ติดตามเรา
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงใหม่ - Chiang Mai

พยาบาลเชียงใหม่เสียชีวิตขณะพยายามช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ

Thanawat Chaiyaporn

เผยแพร่

เมื่อ

พยาบาลเชียงใหม่เสียชีวิตขณะพยายามช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ

เชียงใหม่ – เหตุการณ์ความรุนแรงของกลุ่มวัยรุ่นในตัวเมืองเชียงใหม่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและเปิดฉากไล่ล่าทำร้ายกันบนถนนสาธารณะ จนทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหัน เหตุสะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นบริเวณหน้าร้านอาหารชื่อดังในตำบลท่าศาลา โดยมีวัยรุ่นรวมตัวกันกว่า 40 คน ทั้งสองฝ่ายต่างใช้อาวุธปืนและระเบิดปิงปองเข้าโจมตีกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

ผู้เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์นี้คือ น.ส.กนกรัตน์ ยศธิวงค์ อายุ 24 ปี พลเมืองดีซึ่งเป็น ผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่กำลังเดินทางไปเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ เธอได้หยุดรถเพื่อจะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บข้างทางเพราะคิดว่าเป็นอุบัติเหตุทั่วไป แต่กลับถูกรถกระบะของกลุ่มผู้ก่อเหตุพุ่งชนอย่างรุนแรงจนร่างกระเด็นและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

ประเด็นสำคัญ

  • ผู้ช่วยพยาบาลสาววัย 24 ปี แสดงสัญชาตญาณพลเมืองดีเข้าช่วยคนเจ็บ แต่ถูกรถกระบะกลุ่มวัยรุ่นพุ่งชนดับ
  • จุดเริ่มต้นเกิดจากการท้าทายกันทางโซเชียลมีเดีย นำไปสู่การนัดชกต่อยและการไล่ล่าปาระเบิดกลางถนน
  • รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 สั่งดำเนินคดีเด็ดขาด เตรียมถอนประกันผู้ก่อเหตุ และยึดรถของกลางทั้งหมด

พยาบาลเชียงใหม่เสียชีวิตขณะพยายามช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ

ชนวนเหตุนัดเคลียร์แค้นผ่านโซเชียลบานปลายสู่การไล่ล่า

พยานในที่เกิดเหตุเปิดเผยว่า รถยนต์กระบะแต่งซิ่งของกลุ่มวัยรุ่นขับพุ่งออกมาด้วยความเร็วสูงโดยไม่มีการชะลอ ก่อนพุ่งชนผู้ช่วยพยาบาลและรถจักรยานยนต์คันอื่นเสียหายรวม 5 คัน จากนั้นคนขับได้เร่งเครื่องหลบหนีไปโดยไม่ลงมาดูดำดูดีผู้บาดเจ็บ สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

จากการสืบสวนเชิงลึกของ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง พบว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายคือ ‘แก๊งบังพิก’ และกลุ่มวัยรุ่นคู่แข่ง มีเรื่องบาดหมางท้าทายกันบนสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งสองฝ่ายนัดชกต่อยกันแต่เมื่อเห็นตำรวจสายตรวจจึงแยกย้าย ก่อนจะขับรถไล่ติดตามกันมาก่อเหตุรุนแรงซ้ำอีกรอบ

พยาบาลเชียงใหม่เสียชีวิตขณะพยายามช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ

ตำรวจภูธรภาค 5 สั่งลุย ลั่นถอนประกันและเอาผิดถึงที่สุด

พลตำรวจตรีธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5 ลงพื้นที่เร่งรัดคดีด้วยตนเอง พร้อมระบุว่าผู้ต้องหาอ้างว่าก้มหลบกระสุนจึงทำให้รถเสียหลักพุ่งชน แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อและคาดว่าเกิดจากความประมาทขับรถเร็ว ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุหลายรายเคยมีประวัติถูกจับกุมมาก่อน และอยู่ระหว่างได้รับการประกันตัวออกมาก่อเหตุซ้ำ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบประวัติย้อนหลังเพื่อยื่นคำร้องขอถอนประกันตัวทันที พร้อมเตรียมเสนอศาลสั่งยึดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลางทั้งหมดไม่ให้นำมาใช้สร้างความเดือดร้อนอีก นอกจากนี้ยังได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ปกครองว่าอย่าให้ท้ายบุตรหลาน หากพบว่าผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน ผู้ปกครองจะต้องร่วมรับผิดชอบตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ในส่วนของศพคุณกณกรัต ครอบครัวของเธอได้เดินทางมารับศพด้วยความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ตำรวจได้ประสานงานกับบริษัทที่เธอทำงานอยู่เพื่อเร่งดำเนินการมอบค่าชดเชยและดูแลครอบครัวอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการระลึกถึงความทุ่มเทของเธอในฐานะพลเมืองดีที่เสียสละชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นจนถึงวินาทีสุดท้าย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงที่ชายแดนเชียงใหม่! ยึดยาไอซ์ได้ 14 กิโลกรัม

เชียงใหม่เปิดตัว”รถรางไฟฟ้าสีเขียว”เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองอัจฉริยะ

 

อ่านต่อ

เชียงใหม่ - Chiang Mai

เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงที่ชายแดนเชียงใหม่! ยึดยาไอซ์ได้ 14 กิโลกรัม

Naree Srisuk

เผยแพร่

เมื่อ

โดย

เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงที่ชายแดนเชียงใหม่! ยึดยาไอซ์ได้ 14 กิโลกรัม

เชียงใหม่ – กองกำลังผาเมืองเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างเด็ดขาดในพื้นที่แนวชายแดนไทยทางภาคเหนือ หลังชุดลาดตระเวนเข้าสกัดกลุ่มคาราวานลักลอบขนยาเสพติดจนเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด บริเวณช่องทางธรรมชาติเขาหัวโล้น บ้านนอแล-ปางตอง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ทหารม้าพบกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยสะพายเป้เดินเท้าลัดเลาะผ่านแนวป่าเขาเข้ามายังฝั่งไทยในช่วงเช้าตรู่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมส่งสัญญาณขอตรวจค้นตามระเบียบ แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับเปิดฉากใช้อาวุธปืนยิงใส่ทันทีเพื่อเปิดทางหนี ทำให้กำลังพลฝ่ายไทยต้องใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวและควบคุมสถานการณ์

สรุปประเด็นสำคัญ  

  • การปะทะสนั่นแนวชายแดน: ทหารม้ากองร้อยที่ 4 ปะทะคาราวานค้ายาเสพติดบริเวณช่องทางเขาหัวโล้น อำเภอฝาง นานกว่า 5 นาที ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุจะล่าถอยข้ามแดน
  • ยึดของกลางล็อตใหญ่: เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าตรา 999 และ Y1 จำนวน 1,316,000 เม็ด พร้อมยาไอซ์บริสุทธิ์น้ำหนัก 14 กิโลกรัม ที่ถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ
  • บูรณาการกำลังคุมเข้ม: หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพผนึกกำลังฝ่ายปกครองและตำรวจภูธรฝาง ยกระดับการลาดตระเวนเชิงรุกตลอดแนวสันเขาเพื่อสกัดยาเสพติดลักลอบเข้าเมือง

ปฏิบัติการครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากสายข่าวพิเศษของ กองกำลังผาเมือง ได้แจ้งเบาะแสการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านแนวป่าเขาหัวโล้น ตำบลม่อนปิ่น จึงประสานผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพสั่งการให้กองร้อยทหารม้าที่ 4 นำกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มคาราวานติดอาวุธประมาณ 3-5 คน ลักลอบเดินข้ามแนวรอยต่อเขตแดนเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย

หลังเสียงปืนปะทะดังสนั่นต่อเนื่องประมาณ 5 นาที กลุ่มคนร้ายอาศัยความชำนาญในเส้นทางป่ารกทึบและแนวสันเขาหลบหนีข้ามแดนไปได้ เจ้าหน้าที่ทหารไทยทุกนายปลอดภัยและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จึงได้ทำการวางกำลังเข้าควบคุมพื้นที่โดยรอบและขอกำลังหนุนเสริมเพื่อเข้าเคลียร์พื้นที่อย่างละเอียดรอบคอบ

