เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายโกลาหล! ประชาชนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเติมน้ำมัน บางปั๊มจำกัดการซื้อน้ำมันเพียง 500 บาท
เชียงราย – บรรยากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายตึงเครียดตั้งแต่เช้ามืด หลังมีกระแสข่าวว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอาจไม่พอใช้ จนประชาชนจำนวนมากรีบนำรถออกไปเติมน้ำมัน ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งมีรถต่อคิวยาวต่อเนื่อง…
เชียงราย – บรรยากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายตึงเครียดตั้งแต่เช้ามืด หลังมีกระแสข่าวว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอาจไม่พอใช้ จนประชาชนจำนวนมากรีบนำรถออกไปเติมน้ำมัน ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งมีรถต่อคิวยาวต่อเนื่อง บางสถานีต้องออกมาตรการจำกัดการเติมไม่เกิน 500 บาทต่อคัน เพื่อลดการกักตุนและกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง
แม้เชียงราย">จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และสำนักงานพลังงานจังหวัด จะออกมาย้ำชัดว่าน้ำมันสำรองยังมีเพียงพอ แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่คลายกังวล จึงเกิดภาพคิวยาวตามสถานีบริการหลายจุด และเริ่มกระทบต่อการเดินทาง การทำงาน รวมถึงการขนส่งสินค้าในพื้นที่
คิวรถแน่นหลายอำเภอ ตั้งแต่เช้ามืด
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเช้าวันนี้ พบว่า สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในอำเภอเมืองเชียงราย มีรถยนต์ รถตู้ และรถจักรยานยนต์เข้าคิวตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. แถวยาวเกิน 300 เมตร บางคันใช้เวลารอนานกว่า 2 ชั่วโมง
บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความกังวล หลายคนยืนรอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บางรายโทรศัพท์สอบถามคนในครอบครัวเรื่องข่าวน้ำมันจะหมด ขณะที่บางคนเลือกเติมเต็มถังไว้ก่อน เพราะกลัวว่าจะหาน้ำมันไม่ได้ในภายหลัง
พื้นที่อื่นก็มีภาพคล้ายกัน ทั้งปั๊ม PT และ PTT ในอำเภอแม่จัน อำเภอพาน และอำเภอเชียงของ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ต้องเสียเวลารอเติมนานขึ้น ทำให้การขนส่งผัก ผลไม้ และข้าวจากหลายพื้นที่ล่าช้าตามไปด้วย
สถานการณ์ที่พบในหลายจุด มีดังนี้
• รถยนต์ส่วนบุคคลใช้เวลารอเฉลี่ยราว 40 ถึง 60 นาที
• รถจักรยานยนต์บางคันพยายามแทรกคิวเพื่อเติมให้เร็วขึ้น
• ผู้ขับขี่บางรายเติมเกินกว่าปกติเพราะต้องการสำรองไว้
• ปั๊มน้ำมันใกล้ตลาดเชียงรายมีรถหนาแน่นมากเป็นพิเศษ
หลายปั๊มคุมการเติม ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน
เพื่อรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าของสถานีบริการหลายแห่งจึงประกาศจำกัดวงเงินเติมน้ำมันทันที โดยให้รถทั่วไปเติมได้ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน
นายสมศักดิ์ ผู้จัดการสถานี ปตท. แห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเชียงราย กล่าวว่า ทางปั๊มต้องการป้องกันไม่ให้บางคนเติมเกินความจำเป็น จนคนอื่นไม่มีน้ำมันใช้ จึงต้องใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงน้ำมันได้อย่างเป็นธรรม
มาตรการนี้ใช้กับน้ำมันเบนซิน ดีเซล และแก๊สโซฮอล์ ส่วนรถโดยสารสาธารณะและรถพยาบาลยังเติมได้ตามปกติ เพราะเป็นยานพาหนะที่จำเป็นต่อการให้บริการประชาชน
อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนมองว่า วงเงิน 500 บาทอาจไม่พอ โดยเฉพาะรถกระบะหรือรถที่ใช้งานหนัก ซึ่งต้องใช้น้ำมันมากกว่าปกติ
รายละเอียดของมาตรการที่หลายปั๊มนำมาใช้ มีดังนี้
• เริ่มใช้ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้
• ปรับได้ตามปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละวัน
• สถานีบริการติดป้ายแจ้งชัดเจนหน้าปั๊ม
• รถขนาดใหญ่บางคันต้องกลับมาเติมซ้ำหลายรอบ
ผู้ว่าฯ เชียงรายย้ำชัด น้ำมันยังมีพอใช้
