ข่าวอาชญากรรม - Crime
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อปกป้องทรัพย์สินดิจิทัลของคุณในประเทศไทย ปี 2026
กรุงเทพฯ – ในขณะที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบในปี 2026 ความสะดวกสบายที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีกลับแฝงไปด้วยภัยคุกคามที่ชาญฉลาดขึ้นกว่าเดิม จากข้อมูลล่าสุดของ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)…
น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – ในขณะที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบในปี 2026 ความสะดวกสบายที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีกลับแฝงไปด้วยภัยคุกคามที่ชาญฉลาดขึ้นกว่าเดิม จากข้อมูลล่าสุดของ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พบว่าสถิติการโจมตีทางไซเบอร์ในไทยพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะการใช้ AI ในการหลอกลวงและการโจรกรรมข้อมูล
วันนี้ “สินทรัพย์ดิจิทัล” ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เงินในบัญชีธนาคาร หรือ Bitcoin เท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน และตัวตนบนโลกออนไลน์ของคุณด้วย หากคุณไม่อยากเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่ต้องสูญเสียทั้งเงินและชื่อเสียง นี่คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะช่วยให้คุณรักษาความปลอดภัยในโลกดิจิทัลได้อย่างมืออาชีพ
1. AI: ดาบสองคมที่โจรไซเบอร์ใช้ล่าคุณ
ในปี 2026 เราไม่ได้สู้กับแค่โปรแกรมเมอร์ที่นั่งหน้าจออีกต่อไป แต่เรากำลังสู้กับ AI-Powered Attacks ที่ทำงานได้รวดเร็วและแนบเนียนจนน่าตกใจ
- Deepfake Social Engineering: ระวังการโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลที่ใช้ใบหน้าและเสียงของคนที่คุณรู้จัก (เช่น เจ้านายหรือคนในครอบครัว) มาขอยืมเงินหรือขอข้อมูลสำคัญ เทคโนโลยี Deepfake ในปัจจุบันสามารถเลียนแบบได้แทบจะ 100%
- AI-Powered Phishing: ลืมอีเมลหลอกลวงภาษาไทยเพี้ยนๆ ไปได้เลย AI สมัยนี้สามารถเขียนข้อความภาษาไทยได้สละสลวย แนบเนียน และเจาะจงเป้าหมาย (Spear Phishing) จนแยกไม่ออก
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: หากมีการร้องขอให้โอนเงินหรือส่งรหัสผ่านผ่านช่องทางออนไลน์ ให้ใช้วิธี “โทรกลับ” ไปยังเบอร์ส่วนตัวที่บันทึกไว้เสมอเพื่อยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการใดๆ
2. ยกระดับการป้องกัน: กฎเหล็ก “Zero Trust”
แนวคิดการรักษาความปลอดภัยแบบเดิมที่ว่า “กำแพงสูงคือปลอดภัย” ใช้ไม่ได้อีกต่อไป ในปีนี้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแนะนำหลักการ Zero Trust หรือ “อย่าไว้วางใจใครเด็ดขาด” แม้จะเป็นคนในเครือข่ายเดียวกัน
- เลิกใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว: การใช้รหัสผ่าน (Password) อย่างเดียวคือช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุด คุณควรใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) หรือการยืนยันตัวตนหลายชั้น เช่น การใช้แอปยืนยันตัวตน (Authenticator App) ร่วมกับลายนิ้วมือ
- อัปเดตซอฟต์แวร์ทันที: แฮ็กเกอร์มักใช้ช่องโหว่จากซอฟต์แวร์ที่ไม่อัปเดต การกด “Update Later” อาจหมายถึงการเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ให้โจร
- ใช้ Password Manager: อย่าใช้รหัสผ่านซ้ำกันในทุกแอปฯ ควรใช้เครื่องมือช่วยจำรหัสผ่านที่มีการเข้ารหัสระดับสูง
3. ปกป้องคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto Asset Security)
สำหรับนักลงทุนในไทย ปี 2026 เป็นปีที่มีกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น โดย สำนักงาน ก.ล.ต. ได้เริ่มใช้กฎ “Travel Rule” เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินดิจิทัล
- Hardware Wallet คือทางรอด: อย่าเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าสูงไว้ใน Exchange เพียงอย่างเดียว การใช้กระเป๋าเงินแบบฮาร์ดแวร์ (Cold Storage) ที่ไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตยังคงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
- ระวังแอปฯ ปลอม: ตรวจสอบก่อนดาวน์โหลดแอปฯ เทรดเงินดิจิทัลเสมอ เพราะมีแอปฯ เลียนแบบที่จ้องจะขโมย Seed Phrase ของคุณอยู่ตลอดเวลา
4. พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA): เกราะป้องกันที่คุณต้องรู้
กฎหมาย PDPA ของไทยได้รับการบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบและมีความเข้มงวดมากขึ้นในปี 2026 องค์กรต่างๆ มีหน้าที่ต้องดูแลข้อมูลของคุณให้ปลอดภัย
- สิทธิของคุณ: คุณมีสิทธิ์ที่จะขอเข้าถึง ลบ หรือคัดค้านการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจากบริษัทต่างๆ
- การแจ้งเตือนเหตุละเมิด: หากข้อมูลของคุณรั่วไหล บริษัทมีหน้าที่ต้องแจ้งให้คุณทราบภายใน 72 ชั่วโมงตามกฎหมายของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
สรุป: รายการตรวจสอบความปลอดภัยที่คุณต้องทำในวันนี้ที่ประเทศไทย
เพื่อให้มั่นใจว่าสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณในประเทศไทยปลอดภัย 100% โปรดตรวจสอบว่าคุณได้ทำสิ่งเหล่านี้แล้วหรือยัง:
- [ ] เปิดใช้งาน MFA/2FA ในทุกบัญชีสำคัญ (อีเมล, ธนาคาร, โซเชียล)
- [ ] ตั้งค่าการอัปเดตระบบปฏิบัติการ (iOS, Android, Windows) แบบ อัตโนมัติ
- [ ] ไม่คลิกลิงก์จาก SMS หรืออีเมลที่ไม่รู้จัก แม้จะดูเหมือนส่งมาจากธนาคารก็ตาม
- [ ] สำรองข้อมูล (Backup) ข้อมูลสำคัญไว้ใน Cloud ที่ปลอดภัยและ Hard Drive ภายนอกเสมอ
- [ ] มีสติและตรวจสอบซ้ำ (Double Check) ทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรมทางการเงิน
การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “พฤติกรรม” และ “ความตระหนัก” หากเราก้าวทันเกมของอาชญากร สินทรัพย์ดิจิทัลที่คุณสร้างมาด้วยความเหนื่อยยากก็จะยังคงปลอดภัยอยู่ในมือคุณ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าว - News3 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

