ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจไซเบอร์และ TICAC จับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย ในข้อหาค้าสื่อลามกอนาจารเด็กผ่านสื่อสังคมออนไลน์
กรุงเทพฯ – ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตต่อเด็ก (TICAC) จับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย ในข้อหาจำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก หลังจากการบุกตรวจค้นอย่างเป็นระบบใน 4 จังหวัด เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569…
กรุงเทพฯ – ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตต่อเด็ก (TICAC) จับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย ในข้อหาจำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก หลังจากการบุกตรวจค้นอย่างเป็นระบบใน 4 จังหวัด เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569
เจ้าหน้าที่ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีของไทยเปิดปฏิบัติการครั้งสำคัญอีกครั้ง โดยจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสื่อลามกเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ได้ 4 ราย การดำเนินการครั้งนี้อยู่ภายใต้นโยบายเร่งปราบปรามอาชญากรรมที่กระทบต่อเด็ก ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก
รายละเอียดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น
พนันออนไลน์ "MNGAME888" และจับกุมแก๊งทั้งหมดได้แล้ว">ตำรวจไซเบอร์และ TICAC ใช้เวลาสืบสวนหลายเดือน โดยเก็บข้อมูลจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลายแห่ง เช่น Facebook, Telegram และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย จากนั้นจึงรวบรวมหลักฐานและยื่นขอหมายค้นต่อศาล ก่อนเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดพร้อมกันในวันที่ 18 มีนาคม 2569
พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นมีดังนี้
- กรุงเทพมหานคร (เขตชานเมือง)
- จังหวัดสมุทรปราการ
- จังหวัดชลบุรี
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจพบคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ และโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง ภายในมีภาพและวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มากกว่า 10,000 ไฟล์ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการรับโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารและแอปพลิเคชันต่างๆ
ข้อกล่าวหาที่ผู้ต้องหาต้องเผชิญ
ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นชายไทย อายุระหว่าง 25 ถึง 45 ปี และถูกดำเนินคดีในหลายข้อหา ได้แก่
- นำเข้าสื่อลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
- ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก
- เผยแพร่และจำหน่ายเพื่อการค้าผ่านช่องทางออนไลน์
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และปรับไม่เกิน 300,000 บาท
แนวทางสืบสวนของ TICAC และตำรวจไซเบอร์
TICAC เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อรับมืออาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตที่กระทบต่อเด็กโดยตรง เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกเฉพาะด้าน ทั้งการตามรอยข้อมูลออนไลน์ การวิเคราะห์เมตาดาต้า และการสืบสวนเชิงลับ
ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาโพสต์ลิงก์ขายภาพในกลุ่มปิดบนโซเชียลมีเดีย และใช้วิธีซ่อนข้อมูลเพื่อหลบการตรวจสอบ เมื่อพยานหลักฐานชัดเจนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเร่งขอหมายค้นและเข้าจับกุมทันที
“การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของหลายหน่วยงาน เราจะเดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้อาชญากรใช้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ก่อเหตุ” นายตำรวจโท ธนวัฒน์ ศรีวงศ์ ผู้บัญชาการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าว
เหตุผลที่ต้องปราบปรามสื่อลามกเด็กอย่างจริงจัง
สื่อลามกอนาจารเด็กสร้างความเสียหายรุนแรงต่อผู้เสียหาย ทั้งด้านจิตใจและความปลอดภัยในระยะยาว ขณะเดียวกัน ยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายผิดกฎหมายที่มีมูลค่าสูงในหลายประเทศ
จากรายงานของ Interpol ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงที่คนร้ายอาจใช้เป็นทางผ่านหรือฐานในการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้น รัฐจึงเร่งเพิ่มมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลไทยผลักดันนโยบาย “Thailand Safe Internet” พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้ TICAC และตำรวจไซเบอร์ปีละกว่า 500 ล้านบาท อีกทั้งยังอบรมตำรวจในพื้นที่ให้สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้เร็วขึ้น
ผลกระทบจากคดีและคำเตือนถึงประชาชน
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องหาได้รับเงินจากผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบางรายใช้คริปโตเคอร์เรนซีเพื่ออำพรางเส้นทางการเงินและปกปิดตัวตน
หากประชาชนพบเนื้อหาน่าสงสัยหรือเว็บไซต์ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ทันทีผ่าน www.ticac.go.th หรือโทรสายด่วน 191 เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน TICAC ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้หมั่นตรวจสอบการใช้อุปกรณ์ของบุตรหลาน และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบความผิดปกติหรือเว็บไซต์ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
ความคืบหน้าของคดีและแผนขยายผล
ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ถูกส่งฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว และขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาผู้ร่วมขบวนการและผู้ซื้อรายสำคัญ
ตำรวจไซเบอร์ยืนยันว่าจะขยายผลไปยังแพลตฟอร์มอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยประสานงานกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Meta และ Google เพื่อปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายให้รวดเร็วมากขึ้น
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนชัดว่า ประเทศไทยเอาจริงกับการปกป้องเด็กจากภัยออนไลน์ และพร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด
สรุปผลการดำเนินงานของ TICAC ปี 2569
- จับกุมผู้ต้องหาแล้ว 27 ราย
- ยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกว่า 150 เครื่อง
- ปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมาย 85 แห่ง
ผู้ปกครองและประชาชนทุกคนมีส่วนช่วยได้ หากร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสอย่างทันท่วงที เพราะสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เริ่มได้จากการไม่ปล่อยผ่านความผิดปกติที่พบเห็น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์บุกปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ จับกุมชาวเวียดนาม 94 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News20 hours agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

