ฟุตบอล
มิทจิลลันด์ บุกเฉือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เลกแรก ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม
น็อตติงแฮม, อังกฤษ – 13 มีนาคม 2569 – ค่ำคืนที่ฝนเทลงมาไม่หยุดและลมพัดแรงที่สนาม City Ground จบลงด้วยความเจ็บปวดของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หลังพ่ายให้ เอฟซี มิทจิลลันด์ จากเดนมาร์ก 0-1 ในเกมเลกแรก ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569
แม้ฟอเรสต์จะเป็นฝ่ายคุมจังหวะเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ความเฉียบคมหน้าประตูยังไม่มา จึงเปิดช่องให้ทีมเยือนลงโทษในช่วงสำคัญ เมื่อ โช เก-ซุง (Cho Gue-sung) ตัวสำรองขึ้นโหม่งเป็นประตูชัยนาทีที่ 80 พามิทจิลลันด์คว้าชัยเหนือฟอเรสต์เป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ หลังเคยชนะ 3-2 ในรอบแบ่งกลุ่มมาก่อน – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- ฟอเรสต์ครองบอลเหนือกว่า และยิงรวม 22 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้
- จังหวะลุ้นของเจ้าบ้านมีหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงไกลของ โอมารี ฮัทชินสัน ที่ผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ อีกหลายจังหวะบอลสะดุดพื้นเปียกจากฝน
- ฝั่งมิทจิลลันด์เน้นรับแน่นแล้วสวนกลับ แม้โอกาสจะไม่เยอะ แต่ได้ลุ้นจริงจัง และมีจังหวะยิงชนคานก่อนด้วย
- ประตูเดียวของเกม เกิดในนาทีที่ 80 เมื่อ โอสมาน ดิเยา (Ousmane Diao) เปิดบอลยาวจากฝั่งขวา โช เก-ซุง ขยับหนี โอลา ไอน่า ก่อนโหม่งผ่านมือ มัตซ์ เซลส์ ตุงตาข่าย
- ช่วงท้ายฟอเรสต์พยายามเร่งตีเสมอ แต่แทบไม่ได้โอกาสจะแจ้งเพิ่ม สุดท้ายแพ้คาบ้าน และเป็นความพ่ายแพ้เกมเหย้าในถ้วยยุโรปนัดนี้
สภาพอากาศมีผลชัดเจนตลอดเกม เพราะฝนหนักทำให้พื้นสนามลื่น บอลเคลื่อนช้า ทั้งสองทีมจึงต้องเล่นแบบระวังมากขึ้น จังหวะต่อบอลสั้นผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อย และเกมรุกต้องพึ่งลูกครอสกับลูกตั้งเตะมากขึ้น

มิทจิลลันด์ เหนียวแน่นนอกบ้าน, สำรองลงมาเปลี่ยนเกม
ทีมของ ไมค์ ตุลเบิร์ก เลือกยืนโซนรับให้แน่น แล้วรอจังหวะสวนกลับแบบมีวินัย ถึงจะครองบอลน้อยกว่า แต่แนวรับทำงานกันเป็นชุด และรับมือแรงกดดันได้ดี ที่สำคัญคือพวกเขาใช้โอกาสน้อยนิดให้คุ้มค่า โดยเฉพาะจังหวะที่โช เก-ซุงลงมาแล้วสร้างความต่างทันที
ตารางข้อมูลทีม มิทจิลลันด์ (ข้อมูลหลักจากแมตช์นี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| เอลิอัส ราฟน์ โอเลฟสัน | ผู้รักษาประตู | เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง เก็บคลีนชีต |
| โอสมาน ดิเยา | กองหลัง | เปิดบอลให้ประตูชัย |
| มาร์ติน เออร์ลิช | กองหลัง | อ่านเกมดี เคลียร์บอลหลายจังหวะ |
| มาดส์ เบช ซอเรนเซ่น | กองหลัง | คุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษได้แน่น |
| เควิน เอ็มบาบู | ปีกขวา | ช่วยเกมสวนกลับและเติมทางข้าง |
| ฟิลิป บิลลิง | กองกลาง | คุมจังหวะเกมกลางสนาม ช่วยตัดเกม |
| เดนิล คาสติโย | กองกลาง | เชื่อมเกมเวลาเปลี่ยนจากรับเป็นรุก |
| วิคเตอร์ บัค | ปีกซ้าย | อาศัยความเร็วพาบอลโต้กลับ |
| อารัล ซิมซิร์ | กองรุก | ขยับหาพื้นที่ สร้างจังหวะลุ้น |
