่วนหนึ่งเพื่ออุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงบางประเภทไม่ให้พุ่งสูงเกินไป และจะมีมาตรการลดค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้บิลค่าไฟในช่วงหน้าร้อนและช่วงวิกฤตินี้ไม่ทำร้ายเงินในกระเป๋าจนเกินไป

2. เงินช่วยเหลือค่าครองชีพสำหรับผู้มีรายได้น้อย

เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดต้องลำบาก จะมีการจัดสรรเงินช่วยเหลือเข้าสู่ระบบโดยตรงผ่านแอปพลิเคชันหรือบัตรสวัสดิการ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลัง

3. การต่อลมหายใจให้ธุรกิจขนาดเล็ก (SME)

ธุรกิจขนาดเล็กและร้านอาหารคือเส้นเลือดฝอยของเศรษฐกิจไทย เมื่อต้นทุนวัตถุดิบและก๊าซหุงต้มแพงขึ้น โครงการนี้จึงเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษและการพักชำระหนี้ชั่วคราว เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเงินหมุนเวียนและไม่ต้องปิดกิจการหนีวิกฤติ

4. การตรึงราคาสินค้าจำเป็น

รัฐบาลจะทำงานร่วมกับผู้ผลิตรายใหญ่เพื่อช่วยอุดหนุนต้นทุนบางส่วน แลกกับการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา และไข่ไก่ เพื่อไม่ให้ราคาพุ่งสูงจนประชาชนรับไม่ไหว

ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้?

เป้าหมายของ “ไทยช่วยไทย พลัส” คือการช่วยเหลือคนที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่:

  • ผู้ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง: ซึ่งจะมีการวัดจากฐานข้อมูลเดิมของรัฐบาล รวมถึงเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนใหม่สำหรับผู้ที่เพิ่งตกงานหรือรายได้ลดลง
  • เกษตรกร: ที่ต้องแบกรับต้นทุนค่าปุ๋ยและค่าน้ำมันเพื่อการเกษตรที่แพงขึ้น
  • ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) และพ่อค้าแม่ค้า: ที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องและได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น

ข้อควรระวัง: รัฐบาลเน้นย้ำว่าระบบการคัดกรองครั้งนี้จะมีความรัดกุมมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกส่งตรงไปยังผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง และป้องกันการสวมสิทธิ์

เตรียมตัวให้พร้อม: ดีเดย์ 1 มิถุนายน นี้!

เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและไม่ตกหล่น นี่คือสิ่งที่คุณสามารถเตรียมตัวได้ตั้งแต่ตอนนี้ครับ:

  1. ตรวจสอบข้อมูลของตนเอง: ตรวจสอบว่าแอปพลิเคชันรับเงินของรัฐ (เช่น แอปเป๋าตัง) หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของคุณยังใช้งานได้ปกติหรือไม่ และอัปเดตข้อมูลส่วนตัวให้เป็นปัจจุบัน
  2. ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด: รอฟังประกาศข้อกำหนดที่ชัดเจนจากทางรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะมีการแถลงรายละเอียดการลงทะเบียนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม
  3. เตรียมเอกสารพื้นฐาน: สำหรับพ่อค้าแม่ค้าหรือผู้ประกอบการ ควรเตรียมเอกสารรายรับรายจ่ายและใบทะเบียนพาณิชย์ให้พร้อม เผื่อในกรณีที่ต้องใช้ยื่นขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
  4. ระวังมิจฉาชีพ: ทุกครั้งที่มีโครงการรัฐ มักจะมีมิจฉาชีพส่งลิงก์ปลอมหรือ SMS หลอกลวงมาเสมอ จำไว้ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายส่งลิงก์ให้กดเพื่อรับเงินโดยตรง หากสงสัยให้สอบถามสายด่วนของหน่วยงานรัฐเท่านั้น ตรวจสอบเตือนภัยข่าวปลอมได้ที่กระทรวงดิจิทัลฯ

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: โครงการนี้จะช่วยเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือ?

นักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายท่านมองว่า มาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เป็น “ยาแรง” ที่จำเป็นในเวลานี้ การอัดฉีดเม็ดเงิน 5 แสนล้านบาทเข้าสู่ระบบ จะช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนไม่ให้หดตัวรุนแรง ซึ่งหากปล่อยให้ประชาชนไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจในภาพรวมจะชะงักงัน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ รัฐบาลจำเป็นต้องมีแผนระยะยาวในการจัดการกับโครงสร้างราคาพลังงานและการลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ควบคู่ไปกับการเยียวยาด้วย เพื่อให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงพอที่จะรับมือกับวิกฤติโลกในอนาคต อ่านบทวิเคราะห์เศรษฐกิจเพิ่มเติมจากธนาคารแห่งประเทศไทย

บทสรุป: ก้าวผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

สถานการณ์โลกในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนสูง ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อเราไปอีกระยะหนึ่ง มาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” วงเงิน 5 แสนล้านบาท ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ถือเป็นความหวังสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพวกเราทุกคน

สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการวางแผนการเงินในครอบครัวอย่างรอบคอบ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และใช้สิทธิ์ความช่วยเหลือจากภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด แม้พายุเศรษฐกิจครั้งนี้จะหนักหนา แต่หากเรามีการเตรียมพร้อมและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เราจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างแน่นอนครับ

อย่าลืมติดตามข่าวสารและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันที่ 1 มิถุนายนนี้นะครับ!

ข่าวเด่นประจำวันของประเทศไทย

รถตู้โรงเรียนเชียงใหม่ชนต้นไม้ ส่งผลให้นักเรียน 15 คนและคนขับได้รับบาดเจ็บ

อุบัติเหตุรถชนประสานงาในจังหวัดพิษณุโลก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย

นักท่องเที่ยวไทยแห่เที่ยวเชียงราย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตึงตัวในปี 2026

 

Continue Reading

ข่าว - News

กต.เตือนคนไทยชะลอเที่ยวยุโรป เลี่ยงเหตุประท้วงรุนแรง

Rebecca Kim

Published

on

กต.เตือนคนไทยชะลอเที่ยวยุโรป เลี่ยงเหตุประท้วงรุนแรง

กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการ ให้ประชาชนพิจารณาชะลอการเดินทางไปยังทวีปยุโรปในช่วงเวลานี้ คำเตือนดังกล่าวเน้นย้ำถึงประเทศเป้าหมายหลักอย่างฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ทางการขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของสวัสดิภาพและทรัพย์สินของทุกคน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ยังคงผันแปรอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก

ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ประท้วงที่ลุกลามบานปลายในหลายเมืองใหญ่ทั่วทวีป ข่าวระบุว่ามีการจลาจลอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มมุสลิม ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายในพื้นที่สาธารณะ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยวในยุโรปเต็มไปด้วยความเสี่ยง รัฐบาลของประเทศที่ได้รับผลกระทบกำลังเร่งดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อยับยั้งความรุนแรงและควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบ

สรุปประเด็นสำคัญ 

  • กระทรวงการต่างประเทศเตือนคนไทยให้ชะลอทริปไปฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน
  • สาเหตุหลักเกิดจากเหตุจลาจลรุนแรงและการประท้วงต่อเนื่องโดยกลุ่มมุสลิมในหลายเมืองใหญ่
  • นักท่องเที่ยวชาวไทยควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม และติดตามประกาศเตือนภัยจากสถานทูตอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ตึงเครียดในฝรั่งเศสและอิตาลี

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาระบุถึงความน่าเป็นห่วงของเหตุการณ์นี้ ท่านชี้ให้เห็นว่าประเทศฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดอย่างหนักในหลายเมือง ขณะเดียวกันที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความรุนแรงของสถานการณ์ทำให้นายกรัฐมนตรีอิตาลีต้องเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีวาระฉุกเฉินเพื่อรับมือโดยด่วน