เวลา 09.00 น. นายประเสริฐ วงศ์วิวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงข่าวด่วน โดยยืนยันว่าสถานการณ์น้ำมันในจังหวัดยังอยู่ในระดับปกติ และไม่มีภาวะขาดแคลนตามที่มีข่าวลือ
ผู้ว่าฯ ระบุว่า จังหวัดเชียงรายมีน้ำมันสำรองในคลังเพียงพอต่อการใช้ อย่างน้อย 45 วัน พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ยังไม่มีการยืนยัน
ในเวลาใกล้กัน นายชัยวัฒน์ สุวรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หน่วยงานมีการตรวจสอบสต็อกน้ำมันทุกวัน และประสานกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่แล้ว เพื่อเร่งส่งน้ำมันเข้าเชียงรายเพิ่มทันที หากพบว่าปั๊มใดเริ่มมีปริมาณไม่พอ
ทั้งจังหวัดและสำนักงานพลังงานย้ำตรงกันว่า ปริมาณน้ำมันสำรองยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกจนทำให้ขาดแคลน
ทำไมคนเชียงรายถึงแห่เติมน้ำมัน
สาเหตุของความตื่นตระหนกครั้งนี้ไม่ได้มาจากเรื่องเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่มาซ้อนกันในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างแรกคือข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยมีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับโรงกลั่นหยุดผลิต และมีบางโพสต์อ้างว่าน้ำมันกำลังจะหมดในหลายจังหวัด
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันโลกในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ขยับสูงขึ้น ทำให้คนยิ่งกังวลว่าอาจมีผลต่อปริมาณน้ำมันในประเทศ
นอกจากนี้ หลายคนยังจำเหตุการณ์น้ำมันแพงและหายากในปี 2556 ได้ดี เมื่อข่าวลือเริ่มกระจาย ความกลัวเก่าจึงกลับมาอีกครั้ง
อีกปัจจัยหนึ่งคือการสื่อสารของหน่วยงานรัฐอาจยังไปไม่ถึงพื้นที่ห่างไกลมากพอ ทำให้ประชาชนบางส่วนรับข้อมูลไม่ครบ และตัดสินใจจากสิ่งที่เห็นในโลกออนไลน์เป็นหลัก
ที่สำคัญ ยังมีการนำภาพคิวรถเก่า ๆ มาโพสต์ซ้ำ พร้อมระบุว่าเป็นภาพปัจจุบันในเชียงราย ยิ่งทำให้คนเชื่อว่าสถานการณ์กำลังหนักกว่าความจริง
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนแตกตื่น ได้แก่
• ข่าวลือในโซเชียลแพร่เร็วเกี่ยวกับโรงกลั่นหยุดผลิต
• ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
• หลายคนยังจำเหตุการณ์ขาดแคลนในอดีตได้
• ข้อมูลจากรัฐยังสื่อสารไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่
• มีการแชร์ภาพคิวเก่าแล้วอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ล่าสุด
ผลกระทบเริ่มชัด ทั้งชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจท้องถิ่น
การที่รถจำนวนมากออกไปต่อคิวเติมน้ำมันพร้อมกัน ทำให้หลายพื้นที่จราจรติดขัดหนัก และเริ่มกระทบต่อคนทำงาน คนเรียนหนังสือ รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย
ชาวนาและพ่อค้าที่ต้องขนส่งผักผลไม้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะเสียเวลารอเติมนาน ต้นทุนเดินทางก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน นักเรียนและครูหลายคนไปโรงเรียนสาย เพราะรถติดบริเวณปั๊มและถนนสายหลัก
ภาคท่องเที่ยวก็เริ่มได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวอย่างภูเขาทองและดอยช้าง มีนักท่องเที่ยวบางส่วนเลื่อนหรือยกเลิกทริป เพราะกังวลเรื่องการเดินทาง
ส่วนร้านค้าและตลาดนัดหลายแห่งมียอดขายลดลง เพราะพ่อค้าแม่ค้าบางรายเดินทางมาถึงช้ากว่าปกติ ทำให้เสียโอกาสทางการค้าในช่วงเช้า
หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 วัน ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดอาจเริ่มชะลอตัวชัดเจนมากขึ้น
นายสมชาย อายุ 48 ปี ชาวอำเภอพาน บอกว่า เขาต้องเดินทางเข้าอำเภอเมืองเพื่อทำงาน แต่เสียเวลาเกือบครึ่งวันเพราะคิวเติมน้ำมันยาวมาก
ด้านนางกานดา อายุ 35 ปี จากอำเภอแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า การจำกัดเติม 500 บาททำให้ต้องขับมาเติมสองรอบ เพราะรถกระบะของเธอใช้น้ำมันมากกว่ารถทั่วไป
ผลกระทบที่เห็นได้ชัด มีดังนี้