| จูเนียร์ บรูมาโด | กองหน้า | วิ่งกดดันแนวรับเจ้าบ้านต่อเนื่อง |
| โช เก-ซุง (ลงสำรอง) | กองหน้า | ยิง 1 ประตู (น.80) เป็นคนตัดสินเกม |
นอกจากแผนรับลึกแล้ว การแก้เกมด้วยตัวสำรองก็ได้ผลเต็มๆ เพราะโชลงมาไม่นาน แต่เลือกจังหวะวิ่งและการเข้าทำได้เฉียบที่สุดของเกม
ฟอเรสต์ ครองเกมได้, แต่จบไม่คมเหมือนเดิม
ด้านฟอเรสต์ของ วิตอร์ เปเรย์รา เดินหน้าบุกตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะครึ่งแรกที่กดดันต่อเนื่อง พอเข้าครึ่งหลังยังคุมเกมได้อยู่ แต่ปัญหาเดิมยังตามมา นั่นคือยิงเยอะแต่ไม่เด็ดขาด บางจังหวะติดเซฟ บางจังหวะหลุดกรอบ และหลายครั้งเสียจังหวะเพราะพื้นสนามลื่นจากฝน
เมื่อยิงไม่เข้า เกมจึงไหลไปตามที่ทีมเยือนต้องการ และสุดท้ายโดนลงโทษจากลูกครอสเพียงครั้งสำคัญ ส่งผลให้ฟอเรสต์ไม่ชนะติดต่อกัน 5 นัดในทุกรายการ
ตารางข้อมูลทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (ข้อมูลหลักจากแมตช์นี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| มัตซ์ เซลส์ | ผู้รักษาประตู | มีจังหวะเซฟช่วยทีม แต่กันลูกโหม่งไม่อยู่ |
| โอลา ไอน่า | กองหลัง/ปีก | เสียเหลี่ยมในจังหวะประกบก่อนเสียประตู |
| มูริลโล่ | กองหลัง | ยืนตำแหน่งดี แต่เกมรุกยังไม่ต่อเนื่อง |
| เฟลิเป้ โมราตู | กองหลัง | ช่วยคุมแนวรับแข็งแรง |
| ไจร์ คูนญ่า | กองหลัง | เติมเกมริมเส้นและช่วยขึ้นเกม |
| เอลเลียต แอนเดอร์สัน | กองกลาง | คุมจังหวะได้ดี ช่วยไล่เพรส |
| นิโคลัส ดอมิงเกซ | กองกลาง | ช่วยต่อบอลและพาบอลขึ้นหน้า |
| คัลลัม ฮัดสัน-โอโดอี้ | ปีก | สร้างโอกาสหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายไม่ผ่าน |
| โอมารี ฮัทชินสัน | กองรุก | ยิงไกลได้ลุ้น แต่ไม่เป็นประตู |
| มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ | กองรุก | กัปตันทีม เก็บบอลดี พยายามปั้นเกม |
| อิกอร์ เจซุส | กองหน้า | ขยันกดดัน แต่หาช่องจบไม่ถนัด |
หลังเกม เปเรย์ร่าสรุปตรงๆ ว่าทีมเล่นดีพอจะยิงได้ 3-4 ลูก แต่ถ้าปิดสกอร์ไม่ได้ โอกาสก็จะตกไปอยู่ฝั่งคู่แข่งทันที ดังนั้นเลกสองวันที่ 19 มีนาคม ฟอเรสต์ต้องบุกไปเดนมาร์กเพื่อแก้ตัว และต้องเร่งให้เกมรุกคมกว่านี้ หากหวังผ่านเข้ารอบต่อไป
โดยรวมแล้ว เกมนี้เป็นบทเรียนของฟอเรสต์เรื่องความเด็ดขาด ขณะที่มิทจิลลันด์ได้เปรียบชัดเจนก่อนกลับไปเล่นในบ้าน และยังย้ำอีกครั้งว่าพวกเขารับแน่นและฉกฉวยโอกาสได้ดีในรายการยุโรป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เรอัล มาดริด ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
ฟุตบอล
แทมปิเนส โรเวอร์ส เสมอ 2-2 แบงค็อก ยูไนเต็ด
สิงคโปร์, 12 มีนาคม 2569 การแข่งขัน AFC Champions League Two 2025/26 รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง เล่นกันถึงใจ เมื่อ แทมปิเนส โรเวอร์ส เปิดบ้านที่ สนามกีฬาจาลันเบซาร์ รับการมาเยือนของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ผลจบที่ 2-2 แต่เมื่อรวมสองนัดแล้ว ทีมจากไทยเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3 และนี่คือครั้งแรกที่แบงค็อก ยูไนเต็ด ไปถึงรอบรองชนะเลิศของรายการนี้
แม้ แทมปิเนส โรเวอร์ส จะฮึดกลับมาได้สองครั้งในเกมเดียว แต่เพราะนัดแรกแพ้ 1-2 ทำให้ไล่ไม่ทัน เกมนี้มีทั้งจังหวะสวยงามและช่วงกดดันต่อเนื่อง แฟนบอลทั้งสองฝั่งลุ้นกันจนจบ 90 นาที