ผลการเคลียร์พื้นที่และของกลางล็อตมหาศาล

ต่อมารองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองพร้อมรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพและปลัดอำเภอฝาง ได้นำกำลังทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่ สถานีตำรวจภูธรฝาง เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างเป็นทางการ จากการตรวจค้นพงหญ้าพบเป้สะพายหลังดัดแปลงจากกระสอบปุ๋ยจำนวน 6 ใบ ถูกทิ้งกระจัดกระจายอยู่ตามแนวทางเดิน

เมื่อเปิดตรวจสอบภายในกระสอบเป้ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าสัญลักษณ์ 999 และ Y1 บรรจุรวม 1,316,000 เม็ด พร้อมทั้งยาไอซ์บรรจุห่อใบชาสีเขียวอีก 14 กิโลกรัม ของกลางทั้งหมดถูกตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและขยายผลไปยังเครือข่ายผู้บงการต่อไป

ยกระดับลาดตระเวนเข้มสกัดกั้นยานรกข้ามแดน

ฝ่ายความมั่นคงระบุว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดยังคงพยายามใช้ช่องทางธรรมชาติแถบภูเขาสูงในการลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายอย่างไม่ขาดสาย ทางด้าน สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานความมั่นคงจึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดรอบพื้นที่ชายแดน เพื่อกดดันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจชั้นในของประเทศ

นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยกันแจ้งเบาะแสบุคคลแปลกหน้าหรือพฤติกรรมต้องสงสัยแก่เจ้าหน้าที่รัฐโดยด่วน การผนึกกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกับชุมชนท้องถิ่นถือเป็นเกราะป้องกันสำคัญในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงราย-เชียงใหม่ ผนึกกำลังจัดงานท่องเที่ยวเชิงความหมาย

ทหารเชียงใหม่ยึดยาบ้าเกือบ 900,000 เม็ด หลังปะทะกลุ่มลำเลียงยาเสพติด

อ่านต่อ

เชียงใหม่ - Chiang Mai

ชุมชนดอยปุยขอโทษ ปมตัดต้นพญาเสือโคร่ง อุทยานฯ ลุยเอาผิด

Thanawat Chaiyaporn

เผยแพร่

เมื่อ

ชุมชนดอยปุยขอโทษ ปมตัดต้นพญาเสือโคร่ง อุทยานฯ ลุยเอาผิด

เชียงใหม่ – ลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเชียงใหม่ให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีกลุ่มจิตอาสาเข้าไปตัดต้นไม้ยืนต้นภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ล่าสุดตัวแทนชาวบ้านม้งดอยปุยได้ออกมายอมรับผิดและกล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของชุมชน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นจิตอาสา เข้าไปขอปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่ แต่กลับมีการลักลอบตัดต้นนางพญาเสือโคร่งและไม้อื่นๆ ไปหลายต้น ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพื่อหาผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

ประเด็นสำคัญ

  • ตัวแทนชุมชนบ้านม้งดอยปุยออกมาขอโทษสังคม หลังกลุ่มจิตอาสาแอบตัดต้นนางพญาเสือโคร่งในเขตอุทยานฯ
  • อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ตรวจพบต้นไม้ถูกตัด 15 ต้น พร้อมดำเนินคดีกลุ่มผู้กระทำผิด 7 ราย
  • เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลหาผู้สั่งการ ยืนยันทำคดีตรงไปตรงมา และเตรียมฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาสวยงาม

ชุมชนดอยปุยขอโทษ ปมตัดต้นพญาเสือโคร่ง อุทยานฯ ลุยเอาผิด

ผู้นำชุมชนน้อมรับผิด ชี้เป็นความหละหลวม

นายเมธาพันธ์ ภุชกฤษดาภา กำนันตำบลสุเทพ ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้าน ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสุดซึ้ง โดยยอมรับว่าอาจมีความหละหลวมในการตรวจสอบการทำงานของกลุ่มจิตอาสา ทั้งที่ชาวบ้านทราบดีว่าการตัดต้นไม้ในป่าอนุรักษ์เป็นเรื่องผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ทางชุมชนพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ และยินดีร่วมฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม ทั้งนี้ ทางตัวแทนชาวบ้านหวังว่าสังคมจะเข้าใจ และรอให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ลงโทษผู้กระทำผิดตัวจริง

นอกจากนี้ ต้นนางพญาเสือโคร่งในบริเวณดังกล่าวยังมีความสำคัญทางจิตใจต่อชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่ปลูกขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเมื่อ 20 ปีที่แล้ว การสูญเสียในครั้งนี้จึงสร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ชุมชนดอยปุยขอโทษ ปมตัดต้นพญาเสือโคร่ง อุทยานฯ ลุยเอาผิด

อุทยานฯ เอาจริง สั่งลุยดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

ด้านนายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า มีต้นไม้ถูกตัดไปถึง 15 ต้น และถูกนำไปแปรรูปเป็นท่อนไม้จำนวน 46 ท่อน ในจำนวนนี้เป็นต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ถึง 11 ต้น

ทางตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ได้ลงพื้นที่สอบสวนและพบตัวผู้ร่วมกระทำผิดแล้วจำนวน 7 ราย โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้กลุ่มคนเหล่านี้จะอ้างว่าเข้ามาเพื่อถางหญ้าและปรับปรุงภูมิทัศน์ก็ตาม ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากรายงานข่าวของ MGR Online

การตัดต้นไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติถือเป็นความผิดร้ายแรง แม้ว่าต้นไม้เหล่านั้นจะเป็นต้นที่ชาวบ้านปลูกขึ้นเองในอดีตก็ตาม ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะไม่มีการละเว้น และไม่กังวลหากมีความพยายามนำเรื่องการเมืองเข้ามาเชื่อมโยง

ชุมชนดอยปุยขอโทษ ปมตัดต้นพญาเสือโคร่ง อุทยานฯ ลุยเอาผิด

เร่งขยายผลหาคนสั่งการ เตรียมฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว

ทางด้านนายสุรเชษฐ์ ตาคำมา นายกเทศมนตรีเมืองสุเทพ ได้สั่งการให้นิติกรตรวจสอบภาพถ่ายที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์อย่างละเอียด หลังพบว่ามีบางคนสวมใส่เสื้อกั๊กของทางเทศบาลในวันเกิดเหตุ เบื้องต้นขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่เทศบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบตัดไม้ในครั้งนี้อย่างแน่นอน

ปัจจุบัน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสืบสวนเพื่อขยายผลไปถึงผู้สั่งการตัวจริงที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมทั้งเตรียมแผนฟื้นฟูพื้นที่ดอยปุยให้กลับมาสวยงามโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว

ดอยปุยยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจของชุมชน การแก้ไขปัญหานี้อย่างโปร่งใสจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูภาพลักษณ์ ทางชุมชนยังคงเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวดอยปุยได้ตามปกติ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ชมดอกซากุระที่เชียงราย: ไปที่ไหนและเมื่อไหร่ดี

โรงพยาบาลแม่จันเปิดโครงการบริจาคชื่อสัตว์เลี้ยง

 

อ่านต่อ

เชียงใหม่ - Chiang Mai

ทหารพรานปะทะเดือดแม่อาย วิสามัญแก๊งค้ายา ยึดฝิ่น 100 กิโล

Rebecca Kim

เผยแพร่

เมื่อ

โดย

ทหารพรานปะทะเดือดแม่อาย วิสามัญแก๊งค้ายา ยึดฝิ่น 100 กิโล

เชียงใหม่ – กำลังทหารพรานไทยเปิดฉากยิงปะทะดุเดือดกับคาราวานลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติกลางป่าลึก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ตึงเครียดนี้เกิดขึ้นตลอดทั้งคืนหลังพบกลุ่มติดอาวุธลอบข้ามแดนเข้ามาในเขตไทย

หลังเสียงปืนสงบลงในช่วงเช้าตรู่ เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่จนพบฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ศพ พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางฝิ่นดิบน้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายของขบวนการหลายล้านบาท

ประเด็นสำคัญ

  • การปะทะยาวนาน: ทหารพรานปะทะคาราวานค้ายากว่า 20 คน ตลอดทั้งคืนตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา
  • ผลการปฏิบัติการ: วิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 1 ศพ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยทุกนายปลอดภัย
  • ของกลางมูลค่าสูง: ตรวจยึดฝิ่นดิบน้ำหนักกว่า 102 กิโลกรัม มูลค่าปลายทางในประเทศหลายล้านบาท

ย้อนกลับไปช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง ได้รับรายงานสายข่าวเรื่องการลักลอบขนยาเสพติด จึงนำกำลังออกลาดตระเวนในพื้นที่บ้านนามะอื้น ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย

กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยประมาณ 20 คน สะพายเป้เดินเท้าลัดเลาะผ่านแนวป่า ทหารพรานจึงส่งสัญญาณเตือนเพื่อให้หยุดตรวจค้นตามขั้นตอนกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายขบวนการกลับใช้อาวุธปืนสงครามยิงเปิดทางใส่เจ้าหน้าที่ก่อนทันที ทำให้ทหารพรานต้องตัดสินใจยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวอย่างหนักหน่วง ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะล่าถอยไปชั่วคราว

เฝ้าพื้นที่ทั้งคืนก่อนเข้าเคลียร์รุ่งสาง

เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากเส้นเขตแดนประเทศเมียนมาเพียง 300 ถึง 500 เมตร ทำให้ตลอดทั้งคืนยังมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ เพราะฝ่ายตรงข้ามพยายามยิงกดดันหวังชิงสัมภาระคืน

ผู้บังคับการทหารพรานจึงสั่งการส่งกำลังเสริมและชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าตรึงพื้นที่ป่ารอบด้านอย่างรัดกุม ทหารทุกนายวางแนวป้องกันจนถึงเช้าวันถัดไปเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย

เมื่อแสงสว่างเปิดทาง คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และแพทย์โรงพยาบาลแม่อาย จึงร่วมกันเข้าตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียดรอบบริเวณ

ยึดฝิ่นดิบน้ำหนักรวมกว่า 102 กิโลกรัม

จากการตรวจสอบพบศพผู้ต้องสงสัยเพศชาย 1 ราย พร้อมตรวจพบรอยเลือดเป็นแนวยาวข้ามฝั่งชายแดน ซึ่งคาดว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตถูกลากพากลับไปอีกหลายคน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดกระเป๋าเป้ดัดแปลงได้ทั้งหมด 5 ใบ ภายในบรรจุฝิ่นดิบอัดก้อนรวม 72 ก้อน น้ำหนักรวมอยู่ที่ 102.4 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าเบื้องต้นในพื้นที่ชายแดนกว่า 2 ล้านบาท

หากฝิ่นดิบล็อตนี้หลุดรอดเข้าไปในเขตเมืองชั้นใน มูลค่าจะพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 50,000 บาท หรือหากนำไปแปรรูปเป็นเฮโรอีนจะมีมูลค่ามหาศาล ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารพรานเชียงรายสกัดจับแก๊งลักลอบขนจยย.ข้ามแดน

ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี

 

อ่านต่อ

SOi Dog FOundation

โรคดิน โรคไข้ดิน
สุขภาพและการแพทย์ Health7 ชั่วโมงที่แล้ว

กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำเตือนเรื่อง “โรคไข้ดิน” หลังมีผู้เสียชีวิต 136 ราย

การโจมตีทางอากาศของเมียนมาร์สร้างความเสียหายให้กับอาคาร 17 หลังในแม่ฮ่องสอน
ข่าว - News8 ชั่วโมงที่แล้ว

การโจมตีทางอากาศของเมียนมาร์สร้างความเสียหายให้กับอาคาร 17 หลังในแม่ฮ่องสอน

ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นไนท์คลับ พบผู้เยาว์ 36 คน รวมทั้งเด็กอายุ 12 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime9 ชั่วโมงที่แล้ว

ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นไนท์คลับ พบผู้เยาว์ 36 คน รวมทั้งเด็กอายุ 12 ปี

ทอ.ส่ง F-16 บินคุมแม่สอด สั่งห้ามค้ากะเหรี่ยง KNU
ข่าว - News9 ชั่วโมงที่แล้ว

ทอ.ส่ง F-16 บินคุมแม่สอด สั่งห้ามค้ากะเหรี่ยง KNU

ตำรวจเชียงรายยึดยาไอซ์ 376 กิโลกรัม ที่แม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News10 ชั่วโมงที่แล้ว

ตำรวจเชียงรายยึดยาไอซ์ 376 กิโลกรัม ที่แม่สาย

น่าตกใจ! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.9 ริกเตอร์ที่เกาะพะเยา ที่ระดับความลึก 1 กิโลเมตร
ข่าว - News10 ชั่วโมงที่แล้ว

น่าตกใจ! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.9 ริกเตอร์ที่เกาะพะเยา ที่ระดับความลึก 1 กิโลเมตร

พยาบาลเชียงใหม่เสียชีวิตขณะพยายามช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ
เชียงใหม่ - Chiang Mai10 ชั่วโมงที่แล้ว

พยาบาลเชียงใหม่เสียชีวิตขณะพยายามช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ

Binance ระงับการโอนคริปโตในประเทศไทย หลังถูกแฮ็ก
การเงิน -Finance1 วันที่แล้ว

Binance ระงับการโอนคริปโตในประเทศไทย หลังถูกแฮ็ก

ดีเอ็นเอแฉ! 24 เด็กจีนสวมรอยพ่อไทย หวังฮุบสัญชาติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 วันที่แล้ว

ดีเอ็นเอแฉ! 24 เด็กจีนสวมรอยพ่อไทย หวังฮุบสัญชาติ

หญิงสองคนฉ้อโกงเงินจากพระภิกษุวัย 105 ปี ตำรวจกำลังเร่งตามหาตัวพวกเธอ
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 วันที่แล้ว

หญิงสองคนฉ้อโกงเงินจากพระภิกษุวัย 105 ปี ตำรวจกำลังเร่งตามหาตัวพวกเธอ

สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
ข่าว - News4 สัปดาห์ที่แล้ว

สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

สำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
เชียงราย - Chiang Rai News4 สัปดาห์ที่แล้ว

สำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน

ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News3 สัปดาห์ที่แล้ว

ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

ครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 สัปดาห์ที่แล้ว

ครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
เชียงราย - Chiang Rai News3 สัปดาห์ที่แล้ว

ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ

โรงเรียนในจังหวัดเชียงรายติดตั้งเครื่องกรองน้ำสะอาดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ
เชียงราย - Chiang Rai News4 สัปดาห์ที่แล้ว

โรงเรียนในจังหวัดเชียงรายติดตั้งเครื่องกรองน้ำสะอาดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ - Chiang Mai4 สัปดาห์ที่แล้ว

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

ตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News4 สัปดาห์ที่แล้ว

ตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด

ตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 สัปดาห์ที่แล้ว

ตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง

ทีมกู้ภัยฝ่าฟันน้ำท่วม ไฟฟ้าช็อต และปลิง เพื่อช่วยชีวิตหญิงชราที่ป่วยหนัก
ข่าว - News4 สัปดาห์ที่แล้ว

ทีมกู้ภัยช่วยเหลือหญิงชราที่ติดอยู่กับแมว 18 ตัวนาน 4 วัน

ราคาทองคำวันนี้

2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11:51 น.

ทองคำแท่ง 96.5%
รับซื้อ
62,300.00
ขายออก
62,500.00
▼ -50
ทองรูปพรรณ 96.5%
รับซื้อ
61,049.32
ขายออก
63,300.00

บาท / น้ำหนัก 1 บาท
ที่มา: สมาคมค้าทองคำ

Download Our App

กำลังมาแรง