ข่าวการเมือง Politics
ผลเลือกตั้ง 2569: ภูมิใจไทยขึ้นนำ สภาชุดใหม่เปลี่ยนหน้าใหญ่
ผลเลือกตั้ง 2569: การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านไปแล้ว และรอบนี้ต่างจากหลายครั้งก่อน เพราะไม่มี สว. ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เสียงจากคูหาเลยชัดขึ้นแบบจับต้องได้ ผลนับคะแนนแบบไม่เป็นทางการจาก กกต.
ผลเลือกตั้ง 2569: การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านไปแล้ว และรอบนี้ต่างจากหลายครั้งก่อน เพราะไม่มี สว. ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เสียงจากคูหาเลยชัดขึ้นแบบจับต้องได้
ผลนับคะแนนแบบไม่เป็นทางการจาก กกต. ในช่วงที่นับได้ราว 92-93% สะท้อนการเปลี่ยนดุลอำนาจทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด พรรคภูมิใจไทยที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล">อนุทิน ชาญวีรกูล ทำผลงานเกินคาด กวาดที่นั่งขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนพรรคประชาชนที่เคยนำมาก่อนหน้า ต้องขยับมาอยู่อันดับสอง
ภาพรวมผลเลือกตั้ง (ไม่เป็นทางการ)
ข้อมูลที่สรุปรวมจากหลายแหล่ง เช่น กกต., Thai PBS, ไทยรัฐ และ The Momentum ระบุแนวโน้มที่ค่อนข้างตรงกันว่า
- ภูมิใจไทย ได้ราว 194 ที่นั่ง (แบ่งเขต 175, บัญชีรายชื่อ 19)
- พรรคประชาชน ได้ราว 116 ที่นั่ง (แบ่งเขต 85, บัญชีรายชื่อ 31)
- เพื่อไทย ได้ราว 76 ที่นั่ง (แบ่งเขต 60, บัญชีรายชื่อ 16)
- กล้าธรรม ได้ราว 57-58 ที่นั่ง
ด้านการใช้สิทธิ์อยู่ที่ประมาณ 64.98% ของผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด มี บัตรเสียราว 3.57% และ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 4.17% ภาพรวมบอกได้ว่าคนยังตามการเมืองใกล้ชิด แม้ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไทยมีการเลือกตั้งบ่อย
ภูมิใจไทยพลิกขึ้นนำ จากพรรคกลางสู่เจ้าของเสียงมากสุด
ก่อนหน้านี้หลายคนมองภูมิใจไทยเป็นพรรคขนาดกลาง แต่การเลือกตั้ง 2569 ทำให้ภาพนั้นเปลี่ยนไปชัดเจน โดยเฉพาะคะแนนแบบแบ่งเขตที่พุ่งถึง 175 ที่นั่ง จุดแข็งสำคัญคือการคุมฐานในภาคกลาง และอีสานตอนบนได้แน่น รวมถึงการดึงคนการเมืองจากหลายพื้นที่เข้ามาเสริมทีมอย่างต่อเนื่อง
อีกปัจจัยที่ถูกพูดถึงคือช่วงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ทำให้พรรคมีเครือข่ายในพื้นที่แข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดที่ขับเคลื่อนงานท้องถิ่นต่อเนื่อง และมีการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่าง อบต. เมื่อต้นปี 2569 ซึ่งช่วยต่อยอดความสัมพันธ์กับผู้นำชุมชน
หลังเห็นแนวโน้มผลคะแนน นายอนุทินออกมาแถลงขอบคุณประชาชน พร้อมย้ำว่าผลที่เกิดขึ้นคือเสียงสั่งการจากประชาชนให้พรรคเดินหน้าทำงานต่อ
พรรคประชาชนยังแน่นในเมือง แต่คะแนนเขตลดลง
พรรคประชาชนยังรักษาฐานเสียงสำคัญได้ดี โดยทำผลงานใน บัญชีรายชื่อสูงสุด 31 ที่นั่ง ซึ่งสะท้อนแรงสนับสนุนในเมืองใหญ่และกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ที่นั่งแบบแบ่งเขตเหลือราว 85 ที่นั่ง ทำให้ภาพรวมตกมาเป็นอันดับสอง
เหตุผลที่ถูกประเมินกันคือพรรคคุมฐานเดิมได้ไม่ครบ และขยายพื้นที่ใหม่ได้จำกัดในหลายจังหวัด ถึงอย่างนั้น พรรคประชาชนก็ยังเป็นขั้วที่มีน้ำหนัก และยังมีบทบาทสูงในการเจรจาทิศทางรัฐบาลชุดใหม่
เพื่อไทยกับกล้าธรรม ปรับเกมตามคู่แข่งที่แรงขึ้น
เพื่อไทยยังมีฐานในภาคอีสานและภาคเหนือ แต่จำนวนที่นั่งโดยรวมลดลงจากครั้งก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันที่หนักขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ภูมิใจไทยทำคะแนนได้ดี
