ข่าวอาชญากรรม - Crime
ไทยเนรเทศชาวจีน 300 คนจากคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงชาวเมียนมาร์
ตาก – ยังมีชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในเมืองเมียวดีคงค้างจำนวนมาก ล่าสุดมีการลำเลียงกลับประเทศอีกชุดใหญ่ต่อเนื่อง 4 วัน วันละราว 300 คน รวมทั้งหมด 1,108 ราย โดยยังใช้เส้นทางผ่านด่านแม่สอดและท่าอากาศยานแม่สอดเหมือนเดิม เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจดูแลความปลอดภัยเข้มตลอดแนวทาง
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำราชอาณาจักรไทย ขอประสานส่งบุคคลสัญชาติจีนที่ถูกชักชวนไปทำงานผิดกฎหมาย (แก๊งคอลเซ็นเตอร์, สแกมเมอร์) ในเมืองเมียวดี ให้เดินทางกลับประเทศต้นทางผ่านประเทศไทย

ต่อมา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำราชอาณาจักรไทย มีหนังสือลงวันที่ 16 ม.ค. 2569 แจ้งว่าพร้อมรับชาวจีนจำนวน 1,108 รายกลับประเทศ โดยกำหนดลำเลียงระหว่างวันที่ 20-23 ม.ค. ผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 บริเวณด่านพรมแดนแม่สอด-เมียวดี หมู่บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก แล้วเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานแม่สอด

สำหรับวันนี้ (20 ม.ค.) ทางการจีนจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำของ China Southern Airlines มารอรับที่ท่าอากาศยานแม่สอดแล้ว โดยมีนายจ้าว หย่งหนิง เลขานุการตรี เป็นผู้ประสานงานฝ่ายการเดินทาง เมื่อถึงเวลาลำเลียง ทางการเมียนมาส่งชาวจีนจำนวน 300 คน ออกจาก อ.เมียวดี จ.เมียวดี ด้วยรถยนต์ ข้ามมายังฝั่งไทย และมุ่งหน้าต่อไปยังสนามบินแม่สอด
ระหว่างผ่านด่านพรมแดน หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.ตาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ตาก และหน่วยงานสาธารณสุข ร่วมกันตรวจคัดกรองบุคคลทั้งหมด โดยมีทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร และตำรวจ สภ.แม่สอด คุมความเรียบร้อยบริเวณด่านและสะพาน ก่อนส่งต่อขึ้นรถบัสไปยังท่าอากาศยาน
แผนการส่งกลับกำหนดให้เดินทางกลับจีนเที่ยวบินละประมาณ 50 คน วันละ 6 เที่ยวบิน โดยการส่งกลับวันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และจะดำเนินการต่อเนื่องในวันที่ 21-23 ม.ค. เพื่อส่งกลับให้ครบตามจำนวนที่แจ้งไว้ทั้งหมด
ข่าวที่กำลังมาแรง:
ตำรวจจับกุมแก๊งเยาวชนเมียนมาร์ขโมยรถจักรยานยนต์ 24 คันใน 18 วัน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงใหม่จำลองเหตุการณ์ฆาตกรรมของ “ปอนด์” ผู้ต้องสงสัยที่พบศพในสวนลำไย อำเภอหางดง
เชียงใหม่ – ด้วยความกลัวการรุมประชาทัณฑ์ ตำรวจหางดงจึงนำ “ปอนด์” มาจำลองเหตุการณ์ในห้องประชุมของสถานีตำรวจแทนที่จะเป็นที่เกิดเหตุจริง เขาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการบีบคอหญิงสาวก่อนที่จะซ่อนท่อนล่างของศพที่เปลือยเปล่าในสวนลำไย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ในขณะเดียวกัน แฟนหนุ่มของเหยื่อได้นำตะกร้าของขวัญมาขอบคุณตำรวจที่จับกุมฆาตกรตัวจริงได้
วันนี้ (9 มีนาคม 2569) พล.ต. พล.ต.ท. จักรยุทธ โชติวาจิรพงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พัน.ต.ท. เอกนิษฐ์ ขจิต รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจหางดง และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านอื่นๆ… ตำรวจจับกุมตัวนายพณุวัฒน์ หรือ “พอนด์” รินทาวุฒิ ในข้อหาฆาตกรรมโดยการบีบคอ นางสาวยุภา หรือ “น้องพริก” หญิงชาวไทยอายุ 21 ปี จากอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เสียชีวิต โดยพบศพเปลือยท่อนล่างในบ้านหลังหนึ่งในสวนลำไย อำเภอหางดง มีการจำลองเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับสารภาพของผู้ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม การจำลองเหตุการณ์ไม่ได้จัดขึ้น ณ ที่เกิดเหตุจริง เนื่องจากกังวลถึงความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นจากญาติของผู้เสียชีวิต จึงได้จัดขึ้นในห้องประชุมชั้น 3 ของสถานีตำรวจหางดง จังหวัดเชียงใหม่แทน

การจำลองเหตุการณ์เริ่มต้นด้วยนายพานุวัฒน์พบเหยื่อกำลังนอนอยู่ ใช้ผ้าคลุมหน้าเหยื่อ แล้วใช้สายไฟเครื่องหนีบผมรัดคอเหยื่อจนเสียชีวิต หลังจากจำลองเหตุการณ์เสร็จสิ้น ผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจทันทีภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ในวันเดียวกันนั้น นายไฟท์ แฟนหนุ่มของเหยื่อ ได้ไปที่ร้านอาหารริมชลชมจันทร์ บนถนนคลองชลประธาน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเหยื่อทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เขาแสดงความเสียใจและพยายามทำใจกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น จากนั้นเขาไปที่สถานีตำรวจหางดงเพื่อมอบตะกร้าขอบคุณแก่ พล.ต.ท. จักรยุทธ โชติวาจิรพงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ และ พล.ต.ท. เอกนิษฐ์ ขจิต รองผู้บังคับการสอบสวน ที่จับกุมผู้กระทำผิดตัวจริงและทำให้เขาพ้นจากข้อกล่าวหา
นายไฟท์เปิดเผยว่าเขารู้สึกโล่งใจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม เขาปฏิเสธการกระทำผิดใดๆ ตั้งแต่ต้น โดยระบุว่าเขาไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายพี่น้องของเขา เขายังกล่าวอีกว่าพวกเขาติดต่อสื่อสารและพูดคุยกันอย่างเปิดเผยเสมอ และไม่เคยมีความเป็นศัตรูกัน เขาดีใจที่ผู้กระทำผิดถูกจับกุมและพี่น้องของเขาได้รับความยุติธรรม แต่ก็เสียใจที่พวกเขาจะไม่ได้พบกันอีกต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยฆ่าโหดสาว PR วัย 21 ปี ที่หางดง เชียงใหม่
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยฆ่าโหดสาว PR วัย 21 ปี ที่หางดง เชียงใหม่
เชียงใหม่ – ตำรวจรายงานว่า จับกุมผู้ต้องสงสัยวัย 31 ปีได้แล้ว คดีหญิงวัย 21 ปีถูกพบเสียชีวิตภายในบ้านกลางสวนลำไย ในพื้นที่ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยสภาพศพมีร่องรอยถูกบีบคอ
หลังตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาไว้ที่ สถานีตำรวจหางดง ญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางไปที่สถานีตำรวจ และพยายามเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เข้าห้ามไว้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง
ตำรวจระบุผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ยุพา หรือ “แพรว” อายุ 21 ปี ทำงานเป็นพนักงาน PR ในสถานบันเทิงยามค่ำคืนในเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ตั้งอยู่ในสวนลำไย ใกล้ถนนเลียบคลองชลประทาน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบ รอยที่ลำคอสอดคล้องกับการถูกรัดคอ กางเกงของผู้เสียชีวิตถูกถอดออก ตำรวจประเมินว่าเสียชีวิตมาแล้วราว 2 วัน นอกจากนี้ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องหายไป และพบกระเป๋าสะพายสีขาวยี่ห้อ LYN กับหมวกของผู้เสียชีวิต ถูกทิ้งไว้ด้านนอกบ้าน
เจ้าของร้านอาหารรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคนติดต่อผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายในวันที่ 5 มีนาคม เริ่มผิดสังเกตเพราะผู้เสียชีวิตไม่มาทำงานในวันที่ 6 มีนาคม จึงไปที่บ้านพักและพบร่าง ก่อนแจ้งตำรวจ คนใกล้ชิดบอกว่าเธอเป็นที่รู้จักในที่ทำงาน และมีคนมาสนใจหลายคน
ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เผยว่า ชุดสืบสวนไล่ตรวจพยานหลักฐานและคำให้การพยาน จนพบจุดขัดแย้งสำคัญคือไทม์ไลน์ของผู้ต้องสงสัยไม่ตรงกับพนักงานส่งพัสดุของบริษัทขนส่งรายหนึ่ง

หลังเกิดเหตุ มีพัสดุเครื่องสำอางที่ผู้เสียชีวิตสั่งมาส่งแบบเก็บเงินปลายทาง ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องสงสัยนำเงิน 200 บาทที่หยิบจากกระเป๋าของผู้เสียชีวิตไปจ่ายค่าส่ง
คำให้การของผู้ต้องสงสัยระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีปัญหาเรื่องที่พักใกล้ที่ทำงาน จึงขอมาพักที่บ้านซึ่งเกิดเหตุ ส่วนผู้ต้องสงสัยพักอยู่ที่นี่ในฐานะคนดูแลบ้านและสวน ได้ค่าจ้างรายเดือน โดยแฟนของเขา ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิต มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดที่พักครั้งนี้
ตำรวจเล่าว่า ผู้เสียชีวิตพักอยู่ชั้นบน และประตูบานเลื่อนไม่สามารถล็อกได้ ก่อนเกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัยไปดื่มสุราที่ร้านประจำใกล้บ้าน จากนั้นกลับมาที่บ้านและเห็นผู้เสียชีวิตนอนอยู่ จึงเกิดความต้องการทางเพศ

ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องสงสัยใช้ผ้าปิดหน้า และใช้สายไฟจากอุปกรณ์หนีบผมรัดคอจนเสียชีวิต ต่อมาเมื่อถอดกางเกงผู้เสียชีวิต พบว่าอยู่ระหว่างมีประจำเดือน เขาจึงพยายามทำให้ดูเหมือนเป็นเหตุชิงทรัพย์ โดยทำลูกบิดประตูให้เสียหาย เอาเงินสดไป และนำกระเป๋าไปทิ้งไว้นอกบ้าน
อีกจุดที่ตำรวจให้ความสนใจคือ ตอนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบครั้งแรก ผู้ต้องสงสัยทำท่าทีเหมือนเป็นพยานที่ให้ความร่วมมือ และไม่แสดงอาการที่ทำให้น่าสงสัยในทันที
ผู้สื่อข่าวที่ สภ.หางดง รายงานว่า ระหว่างตำรวจพาผู้ต้องสงสัยลงมาสอบปากคำ ญาติผู้เสียชีวิตพยายามกรูเข้าไปทำร้าย เพราะโกรธกับความรุนแรงของคดี โดยเฉพาะในวันที่พบศพ มีคนเห็นผู้ต้องสงสัยยืนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ และยังมีท่าทีสงบ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ประเทศไทยเฉลิมฉลอง “วันสตรีสากล” ปี 2026: แนวคิด “ให้เพื่อได้รับ” ท่ามกลางความก้าวหน้าและความท้าทายที่ยังคงอยู่
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บ้านสิงหไคล ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมชมนิทรรศการ องค์ประกอบแห่งธรรมชาติ โดย พุทธรักษ์ ดาสาดา วันที่ 14 มีนาคม 2569
เชียงราย – บ้านสิงหไคล ภายใต้มูลนิธิมดชนะภัย ขอเชิญร่วมงานเปิดนิทรรศการ “Elements of Nature” ผลงานของ พุทธรักษ์ ดาษดา ศิลปินรับเชิญของมูลนิธิประจำปี 2026
บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย ขอเชิญทุกท่านเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน นิทรรศการ Elements of Nature โดย พุทธรักษ์ ดาษดา ศิลปินรับเชิญของมูลนิธิมดชนะภัยประจำปี 2569 ในวันเสาร์ 14 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย เชียงราย

พุทธรักษ์ ดาษดา (เชียงราย 2529) เป็นศิลปินอิสระและเป็นเจ้าของดาษดาสตูดิโอ
จบการศึกษาคณะศิลปกรรม สาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เธอเคยทำงานในมหาวิทยาลัยราชภัฎ โดยได้มีโอกาสวาดภาพพฤกษศาสตร์ (botanical) ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ของมหาวิทยาลัย ทำให้เธอได้ใช้เวลากับการสังเกตธรรมชาติ และพัฒนางานจากความเข้าใจในระบบนิเวศของแมลงและสัตว์ ความรู้สึกจากฤดูกาล วัฏจักรการผุพังการย่อยสลาย โดยนำพืชพรรณ สัตว์ แมลง มนุษย์ มาผสมผสานประกอบกันเป็นภาพเหนือจริง แสดงให้เห็นเรื่องราวความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

เธอมีผลงานแสดงเดี่ยวครั้งแรก ในปี 2560 The Inspiration ณ ขัวศิลปะ และ Alongside ณ 333 Anywhere P.1 Warehouse 30 ในปี 2564 และครั้งนี้เป็นการแสดงงานเดี่ยวครั้งใหม่ของเธอที่เชียงราย ในบรรยากาศของบ้านพักโบราณในยุคมิชชันนารี ณ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย
นิทรรศการ Elements of Nature เป็นการแสดงงานจิตรกรรมและประติมากรรมไม้ บอกเล่าความคิดและความรู้สึกที่เธอมีต่อธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด อากาศ ดิน น้ำ ลม อากาศ พืช สัตว์ มนุษย์ ล้วนเชื่อมโยงและต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดแทรกอยู่ในงานของเธอ

โดยรายได้จากการจำหน่ายผลงานและของที่ระลึก หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว มอบให้กับมูลนิธิมดชนะภัยเพื่อสนับสนุนโครงการลดการเผาโดยการผลิต Biochar เพื่อปอดสะอาดสำหรับคนเชียงราย
นิทรรศการจัดแสดงวันที่ 14 มีนาคม- 7 มิถุนายน 2569 ณ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย เปิดให้เข้าชมฟรี เวลา 10.00-16.00 น. (หยุดวันจันทร์)
บ้านสิงหไคลฯ ตัวบ้านเป็นอาคารโบราณอายุ 103 ปี เรียกกันในชื่อบ้านมิชชันนารี OMF ออกแบบโดยนายแพทย์วิลเลียม เอ.บริกส์ ปัจจุบันได้รับการบูรณะ ปรับเปลี่ยนเป็นที่ทำการมูลนิธิมดชนะภัย โดยบริเวณชั้น 2 เปิดเป็นแกลเลอรี่แสดงผลงานศิลปะ และบริเวณชั้นล่างเป็นร้านกาแฟบ้านมด Baanmod CAFE’ และดาษดาสตูดิโอ 2
บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย มีเป้าหมายในการเป็นแหล่งเรียนรู้ในด้านสถาปัตยกรรมและเรื่องของภัยพิบัติ รวมทั้งเป็นจุดเชื่อมต่อไปสู่เรื่องราวทางศิลปะให้กับผู้ที่สนใจ โดยมีการจัดแสดงงานศิลปะในการสะสม ซึ่งมีทั้งผลงานของศิลปินแห่งชาติ ศิลปินไทยที่มีชื่อเสียง และผลงานที่บอกเล่าถึงความงามของจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้บ้านสิงหไคลยังเป็นพื้นที่ในการจัดกิจกรรมทางด้านสังคมและศิลปะวัฒนธรรมให้กับประชาชน เพื่อร่วมส่งเสริมให้เชียงรายเป็นเมืองที่น่าอยู่ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเชียงรายเมืองศิลปะ
บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย อยู่ในบริเวณตัวเมืองเชียงราย ตั้งอยู่บนนถนนสิงหไคล ใกล้แยกทางเข้าถนนเกาะลอย ด้านหน้ามีร้านสีเหลืองชื่อ มดนมสดเปิดให้บริการทุกวัน แต่ยังไงลองติดต่อสอบถามล่วงหน้าได้ที่ FB : singhaklaihouse
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoเชียงรายแมนเปิดเผยที่มาของเลขล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล กวาดเงินรางวัลไปถึง 60 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoชายคนหนึ่งเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ ทำให้มีผู้บาดเจ็บสองคน ก่อนจะหลบหนีไปโดยรถยนต์ที่พุ่งชนลงไปในสระน้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในจังหวัดเชียงราย ส่งผลให้จับกุมนายทหารทุจริตได้ 2 นาย



