ข่าว - News
ทะเลสาบพะเยาเผชิญภัยพิบัติทางนิเวศวิทยาเนื่องจากภัยแล้งครั้งใหญ่
พะเยา – เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ในจังหวัดพะเยาต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่น่าตกใจ ปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่เรียกว่า “น้ำสองสี” ปรากฏขึ้นใน “บึงพะเยา” ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักของจังหวัด แม้จะเป็นภาพที่น่าตกใจ…
พะเยา – เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ในจังหวัดพะเยาต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่น่าตกใจ ปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่เรียกว่า “น้ำสองสี” ปรากฏขึ้นใน “บึงพะเยา” ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักของจังหวัด
แม้จะเป็นภาพที่น่าตกใจ แต่แท้จริงแล้วมันเป็นสัญญาณอันตรายของการปนเปื้อนของน้ำอย่างรุนแรง สาเหตุหลักมาจากภัยแล้งที่ยาวนาน ซึ่งทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างมากและส่งผลให้ออกซิเจนในน้ำไม่เพียงพอ
ส่งผลให้ปลาและสัตว์น้ำจำนวนมากขาดอากาศหายใจและตายเป็นจำนวนมาก ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำเป็นจำนวนมาก ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างมากเพราะบึงพะเยาเป็นแหล่งน้ำประปาหลักของจังหวัด

ปรากฏการณ์น้ำสองสี ความสวยงามที่ซ่อนความตาย
หากมองจากที่ไกลๆ หรือมองผ่านหน้าจอโทรศัพท์ หลายคนอาจคิดว่ากว๊านพะเยากำลังมีความสวยงามแปลกใหม่ เพราะผืนน้ำถูกแบ่งออกเป็นสองสีอย่างชัดเจน คือฝั่งที่มีสีดำขุ่น และฝั่งที่มีสีขาวขุ่นตัดกันราวกับภาพวาด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตามข้อมูลจาก MGR Online ระบุชัดเจนว่า นี่คือภาพสะท้อนของปัญหาคุณภาพน้ำที่กำลังเข้าขั้นวิกฤต
ปริมาณน้ำในกว๊านตอนนี้เหลือเพียงประมาณ 14.9 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ และต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็นอย่างน่าตกใจ เมื่อน้ำน้อย ความร้อนสะสมในน้ำก็สูงขึ้น อากาศในน้ำจึงลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำเริ่มตายและเน่าเสีย ปลาเล็กปลาใหญ่ที่เคยแหวกว่ายตามธรรมชาติจึงไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ ภาพปลาที่ลอยตายเกลื่อนริมตลิ่งจึงกลายเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็น และเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าธรรมชาติกำลังส่งเสียงขอความช่วยเหลือ
ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของปลาตาย หรือกลิ่นเหม็นที่ลอยไปตามลมพัดเท่านั้น แต่กว๊านพะเยาเปรียบเสมือนหัวใจหลักของคนในจังหวัด ผลกระทบจึงลุกลามกระจายไปในหลายด้านของชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถสรุปให้เห็นภาพชัดเจนได้ดังนี้:
- วิกฤตน้ำประปา: น้ำจากกว๊านพะเยาถูกนำไปใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงคนทั้งจังหวัด เมื่อแหล่งน้ำดิบเน่าเสีย การผลิตน้ำประปาที่สะอาดและปลอดภัยจึงทำได้ยากขึ้น น้ำที่ไหลออกจากก๊อกที่บ้านอาจมีสี กลิ่น หรือรสชาติที่เปลี่ยนไป เสี่ยงต่อการนำไปใช้อาบหรือทำอาหาร
- ชาวประมงพื้นบ้านขาดรายได้: ชาวบ้านที่พึ่งพาการนั่งเรือหาปลาในกว๊านพะเยาเพื่อเลี้ยงครอบครัว ต้องสูญเสียรายได้หลักไปโดยสิ้นเชิง เพราะปลาตายเป็นจำนวนมาก และปลาที่รอดชีวิตก็อาจไม่ปลอดภัยสำหรับการนำไปกินหรือนำไปขายที่ตลาด
- การท่องเที่ยวซบเซาอย่างหนัก: กว๊านพะเยาคือสถานที่พักผ่อนและจุดท่องเที่ยวชื่อดังของภาคเหนือ การมีกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งและภาพซากปลา ย่อมทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางหนีหาย ส่งผลให้ร้านค้า ร้านอาหารริมกว๊าน และโรงแรมในพื้นที่ต้องขาดรายได้ตามไปด้วย
- ธรรมชาติเสียสมดุลระยะยาว: เมื่อปลาตาย สัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ที่อยู่ในวงจรอาหารเดียวกันก็ย่อมอดตายหรือป่วยตามไปด้วย หากปล่อยไว้นาน อาจเกิดปัญหาสาหร่ายพิษแพร่กระจาย ซึ่งจะยิ่งทำให้น้ำเน่าเสียหนักกว่าเดิมจนยากจะฟื้นฟู
กว๊านพะเยาสำคัญแค่ไหน ทำไมเราต้องรีบแก้ไขปัญหา?