สกอร์การแข่งขันและจังหวะสำคัญ – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาที 15: ธีรศิลป์ แดงดา ซัดด้วยซ้ายเต็มข้อให้ Bangkok United ขึ้นนำ 0-1 หลังต่อบอลสวยจาก วีระเทพ ปอมพันธุ์ และ Muhsen Al-Ghassani (ผลรวม 3-1)
- นาที 39: Trent Buhagiar ยิงเสาไกลตีเสมอให้ Tampines Rovers เป็น 1-1 เจ้าบ้านกลับมามีหวังอีกครั้ง
- นาที 42: ทีมเยือนตอบโต้เร็ว เมื่อ Ilias Alhaft กดเข้าไปให้ Bangkok United นำอีกครั้ง 1-2 (ผลรวม 3-2) และจบครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบ
- นาที 71: Koya Kazama ตามซ้ำจังหวะตัดกลับของ Seiga Sumi ส่งบอลเข้าประตูโล่งๆ ตีเสมอ 2-2 ช่วงท้าย Tampines Rovers โหมหนัก แต่ยิงเพิ่มไม่ได้

จบเกมที่สกอร์ 2-2 ทำให้กรุงเทพฯ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยผลรวม 4-3 ส่วน Tampines Rovers ต้องหยุดเส้นทางไว้แบบน่าเสียดาย แต่ฟอร์มโดยรวมยังได้คำชมว่าเล่นเต็มที่
แทมปิเนส โรเวอร์ส หรือ “The Stags” แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ แม้โดนนำก่อน แต่ยังตั้งเกมกลับมาได้ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่ครองบอลมากขึ้นและสร้างโอกาสต่อเนื่อง
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นหลัก | หมายเหตุเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Kasey Rogers | เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยทีมไม่ให้เสียเพิ่ม |
| กองหลัง | Shuya Yamashita, Jacob Mahler, Irfan Najeeb, Takeshi Yoshimoto | ยืนกันแน่นขึ้นหลังโดนเร็ว แต่ยังพลาดจังหวะสำคัญ |
| กองกลาง | Yuki Kobayashi, Nur Shahiran, Koya Kazama | Kazama ยิงประตูตีเสมอ เติมเกมดี |
| กองหน้า | Trent Buhagiar, Hide Higashikawa, Seiga Sumi | Buhagiar จบคม, Sumi ทำเกมและแอสซิสต์ |
เจ้าบ้านยืนระบบ 4-1-4-1 เน้นเพรสสูงและเล่นเร็ว อย่างไรก็ตาม พวกเขาเจอปัญหาเวลาโดนสวนกลับ เพราะแนวรับเปิดพื้นที่ให้ทีมเยือนเล่นง่ายขึ้น
จุดเด่นของ กรุงเทพฯ ยูไนเต็ด
ฝั่ง True Bangkok United คุมจังหวะได้ดีแม้มาเยือน พวกเขาใช้ความนิ่งและประสบการณ์ของตัวหลัก โดยเฉพาะ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ช่วยเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูตั้งแต่ต้นเกม
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นหลัก | หมายเหตุเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Patiwat Khammai | อ่านเกมดี เซฟช่วงท้ายช่วยทีมประคองสกอร์ |
| กองหลัง | Everton (กัปตัน), Manuel Bihr, Wanchai Jarunongkran, Jakkaphan Praisuwan | เกมรับคุมพื้นที่ได้ แม้ไม่มี Philipe Maia |
| กองกลาง | Thitipan Puangchan, Weerathep Pomphan, Nebojsa Kosovic | Pomphan วางบอลแม่น มีส่วนกับประตูแรก |
| กองหน้า | Teerasil Dangda, Ilias Alhaft, Muhsen Al-Ghassani | Dangda และ Alhaft ยิงคนละลูก จบคมในจังหวะสำคัญ |
ทีมเยือนใช้ 4-4-1-1 เน้นรัดกุมแล้วสวนกลับเร็ว แผนนี้ช่วยให้ Bangkok United คุมความได้เปรียบของสกอร์รวมไว้จนจบเกม
สรุปหลังเกม
