ข่าว - News
ตำรวจสอบสวนภรรยาหลังคลิปวิดีโอหักล้างข้อกล่าวอ้างที่ว่าสามีพิการของเธอตกจากสะพาน
พิษณุโลก – เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เกิดเหตุการณ์สุดระทึกและชวนให้ตั้งข้อสงสัยขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อชายวัย 58 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ได้พลัดตกลงไปในคลองชลประทาน บริเวณสะพานข้ามคลองด้านหลังเทศบาลตำบลพลายชุมพล…
พิษณุโลก – เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เกิดเหตุการณ์สุดระทึกและชวนให้ตั้งข้อสงสัยขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อชายวัย 58 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ได้พลัดตกลงไปในคลองชลประทาน บริเวณสะพานข้ามคลองด้านหลังเทศบาลตำบลพลายชุมพล ในเบื้องต้นภรรยาของเขาให้การว่า เหตุการณ์นี้เป็นเพียงอุบัติเหตุ โดยอ้างว่าระหว่างขับรถพาสามีไปโรงพยาบาล สามีเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าถึงที่หมายแล้ว จึงเปิดประตูและพลาดตกลงไปเอง อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กลับพบเงื่อนงำหลายอย่างที่ทำให้สังคมต้องตั้งคำถามว่า นี่คืออุบัติเหตุจริงๆ หรือไม่ ทั้งนี้คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับได้จากเว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลพลายชุมพล ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนตกน้ำ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุและทำการช่วยเหลือเสร็จสิ้น มีผู้หญิงคนหนึ่งขับรถเก๋งสีขาวมาจอดและแสดงตัวว่าเป็นภรรยาของผู้บาดเจ็บ เธอเล่าให้ฟังว่า ทั้งคู่เดินทางออกจากบ้านเพื่อไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่เมื่อรถขับมาถึงกลางสะพาน สามีที่มีอาการป่วยอยู่แล้ว เกิดความสับสนและคิดว่าถึงโรงพยาบาลแล้ว จึงเปิดประตูรถและตกลงไปในคลองด้วยตัวเอง แม้คำอธิบายนี้จะฟังดูเป็นไปได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหัวหน้างานป้องกันฯ กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงตัดสินใจไปตรวจสอบภาพเหตุการณ์ย้อนหลัง
หลักฐานจากกล้องวงจรปิดชี้ให้เห็นอีกมุม
สิบเอกนิเวชย์ เจียมสัน หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญหลังจากดูกล้องวงจรปิด ซึ่งภาพที่เห็นมีความขัดแย้งกับคำบอกเล่าของภรรยาอย่างชัดเจน โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้:
- เวลา 10.31 น.: รถเก๋งสีขาวของภรรยาขับมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ และเลือกที่จะจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงกลางสะพานข้ามคลอง ซึ่งไม่ใช่จุดที่ควรจอดรถ
- เวลา 10.34 น.: คนขับรถได้เปิดประตูลงมา แล้วเดินอ้อมไปที่ด้านซ้ายของตัวรถซึ่งเป็นฝั่งผู้โดยสาร หลังจากนั้น ภาพวงจรปิดก็จับภาพร่างของผู้ชายคนดังกล่าวร่วงตกลงไปในคลอง พร้อมกับมีถุงขยะสีดำตกลงไปในน้ำพร้อมกันอีกหนึ่งใบ
- หลังเกิดเหตุ: ชายที่ตกน้ำพยายามว่ายน้ำอย่างยากลำบากเพื่อไปเกาะตอม่อสะพาน ในขณะที่รถเก๋งสีขาวคันนั้นกลับขับออกไปจากจุดเกิดเหตุทันที มุ่งหน้าไปทางถนนเลี่ยงเมือง รถคันนี้มีการขับวนกลับมาดูหนึ่งรอบ แต่ก็ไม่ได้จอดรถเพื่อลงมาช่วยเหลือแต่อย่างใด
เวลาผ่านไปจนถึง 10.45 น. โชคดีที่มีรถของเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลพลายชุมพลขับผ่านมาบริเวณนั้นพอดี พวกเขาสังเกตเห็นชายคนดังกล่าวกำลังเกาะตอม่อสะพานอยู่กลางน้ำด้วยความอ่อนแรง เจ้าหน้าที่จึงรีบหยุดรถและโทรแจ้งทีมกู้ภัยให้รีบนำเสื้อชูชีพและอุปกรณ์มาช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน การช่วยเหลือเป็นไปอย่างราบรื่นและสามารถนำตัวผู้บาดเจ็บขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังช่วยเหลืออยู่นั้น รถเก๋งสีขาวคันเดิมก็ขับวนกลับมาจอดที่สะพานอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่ภรรยาลงมาให้ข้อมูลเรื่องความเข้าใจผิดของสามี หลังจากนั้นทีมแพทย์ฉุกเฉินจึงได้รับช่วงต่อนำตัวคนไข้ส่งโรงพยาบาล
อาการล่าสุดและแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ปัจจุบัน ชายผู้ประสบเหตุยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อาการป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงทำให้เขาพูดไม่ชัด และไม่สามารถเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองได้ เขาทำได้เพียงแค่พยักหน้าเพื่อตอบสนองเท่านั้น จึงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ยืนยันว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีผู้เสียหายหรือญาติคนใดเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ มีเพียงการลงพื้นที่ของตำรวจสายตรวจเพื่อขอดูภาพวงจรปิดเบื้องต้นเท่านั้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สื่อให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่ผิดปกติ หลายคนต่างตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อสืบหาความจริง การด่วนตัดสินอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ดังนั้นเราทุกคนจึงควรติดตามข่าวสารอย่างมีสติ และรอคอยผลสรุปที่ชัดเจนจากกระบวนการทางกฎหมายต่อไปว่า สรุปแล้วเหตุการณ์นี้เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุจากความสับสน หรือมีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่เบื้องหลังกันแน่
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด หลังไล่ล่าด้วยความเร็วสูงในจังหวัดเพชรบูรณ์
ด่วน! ตำรวจเชียงรายจับกุมเด็กอายุ 14 ปี 2 คน ในข้อหาขนส่งยาไอซ์เกือบ 30 กิโลกรัม
ข่าว - News
สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นที่จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ มีคนตกลงไปในหลุมลึกบริเวณใกล้น้ำตกป่าหวาย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่มรื่นและสวยงาม จุดเกิดเหตุเป็นทางเดินชมธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย แต่กลับกลายเป็นสถานที่จบชีวิต เมื่อมีชายคนหนึ่งตัดสินใจกระโดดลงไปในหลุมลึกต่อหน้าผู้คน
หลุมดังกล่าวมีความลึกมากถึง 50-60 เมตร และยังมีกระแสน้ำไหลผ่านตลอดเวลา ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก หลังจากชายคนนี้ตกลงไป เขาไม่ได้กลับขึ้นมาอีกเลย เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จึงคาดการณ์ตั้งแต่ต้นว่าเขาอาจจะเสียชีวิตแล้ว หน่วยกู้ภัย สภ.พบพระ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงรีบลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ทันที
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 30 ปี เสียชีวิตจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง หลังกระโดดลงหลุมลึกกว่า 50 เมตร ที่น้ำตกป่าหวาย
- สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากปัญหาความรักที่ไม่สมหวัง เนื่องจากทั้งคู่เป็นญาติใกล้ชิดที่มีนามสกุลเดียวกัน
- ทีมกู้ภัยต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญและเชือกสลิงยาวพิเศษ เพื่อโรยตัวลงไปกู้ร่างผู้เสียชีวิตด้วยความยากลำบาก
การนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย นายกุล เครือวีระ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด ได้สั่งการด่วนให้ทีมบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์กู้ภัยเคลื่อนที่เร็วและอุปกรณ์กู้ชีพครบมือ มาร่วมภารกิจกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก สาขาแม่สอด การทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดเนื่องจากสภาพพื้นที่ที่อันตราย