นอกจากนี้ การประท้วงยังได้ขยายวงกว้างและเริ่มลุกลามไปยังประเทศสเปนอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลีจึงจำเป็นต้องเลื่อนการหารือทวิภาคีกับทางการไทยออกไปอย่างกะทันหัน รัฐบาลอิตาลีต้องการมุ่งเน้นทรัพยากรทั้งหมดไปที่การควบคุมเหตุการณ์จลาจลไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ นายสีหศักดิ์ย้ำว่าคนไทยควรตรวจสอบข้อมูลจากทางการ และสถานทูตอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเดินทางเสมอ

คำแนะนำสำหรับคนไทยที่ต้องเดินทางไปยุโรป

น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – สำหรับพลเมืองไทยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศเหล่านี้ กระทรวงการต่างประเทศขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด

ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือสถานที่สาธารณะที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการปะทะ การติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศของรัฐบาลในประเทศเหล่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การลงทะเบียนข้อมูลการเดินทางกับสถานเอกอัครราชทูตไทยจะช่วยให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน

ทางการไทยยังแนะนำให้ผู้ที่วางแผนจะไปท่องเที่ยวพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางในระยะนี้ หากคุณจองตั๋วเครื่องบินและที่พักไว้แล้วแต่สามารถเลื่อนได้ การชะลอทริปออกไปก่อนถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินต้องมาก่อนความสนุกสนานจากการท่องเที่ยวเสมอ ทางกระทรวงจะยังคงประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะมีการอัปเดตคำแนะนำเพิ่มเติมหากเหตุการณ์ในยุโรปเริ่มคลี่คลายลง

ผลกระทบต่อการทูตและการค้าของไทย

เหตุการณ์ความวุ่นวายในยุโรปไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่มันยังมีผลต่อเนื่องถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจอีกด้วย การเลื่อนการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและอิตาลี ทำให้การหารือเรื่องความร่วมมือทางการค้าต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยและอิตาลียังคงมองเห็นโอกาสในการขยายตัวอีกมาก

ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว บริษัททัวร์หลายแห่งในประเทศไทยเริ่มได้รับคำขอเลื่อนการเดินทางจากลูกค้าแล้ว นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยเมื่อต้องเผชิญกับข่าวการประท้วงรายวัน สำนักข่าวและรายงานต่างประเทศ ระบุว่าเหตุการณ์นี้อาจมีความยืดเยื้อต่อไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและการบินจึงต้องเตรียมแผนสำรอง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ศุลกากรยึดไอโฟน 1,000 เครื่อง สกัดจับลอตใหญ่สุดในรอบปี

ตำรวจพัทยาจับกุม “อาหลี่” ชาวจีนที่ถูกออกหมายแดงในข้อหาพนันมูลค่า 1.5 พันล้านบาท

Continue Reading

ข่าว - News

ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

พัทยา – เกิดอุบัติเหตุรุนแรงขึ้นที่แยกโพธิสาร บนถนนพัทยา-นาเกลือ จังหวัดชลบุรี รถเอสยูวีสีดำพุ่งชนรถเก๋งและรถคันอื่นๆ หลายคัน รถเหล่านั้นกำลังจอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจรีบเดินทางมายังที่เกิดเหตุทันที พวกเขาเร่งช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุครั้งนี้ สภาพการจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดอย่างหนักเนื่องจากซากรถขวางถนน

ประเด็นสำคัญ

  • รถเอสยูวีสีดำพุ่งชนรถที่จอดติดไฟแดงหลายคันที่แยกโพธิสาร พัทยา
  • มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 7 ราย
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุ

การช่วยเหลือและตรวจสอบสาเหตุ

จากเหตุการณ์นี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 7 คน อาการบาดเจ็บมีตั้งแต่บาดแผลเล็กน้อยไปจนถึงบาดเจ็บค่อนข้างรุนแรง ทีมกู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาต่อไป