อีกด้านหนึ่ง พรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคใหม่ ทำคะแนนได้สูงถึงราว 57 ที่นั่ง ถือว่าโตเร็วในเวลาไม่นาน จุดเด่นที่ถูกพูดถึงคือการสื่อสารนโยบายที่ชัด และวางกลุ่มเป้าหมายได้ตรง
สำหรับ ประชาธิปัตย์ ได้ราว 20-22 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเล็กอื่นๆ เช่น ไทรวมพลัง และ พลังประชารัฐ ได้ที่นั่งไม่มาก
ผลประชามติรัฐธรรมนูญ เห็นชอบนำตามคาด
นอกจากเลือก สส. ยังมีประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ผลไม่เป็นทางการเมื่อมีการนับแล้ว 92%+ ระบุว่า
- เห็นชอบ 58.2%
- ไม่เห็นชอบ 30.8%
- งดออกเสียง 8.4%
ผลแบบนี้ทำให้การเดินหน้าสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่มีโอกาสสูงขึ้น และอาจส่งผลต่อโครงสร้างการเมืองในระยะต่อไป
การจัดตั้งรัฐบาล เสียง 251 คือเส้นแบ่ง
สภามี 500 ที่นั่ง การตั้งรัฐบาลต้องใช้เสียงอย่างน้อย 251 ภูมิใจไทยจึงมีโอกาสสูงมากในการเป็นแกนนำ และอาจจับมือกับเพื่อไทย กล้าธรรม หรือพรรคขนาดเล็ก เพื่อให้เสียงพอและมีเสถียรภาพ
อย่างไรก็ตาม การคุยกันอาจไม่ง่าย เพราะมีความขัดแย้งสะสมระหว่างพรรคใหญ่จากหลายช่วงที่ผ่านมา อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือโจทย์เศรษฐกิจและการคลัง หากมีนโยบายที่ใช้งบสูงต้องชี้แจงให้ชัด รวมถึงการขับเคลื่อนหลังผลประชามติ ที่อาจนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญครั้งใหญ่
สรุป การเลือกตั้ง 2569 กับจุดเปลี่ยนที่ชัดขึ้น
เลือกตั้งปี 2569 เป็นอีกหมุดหมายที่ทำให้เห็นว่าดุลการเมืองไทยเปลี่ยนเร็ว ภูมิใจไทยขึ้นมาเป็นพรรคที่ได้ที่นั่งมากสุด ขณะที่พรรคประชาชนยังคงเป็นแรงหลักในอีกขั้วหนึ่ง ผลทั้งหมดนี้จะกำหนดทิศทางประเทศใน 4 ปีข้างหน้า ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ กติกาการเมือง และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
สุดท้าย คนไทยส่งสัญญาณผ่านบัตรเลือกตั้งไปแล้ว งานหนักต่อจากนี้คือรัฐบาลใหม่ต้องทำให้ความคาดหวังของประชาชนกลายเป็นผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้
ข่าวการเมือง Politics
นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เชียงราย – โลกปัจจุบันหมุนไปอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมให้เยาวชนจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เทศบาลนครเชียงรายจึงเดินหน้าประกาศวิสัยทัศน์ใหม่เพื่อยกระดับการศึกษาในพื้นที่ เป้าหมายหลักคือการสร้างเด็กยุคใหม่ให้มีทั้งความรู้ ทักษะชีวิต และความสามารถรอบด้านที่ใช้งานได้จริง การปรับตัวครั้งนี้เน้นการเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ระหว่างนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน ครอบครัว และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้จัดการประชุมนัดสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นางสาววรรณพัชร จินดาขัด รองนายกเทศมนตรี นายประชวน เขื่อนเพชร ที่ปรึกษานายกฯ และนางอำไพ จันทร์เงิน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา นอกจากนี้ยังมีผู้อำนวยการและคณะครูจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครเชียงรายมาร่วมกำหนดทิศทางนโยบายอย่างคึกคัก
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายปรับทิศทางการศึกษาใหม่ เน้นสร้างเด็กให้มีทั้งความรู้และทักษะชีวิตที่จำเป็น
- ผู้บริหารเมืองและบุคลากรทางการศึกษาจัดการประชุมร่วมกันเพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริง
- เป้าหมายหลักคือการสอนให้เด็กรู้เท่าทันเทคโนโลยี AI พัฒนาครูผู้สอน และดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