• เกษตรกรและพ่อค้าขนส่งเสียเวลาและต้นทุนเพิ่ม
• นักเรียนกับครูเดินทางล่าช้า เพราะรถติดหนัก
• ธุรกิจท่องเที่ยวบางแห่งโดนยกเลิกการเดินทาง
• ร้านค้าและตลาดนัดขายของได้น้อยลง
• เศรษฐกิจในจังหวัดเสี่ยงชะลอ หากเรื่องนี้ลากยาว
จังหวัดเร่งออกมาตรการระยะสั้น แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
หลังสถานการณ์เริ่มบานปลาย จังหวัดเชียงรายได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน เพื่อวางแนวทางรับมือทันที
ผลจากการประชุม มีมาตรการเร่งด่วนหลายข้อ เพื่อคลายความกังวลของประชาชน และลดโอกาสเกิดการแย่งเติมหรือกักตุน
มาตรการที่เตรียมดำเนินการ มีดังนี้
• เพิ่มปริมาณการขนส่งน้ำมันจากคลังกลางเข้าเชียงรายอีกวันละ 20%
• ตั้งจุดตรวจสอบการกักตุนน้ำมันในสถานีหลัก
• เร่งสื่อสารผ่านวิทยุชุมชน โทรทัศน์ท้องถิ่น และเพจของจังหวัด
• เตรียมจุดเติมน้ำมันฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล 5 จุด
• ขอความร่วมมือจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่ปรับแผนการส่งสินค้า
มาตรการเหล่านี้มุ่งลดความตึงเครียดในระยะสั้น และทำให้ประชาชนเข้าถึงน้ำมันได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเดินทางไม่ง่าย
สำนักงานพลังงานแนะประชาชน เติมเท่าที่จำเป็น และติดตามข้อมูลจากทางการ
สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบ เพราะข่าวลือเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งวุ่นวาย
หน่วยงานยังแนะนำให้ประชาชนเติมน้ำมันตามความจำเป็น ไม่จำเป็นต้องเติมเต็มถังทุกครั้ง เพราะการเติมเกินจำเป็นจะยิ่งทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติ
สำหรับผู้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวทุกวัน สามารถเลือกใช้รถสาธารณะหรือเดินทางร่วมกัน เพื่อลดการใช้น้ำมันและช่วยให้ระบบกระจายน้ำมันกลับมาสมดุลเร็วขึ้น
แนวทางที่สำนักงานพลังงานแนะนำ มีดังนี้
• อย่าเชื่อข่าวลือที่ไม่มีที่มาชัดเจน
• เติมน้ำมันเท่าที่ต้องใช้ ไม่ต้องรีบกักตุน
• ติดตามประกาศจากเพจสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย และเพจผู้ว่าราชการจังหวัด
• ใช้รถสาธารณะหรือเดินทางร่วมกัน หากทำได้
• หากพบการกักตุน สามารถแจ้งสายด่วนพลังงาน 1414 ได้ทันที
สรุปสถานการณ์น้ำมันเชียงรายวันนี้
แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และสำนักงานพลังงานจังหวัด จะยืนยันตรงกันว่าน้ำมันสำรองยังเพียงพอ แต่ความกังวลของประชาชนยังไม่ลดลงในทันที จึงเกิดภาพการต่อคิวยาวและมาตรการจำกัดการเติมในหลายปั๊ม
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เพราะเมื่อข่าวลือแพร่เร็วในโซเชียล ความไม่มั่นใจก็ขยายตัวตามไปอย่างรวดเร็ว
หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน สถานการณ์นี้มีโอกาสคลี่คลายได้ในเวลาไม่นาน และชีวิตประจำวันของชาวเชียงรายก็น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนชัดว่า ในช่วงที่คนกำลังกังวล ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา มีผลอย่างมากต่อความสงบของสังคม โดยเฉพาะในจังหวัดที่การเดินทางและการขนส่งพึ่งพาน้ำมันเป็นหลักอย่างเชียงราย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วุฒิสภาห่วงเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง กระทบความปลอดภัยผู้ป่วยในเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย – เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษาจังหวัดเชียงรายได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ: นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ: เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด: เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
AIS กำลังช่วยเหลือนักเรียนในการพัฒนาทักษะด้าน AI และดิจิทัลในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติดแม่น้ำโขง ด้านอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย

