ข่าวการเมือง Politics
การเลือกตั้งปี 2026: 10 เขตเลือกตั้งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
การเลือกตั้งปี 2026 – การเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต 400 เขตทั่วประเทศในปี 2569 มีหลายพื้นที่ที่การแข่งขันน่าดูเป็นพิเศษ บางเขตเป็นศึก “บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่” คนดังลงชนกันตรงๆ บางเขตเป็น “ศึกสายเลือด” ใช้นามสกุลเดียวกันแย่งเก้าอี้กันเอง…
การเลือกตั้งปี 2026 – การเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต 400 เขตทั่วประเทศในปี 2569 มีหลายพื้นที่ที่การแข่งขันน่าดูเป็นพิเศษ บางเขตเป็นศึก “บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่” คนดังลงชนกันตรงๆ บางเขตเป็น “ศึกสายเลือด” ใช้นามสกุลเดียวกันแย่งเก้าอี้กันเอง และอีกหลายจุดเป็นสนามวัดใจ สส.เดิมที่ย้ายพรรคแล้วหวังรักษาที่นั่งเดิม
ต่อไปนี้คือ 10 เขตที่ถูกพูดถึงมากในรอบนี้
ผู้สมัครดังแน่น, บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่
กรุงเทพฯ เขต 4 (คลองเตย, วัฒนา)
ศึกเขตนี้ยังร้อนต่อเนื่องจากปี 2566 ที่ ภัณฑิล น่วมเจิม (อดีตพรรคก้าวไกล, ปัจจุบันอยู่ฝั่งพรรคประชาชน) ชนะขาดจากแรงหนุนกระแสสีส้ม รอบนี้ต้องจับตาว่าฐานเสียงเดิมยังแน่นเหมือนเดิมหรือไม่
ฝั่งคู่แข่งก็มีชื่อที่คนคุ้นหูหลายคน เช่น เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ลูกชายของ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ลงในนามพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ส่ง พงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม. และเป็นลูกชายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่มีฐานสนับสนุนในเมืองไม่น้อย
อีกชื่อที่ถูกจับตามองคือ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักร้องเรียนทางการเมืองที่เป็นที่รู้จัก ลงกับพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่พรรคเพื่อไทยส่งคนรุ่นใหม่อย่าง บุณยกร ดำรงรัตน์ ลงมาสู้ในเขตนี้
สงขลา เขต 2 นครหาดใหญ่ (ต.หาดใหญ่, ต.คลองอู่ตะเภา)
หาดใหญ่เป็นพื้นที่ใหญ่และสำคัญของภาคใต้ แถมเพิ่งผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมหนัก ทำให้การเลือกตั้งรอบนี้ยิ่งถูกจับตาเป็นพิเศษ ผู้สมัครแต่ละพรรคก็เป็นคนดังทั้งนั้น
เจ้าของพื้นที่เดิมคือ ศาสตรา ศรีปาน อดีตรวมไทยสร้างชาติ รอบนี้ย้ายมาลงในสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย โดยครั้งก่อนชนะผู้สมัครก้าวไกลแบบเฉือนกันหลักร้อยคะแนนเท่านั้น
ฝั่งพรรคประชาชนส่ง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย และอดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งเป็นที่รู้จักจากบทบาทวิจารณ์การบริหารโควิด-19 และนโยบายกัญชา จนมีประเด็นด้านวินัยและการโยกย้าย ล่าสุดมีมติให้พ้นจากราชการ ซึ่งถ้าถูกให้ออกจากราชการจริงอาจกระทบคุณสมบัติการลงสมัคร
อีกคนที่แรงไม่แพ้กันคือ จูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเน็ตไอดอลและครีเอเตอร์ที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก รอบก่อนลงในนามชาติพัฒนากล้าและได้คะแนนเป็นอันดับ 3 แบบไม่ห่างมาก รอบนี้กลับมาพร้อมตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ทำให้โอกาสพลิกเกมมีอยู่จริง
เชียงราย เขต 7 (อ.แม่ฟ้าหลวง, เวียงแก่น, ขุนตาล)
เขตนี้ก่อนหน้านี้เป็นพื้นที่ของ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน (เพื่อไทย) อดีตรองประธานสภาฯ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งและตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปีในช่วง ส.ค. 2568 จากกรณีโยกงบสภาลงพื้นที่ จากนั้นมีการเลือกตั้งใหม่และ สง่า พรมเมือง (เพื่อไทย) ชนะ สุทัศน์ ยาละ (พรรคประชาชน) แบบขาดลอย
เลือกตั้ง 2569 เพื่อไทยส่ง สง่า พรมเมือง ลงต่อเพื่อประคองพื้นที่ ส่วนภูมิใจไทยส่ง เสกสรรค์ เชื้อเมืองพาน น้องชายของพิเชษฐ์ ซึ่งมีฐานเดิมเหนียวแน่น ขณะเดียวกันยังมีตัวเต็งจากบ้านใหญ่ท้องถิ่นอย่าง สุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ อดีตประธานสภา อบจ. และรองนายก อบจ. ที่เป็นน้องชายของนายก อบจ.เชียงรายคนปัจจุบัน ทำให้เขตนี้น่าจะวัดกันหลักๆ ระหว่าง 3 ขั้วใหญ่
ศึกสายเลือด
ร้อยเอ็ด เขต 8 (อ.จตุรพักตรพิมาน, อ.ศรีสมเด็จ)
สนามนี้เป็นศึกในตระกูล “สินธุไพร” ระหว่างเจ้าของพื้นที่เดิม ชญาภา สินธุไพร ที่ยังอยู่กับเพื่อไทย เจอกับ ธนชัย สินธุไพร จากภูมิใจไทย ซึ่งเป็นลูกชายของ จุรีพร สินธุไพร และมีศักดิ์เป็นอาของชญาภา
ก่อนหน้านี้ธนชัยเคยแยกไปอยู่พลังประชารัฐในปี 2562 และลงกับไทยสร้างไทยในปี 2566 ก่อนย้ายมาสีน้ำเงินในรอบนี้ ภาพรวมยังประเมินว่า สส.เดิมมีฐานคะแนนชัด แต่เพราะเป็นเขตผสมหลายอำเภอ เกมยังเปิดกว้าง จึงเป็นเขตที่ต้องตามดูจนวินาทีสุดท้าย
นครนายก เขต 2 (อ.บ้านนา, อ.องครักษ์)
อีกสนามญาติชนญาติในตระกูล “กิตติธเนศวร” เมื่อ เกรียงไกร กิตติธเนศวร หลานชายที่ย้ายจากเพื่อไทยมาภูมิใจไทย ต้องสู้กับ วุฒิชัย กิตติธเนศวร ลุงแท้ๆ ที่ย้ายจากภูมิใจไทยไปอยู่พรรคกล้าธรรม
ฝั่งเกรียงไกรเป็นอดีต สส.ที่มีผลงานพื้นที่พอสมควร ส่วนวุฒิชัยเป็นนักการเมืองประสบการณ์สูง เคยเป็น สส.นครนายกมาหลายสมัยในหลายพรรค ทำให้เขต 2 รอบนี้ออกได้หลายหน้า และมีแนวโน้มสูสีมาก
บ้านใหญ่ขอทวงคืน
สมุทรปราการ เขต 1 (อ.เมือง)
ปี 2566 เขตนี้ พนิดา มงคลสวัสดิ์ (อดีตก้าวไกล) ชนะเลือกตั้ง รอบนี้ลงต่อในนามพรรคประชาชน แต่ต้องเจอแรงกดดันจากบ้านใหญ่เมืองปากน้ำ ตระกูล “อัศวเหม” ที่ส่ง อัครวัฒน์ อัศวเหม ลงชิง
รอบนี้ตระกูลอัศวเหมซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนเคยอยู่ฝั่งพลังประชารัฐ หันมาร่วมงานกับเพื่อไทย และส่งผู้สมัครครบทั้ง 8 เขตของจังหวัด เป้าหมายชัดคือทวงเก้าอี้คืนจากพรรคประชาชนที่กวาดได้หมดในครั้งก่อน
ชลบุรี เขต 1 (อ.เมืองชลบุรี)
การเลือกตั้งปี 2566 วรท ศิริรักษ์ (อดีตก้าวไกล) ชนะคู่แข่งจากรวมไทยสร้างชาติแบบห่างกันไม่กี่พันคะแนน รอบนี้ลงอีกครั้งเพื่อรักษาที่นั่ง
จุดน่าสนใจคือครั้งก่อนคะแนนของกลุ่ม “บ้านใหม่” ฝั่งรวมไทยสร้างชาติ (นำโดย สุชาติ ชมกลิ่น) ไปตัดกับคะแนน “บ้านใหญ่” ตระกูลคุณปลื้มที่อยู่เพื่อไทยในตอนนั้น จนเปิดทางให้สีส้มแทรกชนะได้
แต่ในปี 2569 ทั้งกลุ่มของสุชาติและตระกูลคุณปลื้มขยับมาร่วมงานกับภูมิใจไทย และ สุชาติ ชมกลิ่น ลงเขตนี้ด้วยตัวเอง ทำให้มีโอกาสรวมคะแนนแล้วแซงกลับได้เหมือนกัน
คนเก่าย้ายพรรค, วัดใจฐานเดิม
ขอนแก่น เขต 9 (อ.แวงใหญ่, อ.แวงน้อย, อ.พล)
เดิมเป็นฐานของบ้านใหญ่ขอนแก่น ตระกูล “อรรณนพพร” ที่เคยอยู่เพื่อไทย โดย สส.เดิมคือ สรัสนันท์ อรรณนพพร ชนะขาดในครั้งก่อน แต่รอบนี้ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย กลายเป็นอีกหนึ่งเคสที่ถูกจับตาเรื่องการย้ายค่าย
เพื่อไทยส่ง ณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง อดีต ส.อบจ. ลงแข่ง และมีการทำเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่อำเภอพล พร้อมแกนนำพรรคอย่าง สุทิน คลังแสง และ ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ลงพื้นที่ช่วยเต็มที่ สะท้อนว่าเขตนี้วัดกันจริงจัง
ถ้าอิงผลปี 2566 เพื่อไทยได้อันดับ 1 ทิ้งห่างก้าวไกลหลายหมื่นคะแนน แต่รอบนี้เป็นการเทียบแรงระหว่างแบรนด์พรรคกับตัวผู้สมัครเดิม และถ้าคะแนนตัดกันเองมากเกินไป ก็เปิดช่องให้พรรคประชาชนที่ส่ง กมลชนก สุพรรณฝ่าย อาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีลุ้นเบียดขึ้นมาได้
กาญจนบุรี เขต 5 (อ.ทองผาภูมิ, อ.สังขละบุรี, อ.ศรีสวัสดิ์ (บางส่วน))
ปี 2566 ผู้ชนะคือ พนม โพธิ์แก้ว จากเพื่อไทย รอบนี้ลงป้องกันตำแหน่งสมัยที่ 2 ขณะที่ภูมิใจไทยส่ง ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต สส.กาญจนบุรี เขต 4 ที่เคยอยู่เพื่อไทย และเคยมีภาพจำเรื่องการโหวตหนุนหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่อนจะได้ตำแหน่ง รมช.มหาดไทย รอบนี้โยกมาลงเขต 5 แทน
กาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่เพื่อไทยทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งครั้งก่อน เกือบชนะทั้งจังหวัด เขตนี้เลยถูกมองว่าเป็นอีกสนามที่ต้องเกาะติด
อุบลราชธานี เขต 7 (อ.ศรีเมืองใหม่, อ.โขงเจียม, อ.สิรินธร (ยกเว้น ต.โนนก่อ), อ.พิบูลมังสาหาร (เฉพาะ ต.ระเว, ต.ทรายมูล))
ปี 2566 ผู้ชนะคือ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ลูกสาวของ “กุ่ย” ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ที่เป็น สส.พื้นที่นี้มาหลายสมัย แต่บรรยากาศรอบ 2569 เปลี่ยนพอสมควร เพราะชูวิทย์ไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมในบทบาทที่ปรึกษา ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ขณะที่สุดารัตน์ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย และลงอีกครั้งเพื่อรักษาที่นั่ง
ด้านเพื่อไทยส่ง เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ลูกชายของ อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต สส.อุบลราชธานีหลายสมัย ซึ่งอดิศักดิ์เคยย้ายไปพลังประชารัฐในปี 2562 ส่วนเชิดศักดิ์ในการเลือกตั้งปี 2566 เคยลงเขตนี้ในนามภูมิใจไทย ทำให้รอบนี้กลายเป็นภาพ “สลับค่าย” ของผู้สมัครสองฝั่งอย่างชัดเจน และทำให้เขตนี้ยิ่งน่าดูมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ต้องสงสัยซื้อเสียงในอำเภอพาน
ข่าวการเมือง Politics
นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เชียงราย – โลกปัจจุบันหมุนไปอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมให้เยาวชนจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เทศบาลนครเชียงรายจึงเดินหน้าประกาศวิสัยทัศน์ใหม่เพื่อยกระดับการศึกษาในพื้นที่ เป้าหมายหลักคือการสร้างเด็กยุคใหม่ให้มีทั้งความรู้ ทักษะชีวิต และความสามารถรอบด้านที่ใช้งานได้จริง การปรับตัวครั้งนี้เน้นการเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ระหว่างนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน ครอบครัว และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้จัดการประชุมนัดสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นางสาววรรณพัชร จินดาขัด รองนายกเทศมนตรี นายประชวน เขื่อนเพชร ที่ปรึกษานายกฯ และนางอำไพ จันทร์เงิน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา นอกจากนี้ยังมีผู้อำนวยการและคณะครูจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครเชียงรายมาร่วมกำหนดทิศทางนโยบายอย่างคึกคัก
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายปรับทิศทางการศึกษาใหม่ เน้นสร้างเด็กให้มีทั้งความรู้และทักษะชีวิตที่จำเป็น
- ผู้บริหารเมืองและบุคลากรทางการศึกษาจัดการประชุมร่วมกันเพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริง
- เป้าหมายหลักคือการสอนให้เด็กรู้เท่าทันเทคโนโลยี AI พัฒนาครูผู้สอน และดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
นายกเทศมนตรีนครเชียงรายให้ความเห็นว่า การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเมืองให้ยั่งยืน การเรียนรู้ในยุคนี้จึงไม่ควรถูกตีกรอบอยู่แค่ความรู้ในหนังสือเรียนอีกต่อไป โรงเรียนต้องเปลี่ยนบทบาทมาส่งเสริมให้เด็กมีทักษะชีวิตและกล้าคิดสร้างสรรค์ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการสอนให้เด็กเข้าใจและใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังด้านคุณธรรม
มุ่งหน้านครแห่งการเรียนรู้ พัฒนาพลเมืองอย่างยั่งยืน
การที่จะไปถึงเป้าหมายนี้ได้ การพัฒนาครูผู้สอนถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง นโยบายใหม่จึงเน้นการอบรมและเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ ให้กับบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้โรงเรียนเปิดรับความร่วมมือจากผู้ปกครองและคนในชุมชน เพื่อเปลี่ยนให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เยาวชนสามารถลองผิดลองถูกและค้นพบพรสวรรค์ของตนเองได้อย่างเต็มที่
ทิศทางการทำงานทั้งหมดนี้สอดคล้องกับนโยบายหลักที่ต้องการผลักดันให้เชียงรายเป็นนครแห่งการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบ เทศบาลฯ มุ่งหวังที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่และทุกเวลา การศึกษาจะต้องถูกเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมและบริบทของชุมชนอย่างแนบเนียน หากทำสำเร็จ ระบบนิเวศทางการศึกษานี้จะช่วยสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะกลายเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้เมืองเชียงรายก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
ข่าวการเมือง Politics
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย – นายธนรัช จงสุทธานามณี หรือ “ต้นน้ำ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ตัวแทนคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาบนเวทีระดับโลก การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ เมืองอารูชา ประเทศแทนซาเนีย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาคมโลก
การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้แทนกัมพูชากล่าวพาดพิงไทยเรื่องปัญหาชายแดน โดยหยิบยกประเด็นทุ่นระเบิดและข้อตกลงเขตแดนขึ้นมาโจมตีฝ่ายเดียว นายธนรัชจึงใช้สิทธิชี้แจงเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของประเทศ พร้อมยืนยันว่าการเจรจาด้วยความจริงใจคือหนทางเดียวสู่สันติภาพที่แท้จริง
ประเด็นสำคัญ
- เน้นเจรจาไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์: ไทยเลือกไม่สาดโคลนกลับ แต่ย้ำว่าการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน
- โปร่งใสและตรวจสอบได้: ข้อกล่าวหาเรื่องทุ่นระเบิดและคลัสเตอร์บอมบ์ ต้องผ่านการพิสูจน์จากองค์กรอิสระที่เป็นกลางและใช้มาตรฐานสากล
- แก้ปัญหาตามกรอบกฎหมาย: การจัดการพื้นที่ชายแดนและทะเลยังดำเนินตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
ยึดหลักมนุษยธรรมสากล พร้อมเปิดรับการตรวจสอบที่เป็นธรรม
นายธนรัชกล่าวต่อที่ประชุม สหภาพรัฐสภา (IPU) ว่า ประเทศไทยเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ข้อกล่าวหาใดๆ ที่เกิดขึ้นไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อสร้างความขัดแย้ง หากมีข้อสงสัย ทุกฝ่ายต้องพร้อมเข้าสู่กระบวนการค้นหาความจริงที่เป็นอิสระ โปร่งใส และมีมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ สส.เชียงราย ยังอธิบายชัดเจนถึงกรณีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 ว่า ไทยไม่เคยละทิ้งสันติวิธี ปัจจุบันการหารือเรื่องเขตแดนทางบกยังเดินหน้าผ่านกลไกทวิภาคี ส่วนพื้นที่ทางทะเลดำเนินการตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ
ผู้แทนไทยย้ำว่า นักการเมืองรุ่นใหม่มีหน้าที่เลือกความก้าวหน้ามากกว่าการเล่นเกมการเมืองเดิมๆ แม้ไทยจะรู้สึกผิดหวังกับท่าทีของเพื่อนบ้าน แต่คณะผู้แทนไทยจะไม่ยอมหมดหวังในการสร้างมิตรภาพ ไทยยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในฐานะรัฐที่มีเอกราช และพร้อมร่วมมือกับทุกชาติในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี
ก่อนลงจากเวที นายธนรัชได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาสวาฮิลี และภาษาไทย สร้างความประทับใจให้แก่ผู้แทนกว่า 2,000 คน จาก 183 รัฐสภาทั่วโลกที่มาร่วมกำหนดทิศทางธรรมาภิบาลในครั้งนี้อย่างอบอุ่น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส
เชียงราย – วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เทศบาลนครเชียงรายเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างเต็มกำลัง โดยได้จัดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 1 งานนี้มุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการเลือกตั้ง ดร.จตุรัฐชัย จินตนาสิทธิคุณ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครเชียงราย เป็นผู้นำทีมจัดงานเพื่อรับประกันว่าทุกขั้นตอนจะราบรื่นที่สุด
การอบรมครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่เขต 1 ซึ่งประกอบด้วย 14 ชุมชน รวมทั้งหมด 23 หน่วยเลือกตั้ง โดยได้รับเกียรติจากนายประธาน พรหมเผ่า ผู้อำนวยการ กกต. ประจำจังหวัดเชียงราย และนายยอด พรมลือ รองผู้อำนวยการ ลงพื้นที่สังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีทีมหัวหน้างานอย่าง นางสาวนริศรา หงสกุล และนางสาวนภาวัลย์ บุญตัน ร่วมดูแลความเรียบร้อย การเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นนี้จัดขึ้นเพื่อลดข้อผิดพลาดในวันปฏิบัติงานจริง
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายหลัก: เทศบาลนครเชียงรายจัดอบรม กปน. เขต 1 ครอบคลุม 14 ชุมชน 23 หน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส
- วันเลือกตั้งจริง: การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย เขต 1 จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.
- เนื้อหาการอบรม: เน้นการปฏิบัติจริงครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดคูหา การลงคะแนน ไปจนถึงการนับและรายงานผลคะแนน
ฝึกปฏิบัติจริงเพื่อความถูกต้องแม่นยำ
สำหรับเนื้อหาการอบรมนั้น วิทยากรได้เน้นให้ความรู้ทั้งในส่วนของภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจำลองสถานการณ์จริง ผู้เข้าร่วมได้รับการถ่ายทอดขั้นตอนการลงคะแนนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการจัดพื้นที่คูหาเลือกตั้งให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังมีการสอนเทคนิคการนับคะแนนที่แม่นยำและการรายงานผลที่รวดเร็ว วิทยากรหลักประกอบด้วย นายมงคล ใบแสง นายสัมพันธ์ สุใจ และ น.ส.นภาพร จันทร์แก้ว ซึ่งล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์
เป้าหมายสูงสุดของการจัดอบรมคือการทำให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย เขต 1 จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 นี้ ประชาชนผู้มีสิทธิสามารถเดินทางไปลงคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อได้ตั้งแต่เวลา 08.00 ถึง 17.00 น. ขอเชิญชวนชาวเชียงรายทุกคนออกมาร่วมใช้สิทธิและติดตามข่าวสาร การเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนให้ก้าวหน้าต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งลุย! รับมือน้ำท่วม-เร่งเบิกจ่ายงบปี 70
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าว - News4 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

