Connect with us

ข่าวอาชญากรรม - Crime

รถกระบะที่บรรทุกชาวจีน 7 คน ประสบอุบัติเหตุระหว่างการไล่ล่าของตำรวจ

Published

on

รถกระบะที่บรรทุกชาวจีน 7 คน ประสบอุบัติเหตุระหว่างการไล่ล่าของตำรวจ

จังหวัดตาก – เกิดเหตุระทึกในพื้นที่อำเภอแม่สอด จ.ตาก หลังรถต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับการลักลอบขนชาวจีนเข้าเมือง เจอด่านตรวจของตำรวจแล้วหักรถกลับ ขับย้อนศรหนี ก่อนเร่งเครื่องหลบการไล่ติดตาม สุดท้ายเสียหลักชนรถเก๋งจนพลิกหงายท้อง มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และมีรถได้รับความเสียหายหลายคัน

เหตุเกิดวันนี้ (19 ม.ค. 2569) ตำรวจชุดสายตรวจปฏิบัติการที่ 1 สภ.แม่สอด ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดแรงงานต่างด้าว รวมถึงสิ่งผิดกฎหมาย บริเวณถนนเสรีไทย ต.แม่สอด อ.แม่สอด

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ (แคป) สีดำ ทะเบียน บว.4540 สระบุรี ขับเข้ามาตามปกติ แต่พอคนขับเห็นด่านกลับรีบเลี้ยวกลับและขับย้อนศร ทำให้ตำรวจสงสัยว่าอาจมีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ในรถ จึงแจ้งศูนย์วิทยุประสานกำลัง และใช้ทั้งรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ออกติดตาม

รถคันดังกล่าวเร่งความเร็วสูงเพื่อหนีการจับกุม ก่อนเกิดอุบัติเหตุบริเวณสี่แยกคลองชลประทาน ใกล้แยกแม่ตาว ต.แม่ตาว ส่งผลให้มีรถเสียหายหลายคัน รวมถึงรถเก๋ง 1 คันที่พลิกหงาย และรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน โดยมีผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 2 คน เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

รถกระบะที่บรรทุกชาวจีน 7 คน ประสบอุบัติเหตุระหว่างการไล่ล่าของตำรวจ

เมื่อตรวจสอบภายในรถกระบะ พบชายไทย 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายเฉลิมพล อายุ 36 ปี ชาว ต.ดงดินแดง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี เป็นผู้ขับขี่ (ผู้ต้องหาที่ 1) และพบผู้โดยสารชาวจีนอีก 6 ราย เป็นชาย 2 คน หญิง 4 คน (ผู้ต้องหาที่ 2 ถึง 7) เจ้าหน้าที่ขอตรวจเอกสารการเดินทาง แต่ทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารการเข้าประเทศให้ตรวจสอบได้ จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

ตำรวจระบุว่า บุคคลต่างด้าวทั้งหมดเป็นสัญชาติจีน เบื้องต้นคาดว่าอาจหลบหนีมาจากฝั่งประเทศเมียนมา และอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์ อย่างไรก็ตาม จะสอบสวนรายละเอียดอีกครั้งเพื่อความชัดเจน

รถกระบะที่บรรทุกชาวจีน 7 คน ประสบอุบัติเหตุระหว่างการไล่ล่าของตำรวจ

ด้านข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกแจ้งข้อหา “ซ่อนเร้นอำพราง หรือช่วยด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวให้รอดพ้นการจับกุม, ขับรถประมาทหวาดเสียว, ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามหน้าที่” ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ถึง 7 ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามา และพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะที่บรรยากาศในจุดเกิดเหตุ มีชาวบ้านจำนวนมากออกมาดูเหตุการณ์ หลายคนไม่พอใจการขับรถหนีด่านที่ทำให้คนไม่เกี่ยวข้องเดือดร้อน และอยากให้ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบความเสียหาย รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างจริงจัง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ตำรวจติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ใช้บัญชีกลางในการหลอกลวงทางโทรศัพท์ได้สำเร็จ

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ใช้บัญชีกลางในการหลอกลวงทางโทรศัพท์ได้สำเร็จ

Published

on

จังหวัดตาก – ตำรวจภูธรจังหวัดตากติดตามเส้นทางการเงินคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้คาธนาคารในห้างชื่อดัง อำเภอแม่สอด พร้อมยึดเงินสดและเอกสารบัญชีที่เกี่ยวข้อง หลังพบความพยายามเร่งถอนเงินออกจากระบบ

วันที่ 19 ม.ค. 2569 พล.ต.ต.ไพศาล นันตา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก พร้อมผู้บังคับบัญชาและชุดสืบสวนจาก สภ.เมืองตาก และ สภ.แม่สอด ร่วมแถลงผลการจับกุม พร้อมนำของกลางเป็นเงินสด 945,000 บาท และข้อมูลเงินที่ผู้เสียหายถูกหลอกโอน 500,000 บาท

คดีนี้เริ่มจากผู้เสียหาย (ข้าราชการบำนาญ) เข้าแจ้งความกับ สภ.แคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่าเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2569 ถูกคนร้ายโทรศัพท์หลอก อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ฌาปนกิจสงเคราะห์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดบุรีรัมย์

คนร้ายส่งข้อมูลเท็จว่า ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการจากรัฐ แต่ต้องทำธุรกรรมผ่านแอปชื่อ “สหกรณ์ออมทรัพย์ครูบุรีรัมย์” ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน 500,000 บาท จากบัญชีของตนไปยังบัญชีธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 0984335430 ชื่อบัญชี “นางสาวสุพิชยา ชารัมย์”

ต่อมาธนาคารกรุงไทยตรวจพบความผิดปกติของรายการโอน จึงติดต่อสอบถามผู้เสียหาย จนทราบว่าเข้าข่ายถูกหลอกลวง

ตำรวจติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ใช้บัญชีกลางในการหลอกลวงทางโทรศัพท์ได้สำเร็จ

ตามเส้นทางเงิน พบโอนต่อและเร่งถอนที่แม่สอด

ศูนย์ War room ติดตามเส้นทางเงินพบว่า เงินที่โอนไปยังบัญชีแรกถูกโอนต่อทันทีไปยังบัญชีธนาคารกรุงไทย เลขที่ 6648917865 ชื่อบัญชี “นางสุดารัตน์ เผือกมี”

ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ยังพบการถอนเงินสดจากบัญชีดังกล่าว จำนวน 945,000 บาท ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย สาขาโรบินสัน แม่สอด ตำรวจเชื่อว่าเป็นความพยายามนำเงินออกไปซุกซ่อนหรือย้ายต่อ จึงประสานตำรวจตากและ สภ.แม่สอดเร่งเข้าตรวจสอบ

ตำรวจติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ใช้บัญชีกลางในการหลอกลวงทางโทรศัพท์ได้สำเร็จ

บูรณาการหลายหน่วย ก่อนจับผู้ต้องหา 2 ราย

การติดตามครั้งนี้มีการทำงานร่วมกันของตำรวจภูธรภาค 6 และหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุดปฏิบัติการด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ได้ 2 ราย คือ

  1. นางสาวจิราพัชร นันทกิจจรูญชัย อายุ 37 ปี
  2. นางสุดารัตน์ เผือกมี อายุ 38 ปี

ข้อกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกง” และ “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

ของกลางที่ตรวจยึด

  • เงินสดรวม 945,000 บาท
  • สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาโรบินสัน แม่สอด เลขที่ 6648917865

ตำรวจย้ำเตือน ระวังสายโทรเข้าและแอปปลอม

ตำรวจตากฝากเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคลที่ติดต่อผ่านโทรศัพท์หรือแอปออนไลน์ โดยอ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือองค์กรต่างๆ แล้วให้โอนเงินหรือทำธุรกรรมเพื่อแลกสิทธิประโยชน์ หน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายให้โอนเงินเพื่อรับสิทธิ

หากพบพฤติการณ์น่าสงสัย ให้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 191 และ 1441

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ลูกแร้งหิมาลัยวัยอ่อน ถูกพบในสภาพอ่อนแรงที่วังเฉา

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน

Published

on

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน

เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่แกะรอยนานหลายเดือน จนพบโรงแรมหรูขนาด 22 ห้องในย่านช้างคลาน กลางเมืองเชียงใหม่ มีพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นเป็นฉากหน้า แล้วให้นายทุนจีนสลับเข้ามาคุมการบริหาร พร้อมพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมไปต่างประเทศ ก่อนเข้าจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ 3 ราย ส่วนอีก 1 รายหลบหนีออกนอกประเทศ

วันที่ 16 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ต.สุธีรเทพ โพธิ์นฤมิต สารวัตร ตม.จ.เชียงใหม่ พร้อมหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 8 ม.ค.2569 เข้าจับกุม MR.MA และ MR.MI สองนายทุนสัญชาติจีน รวมถึง น.ส.จิน หญิงไทย ภายในโรงแรมระดับ 4 ดาว บริเวณถนนช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่

เบื้องต้น ชาวจีนทั้ง 2 คนถูกแจ้งข้อหา “ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนหญิงไทยถูกแจ้งข้อหา “ช่วยเหลือ สนับสนุน หรือเป็นตัวแทน (นอมินี) ในการประกอบกิจการ”

คดีนี้เริ่มจากช่วงเดือน ส.ค.2568 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า โรงแรมดังกล่าวมีการให้ชาวจีนเข้ามาดูแลกิจการ โดยโครงสร้างถือหุ้นระบุว่า น.ส.จิน ถือหุ้น 55.56% ขณะที่ MR.MA และ MR.MI ถือหุ้นรายละ 22.22% รวมเงินลงทุนประมาณ 4.5 ล้านบาท