นอกจากนี้ ทีมงานต้องใช้ผู้ที่ชำนาญการปีนเขา โรยตัวลงไปในหลุมลึกพร้อมกับเชือกสลิงยาว พวกเขาทำงานด้วยความระมัดระวัง จนในที่สุดก็สามารถนำเปลรัดร่างของผู้เสียชีวิตดึงขึ้นมาได้สำเร็จ ผู้ตายเป็นชายหนุ่มอายุ 30 ปี ชาวตำบลคีรีราษฎร์ สวมเสื้อยืดและกางเกงสีน้ำเงิน สภาพศพบ่งบอกถึงการกระแทกกับพื้นหลุมอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรพลิกศพต่อไป
ปมรักต้องห้ามที่จบลงด้วยน้ำตา
จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น พบว่าเบื้องหลังเหตุการณ์นี้คือเรื่องราวความรักที่แสนเศร้า ผู้ตายมีความรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง แต่ไม่สามารถคบกันได้ เนื่องจากทั้งคู่มีนามสกุลที่ใกล้เคียงกันและเป็นญาติใกล้ชิดกัน ทั้งสองคนจึงพากันมาเที่ยวที่อุทยานฯ เพื่อพูดคุยปรับทุกข์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตรักที่ไม่มีทางออก
เชื่อกันว่าทั้งคู่ตัดสินใจจบชีวิตด้วยกันเพื่อหนีปัญหา ฝ่ายชายกระโดดลงไปในหลุมลึกและเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิงไม่ได้ตามลงไป เธอทำได้เพียงร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกอยู่ริมหลุมและรีบขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับทุกคน ความผิดหวังในเรื่องความรักเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่างไรก็ตาม การหาทางออกด้วยการจบชีวิตไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดต่อไป เพื่อปิดคดีและมอบความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY
ข่าว - News
ช็อก! ลาวบุกยึดเจ็ตส่วนตัว ซุกไอซ์กว่าครึ่งตันที่สนามบิน
เหตุการณ์สุดระทึกขวัญเกิดขึ้นที่ สปป.ลาว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ สกัดจับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ กลุ่มคนร้ายเหิมเกริมถึงขั้นใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมารับยาไอซ์น้ำหนักกว่าครึ่งตัน พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะบินออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางแบบไร้ร่องรอย
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมครั้งประวัติศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้ทั้งเครื่องบินและยาเสพติดมูลค่ามหาศาล พร้อมรวบตัวผู้ต้องหาได้ถึง 13 ราย ข้อมูลเชิงลึกจาก MGR Online ระบุว่ามีทั้งนักบินและเจ้าหน้าที่สนามบินเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ด้วย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจลาวบุกยึดเครื่องบินส่วนตัวที่ลักลอบขนยาไอซ์กว่า 521 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางถึง 21 ใบ
- เจ้าหน้าที่รวบตัวผู้ต้องหาได้ 13 ราย ประกอบด้วยนักบิน ชาวต่างชาติ และพนักงานของท่าอากาศยานหลวงพระบาง
- เบาะแสสำคัญมาจากพลเมืองดีที่แจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ตำรวจสามารถซ้อนแผนจับกุมได้ทันก่อนเครื่องบินขึ้น
เบาะแสสำคัญจากพลเมืองดี
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการจับกุมครั้งนี้มาจากข้อมูลลับของพลเมืองดี เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจแขวงหลวงพระบางได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญ ข้อมูลระบุชัดเจนว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ผ่านเส้นทางอากาศ
ขบวนการนี้วางแผนใช้เครื่องบินส่วนตัวบินตรงจากประเทศมาเลเซีย เพื่อมารับยาเสพติดที่เมืองหลวงพระบาง ตอนแรกคนร้ายกำหนดวันก่อเหตุไว้ในวันที่ 26 กันยายน แต่ต่อมาได้เลื่อนแผนการเป็นวันที่ 1 ตุลาคมแทน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ลดความพยายามลงแต่อย่างใด
ตำรวจลาวได้จัดกำลังเฝ้าระวังและตรวจสอบข้อมูลการบินอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งสืบทราบว่าเครื่องบินเป้าหมายรหัส N73GP จะเดินทางออกจากต้นทางในเวลา 11.30 น. และมีกำหนดการเดินทางมาถึงสนามบินหลวงพระบางในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 13.30 น.
นาทีจับกุมกลางรันเวย์
เมื่อเครื่องบินลำดังกล่าวร่อนลงจอดตามเวลาที่คาดการณ์ไว้ เหตุการณ์ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงตึงเครียด รถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 2 คันได้ขับมาจอดที่บริเวณด้านหน้าของท่าอากาศยาน จากนั้นพนักงานของสนามบินได้ช่วยกันนำกระเป๋าเดินทางจำนวน 23 ใบลงจากรถ
กระเป๋าทั้งหมดถูกเข็นผ่านเครื่องเอกซเรย์ของสนามบินอย่างแนบเนียน ก่อนจะถูกลำเลียงขึ้นไปบนเครื่องบินส่วนตัวที่จอดติดเครื่องรออยู่อย่างรวดเร็ว เมื่อโหลดสัมภาระเสร็จสิ้น รถบรรทุกทั้งสองคันก็รีบขับออกไปจากพื้นที่สนามบินทันที
เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิเศษจากกองบัญชาการตำรวจแขวงหลวงน้ำทาจึงไม่รอช้า พวกเขาตัดสินใจนำกำลังบุกเข้าตรวจค้นกระเป๋าทั้งหมดบนเครื่องบิน ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นแบบฉิวเฉียดก่อนที่เครื่องบินเจ็ตลำดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ผลการตรวจค้นทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงกับสิ่งที่พบซ่อนอยู่ด้านใน เมื่อพบว่าในกระเป๋าจำนวน 21 ใบเต็มไปด้วยถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ถุงเหล่านี้ถูกประทับด้วยโลโก้รูปปลาทองเหมือนกันทั้งหมดอย่างเป็นระเบียบ
เปิดกระเป๋าเจอยานรกล็อตใหญ่
เมื่อเปิดดูภายในถุง พบว่าเป็นยาเสพติดประเภทไอซ์รวมจำนวนทั้งหมด 500 ห่อ ยาเสพติดล็อตนี้มีน้ำหนักรวมกันสูงถึง 521 กิโลกรัม ส่วนกระเป๋าเดินทางอีก 2 ใบที่เหลือเป็นเพียงของใช้ส่วนตัวทั่วไปที่นำมาเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
หลักฐานที่ชัดเจนและมัดตัวแน่นหนานี้ ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แบบคาหนังคาเขา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 13 คนในที่เกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหามีทั้งนักบิน ผู้ช่วยนักบิน และนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติอีกหนึ่งคน
นอกจากนี้ยังมีพนักงานบริษัทที่เกี่ยวข้องถูกจับกุมอีก 3 คน และที่น่าตกใจที่สุดคือมีพนักงานของท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบางร่วมขบวนการด้วยถึง 7 คน ทุกคนถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาความเชื่อมโยงของเครือข่าย
นอกเหนือจากยาไอซ์กว่าครึ่งตันและเครื่องบินส่วนตัวแล้ว ตำรวจยังสามารถติดตามยึดรถกระบะสีขาวได้อีก 1 คันเพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญ การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการลาวในการกวาดล้างยาเสพติด และจะมีการเร่งขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ลาวส่งตัวชาวไทย 76 คนจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์กลับไปยังเชียงราย พร้อมจับกุม 8 คนที่มีหมายจับ
ข่าว - News
เจ้าหน้าที่กู้ภัยตกตะลึงหลังจากสุนัขที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพ
เหตุการณ์สุดระทึกขวัญและน่าเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดน้ำท่วมกำแพงเพชรวิกฤต! น้ำล้นคลองซัดบ้านจม คนหนีขึ้นหลังคา">กำแพงเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งให้ไปช่วยเก็บซากสุนัขที่เสียชีวิตแล้ว แต่สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างไม่คาดคิด เมื่อสุนัขตัวดังกล่าวฟื้นคืนชีพขึ้นมาบนรถกู้ภัย คลิปวิดีโอนี้ถูกโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “น้ำตา คนเลว” พร้อมข้อความว่า “#ช่วยด้วย!ระทึกกลางวันแสกๆกู้ภัยโดนผีหลอก” วิดีโอดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยมียอดเข้าชมสูงถึง 4 ล้านครั้งภายในชั่วข้ามคืน
นายธีระ พึ่งพัฒน์ อายุ 53 ปี อาสาสมัครกู้ภัย เล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. บริเวณหมู่ 1 ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ทีมงานได้รับแจ้งจากชาวบ้านให้ช่วยนำร่างสุนัขเพศผู้ที่นอนตายนอกบ้านไปฝัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่าสุนัขตัวอ่อนปวกเปียกและไม่มีการตอบสนองใดๆ จึงเชื่อว่าเสียชีวิตแล้วอย่างแน่นอน และเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนของ หน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร ต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- กู้ภัยได้รับแจ้งให้ไปเก็บร่างสุนัขที่เชื่อว่าเสียชีวิตแล้วเพื่อนำไปฝังตามธรรมชาติ
- สุนัขฟื้นคืนชีพและลุกขึ้นยืนบนรถกู้ภัยหลังจากถูกห่อด้วยผ้าขาวเพียง 5 นาที
- คลิปเหตุการณ์กลายเป็นไวรัล มียอดผู้เข้าชมทะลุ 4 ล้านครั้งในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพสุนัข พวกเขาได้ใช้ผ้าขาวดิบห่อร่างของมันอย่างมิดชิด จากนั้นจึงยกขึ้นท้ายรถกระบะเพื่อเตรียมนำไปฝัง แต่หลังจากรถออกเดินทางไปได้เพียง 5 นาที เหตุการณ์ชวนขนลุกก็เกิดขึ้น จู่ๆ สุนัขที่ถูกห่อผ้าไว้ก็ฟื้นลุกขึ้นมายืนบนรถโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ วินาทีนั้นอาสาสมัครกู้ภัยที่นั่งอยู่ท้ายรถต่างตกใจสุดขีด
กระแสไวรัลและการตอบรับจากโซเชียล
หลายคนยอมรับว่าตกใจจนคิดว่าโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ จึงรีบตะโกนบอกให้คนขับจอดรถทันที เมื่อคนขับจอดรถและเดินมาเปิดท้ายกระบะ สุนัขตัวดังกล่าวก็กระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความงุนงงและตกตะลึงให้กับทีมงานทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะต่างมั่นใจว่าสุนัขหยุดหายใจไปแล้วก่อนหน้านี้
นายธีระยอมรับว่า นี่เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตการทำงานกู้ภัยที่เจอเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้ หลังจากตั้งสติได้ ทีมงานจึงนำคลิปวิดีโอจากมือถือไปโพสต์ลงในกลุ่มโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลามและแชร์คลิปออกไปอย่างกว้างขวาง
บางคนรู้สึกขบขันกับปฏิกิริยาตกใจสุดขีดของกู้ภัย ในขณะที่หลายคนรู้สึกยินดีที่สุนัขตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีสำหรับประชาชนทั่วไป หากพบสัตว์ที่ดูเหมือนเสียชีวิต ควรตรวจสอบการหายใจให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนเสมอ ท้ายที่สุดนี้ ทีมกู้ภัยก็ยังคงได้รับคำชื่นชมในความทุ่มเทช่วยเหลือสังคมแม้จะต้องเจอกับเรื่องชวนตกใจก็ตาม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น่าตกใจ!! ชายคนหนึ่งยอมมอบตัวตำรวจหลังจากลากสุนัขไปไกล 2 กิโลเมตร
รวบแก๊งโจ๋หญิงกำแพงเพชร รุมทำร้ายเด็ก 13 มอบตัวแล้ว
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ

