Connect with us

ข่าวระดับชาติ - National

นักเรียนชั้น ม.1 หวาดกลัวสุดขีด หลังถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกและดูถูกเหยียดหยามที่โรงเรียน

Published

on

นักเรียนชั้น ม.1 หวาดกลัวสุดขีด หลังถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกและดูถูกเหยียดหยามที่โรงเรียน

ลำปาง ผอ.โรงเรียน พร้อมครูประจำชั้น ทีม พม. บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลำปาง มูลนิธิเด็ก ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ อบต.บ้านเสด็จ ลงพื้นที่เยี่ยม “น้องบุ๊ค” นักเรียนชั้น ม.1 หลังเจอเหตุรุ่นพี่ชั้น ม.2 รวม 3 คน จับล็อกตัวและบังคับถอดกางเกง ก่อนถ่ายคลิปแล้วนำไปโพสต์ในกลุ่มไลน์ของนักเรียน ทำให้น้องรู้สึกอายและไม่อยากไปโรงเรียน ล่าสุดพบว่ายังมีเหตุซ้ำในห้องเรียนอีกภายใน 3 วันหลังเกิดเรื่อง

ก่อนหน้านี้ ผู้ปกครองร้องเรียนว่า คลิปของน้องถูกเผยแพร่ในกลุ่มนักเรียน มีการล้อเลียนจากเพื่อนและผู้ที่ถ่ายคลิป จนน้องเครียดและหลีกเลี่ยงการไปเรียน

วันที่ 24 ม.ค. นายเสกสรรค์ พิทักษ์ทา ผอ.โรงเรียน พร้อมครูและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปที่บ้านของน้องบุ๊คเพื่อพูดคุย ประเมินสภาพจิตใจ และเก็บข้อมูลเพิ่มเติม โดยมีตำรวจ สภ.เสด็จ ร่วมสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ขอคุยกับน้องเป็นการส่วนตัวบนบ้าน ใช้เวลาราว 40 นาที ก่อนพาน้องลงมา

เจ้าหน้าที่ระบุว่า หลังพูดคุยแล้ว สภาพจิตใจของน้องดีขึ้นมาก ใกล้กลับมาเป็นปกติ แต่ยังมีความรู้สึกอายจากการที่คลิปถูกนำไปเผยแพร่ อย่างไรก็ตาม น้องบอกว่ายังพร้อมกลับไปเรียนตามปกติ

นักเรียนชั้น ม.1 หวาดกลัวสุดขีด หลังถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกและดูถูกเหยียดหยามที่โรงเรียน

ระหว่างการให้ข้อมูล น้องบุ๊คเล่าว่า เหตุแรกเกิดขึ้นวันจันทร์ ต่อมาอีกประมาณ 3 วัน คือวันพฤหัสบดี ขณะนอนเล่นเกมในห้องเรียน มีเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งแอบดึงกางเกงและมีเพื่อนถ่ายคลิปจนเห็นก้น จากนั้นนำคลิปไปให้กลุ่มรุ่นพี่ที่เคยถ่ายคลิปแรกดูอีกครั้ง น้องไม่แน่ใจว่าคลิปดังกล่าวถูกส่งต่อหรือโพสต์ที่อื่นเพิ่มเติมหรือไม่

ด้านนายเสกสรรค์กล่าวว่า ตนเพิ่งได้เห็นคลิปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 ม.ค. หลังครูส่งมาให้ดู เมื่อทราบเรื่อง โรงเรียนรีบรายงานผู้บังคับบัญชาและประสานผู้ปกครองทันที ต่อมามูลนิธิเด็กติดต่อขอเข้าพบเด็ก จึงนัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาลงพื้นที่พร้อมกันในวันนี้

นักเรียนชั้น ม.1 หวาดกลัวสุดขีด หลังถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกและดูถูกเหยียดหยามที่โรงเรียน

ผอ.โรงเรียนระบุว่า จากการคุยกับนักเรียน ม.2 ทั้ง 3 คนที่เกี่ยวข้อง เด็กอ้างว่าเป็นการหยอกล้อ แต่การนำคลิปไปลงโซเชียลทำให้เรื่องรุนแรงขึ้น โรงเรียนจึงประสานผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายให้มาพูดคุย ทำความเข้าใจ และหาทางออกร่วมกันที่โรงเรียนในวันจันทร์ที่ 26 ม.ค. หากตกลงกันได้ก็อาจช่วยไม่ให้บานปลายเป็นคดี เพราะเด็กเรียนโรงเรียนเดียวกันและอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ส่วนเหตุล่าสุดที่น้องบุ๊คเล่าว่ามีเพื่อนดึงกางเกงและถ่ายคลิปในห้องเรียน โรงเรียนจะเรียกนักเรียนที่เกี่ยวข้องมาพูดคุย รวมถึงย้ำกับนักเรียนทั้งโรงเรียนว่า ห้ามทำพฤติกรรมลักษณะนี้ซ้ำอีก