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นข่าวใหญ่และน่ากังวล ต้องอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า กว๊านพะเยาไม่ใช่แค่บึงน้ำขนาดใหญ่สำหรับเดินเล่นรับลมเย็นๆ เท่านั้น แต่ที่นี่คือแหล่งผลิตน้ำกินน้ำใช้ของคนนับแสนคน เป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านพื้นถิ่น และเป็นจุดดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชน หากกว๊านพะเยาล่มสลาย เศรษฐกิจ ปากท้อง และวิถีชีวิตของคนพะเยาก็จะล่มสลายตามไปด้วย การปล่อยให้ปัญหาลุกลามต่อไป จึงส่งผลเสียต่อทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในระยะสั้นนี้ เจ้าหน้าที่จากหลากหลายหน่วยงานกำลังทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเร่งเก็บกู้ซากปลาที่ลอยตายออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ป้องกันไม่ให้ซากปลาเน่าเปื่อยจมลงก้นกว๊านและทำให้น้ำเสียไปมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการส่งทีมลงพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบคุณภาพอย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเมื่อเกิดวิกฤตแล้วเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ในระยะยาว ทุกภาคส่วนต้องหันมาพูดคุยกันอย่างจริงจังถึงวิธีรับมือกับภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี อาจจะต้องมีการวางแผนจัดการน้ำใหม่ทั้งหมด การรณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ไปจนถึงการสำรวจหาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อไม่ให้กว๊านพะเยาต้องแบกรับภาระหนักจนเกิดเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำรอยแบบนี้อีก สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากทุกคน ทั้งหน่วยงานรัฐและชาวบ้าน ที่จะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลรักษากว๊านพะเยาให้กลับมาใสสะอาดและอุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวพะเยาตลอดไป
ข่าวเด่นประจำวันของประเทศไทย
ทหารในเชียงใหม่ยึดยาไอซ์ได้ 270 กิโลกรัม หลังการปะทะกัน
ระทึก! กระบะเสียหลักตกเหวลึก 50 เมตรที่ดอยพะเยา รอดตายปาฏิหาริย์ 2 ชีวิต
ตำรวจจังหวัดพะเยาถูกวิพากษ์วิจารณ์กรณีปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือคนขับรถส่งของจากเชียงราย
ข่าว - News
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
กรุงเทพฯ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หลังมีผู้โดยสารโพสต์คลิปและร้องเรียนว่ากระเป๋าเดินทางมีร่องรอยถูกเปิดรื้อค้นระหว่างเดินทาง เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้แก่นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ใช้บริการผ่านสนามบินหลักของไทย ทางสนามบินจึงเข้าตรวจสอบระบบสายพานและกล้องวงจรปิดทันทีเพื่อความโปร่งใส
ข่าว - News
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
พชรบุรี – การค้นพบสัตว์ป่าหายากในธรรมชาติมักสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการบันทึกภาพเสือดำและเสือดาวกำลังเดินอยู่ด้วยกันในเฟรมเดียว ภาพเหตุการณ์สุดพิเศษนี้ถูกบันทึกไว้ได้ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย การปรากฏตัวของสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ทั้งสองรูปแบบถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสมดุลของระบบนิเวศ ภาพเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนรักสัตว์ป่าดีใจ แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จของการปกป้องผืนป่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ข่าว - News
รัฐอัดฉีดบริษัททัวร์ 40,000 บาท กระตุ้นเที่ยวไทย
เชียงราย – รัฐบาลไทยเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งการเดินทางที่กำลังจะมาถึง ล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างเป็นทางการ โครงการนี้มุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการทัวร์และนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรง รัฐบาลพร้อมมอบเงินอุดหนุนค่าเดินทางสูงสุดถึง 40,000 บาทต่อทริป เพื่อเป็นแรงจูงใจในการออกเดินทางสำรวจความสวยงามของประเทศไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จับมือกับพันธมิตร 9 องค์กร เพื่อเปิดตัวโครงการ “เที่ยวข้ามภาคกับทัวร์” แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและกระจายคนสู่เมืองรอง รัฐบาลคาดหวังว่าจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 208 ล้านบาททั่วประเทศ โครงการนี้ถือเป็นความหวังใหม่ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
สรุปประเด็นสำคัญ
- รัฐบาลพร้อมอุดหนุนค่ารถบัสสูงสุด 40,000 บาท และรถตู้สูงสุด 10,000 บาทต่อทริป
- เงื่อนไขหลักคือต้องเป็นการเดินทางข้ามจังหวัด และพักค้างคืนอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน
- นักท่องเที่ยวสามารถจองและเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570
เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม
สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธิ์นั้น ผู้ประกอบการจะต้องจัดกลุ่มทัวร์ตามขนาดที่โครงการกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด กรณีเดินทางด้วยรถบัสจะต้องมีนักท่องเที่ยวชาวไทยร่วมเดินทางอย่างน้อย 30 คน รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนค่าเช่ารถให้วันละ 10,000 บาท โดยจำกัดเพดานสูงสุดไม่เกิน 40,000 บาทต่อหนึ่งทริป ส่วนการใช้รถตู้จะต้องมีผู้โดยสารขั้นต่ำ 6 คน ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือวันละ 2,500 บาท และสูงสุด 10,000 บาทต่อทริป
ทริปการเดินทางทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นการข้ามเขตจังหวัดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องพักค้างคืนในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่พื้นที่จุดเริ่มต้นของทริป โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับบริษัททัวร์เท่านั้น แต่ยังช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดเงินเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนโดยตรง
โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกแพ็กเกจเดินทางได้หลากหลายรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ สุขภาพ หรือแม้แต่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม หากคุณเป็นบริษัททัวร์หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถอ่าน มาตรการอัดฉีดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อศึกษารายละเอียดของสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถโทรสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากสายด่วน ททท. 1672 เพื่อเริ่มต้นวางแผนวันหยุดพักผ่อนสุดคุ้มของคุณ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจช่วยเหลือแม่และลูกชายจากพ่อที่เสียสติ
ชาวจีน 99 คนถูกจับกุม! แก๊งอาชญากรถูกทลายที่ชายแดนเมียนมาร์-ไทย
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน