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน

เอกสารยังระบุว่า น.ส.จิน เป็นผู้มีอำนาจบริหารตั้งแต่ 3 ก.ค.2567 ก่อนมีการเปลี่ยนชื่อผู้บริหารเป็น MR.MA และ MR.MI ตั้งแต่ 24 มี.ค.2568 และกลับมาเปลี่ยนเป็น น.ส.จิน อีกครั้งในวันที่ 29 ส.ค.2568 ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นความผิดปกติ จึงขยายผลตรวจสอบทั้งเอกสารและเส้นทางเงิน

ด้านการเงิน เจ้าหน้าที่ตรวจพบรายได้จากการเข้าพักราว 400,000 บาท และมีเงินจากตัวแทนหรือเอเย่นซี่อีกประมาณ 1.5 ล้านบาท ก่อนเงินถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของ MS.MA ซึ่งเป็นภรรยาของ MR.MA เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่ามีลักษณะทำธุรกิจแทนผู้อื่น หรือเข้าข่ายนอมินี อาจขัดต่อกฎหมายการลงทุนของไทย และมีความเสี่ยงทำให้เงินไหลออกนอกประเทศ

รวบรวมหลักฐานก่อนขอหมายจับ 4 คน จับได้ 3 คน

ต่อมา ตม.เชียงใหม่เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2568 จากนั้นจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล เอกสาร เส้นทางการเงิน และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก่อนยื่นขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการครั้งนี้จับกุมได้ 3 คน ส่วน MS.MA หลบหนีกลับประเทศจีนแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเดินหน้าตามกระบวนการเพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดี

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน

พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 ระบุว่า ยังพบรูปแบบการกระทำลักษณะนี้อีกหลายแห่ง โดยมากอยู่ในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว แต่การสืบสวนต้องใช้เวลา เพราะต้องอาศัยหลักฐานรอบด้าน จึงฝากเตือนคนไทยที่รับเป็นนอมินี รวมถึงนายทุนต่างชาติให้ยุติพฤติกรรม หากต้องการทำธุรกิจในไทยสามารถทำได้ตามกฎหมาย ประเทศไทยยินดีต้อนรับ แต่การใช้นอมินีทำให้เกิดปัญหาเงินรั่วไหล และบางอาชีพสงวนไว้ให้คนไทยเท่านั้น

อีกคดี ตม.ร่วมจัดหางานตรวจร้านไอศกรีม พบชาวญี่ปุ่นทำงานไม่มีใบอนุญาต

นอกจากนี้ ชุดสืบสวน ตม.เชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานจัดหางาน จ.เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการใน ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ หลังพบการเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะว่า มีชาวต่างชาติเปิดร้านขายไอศกรีมมัทฉะทำเอง

ผลตรวจพบชายชาวญี่ปุ่น 1 คน ใช้วีซ่า Non-Immigrant O (ภรรยาเป็นคนไทย) พำนักในไทย แต่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ตำรวจทางหลวงจังหวัดเชียงรายจับกุมแก๊งค้าแรงงานต่างด้าวได้สำเร็จ

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจทางหลวงจังหวัดเชียงรายจับกุมแก๊งค้าแรงงานต่างด้าวได้สำเร็จ

Published

on

ตำรวจทางหลวงจังหวัดเชียงรายจับกุมแก๊งค้าแรงงานต่างด้าวได้สำเร็จ

เชียงราย -ตำรวจทางหลวงสกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว หลังพบการลำเลียงชาวต่างชาติจากจังหวัดเชียงราย เพื่อเข้ามาทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เหตุเกิดบนทางหลวงบริเวณกิโลเมตรที่ 58 ตำบลโคกเดื่อ อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ตำรวจทางหลวงได้รับข้อมูลจากสายลับว่าอาจมีแรงงานผิดกฎหมายถูกพาเข้าพื้นที่ จึงจัดกำลังเฝ้าระวังและติดตามรถต้องสงสัย

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถกระบะต้องสงสัย 2 คัน ขับมาด้วยความเร็ว จึงเข้าห้ามและตรวจค้น ผลตรวจพบผู้ขับขี่คือ นายอนัน และ นายอนุพงษ์ สัญชาติเมียนมา ภายในรถมีการซุกซ่อนแรงงานชาวเมียนมาอีก 15 คน

จากการสอบถาม ทั้งสองคนรับสารภาพว่าได้รับจ้างขนแรงงานต่างด้าวมาจากชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ปลายทางคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมยอมรับว่าได้ใช้ป้ายทะเบียนปลอมติดรถ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาคนขับทั้ง 2 ราย รวม 3 ข้อหา คือ ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, ให้ที่พักอาศัยหรือช่วยเหลือชาวต่างชาติให้พ้นการจับกุม, และปลอมเอกสารทางราชการ ส่วนแรงงานผิดกฎหมาย 15 คน ถูกแจ้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไพศาลี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ทดสอบระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินทั่วประเทศ 20 ม.ค. เวลา 14.00 น.

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Trending