ประเด็นที่ครอบครัวกังวลว่าอาจถูกเอาคืนหลังเรื่องเป็นข่าว ผอ.และครูประจำชั้นยืนยันกับผู้ปกครองว่า โรงเรียนจะเข้มงวดเรื่องความปลอดภัย ดูแลใกล้ชิด และหามาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะนี้อีกต่อไป

รัฐมนตรีต่างประเทศชี้แจงว่า สหรัฐฯ ได้ระงับการดำเนินการขอวีซ่าผู้อพยพเป็นการชั่วคราว

ข่าวระดับชาติ - National

แรงกดดันจากแก๊งมิจฉาชีพทำให้เด็กหญิงวัย 14 ปี กระโดดลงมาจากชั้น 5 ของโรงเรีย

Published

on

แรงกดดันจากแก๊งมิจฉาชีพทำให้เด็กหญิงวัย 14 ปี กระโดดลงมาจากชั้น 5 ของโรงเรีย

ชลบุรี – เด็กหญิงวัย 14 ปี อาการสาหัส หลังพลัดตกจากอาคารเรียนในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เธอเริ่มมีอาการเครียดสะสมหลังจากถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินและข่มขู่ว่าจะเรียกเงินเพิ่ม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายทางออนไลน์ที่เด็กและเยาวชนต้องเผชิญ

ชลบุรี เหตุสะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เด็กนักเรียนหญิงอายุ 14 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และเป็นนักกีฬาของโรงเรียน พลัดตกจากหน้าต่างห้องน้ำชั้น 5 ของอาคารเรียน จนบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมแพทย์เข้าช่วยเหลือทันที ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา รายงานอาการพบแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่ขาทั้งสองข้าง กระดูกเสียหาย และมีรอยฟกช้ำหลายจุดตามร่างกาย

พ.ต.อ.คมกริช มั่นจิตต์ ผู้กำกับการ สภ.หนองขาม ระบุว่า เมื่อตรวจจุดเกิดเหตุ พบหน้าต่างระบายอากาศชั้น 5 เปิดอยู่ ภายในห้องน้ำมีรอยรองเท้าบนชักโครกและผนัง นอกจากนี้ยังพบคอมเพรสเซอร์แอร์ชั้นล่างบุบจากแรงกระแทก เบื้องต้นคาดว่าเด็กนักเรียนปีนขึ้นไปก่อนเกิดเหตุพลัดตก

ปมเครียดสะสม หลังถูกคอลเซ็นเตอร์ข่มขู่

เพื่อนนักเรียนที่ฝึกซ้อมกีฬาอยู่กลุ่มเดียวกันให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุ น้อง (นามสมมติ) ถูกกลุ่มคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินหลายครั้ง รวมประมาณ 3,600 บาท โดยมิจฉาชีพมักอ้างตัวเป็นตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ แล้วใช้โทรศัพท์และ Line กดดันให้โอนเพิ่มอีก 2,000 บาท

ที่น่ากังวลคือ ผู้ก่อเหตุหลอกลวงยังขู่ด้วยคำพูดรุนแรงว่า หากไม่โอนจะถูกฟ้อง และอาจโดนปรับสูงถึง 100,000-120,000 บาท ทำให้น้องเกิดความกลัวอย่างหนัก

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อนสังเกตว่าน้องเครียดมากขึ้น และพยายามยืมเงินเพื่อนคนละ 300-700 บาท เพื่อเอาไปโอนให้มิจฉาชีพ ต่อมาเมื่อใกล้เกิดเหตุ น้องยังขอยืมเงินเพิ่มอีก แต่ไม่มีใครช่วยได้ ความกดดันจึงยิ่งสะสมและนำไปสู่เหตุการณ์ครั้งนี้

ตำรวจแจ้งว่า ขณะนี้เด็กนักเรียนยังอาการหนัก จึงยังให้ปากคำไม่ได้ พนักงานสอบสวนจะเดินหน้าติดตามกลุ่มมิจฉาชีพ โดยตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเบอร์โทรที่ใช้ติดต่อหลอกลวง

คอลเซ็นเตอร์ยังระบาดหนัก เด็กและผู้สูงอายุถูกเล็งเป็นพิเศษ

ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการโกงออนไลน์ (Anti-Online Scam Operation Centre หรือ AOC 1441) ภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า กลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุยังตกเป็นเป้าหมายหลักของคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพออนไลน์ เพราะมักเชื่อข้อมูลที่ถูกสร้างให้ดูน่าเชื่อถือ

โดยทั่วไปแก๊งเหล่านี้จะอ้างว่าเป็นตำรวจ อัยการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้เหยื่อเชื่อใจ จากนั้นค่อยข่มขู่เรื่องคดี เช่น อ้างว่ามีคดีติดตัว หรือจะถูกดำเนินคดีอาญา หากไม่รีบโอนเงินตามที่สั่ง

รูปแบบที่พบบ่อย เช่น

  • โทรอ้างเป็นตำรวจ บอกว่าบัตรประชาชนหรือบัญชีธนาคารถูกนำไปใช้ในคดีผิดกฎหมาย
  • ส่งลิงก์หรือข้อความทาง Line ให้กดตรวจสอบข้อมูล หรือให้โอนเงินเพื่อ “เคลียร์” เรื่อง
  • ขู่ค่าปรับสูงมาก ระดับหลักแสนบาท หากไม่จ่ายจะถูกจับหรือยึดทรัพย์
  • ใช้แอปยอดนิยมเป็นช่องทางกดดัน เพื่อเร่งให้โอนเงินอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจาก AOC ระบุว่า ช่วงปลายปี 2568 มีการรับแจ้งคดีกว่า 7,000 เคส และความเสียหายรวมระดับหลายร้อยล้านบาทต่อสัปดาห์ โดยเฉลี่ยความเสียหายต่อวันสูงถึง 58 ล้านบาท

ข้อควรระวังจากผู้ปกครอง และแนวทางรับมือเมื่อถูกหลอก

แม่ของเด็กนักเรียนให้สัมภาษณ์ด้วยความเสียใจ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตามตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับเด็กคนอื่น

ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองและเยาวชนควรระวังเป็นพิเศษเมื่อมีคนแปลกหน้าติดต่อเรื่องเงิน ทรัพย์สิน หรือคดีความ หากเริ่มสงสัยว่าเข้าข่ายถูกหลอก ให้ทำตามนี้ทันที

  • โทรแจ้ง AOC 1441 เพื่อขอช่วยเหลือเรื่องการระงับบัญชีและติดตามคดี (ตลอด 24 ชั่วโมง)
  • อย่าโอนเงิน และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัว ต่อให้ปลายสายอ้างเป็นหน่วยงานใดก็ตาม
  • รีบแจ้งตำรวจหรือผู้ปกครอง หากถูกข่มขู่หรือกดดันต่อเนื่อง
  • ตรวจสอบเบอร์โทรและบัญชีปลายทาง ผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
  • ติดตั้งเครื่องมือแจ้งเตือนภัย จากหน่วยงานรัฐ เช่น thaipoliceonline.com

เหตุครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า ภัยออนไลน์ไม่ได้เกิดกับผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กและเยาวชนก็เสี่ยงไม่แพ้กัน และอาจกระทบทั้งจิตใจและร่างกายอย่างรุนแรง ดังนั้นโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนควรช่วยกันสร้างความรู้เท่าทันกลโกง และให้เด็กกล้าขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อเริ่มผิดปกติ

ตำรวจยืนยันว่าจะสืบสวนอย่างละเอียดเพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่โรงเรียนและชุมชนกำลังประคองด้านจิตใจให้ครอบครัวและเพื่อนนักเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องราวสุดสะเทือนใจ!! เด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกวางยาแล้วถูกข่มขืนโดยเด็กชาย 5 คน

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

ประเทศไทยเปิดแคมเปญ “ทุกการเกิดมีความสำคัญ” รับมืออัตราเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี

Published

on

ประเทศไทยเปิดแคมเปญ "Every Birth Matters"

กรุงเทพฯ – ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงเปิดตัวแคมเปญใหม่ “ทุกการเกิดมีความสำคัญ” เพื่อส่งเสริมการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและสมัครใจ รวมถึงการดูแลที่เหมาะสมสำหรับการตั้งครรภ์ทุกครั้ง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนแคมเปญนี้ หลังข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ชี้ว่าในปี 2568 (2025) ประเทศไทยมีทารกเกิดใหม่เพียง 416,000 คน ต่ำกว่า 500,000 คนเป็นปีที่สองติดกัน และเป็นตัวเลขต่ำสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 (1949)

อัตราการเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี: ตัวเลขที่สะท้อนทิศทางชัดขึ้น

ก่อนหน้านี้ไทยเคยมีเด็กเกิดใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงทศวรรษ 1980 ที่เกิน 1 ล้านคนต่อปี แต่ตอนนี้ตัวเลขลดลงจนต่ำกว่า 500,000 คนต่อปีมาหลายปีแล้ว

  • ปี 2567 (2024): เด็กเกิดใหม่ 462,240 คน (ลดลงจาก 519,000 คนในปี 2566)
  • ปี 2568 (2025): เด็กเกิดใหม่ 416,000 คน (ต่ำสุดในรอบ 75 ปี)
  • อัตราส่วนเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate, TFR): ลดลงมาอยู่ราว 0.87-1.2 คนต่อผู้หญิง 1 คน (ต่ำกว่าอัตราทดแทนประชากร 2.1 คนมาก)
  • จำนวนผู้เสียชีวิต: สูงกว่าจำนวนเกิดหลายปีติดกัน เช่น ปี 2568 มีผู้เสียชีวิต 559,684 คน ทำให้ประชากรลดลงสุทธิ

เมื่อเกิดน้อยลงและคนอายุยืนขึ้น ประเทศไทยจึงเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ (Aged Society) เพราะประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 20% แล้ว อีกทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า ประชากรไทยอาจลดลงเหลือราว 30-40 ล้านคน จากปัจจุบันประมาณ 66 ล้านคน

ทำไมคนไทยมีลูกน้อยลง: ปัจจัยหลักที่เจอร่วมกัน

หลายเหตุผลซ้อนกันจนทำให้คนจำนวนมากชะลอการมีลูก หรือเลือกไม่มีก็มี โดยปัจจัยที่ถูกพูดถึงบ่อย ได้แก่

  • ค่าครองชีพสูง โดยเฉพาะบ้าน ค่าเรียน และค่าเลี้ยงดู
  • ผู้หญิงทำงานมากขึ้น จึงเลื่อนการมีลูกออกไป
  • ค่านิยมเปลี่ยน โดยเฉพาะในเมือง ครอบครัวมักมีลูก 1-2 คน หรือไม่มีเลย
  • ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคงงาน และภาระดูแลคนในบ้าน
  • ระบบช่วยเหลือครอบครัวยังไม่พอ เช่น ศูนย์เด็กเล็กที่คุณภาพดีและราคาเข้าถึงได้

ผลกระทบก็เริ่มชัดขึ้นตามมา แรงงานลดลง ภาระประกันสังคมและบำนาญหนักขึ้น เศรษฐกิจโตช้าลง และการแข่งขันของประเทศยากกว่าเดิม

“ทุกการเกิดมีความสำคัญ” ปรับโฟกัสไปที่ความปลอดภัยและการดูแลจริง

แคมเปญ “Every Birth Matters” พยายามขยับจากการชวนให้มีลูกแบบเดิมๆ ไปสู่การทำให้การตั้งครรภ์และการมีลูก “เกิดได้อย่างมีคุณภาพ” โดยวางหลักสำคัญไว้ 3 เรื่อง

  • ทุกการตั้งครรภ์ต้องปลอดภัย: เพิ่มการดูแลก่อนคลอดและหลังคลอดในโรงพยาบาลรัฐแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย และขยายคลินิกภาวะเจริญพันธุ์ให้เข้าถึงง่ายขึ้น
  • ทุกการตั้งครรภ์ต้องสมัครใจ: เคารพสิทธิผู้หญิงและคู่รัก ไม่บังคับ แต่ให้ข้อมูลและทางเลือกครบ
  • ทุกการเกิดต้องได้แรงหนุนเต็มที่: ตั้งแต่เงินอุดหนุน สวัสดิการลาคลอดและลาเลี้ยงดูบุตร ศูนย์เด็กเล็ก ไปจนถึงการปรับกฎหมายที่เกี่ยวกับครอบครัว

กรมอนามัยระบุว่าโครงการนี้จะทำงานร่วมหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และภาคเอกชน เพื่อช่วยกันทำให้สภาพแวดล้อมเหมาะกับการเริ่มต้นครอบครัวมากขึ้น

มาตรการสำคัญภายใต้แคมเปญ

ในภาพรวม แคมเปญนี้พูดถึงมาตรการที่จับต้องได้หลายด้าน เช่น

  • ขยายสิทธิลาคลอดและลาเลี้ยงบุตรให้ทั้งพ่อและแม่ รวมถึงพ่อเลี้ยงเดี่ยวและ LGBTQ+
  • สนับสนุนการรักษาภาวะมีบุตรยากผ่านบัตรทอง (Universal Coverage)
  • เพิ่มศูนย์เด็กเล็กคุณภาพดีใกล้ที่ทำงานและในชุมชน
  • เงินอุดหนุนรายเดือนสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก (เช่น 600-2,000 บาท ขึ้นกับนโยบายพรรคการเมือง)
  • ปรับนโยบายที่อยู่อาศัยและภาษี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว
  • ทำสื่อรณรงค์ร่วมกับ influencer เพื่อคุยเรื่องการมีลูกอย่างตรงไปตรงมา และลดแรงกดดันทางสังคม

แม้ไทยเคยมีแคมเปญอย่าง “Give Birth Great World” (เกิดดีมีโลกดี) มาก่อนและยังไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่ครั้งนี้ “Every Birth Matters” เลือกเน้นคุณภาพของการตั้งครรภ์และการเลี้ยงดู มากกว่าการเร่งจำนวนเกิดอย่างเดียว

มุมมองผู้เชี่ยวชาญและเสียงจากคนทั่วไป

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่าการแก้ปัญหานี้ต้องทำแบบยาวๆ และต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการระยะสั้น ขณะเดียวกัน ผลสำรวจสะท้อนว่าประชาชนกว่า 71% เห็นว่าอัตราการเกิดต่ำเป็นวิกฤตระดับประเทศ แต่มีเพียงราว 35-44% ที่พร้อมสนับสนุนนโยบายกระตุ้นการมีลูก ถ้ารัฐยังไม่จัดการเรื่องค่าครองชีพและความไม่เท่าเทียมทางเพศให้ดีพอ

อีกด้านหนึ่ง หลายพรรคการเมืองเริ่มแข่งกันเสนอแนวทางก่อนการเลือกตั้ง ตั้งแต่นโยบายจับคู่รัฐ (state matchmaking) จากพรรคเล็ก ไปจนถึงข้อเสนอเงินอุดหนุนที่สูงขึ้นจากพรรคใหญ่ เพื่อดึงฐานเสียงกลุ่มครอบครัว

ประเทศไทยต่อจากนี้: เสี่ยงขึ้น หรือจัดการได้ทัน

ถ้าแนวโน้มยังเป็นแบบเดิม ประเทศอาจเจอปัญหาแรงงานขาด การพึ่งพาผู้อพยพมากขึ้น และภาระสวัสดิการที่หนักกว่าเดิม แต่ถ้า “ทุกการเกิดมีความสำคัญ” ทำได้จริง ไทยก็มีโอกาสเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นการปรับระบบให้เหมาะกับชีวิตคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ภาครัฐย้ำชัดว่า การมีลูกไม่ใช่หน้าที่ของใคร แต่เป็น “ทางเลือก” ที่ควรได้รับการสนับสนุน เพื่อให้ทุกการเกิดมีความหมายและมีคุณภาพจริงๆ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บุรีรัมย์ ชายอายุ 19 ปีถูกจับกุมในข้อหาวางแผนเซอร์ไพรส์แฟนสาวด้วย “ระเบิดมือ” ในวันวาเลนไทน์

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง

Published

on

สัตวแพทย์ในพื้นที่เชียงใหม่ตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงของเสือ 72 ตัว "เกรงว่าอาจมีการปกปิดความจริง"

เชียงใหม่ – สัตวแพทย์กำลังตั้งคำถามถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงของเสือ 72 ตัวในจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากกรมปศุสัตว์ออกแถลงการณ์ระบุเพียงว่าพบเชื้อไวรัสไข้หวัดสุนัขและแบคทีเรียไมโคพลาสมาในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ระหว่างเกิดเหตุ คุ้มเสือปิดให้บริการ มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และเปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ต่อมาวันที่ 21 ก.พ. 2569 สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 ออกหนังสือชี้แจงว่า ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน ไม่พบสารพันธุกรรมของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A แต่พบสารพันธุกรรมของเชื้อ CDV (ไวรัสไข้หัดสุนัข) และพบเชื้อแบคทีเรีย Mycoplasma spp.

ในหนังสือชี้แจงยังระบุว่า Mycoplasma spp. อาจติดต่อผ่านสัตว์พาหะที่ดูดเลือด ติดต่อกันจากการสัมผัสเลือดจากการกัดกัน และอาจถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ อย่างไรก็ตาม กระแสสังคมยังตั้งข้อสงสัย เพราะเสือถูกเลี้ยงในระบบปิด มีมาตรการความสะอาดค่อนข้างเข้ม และไม่ได้อยู่รวมกรงเดียวกันทั้งหมด

อีกจุดที่ถูกพูดถึงมากคือ เสือที่ป่วยและตายอยู่คนละพื้นที่ ระหว่างคุ้มเสือแม่ริมกับคุ้มเสือแม่แตง ซึ่งห่างกันราว 30 กิโลเมตร แต่กลับมีอาการคล้ายกัน

สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง

สัตวแพทย์หน้างานชี้ปัจจัยร่วมคือ “อาหารจากแหล่งเดียวกัน”

รายงานข่าวระบุว่า วันที่ 22 ก.พ. 2569 นายสัตวแพทย์วิศิษฎ์ อาศัยธรรมกุล อดีตสัตวแพทย์องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในทีมที่ลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงแรก โพสต์ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก “Visit Arsaithamkul” โดยสะท้อนความกังวลเรื่องการเฝ้าระวังโรคและการจัดการด้านระบาดวิทยา

เขาเล่าว่า ช่วงแรกเสือเริ่มมีอาการซึม เบื่ออาหาร และมีไข้ ต่อมาหลายตัวมีอาการชักและตายเร็ว ขณะผ่าชันสูตรเสือชุดแรกๆ ใน 1 ถึง 2 วันหลังเริ่มป่วย ยังไม่พบรอยโรครุนแรงที่ชี้ชัด จึงต้องตั้งสมมติฐานกว้างๆ ทั้งเชื้อไวรัส สารพิษ หรือแบคทีเรีย

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาว่าเสือทั้งแม่ริมและแม่แตงอยู่ไกลกันมาก แต่กลับป่วยด้วยอาการใกล้เคียงกัน ทีมหน้างานจึงหันไปมอง “ปัจจัยร่วม” ที่เหมือนกันจริงๆ โดยเขาระบุว่า สิ่งที่ตรงกันชัดที่สุดคืออาหาร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์เศรษฐกิจที่มาจากแหล่งเดียวกัน

เขาระบุด้วยว่า ในเสือกว่า 200 ตัวจากทั้ง 2 จุด ที่กินอาหารชุดเดียวกัน พบอาการป่วยเกือบทั้งหมด ยกเว้นลูกเสือ 3 ตัวที่ยังกินนมเป็นหลัก หลังจากนั้นจำนวนเสือป่วยและตายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ความสงสัยเรื่องเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ระหว่างรอผลตรวจ ทีมงานส่งตัวอย่างตรวจหลายแห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยและหน่วยงานชันสูตรของรัฐ

สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง

แบ่งระดับอาการ เพื่อวางแนวทางรักษา

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยังมีเสือจำนวนมาก ทีมสัตวแพทย์แบ่งกลุ่มอาการเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ไม่แสดงอาการ, ป่วยเล็กน้อย, ป่วยปานกลาง, ป่วยหนัก, ป่วยวิกฤต และตาย จากนั้นจึงวางแนวทางดูแลต่างกันในแต่ละกลุ่ม เช่น ยาเสริมภูมิคุ้มกัน ยาลดไข้ ยาควบคุมอาการชัก และยาปฏิชีวนะ

ต่อมาเมื่อเริ่มทราบผลตรวจจากมหาวิทยาลัยว่าเป็นเชื้อไวรัสตามที่สงสัย เสือที่ตายในชุดหลังจึงลดการผ่าชันสูตร เพื่อจำกัดความเสี่ยง ทีมยังทำงานร่วมกับสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ ต่อเนื่อง ทั้งการตรวจหลักฐานและการทำลายซาก เขายังมองว่ากระแสข่าวลือเรื่องการนำซากไปใช้ประโยชน์นั้นเป็นการตีความเกินจริง

กังวลการสรุปโรคแบบเลือกคำตอบ จนอาจปิดทางบทเรียน

ในโพสต์ดังกล่าว เขาพูดถึงภาพรวมที่ใหญ่กว่าแค่โรคหนึ่งโรค โดยย้ำว่าไม่มีใครอยากให้เกิดความเสียหายกับสัตว์เศรษฐกิจมูลค่าสูง แต่การสรุปเรื่องให้จบแบบเร็วเกินไป หรือเลือก “ชนิดโรค” มาเป็นคำตอบเดียว แล้วจบข่าว อาจทำให้ระบบเฝ้าระวังโรคและการสอบสวนโรคไม่เกิดบทเรียนที่แท้จริง

เขามองว่าเรื่องนี้เชื่อมโยงไปถึงมุมสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ที่ครอบคลุมสัตว์เศรษฐกิจ สัตว์ป่า มนุษย์ และสิ่งแวดล้อม และถ้าปัญหาถูกเก็บเงียบ โอกาสที่ต้นเหตุจริงจะกลับมาก่อเหตุซ้ำก็ยังมีอยู่

เขาทิ้งท้ายด้วยความไม่สบายใจต่อการโยนความผิดแบบหาตัวรับแทน เพราะอาจกระทบความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ และทำให้ภาพรวมงานโรคสัตว์ของประเทศถูกมองในแง่ลบทั้งในและต่างประเทศ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

คู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงรายเข็นรถเข็นไปร้องเพลงหาเลี้ยงชีพวันละ 10-16 กิโลเมตร

Continue Reading

SOi Dog FOundation

นักแสดง Robert Carradine เสียชีวิตแล้ววัย 71 ปี
บันเทิง - Entertainment9 hours ago

นักแสดง Robert Carradine เสียชีวิตในวัย 71 ปี หลังเผชิญโรคไบโพลาร์มานาน

นิวคาสเซิล คว้าชัยเหนือ คาราบัก 3-2
ฟุตบอล10 hours ago

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เอาชนะ คาราบัก 3-2 การันตีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ลีก

นักเรียนถูกหลอกให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดใช้งานซิมการ์ดปลอม
ข่าวอาชญากรรม - Crime11 hours ago

นักเรียนถูกหลอกให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดใช้งานซิมการ์ดปลอม โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังกลายเป็นอาชญากร

ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกกมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารหนู
เชียงราย - Chiang Rai News11 hours ago

ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกกมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารหนู

สาวเชียงรายป่วยโปลิโอ เล่านาทีหนีแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา เหยื่อในตึกเดิมหนีออกมาได้อีกนับสิบ หญิงสาวชาวเชียงรายที่ป่วยโปลิโอ เดินทางพร้อมพ่อเข้าไปขอบคุณตำรวจ หลังประสานช่วยเหลือให้กลับไทยได้อย่างปลอดภัย เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมินที่สระแก้ว สุดท้ายกลับถูกพาข้ามแดนไปปอยเปต ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ แล้วถูกบังคับสแกนหน้าเพื่อทำธุรกรรมโอนเงิน พ่อลูกเข้าขอบคุณตำรวจ หลังช่วยพากลับไทย วันที่ 24 ก.พ. นายอุดร ชาว บ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พาลูกสาว น.ส.นภัศรา อายุ 23 ปี ซึ่งป่วยโปลิโอ เข้าพบและขอบคุณ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย หลังตำรวจในพื้นที่ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ช่วยประสานงานจนเธอหนีออกจากขบวนการหลอกลวงในกัมพูชา และกลับถึงไทยได้ ถูกชวนทำงานแอดมิน เงินเดือน 20,000 ก่อนพาไปชายแดน น.ส.นภัศราเล่าว่า เธอเคยทำงานแอดมินติดต่อประสานลูกค้าในกรุงเทพฯ แต่เมื่อว่างงานจึงหางานผ่านออนไลน์ ต่อมาพบเฟซบุ๊กรับสมัครงานแอดมินที่จังหวัดสระแก้ว เสนอเงินเดือน 20,000 บาท จึงตัดสินใจสมัคร จากนั้น ผู้ชักชวนให้นัดขึ้นรถที่ห้างสรรพสินค้า ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 เพื่อเดินทางไปสระแก้ว ระหว่างทางมีผู้สมัครร่วมไปด้วยประมาณ 5-6 คน ถึงสระแก้วแล้วไม่ตรงปก ถูกพาเข้าพื้นที่ไร่อ้อยและบังคับข้ามแดน เมื่อไปถึงจังหวัดสระแก้ว กลุ่มดังกล่าวถูกพาไปแวะห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ก่อนจะถูกพาขึ้นรถกระบะไปยังไร่อ้อยที่ไม่ทราบพิกัด แล้วถูกบังคับให้วิ่งผ่านไร่อ้อยไปอีกฝั่ง น.ส.นภัศราซึ่งพิการระดับ 3 จากโปลิโอ ต้องเดินเขย่งฝ่าทางจนสุดแนวไร่ ต่อมามีชาวกัมพูชาประมาณ 4 คนมารับตัว แล้วพาขึ้นรถกระบะเข้าเขตเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ถูกยึดบัตรและโทรศัพท์ ก่อนบังคับสแกนหน้าโอนเงิน เธอบอกว่า เมื่อไปถึงตึกที่ใช้เป็นฐานของแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มคนร้ายยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ ทำให้ครอบครัวติดต่อไม่ได้ จากนั้นยังบังคับให้สแกนใบหน้าผ่านแอปธนาคารในมือถืออย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อทำรายการโอนเงินเข้าและออก ในตึกเดียวกัน เธอสังเกตว่ามีคนไทยอยู่จำนวนมาก ราว 30-40 คน หลายคนพยายามหาทางหนี บางส่วนรวมตัวกันก่อเหตุเผาตึกเพื่อเปิดทางหลบออกมา "ตอนนั้นกลัวมาก อยากกลับบ้านอย่างเดียว" เธอเล่า ถูกย้ายไปกาสิโนเมืองไพลิน ได้โทรศัพท์คืนจึงขอความช่วยเหลือ ต่อมาวันที่ 16 ก.พ. กลุ่มคนร้ายส่งเธอไปอยู่ที่ Grand Pailin Casino & Resort ในเมืองไพลิน ใกล้ปอยเปต ครั้งนี้เธอได้โทรศัพท์และเอกสารคืน ทำให้สามารถใช้ Wi-Fi ติดต่อพ่อ และขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน คนไทยที่ยังอยู่ตึกเดิมในปอยเปตทราบว่าเกิดเหตุวุ่นวายและมีไฟไหม้ หลายคนจึงวิ่งหนีออกมา และมีบางส่วนข้ามกลับฝั่งไทยได้ รวมตัวหนีอีก 5 คน วิ่งข้ามแดนกลับไทยทางสระแก้ว น.ส.นภัศราบอกว่า เมื่อเห็นโอกาสจึงชวนคนไทยอีก 5 คน หนีออกมาด้วยกัน ได้แก่ * น.ส.กมลเนตร อายุ 45 ปี ชาวนครราชสีมา * น.ส.รุ่ง อายุ 35 ปี ชาวอุทัยธานี * น.ส.บุญยารัตน์ อายุ 29 ปี ชาวนครปฐม * นายกิตติศักดิ์ อายุ 27 ปี ชาวขอนแก่น * นายอาทิมา อายุ 25 ปี ชาวหนองคาย ทั้งหมดนั่งรถรับจ้างไปลงบริเวณป่าไผ่ใกล้ชายแดน ก่อนวิ่งฝ่ากลับเข้าประเทศไทย และมีทหารไทยตามแนวชายแดนช่วยเหลือจนเข้าพื้นที่จังหวัดสระแก้วได้ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ส่งทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง และมีการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอน เนื่องจากเข้าออกชายแดนผิดกฎหมาย ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา ด้านน.ส.นภัศราเข้าแจ้งความที่ สภ.เชียงแสน ระบุว่าถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศจนเข้าข่ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ตำรวจเตือน งานง่ายเงินดีผิดปกติ ให้ระวังการชวนไปทำงานชายแดน พล.ต.ต.มานพกล่าวว่า ดีใจที่ครอบครัวได้ลูกสาวกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะงานแอดมินที่บอกว่าไม่ต้องมีทักษะ งานสบาย แต่ให้เงินเดือนสูง 20,000-40,000 บาท เพราะถือว่าน่าสงสัย ยิ่งถ้ามีการนัดให้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ให้คิดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง และอาจถูกพาออกนอกประเทศได้ "ไม่มีงานไหนให้ข้อเสนอง่าย แต่ได้เงินแพงแบบนี้" เขากล่าว ส่วนคดีนี้ ตำรวจจะสอบปากคำและตรวจสอบหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
เชียงราย - Chiang Rai News12 hours ago

หญิงชาวเชียงรายที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอ ได้รับการช่วยเหลือจากการถูกหลอกลวงในประเทศกัมพูชา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะนอกบ้านเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0
ฟุตบอล1 day ago

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะนอกบ้านเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0

แรงกดดันจากแก๊งมิจฉาชีพทำให้เด็กหญิงวัย 14 ปี กระโดดลงมาจากชั้น 5 ของโรงเรีย
ข่าวระดับชาติ - National1 day ago

แรงกดดันจากแก๊งมิจฉาชีพทำให้เด็กหญิงวัย 14 ปี กระโดดลงมาจากชั้น 5 ของโรงเรีย

"นานา-เวย์" ลุ้นประกันตัว หลังอัยการยื่นฟ้อง คดีฉ้อโกงฯ เสียหายกว่า 100 ล้าน
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

“นานา ไรบีนา” และ “เวย์ ไทยทาเนียม” ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงเป็นจำนวนเงินเกิน 100 ล้านบาท

Chiang Rai Times คือเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษแบบไม่แสวงหากำไร ที่นำเสนอข่าวท้องถิ่น ภูมิภาค และข่าวต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2007
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

Chiang Rai Times- หนังสือพิมพ์เชียงรายไทมส์ฉลองครบรอบ 19 ปี

ประเทศไทยเปิดแคมเปญ "Every Birth Matters"
ข่าวระดับชาติ - National1 day ago

ประเทศไทยเปิดแคมเปญ “ทุกการเกิดมีความสำคัญ” รับมืออัตราเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี

เรื่องราวสุดสะเทือนใจ!! เด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกวางยาแล้วถูกข่มขืนโดยเด็กชาย 5 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

เรื่องราวสุดสะเทือนใจ!! เด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกวางยาแล้วถูกข่มขืนโดยเด็กชาย 5 คน

สัตวแพทย์ในพื้นที่เชียงใหม่ตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงของเสือ 72 ตัว "เกรงว่าอาจมีการปกปิดความจริง"
ข่าวระดับชาติ - National1 day ago

สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง

คู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงราย, เข็นรถเข็น 10-16 กิโลเมตรต่อวัน, ร้องเพลงหาเลี้ยงชีพ,
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

คู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงรายเข็นรถเข็นไปร้องเพลงหาเลี้ยงชีพวันละ 10-16 กิโลเมตร

เชียงราย, รถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว ใหม่, ชายแดนเชียงราย-แม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ทหารสกัดรถกระบะ “โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว” ใหม่เอี่ยม 2 คัน ใกล้ชายแดนเชียงราย-แม่สาย ซึ่งเชื่อว่ามีจุดหมายปลายทางเพื่อส่งออกไปยังเมียนมาร์

ปรับปรุงการออกแบบ "อ่างเก็บน้ำแม่แสบ" เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ปรับปรุงการออกแบบ “อ่างเก็บน้ำแม่แสบ” เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดเชียงราย

Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026

ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต

ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี

ราคาทองวันนี้
การเงิน4 weeks ago

ร้านทองในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการปิดตัวลงหลังจากราคาสูงเกิน 70,000 บาท

เชียงรายฉลองครบรอบ 764 ปี เมืองก่อตั้ง
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เชียงรายฉลองครบรอบ 764 ปี เมืองก่อตั้ง

เรือนจำดอยฮาง เชียงราย เตือนประชาชน หลังมีนักโทษหลบหนี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

เรือนจำดอยฮาง เชียงราย เตือนประชาชน หลังมีนักโทษหลบหนี

ไวรัสนิปาห์
สุขภาพและการแพทย์4 weeks ago

สธ.เร่งสื่อสารสยบข่าวลือ “ไวรัสนิปาห์” หลังข้อมูลผิดพลาดแพร่ในออนไลน์

ตำรวจยึดยาบ้า 3.26 ล้านเม็ด และทรัพย์สินมูลค่า 135 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจยึดยาบ้า 3.26 ล้านเม็ด และทรัพย์สินมูลค่า 135 ล้านบาท

บาร์เซโลนา vs โคเปนเฮเกน 4-1
ฟุตบอล4 weeks ago

“บาร์เซโลนา” เอาชนะโคเปนเฮเกน 4-1ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ลีก

พรรคประชาชนมีคะแนนนำอย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ข่าวการเมือง4 weeks ago

พรรคประชาชนมีคะแนนนำอย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์

ทหารเชียงใหม่ปะทะขบวนค้ายา ชาย 2 รายเสียชีวิต ยึดยาบ้า 1.5 ล้านเม็ดใกล้ชายแดน
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ทหารเชียงใหม่ปะทะขบวนค้ายา ชาย 2 รายเสียชีวิต ยึดยาบ้า 1.5 ล้านเม็ดใกล้ชายแดน

วิกฤตมลพิษทางอากาศ PM2.5 เพิ่มความกังวลด้านสุขภาพทั่วประเทศไทย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ชาวบ้านภาคเหนือของไทยเรียกร้องให้เร่งดำเนินการควบคุมฝุ่นละออง PM2.5 และหมอกควัน

กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

กงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่ ยืนยันอาคารใหม่ไม่ใช่ฐานทัพลับ

เครื่องบินโจมตีเบา AT-6 ของกองทัพอากาศไทยตกที่เชียงใหม่
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

เครื่องบินโจมตีเบา AT-6 ของกองทัพอากาศไทยตกที่เชียงใหม่, รายงานเบื้องต้นเสียชีวิต 2 นาย

ตำรวจเชียงรายสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ จับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจเชียงรายสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ จับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย

Trending