แม้ แทมปิเนส โรเวอร์ส จะตกรอบ แต่ภาพรวมคือพวกเขาสู้แบบไม่ถอย และทำให้เกมนี้สนุกจนวินาทีสุดท้าย ส่วน Bangkok United แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในเกมใหญ่ และปิดจ๊อบด้วยการเข้ารอบรองชนะเลิศแบบมีประวัติศาสตร์ของสโมสร
นัดนี้ยังสะท้อนชัดว่าทีมจากอาเซียนสู้กันได้สูสี และคุณภาพเกมในภูมิภาคกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มิทจิลลันด์ บุกเฉือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เลกแรก ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม
ฟุตบอล
เรอัล มาดริด ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
เรอัล มาดริด จุดกระแสฮือฮาในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก หลังเปิดบ้านชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบขาดลอย 3-0 ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในคืนวันที่ 11 มีนาคม 2569 (2026) โดย เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ มิดฟิลด์ทีมชาติอุรุกวัย สวมบทพระเอกเต็มตัว ซัดแฮตทริกตั้งแต่ครึ่งแรกเพียงคนเดียว ส่งให้ทัพ “ราชันชุดขาว” กุมความได้เปรียบก้อนโต ก่อนยกพลไปเล่นเลกสองที่เอติฮัด สเตเดี้ยม
เกมนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นการชนกันของสองทีมระดับท็อปยุโรป ฝั่งเรอัล มาดริด ที่มี อัลบาโร อาร์เบโลอา คุมทีม (ตามข้อมูลล่าสุด) เล่นด้วยความดุดันและจบสกอร์เฉียบคม ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เจองานหนักตลอด 90 นาที และกลายเป็นหนึ่งในคืนที่น่าผิดหวังที่สุดของฤดูกาลนี้ – รับชมไฮไลท์ได้ที่นี่

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 20: เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 จาก เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ หลังรับบอลยาวแม่น ๆ จาก ติบอต์ กูร์กัวส์ ก่อนพาบอลหนีกองหลัง แล้วแตะหลบจานลุยจิ ดอนนารุมม่า จากนั้นยิงมุมแคบเข้าไป
- นาทีที่ 27: วัลเวร์เด้ บวกเพิ่มเป็น 2-0 จากจังหวะวิ่งฉีกแนวรับ รับบอลจาก วินิซิอุส จูเนียร์ แล้วซัดด้วยซ้ายข้ามดอนนารุมม่าเข้าไปอย่างสวยงาม
- นาทีที่ 42: วัลเวร์เด้ ปิดแฮตทริกแรกของตัวเองกับเรอัล มาดริด จากบอลชิพของ บราฮิม ดิอาซ เขาล็อบข้าม มาร์ค เกอี ก่อนวอลเลย์ด้วยขวาส่งบอลเข้าตาข่าย ทำให้จบครึ่งแรกที่สกอร์ 3-0
- ครึ่งหลัง: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พยายามปรับเกมแล้ว แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คม เรอัล มาดริด ได้โอกาสหนีห่างจากจุดโทษ ทว่า วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงติดเซฟดอนนารุมม่า (นาที 57) สกอร์จึงไม่ขยับจนจบเกม
ภาพรวมทั้งนัด เรอัล มาดริด ครองเกมได้มากกว่า และสร้างโอกาสจะแจ้งหลายครั้ง ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดความเฉียบในพื้นที่สุดท้าย โดยเฉพาะ เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่แทบไม่ได้จบแบบเน้น ๆ ตามถนัด

สถิติผู้เล่นและทีมเรอัล มาดริด
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | นาทีที่ลงเล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ | กองกลาง | 3 | 0 | 90 | แฮตทริกแรกกับมาดริด |
| วินิซิอุส จูเนียร์ | ปีกซ้าย | 0 | 1 | 90 | ยิงจุดโทษไม่เข้า |
| บราฮิม ดิอาซ | กองกลางตัวรุก | 0 | 1 | 80 | แอสซิสต์ประตูที่ 3 |
