ข่าว - News
ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในจังหวัดลำปาง ส่งผลให้ผู้โดยสารรถไฟติดค้างอยู่
ลำปาง – เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน เกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง สถานการณ์นี้ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายพื้นที่ในอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง โดยเฉพาะที่บ้านปางปง ปางทราย และตำบลเวียงตาล ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ระดับน้ำยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ในเวลาเดียวกัน พื้นที่ขุนตานก็เผชิญกับฝนตกหนักมากเช่นกัน น้ำป่าได้ไหลทะลักลงมาจากภูเขาอย่างรุนแรง กระแสน้ำได้พัดพาดิน ทราย และกรวดหิน ลงมาทับถมจนปิดกั้นรางรถไฟที่สถานีขุนตาน ทำให้รถไฟไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุดินสไลด์บริเวณปากทางเข้าอุโมงค์ขุนตานทางทิศเหนือ ซึ่งกีดขวางเส้นทางเดินรถอย่างสมบูรณ์
Key Takeaways
- ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนในอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง
- เกิดดินสไลด์และทรายพัดทับถมรางรถไฟ ปิดกั้นปากอุโมงค์ขุนตานฝั่งเหนือ
- รถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 52 สามารถวิ่งผ่านอุโมงค์ไปได้สำเร็จก่อนประกาศปิดทาง
- สถานีขุนตานสั่งปิดเส้นทางฉุกเฉิน ส่งผลให้ขบวนรถไฟอื่นๆ เกิดความล่าช้าหลายชั่วโมง
ขบวน 52 รอดหวุดหวิด ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว
เหตุการณ์นี้มีผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 52 สามารถบันทึกวิดีโอเอาไว้ได้ รถไฟขบวนนี้เดินทางออกจากสถานีเชียงใหม่ในเวลา 15:30 น. และเมื่อมาถึงสถานีขุนตาน จังหวัดลำปาง ในเวลา 16:58 น. ภาพในวิดีโอแสดงให้เห็นกระแสน้ำป่าสีเทาเข้ม น้ำได้ไหลทะลักลงมาจากภูเขาด้านข้างรางรถไฟ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม นับว่าโชคดีอย่างมากที่รถไฟขบวนดังกล่าวสามารถวิ่งผ่านอุโมงค์ขุนตานมาได้อย่างปลอดภัย รถไฟเดินทางถึงสถานีนครลำปางในเวลา 17:52 น. ตามกำหนดการ จากนั้นจึงสามารถเดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครต่อไปได้อย่างราบรื่น ถือเป็นการรอดพ้นวิกฤตมาได้อย่างหวุดหวิด
หลังจากรถไฟขบวนที่ 52 ผ่านไปได้ไม่นาน ทางสถานีรถไฟขุนตาน ได้ประกาศปิดเส้นทางเดินรถแบบฉุกเฉินในเวลา 17:18 น. เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานกับฝ่ายการช่างโยธา เพื่อลงพื้นที่เคลียร์เส้นทางและซ่อมแซมจุดที่เสียหายทันที การปฏิบัติงานครั้งนี้คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
ทีมงานประเมินว่าเส้นทางจะกลับมาใช้งานได้ในช่วงเวลาประมาณ 20:00 – 21:00 น. ของวันเดียวกัน เหตุการณ์ฉุกเฉินนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขบวนรถไฟที่กำลังเดินทางมา ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 14 และรถด่วนขบวนที่ 10 ต้องหยุดจอดรอและเกิดความล่าช้าไปจากตารางเวลาเดิม
ข่าวเด่นเมืองลำปาง
เด็กชายวัย 15 ปีจากลำปางจมน้ำเสียชีวิตขณะพยายามไปเก็บลูกบาสเก็ตบอล
พ่อคนหนึ่งหัวใจสลายหลังจากคนขับรถเมาแล้วขับพรากชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบของเขาไปในลำปาง
ข่าว - News
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
กรุงเทพฯ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หลังมีผู้โดยสารโพสต์คลิปและร้องเรียนว่ากระเป๋าเดินทางมีร่องรอยถูกเปิดรื้อค้นระหว่างเดินทาง เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้แก่นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ใช้บริการผ่านสนามบินหลักของไทย ทางสนามบินจึงเข้าตรวจสอบระบบสายพานและกล้องวงจรปิดทันทีเพื่อความโปร่งใส
ข่าว - News
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
พชรบุรี – การค้นพบสัตว์ป่าหายากในธรรมชาติมักสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการบันทึกภาพเสือดำและเสือดาวกำลังเดินอยู่ด้วยกันในเฟรมเดียว ภาพเหตุการณ์สุดพิเศษนี้ถูกบันทึกไว้ได้ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย การปรากฏตัวของสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ทั้งสองรูปแบบถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสมดุลของระบบนิเวศ ภาพเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนรักสัตว์ป่าดีใจ แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จของการปกป้องผืนป่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ข่าว - News
รัฐอัดฉีดบริษัททัวร์ 40,000 บาท กระตุ้นเที่ยวไทย
เชียงราย – รัฐบาลไทยเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งการเดินทางที่กำลังจะมาถึง ล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างเป็นทางการ โครงการนี้มุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการทัวร์และนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรง รัฐบาลพร้อมมอบเงินอุดหนุนค่าเดินทางสูงสุดถึง 40,000 บาทต่อทริป เพื่อเป็นแรงจูงใจในการออกเดินทางสำรวจความสวยงามของประเทศไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จับมือกับพันธมิตร 9 องค์กร เพื่อเปิดตัวโครงการ “เที่ยวข้ามภาคกับทัวร์” แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและกระจายคนสู่เมืองรอง รัฐบาลคาดหวังว่าจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 208 ล้านบาททั่วประเทศ โครงการนี้ถือเป็นความหวังใหม่ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
สรุปประเด็นสำคัญ
- รัฐบาลพร้อมอุดหนุนค่ารถบัสสูงสุด 40,000 บาท และรถตู้สูงสุด 10,000 บาทต่อทริป
- เงื่อนไขหลักคือต้องเป็นการเดินทางข้ามจังหวัด และพักค้างคืนอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน
- นักท่องเที่ยวสามารถจองและเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570
เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม
สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธิ์นั้น ผู้ประกอบการจะต้องจัดกลุ่มทัวร์ตามขนาดที่โครงการกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด กรณีเดินทางด้วยรถบัสจะต้องมีนักท่องเที่ยวชาวไทยร่วมเดินทางอย่างน้อย 30 คน รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนค่าเช่ารถให้วันละ 10,000 บาท โดยจำกัดเพดานสูงสุดไม่เกิน 40,000 บาทต่อหนึ่งทริป ส่วนการใช้รถตู้จะต้องมีผู้โดยสารขั้นต่ำ 6 คน ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือวันละ 2,500 บาท และสูงสุด 10,000 บาทต่อทริป
ทริปการเดินทางทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นการข้ามเขตจังหวัดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องพักค้างคืนในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่พื้นที่จุดเริ่มต้นของทริป โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับบริษัททัวร์เท่านั้น แต่ยังช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดเงินเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนโดยตรง
โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกแพ็กเกจเดินทางได้หลากหลายรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ สุขภาพ หรือแม้แต่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม หากคุณเป็นบริษัททัวร์หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถอ่าน มาตรการอัดฉีดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อศึกษารายละเอียดของสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถโทรสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากสายด่วน ททท. 1672 เพื่อเริ่มต้นวางแผนวันหยุดพักผ่อนสุดคุ้มของคุณ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจช่วยเหลือแม่และลูกชายจากพ่อที่เสียสติ
ชาวจีน 99 คนถูกจับกุม! แก๊งอาชญากรถูกทลายที่ชายแดนเมียนมาร์-ไทย
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