นายกเทศมนตรีนครเชียงรายให้ความเห็นว่า การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเมืองให้ยั่งยืน การเรียนรู้ในยุคนี้จึงไม่ควรถูกตีกรอบอยู่แค่ความรู้ในหนังสือเรียนอีกต่อไป โรงเรียนต้องเปลี่ยนบทบาทมาส่งเสริมให้เด็กมีทักษะชีวิตและกล้าคิดสร้างสรรค์ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการสอนให้เด็กเข้าใจและใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังด้านคุณธรรม
มุ่งหน้านครแห่งการเรียนรู้ พัฒนาพลเมืองอย่างยั่งยืน
การที่จะไปถึงเป้าหมายนี้ได้ การพัฒนาครูผู้สอนถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง นโยบายใหม่จึงเน้นการอบรมและเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ ให้กับบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้โรงเรียนเปิดรับความร่วมมือจากผู้ปกครองและคนในชุมชน เพื่อเปลี่ยนให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เยาวชนสามารถลองผิดลองถูกและค้นพบพรสวรรค์ของตนเองได้อย่างเต็มที่
ทิศทางการทำงานทั้งหมดนี้สอดคล้องกับนโยบายหลักที่ต้องการผลักดันให้เชียงรายเป็นนครแห่งการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบ เทศบาลฯ มุ่งหวังที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่และทุกเวลา การศึกษาจะต้องถูกเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมและบริบทของชุมชนอย่างแนบเนียน หากทำสำเร็จ ระบบนิเวศทางการศึกษานี้จะช่วยสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะกลายเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้เมืองเชียงรายก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
ข่าวการเมือง Politics
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย – นายธนรัช จงสุทธานามณี หรือ “ต้นน้ำ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ตัวแทนคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาบนเวทีระดับโลก การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ เมืองอารูชา ประเทศแทนซาเนีย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาคมโลก
การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้แทนกัมพูชากล่าวพาดพิงไทยเรื่องปัญหาชายแดน โดยหยิบยกประเด็นทุ่นระเบิดและข้อตกลงเขตแดนขึ้นมาโจมตีฝ่ายเดียว นายธนรัชจึงใช้สิทธิชี้แจงเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของประเทศ พร้อมยืนยันว่าการเจรจาด้วยความจริงใจคือหนทางเดียวสู่สันติภาพที่แท้จริง
ประเด็นสำคัญ
- เน้นเจรจาไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์: ไทยเลือกไม่สาดโคลนกลับ แต่ย้ำว่าการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน
- โปร่งใสและตรวจสอบได้: ข้อกล่าวหาเรื่องทุ่นระเบิดและคลัสเตอร์บอมบ์ ต้องผ่านการพิสูจน์จากองค์กรอิสระที่เป็นกลางและใช้มาตรฐานสากล
- แก้ปัญหาตามกรอบกฎหมาย: การจัดการพื้นที่ชายแดนและทะเลยังดำเนินตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
ยึดหลักมนุษยธรรมสากล พร้อมเปิดรับการตรวจสอบที่เป็นธรรม
นายธนรัชกล่าวต่อที่ประชุม สหภาพรัฐสภา (IPU) ว่า ประเทศไทยเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ข้อกล่าวหาใดๆ ที่เกิดขึ้นไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อสร้างความขัดแย้ง หากมีข้อสงสัย ทุกฝ่ายต้องพร้อมเข้าสู่กระบวนการค้นหาความจริงที่เป็นอิสระ โปร่งใส และมีมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ สส.เชียงราย ยังอธิบายชัดเจนถึงกรณีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 ว่า ไทยไม่เคยละทิ้งสันติวิธี ปัจจุบันการหารือเรื่องเขตแดนทางบกยังเดินหน้าผ่านกลไกทวิภาคี ส่วนพื้นที่ทางทะเลดำเนินการตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ
ผู้แทนไทยย้ำว่า นักการเมืองรุ่นใหม่มีหน้าที่เลือกความก้าวหน้ามากกว่าการเล่นเกมการเมืองเดิมๆ แม้ไทยจะรู้สึกผิดหวังกับท่าทีของเพื่อนบ้าน แต่คณะผู้แทนไทยจะไม่ยอมหมดหวังในการสร้างมิตรภาพ ไทยยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในฐานะรัฐที่มีเอกราช และพร้อมร่วมมือกับทุกชาติในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี
ก่อนลงจากเวที นายธนรัชได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาสวาฮิลี และภาษาไทย สร้างความประทับใจให้แก่ผู้แทนกว่า 2,000 คน จาก 183 รัฐสภาทั่วโลกที่มาร่วมกำหนดทิศทางธรรมาภิบาลในครั้งนี้อย่างอบอุ่น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส
เชียงราย – วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เทศบาลนครเชียงรายเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างเต็มกำลัง โดยได้จัดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 1 งานนี้มุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการเลือกตั้ง ดร.จตุรัฐชัย จินตนาสิทธิคุณ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครเชียงราย เป็นผู้นำทีมจัดงานเพื่อรับประกันว่าทุกขั้นตอนจะราบรื่นที่สุด
การอบรมครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่เขต 1 ซึ่งประกอบด้วย 14 ชุมชน รวมทั้งหมด 23 หน่วยเลือกตั้ง โดยได้รับเกียรติจากนายประธาน พรหมเผ่า ผู้อำนวยการ กกต. ประจำจังหวัดเชียงราย และนายยอด พรมลือ รองผู้อำนวยการ ลงพื้นที่สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีทีมหัวหน้างานอย่าง นางสาวนริศรา หงสกุล และนางสาวนภาวัลย์ บุญตัน ร่วมดูแลความเรียบร้อย การเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นนี้จัดขึ้นเพื่อลดข้อผิดพลาดในวันปฏิบัติงานจริง
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายหลัก: เทศบาลนครเชียงรายจัดอบรม กปน. เขต 1 ครอบคลุม 14 ชุมชน 23 หน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส
- วันเลือกตั้งจริง: การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย เขต 1 จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.
- เนื้อหาการอบรม: เน้นการปฏิบัติจริงครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดคูหา การลงคะแนน ไปจนถึงการนับและรายงานผลคะแนน
ฝึกปฏิบัติจริงเพื่อความถูกต้องแม่นยำ
สำหรับเนื้อหาการอบรมนั้น วิทยากรได้เน้นให้ความรู้ทั้งในส่วนของภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจำลองสถานการณ์จริง ผู้เข้าร่วมได้รับการถ่ายทอดขั้นตอนการลงคะแนนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการจัดพื้นที่คูหาเลือกตั้งให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังมีการสอนเทคนิคการนับคะแนนที่แม่นยำและการรายงานผลที่รวดเร็ว วิทยากรหลักประกอบด้วย นายมงคล ใบแสง นายสัมพันธ์ สุใจ และ น.ส.นภาพร จันทร์แก้ว ซึ่งล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์
เป้าหมายสูงสุดของการจัดอบรมคือการทำให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย เขต 1 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 นี้ ประชาชนผู้มีสิทธิสามารถเดินทางไปลงคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อได้ตั้งแต่เวลา 08.00 ถึง 17.00 น. ขอเชิญชวนชาวเชียงรายทุกคนออกมาร่วมใช้สิทธิและติดตามข่าวสาร การเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนให้ก้าวหน้าต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งลุย! รับมือน้ำท่วม-เร่งเบิกจ่ายงบปี 70
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าว - News4 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