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ พวกเขาทำการสอบปากคำพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกอย่างละเอียด คุณสามารถติดตามข้อมูลการจราจรและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ แหล่งข่าวท้องถิ่นพัทยา ทางตำรวจยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น

ตำรวจสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าของเถื่อนชาวจีนในภาคเหนือของประเทศไทย

 

Continue Reading

ข่าว - News

งบเยียวยาน้ำท่วมจ่อหมด ปภ. ชง ครม. ขอเพิ่ม 1.05 หมื่นล้าน

Published

on

งบเยียวยาน้ำท่วมจ่อหมด ปภ. ชง ครม. ขอเพิ่ม 1.05 หมื่นล้าน

สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระจายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่ล่าสุดพบว่างบประมาณก้อนแรกที่ได้รับอนุมัติมานั้นถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว ทำให้ต้องเร่งจัดหางบประมาณเพิ่มเติมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างชัดเจน ท่านระบุว่าทางหน่วยงานได้ดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้กับผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องตามข้อมูลจริง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขล่าสุดชี้ให้เห็นว่าวงเงินเดิมที่ได้รับการจัดสรรมากำลังจะหมดลงในไม่ช้า

ประเด็นสำคัญ

  • งบประมาณเยียวยาน้ำท่วมก้อนแรก 5,281 ล้านบาท ถูกใช้ไปแล้วกว่า 5,225 ล้านบาท
  • ขณะนี้เหลือเงินในกองทุนเพียง 66 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือระยะต่อไป
  • ปภ. เตรียมเสนอ ครม. ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ เพื่อขออนุมัติงบเพิ่มอีก 10,508 ล้านบาท ครอบคลุม 1.48 ล้านครัวเรือน

งบประมาณเดิมเหลือเพียง 66 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางจำนวน 5,281 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศ การคำนวณงบประมาณนี้อ้างอิงจากข้อมูลความเสียหายที่แต่ละจังหวัดรายงานเข้ามาในระบบอย่างละเอียด ซึ่ง ปภ. ยืนยันว่าไม่สามารถขอวงเงินเกินกว่าข้อมูลความเสียหายที่มีอยู่จริงในขณะนั้นได้ จนถึงปัจจุบันได้มีการประสานงานกับธนาคารอย่างใกล้ชิดเพื่อโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนโดยตรง

ล่าสุด มีการใช้จ่ายเงินเยียวยาโอนให้ประชาชนไปแล้วถึง 5,225 ล้านบาท ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่รวดเร็วของภาครัฐ แต่ก็หมายความว่ามีเงินเหลือในระบบเพียง 66 ล้านบาทเท่านั้น จำนวนเงินที่เหลือนี้ไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังรอการเยียวยาอีกจำนวนมาก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหาทางออกอย่างเร่งด่วนเพื่อให้การช่วยเหลือไม่หยุดชะงัก

เตรียมเสนอ ครม. ขอวงเงินเพิ่ม 10,508 ล้านบาท

เพื่อแก้ไขปัญหางบประมาณขาดแคลน ปภ. ได้เตรียมแผนสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว นายนิรัตน์ยืนยันว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยจะเสนอขอขยายวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 10,508 ล้านบาท งบประมาณก้อนใหม่นี้จะนำมาจากงบกลางของปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้สามารถเดินหน้าทำงานต่อได้ทันที

เป้าหมายหลักของการของบเพิ่ม คือการดูแลประชาชนให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือได้ถึง 1.48 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการรับประกันจากภาครัฐว่าผู้ประสบภัยทุกคนที่เข้าเกณฑ์จะได้รับเงินช่วยเหลืออย่างแน่นอน จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือตกหล่นจากระบบการเยียวยาในครั้งนี้

ขั้นตอนการโอนเงินที่รวดเร็วและโปร่งใส

หาก ครม. มีมติอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 10,508 ล้านบาทตามที่เสนอ ปภ. จะเริ่มกระบวนการทำงานในขั้นต่อไปทันที ทางหน่วยงานจะส่งข้อมูลรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินให้กับ ธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของผู้ประสบภัย ระบบนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ารวดเร็วและสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและส่วนกลางเป็นไปอย่างราบรื่น

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถอุ่นใจได้ว่า กระบวนการช่วยเหลือจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ท่านอธิบดี ปภ. ย้ำว่าระบบการทำงานได้ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาสามารถติดตามข่าวสารจากทางราชการและผู้นำชุมชนได้อย่างใกล้ชิด

ความหวังของชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย

เงินเยียวยาก้อนนี้มีความหมายอย่างมากต่อการฟื้นฟูชีวิตของชาวบ้านในหลายจังหวัด หลายครอบครัวสูญเสียทรัพย์สินและเครื่องมือทำมาหากินไปกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก การได้รับเงินชดเชยจะช่วยให้พวกเขาสามารถซ่อมแซมบ้านเรือนและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนนี้จึงได้เร่งผลักดันงบประมาณให้ผ่านการอนุมัติโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน

ท้ายที่สุดแล้ว การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 ตุลาคม จะเป็นก้าวสำคัญในการพิจารณาความต่อเนื่องของความช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัย หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ครัวเรือนกว่า 1.48 ล้านครัวเรือนจะได้รับข่าวดีและได้รับการโอนเงินเข้าบัญชี การทำงานที่รวดเร็วและโปร่งใสของกรมป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ (DDPM) จะเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้ผ่านพ้นภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้ไปด้วยกัน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กาแฟเชียงราย ดอยช้าง ดอยวาวี ปางขอน ต่างกันยังไง

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้

 

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
เชียงราย - Chiang Rai News6 hours ago

ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน

ททท. แจกส่วนลดตั๋วบิน 500 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 300 ล้าน
ข่าวธุรกิจ Business9 hours ago

ททท. แจกส่วนลดตั๋วบิน 500 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 300 ล้าน

จับแล้ว! หนุ่มหัวร้อนทุบรถชกหน้าสาว อ้างฉุนถูกชนก่อน
ข่าวอาชญากรรม - Crime10 hours ago

ตำรวจจับกุมแล้ว! ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนที่ต่อยหน้าผู้หญิง โดยอ้างว่าโมโหจัด

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า
ข่าวอาชญากรรม - Crime10 hours ago

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า

จับ 11 ต่างชาติหนีแก๊งสแกมเมอร์ ซุกไร่อ้อยแม่สอด
ข่าวอาชญากรรม - Crime10 hours ago

ชาวต่างชาติ 11 คนที่หลบหนีแก๊งมิจฉาชีพถูกจับกุมขณะซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อย

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G
ข่าวอาชญากรรม - Crime11 hours ago

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G

ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
เชียงราย - Chiang Rai News11 hours ago

ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย - Chiang Rai News11 hours ago

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก

PHP2Shell
เทคโนโลยี - Tech1 day ago

รับมือ PHP2Shell: ไทยเร่งอุดช่องโหว่สกัดแฮกเกอร์

ไทยจ่อแก้กฎหมายยาเสพติด: ขัง 7 วัน-ฟันผู้เสพติด
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

ไทยจ่อแก้กฎหมายยาเสพติด: ขัง 7 วัน-ฟันผู้เสพติด

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
การเงิน -Finance3 weeks ago

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ปิดทำการหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ข่าว - News4 weeks ago

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ปิดทำการหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.
สภาพอากาศ - Weather4 weeks ago

เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.

บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ
ข่าวกีฬา Sports4 weeks ago

บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ

ราคาทองคำวันนี้

24 October 2026, 09:03

Gold bar 96.5%
Buy
63,900.00
Sell
64,100.00
▼ -250
Gold ornament 96.5%
Buy
62,625.96
Sell
64,900.00

Baht per 1 baht-weight (15.244 g)
Source: Gold Traders Association

Download Our App

Trending