| ติบอต์ กูร์กัวส์ | ผู้รักษาประตู | 0 | 1 | 90 | วางบอลยาวเป็นจุดเริ่มประตูแรก |
| จู๊ด เบลลิงแฮม | กองกลาง | 0 | 0 | 90 | คุมจังหวะกลางสนามได้ดี |
เรอัล มาดริด เล่นได้สมดุลทั้งรุกและรับ โดยแนวรับช่วยกันปิดพื้นที่ได้แน่น ทำให้ซิตี้หาจังหวะเข้าทำยากตลอดเกม
สถิติผู้เล่นและทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | นาทีที่ลงเล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| เออร์ลิง ฮาลันด์ | กองหน้า | 0 | 0 | 90 | แทบไม่มีโอกาสจะแจ้ง |
| จานลุยจิ ดอนนารุมม่า | ผู้รักษาประตู | 0 | 0 | 90 | เซฟจุดโทษได้ |
| เควิน เดอ บรอยน์ | กองกลาง | 0 | 0 | 70 | ถูกเปลี่ยนตัวออก |
| มาร์ค เกอี | กองหลัง | 0 | 0 | 90 | โดนเล่นจังหวะล็อบในประตูที่ 3 |
| ฆูเลียน อัลวาเรซ | ปีก/กองหน้า | 0 | 0 | 60 | มีความพยายามแต่ไม่เกิดผล |
หลังแพ้ 0-3 ซิตี้ต้องหาทางปรับทีมครั้งใหญ่ในเลกสอง ถ้าหวังกลับมาให้ได้
วิเคราะห์หลังเกม
สกอร์นัดแรกทำให้เรอัล มาดริด ขยับเป็นทีมที่เข้าใกล้รอบต่อไปมากกว่าแบบชัดเจน เพราะรูปเกมและโอกาสยิงเข้าทางเจ้าถิ่นแทบทั้งหมด โดยค่า xG ก็เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด (ประมาณ 2.59 ต่อ 0.56) และที่สำคัญ วัลเวร์เด้ ไม่ได้เด่นแค่สามประตู เขายังเป็นแกนหลักของเกมเพรสซิงและการพาบอลขึ้นหน้าอีกด้วย
ฝั่งเป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องรีบหาคำตอบ ก่อนเลกสองวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เพราะงานนี้ไม่ใช่แค่ต้องชนะ แต่ต้องชนะด้วยผลต่างเยอะ ซึ่งกดดันตั้งแต่นาทีแรก แฟนบอลแมนซิตี้ยังมีความหวัง แต่เส้นทางกลับมาครั้งนี้หนักกว่าที่คุ้นเคย
เรอัล มาดริด ย้ำภาพเดิมอีกครั้งว่า พวกเขายืนระยะในแชมเปียนส์ ลีก ได้เสมอ และพร้อมเดินหน้าต่อในศึก UCL
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ลีดส์ ยูไนเต็ด เอาชนะ นอริช ซิตี้ 3-0 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ
ฟุตบอล
ลีดส์ ยูไนเต็ด เอาชนะ นอริช ซิตี้ 3-0 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ
ลีดส์ ยูไนเต็ด จากพรีเมียร์ลีก ที่คุมทีมโดย แดเนียล ฟาร์เก เปิดเอลแลนด์ โร้ด ไล่ต้อน นอริช ซิตี้ ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ 3-0 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2026 ส่งให้ “ยูงขาว” ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003
เกมนี้น่าสนใจตั้งแต่ก่อนเริ่ม เพราะฟาร์เกเคยคุมทัพนอริชมาก่อน อย่างไรก็ตาม ในสนามลีดส์ดูครบกว่า ทั้งคุณภาพเกมบุกที่จบสกอร์คม และเกมรับที่คุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน

ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาที 32: ฌอน ลองสตาฟฟ์ พาลีดส์ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะ กาเบรียล กุดมุนด์สัน ตั้งบอลให้ หลังรับต่อจาก วิลฟรีด กนอนโต้ ก่อนลองสตาฟฟ์วอลเลย์ส่งบอลเสียบตาข่าย เป็นประตูแรกของเขานับตั้งแต่เดือนกันยายน
- นาที 43: เจ้าบ้านหนีเป็น 2-0 เมื่อ กาเบรียล กุดมุนด์สัน ลากบอลเข้าเขตโทษแล้วกดจบสกอร์แบบเด็ดขาด ทำให้ลีดส์นำห่างก่อนหมดครึ่งแรก
- นาที 85: โยเอล ปีโร มายิงปิดกล่อง 3-0 จากการรับบอลในกรอบ ก่อนซัดมุมต่ำเข้าไปอย่างเฉียบคม ช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตและเข้ารอบแบบสบายๆ
นอกจากสามประตู ลีดส์ยังสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง โดยมีจังหวะของปีโรที่ยิงชนคาน และลูกยิงของ อนิส เบน สลิเมน ที่ไปชนกรอบประตู ขณะที่นอริชแทบหาโอกาสจะแจ้งไม่ได้ตลอด 90 นาที
สถิติเด่นของลีดส์ ยูไนเต็ด
| รายการ | ค่าของลีดส์ |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 3 |
| ประตูที่เสีย | 0 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 60% (อ้างอิงจากรายงาน) |
| ช็อตทั้งหมด | มากกว่า 15 |
| ช็อตตรงกรอบ | 8+ |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | หลายครั้ง (Lucas Perri เด่น) |
| ผู้ทำประตู | Longstaff (32′), Gudmundsson (43′), Piroe (85′) |
| ผู้เล่นที่ผลงานโดดเด่น | Gabriel Gudmundsson, Jaka Bijol (เกมรับ) |
ภาพรวมลีดส์เล่นเนียนตา ทั้งเกมรุกที่เข้าทำหลากหลาย และแนวรับที่ยืนตำแหน่งดี โดยมี จาคา บิโจล คุมหลังบ้านได้แข็งแกร่ง ส่วน ลูคัส เปร์รี ก็ช่วยเซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง
สถิติเด่นของนอริช ซิตี้
| รายการ | ค่าของนอริช |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 0 |
| ประตูที่เสีย | 3 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 40% |
| ช็อตทั้งหมด | น้อยกว่า 5 |
| ช็อตตรงกรอบ | 1-2 |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | หลายครั้ง แต่เอาไม่อยู่ |
| ใบแดง | ไม่มี |
| ผู้เล่นที่พอเด่น | Liam Gibbs (พยายามทำเกม) |
ฝั่งนอริชวางแผนรับลึกแล้วรอสวนกลับ แต่ต่อบอลขึ้นหน้าต่อเนื่องไม่ได้ และเจาะแนวรับลีดส์ไม่เข้า สุดท้ายจึงแพ้ขาดและต้องยุติเส้นทางในเอฟเอ คัพ ไว้เพียงรอบนี้
บรรยากาศในสนามและคำพูดหลังเกม
เอลแลนด์ โร้ดคึกคักจากแฟนบอลกว่า 36,000 คนที่ส่งเสียงเชียร์ตลอดเกม แม้ฟาร์เกจะติดโทษแบนและต้องชมจากอัฒจันทร์ แต่หลังจบเกมเขาแสดงความยินดีกับลูกทีม พร้อมพูดว่า “มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่ได้ผ่านเข้ารอบ และความฝันยังไปต่อ” ส่วนปีโรที่ยิงปิดท้ายก็ย้ำว่า “ดีใจมากที่ทำประตูได้และช่วยทีมคว้าชัย”
ชัยชนะ 3-0 นัดนี้ทำให้ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี และเป็นอีกก้าวสำคัญของทีมในยุคฟาร์เก ที่ยังอยากไปให้ไกลกว่านี้ในถ้วยรายการนี้
สำหรับรอบก่อนรองชนะเลิศ จะมีการจับสลากในวันจันทร์ ซึ่งแฟนบอลลีดส์กำลังรอลุ้นคู่แข่งรายต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
ข่าวกีฬายอดนิยม
เชลซีเอาชนะเร็กซ์แฮม 4-2 ในรอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพ
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoเรอัล มาดริด เฉือน เซลต้า บีโก้ 2-1 นาทีบาป วัลเวร์เด้ซัดปิดเกม
เทคโนโลยี - Tech6 days agoทำเงินจากบ้านด้วยการทำวิดีโอ AI ในไทย (คู่มือเริ่มต้นปี 2026)
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoเจ้าหน้าที่เร่งคุมไฟป่าเชียงรายและพะเยา หลังจุดความร้อนพุ่งช่วงต้นหน้าแล้ง
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoเชียงรายเร่งยกระดับถนนและความปลอดภัย รับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น








