เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายยึดยาไอซ์ 376 กิโลกรัม ที่แม่สาย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย ประสบความสำเร็จในการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือยาไอซ์ล็อตมหึมาจำนวน 11 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 376.8 กิโลกรัม เมื่อกลางดึกของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา การสกัดกั้นครั้งนี้นับเป็นผลงานสำคัญที่ตัดวงจรการลำเลียงยาเสพติดข้ามแดนก่อนที่จะกระจายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 00.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนตรวจความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และพบสิ่งของต้องสงสัยวางทิ้งไว้บริเวณทุ่งนาริมถนนคลองชลประทาน บ้านป่ายางใหม่ ตำบลเวียงพางคำ อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนร้ายไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อนที่กำลังเจ้าหน้าที่จะเข้าปิดล้อมพื้นที่ ทำให้ไม่พบตัวผู้กระทำความผิดในจุดเกิดเหตุ
สรุปประเด็นสำคัญ• ยึดของกลางไอซ์ล็อตใหญ่ 11 กระสอบ รวม 350 ห่อ น้ำหนักกว่า 376.8 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายมหาศาล • จุดตรวจพบอยู่บริเวณทุ่งนาริมถนนคลองชลประทาน บ้านป่ายางใหม่ ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย • ตำรวจ สภ.แม่สาย เร่งเก็บรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสาวถึงตัวการใหญ่และเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ |
ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการอย่างใกล้ชิดของ พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สาย ซึ่งได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราเส้นทางยุทธศาสตร์ริมแนวชายแดน เจ้าหน้าที่สายตรวจและชุดสืบสวนได้แกะรอยตามเบาะแสจนพบกระสอบปุ๋ยลายทางวางซ้อนกันอยู่อย่างผิดสังเกตริมคันนา ซึ่งเป็นจุดพักยาชั่วคราวเพื่อรอการขนถ่าย

เร่งล่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ
จากการเปิดตรวจสอบรายละเอียดภายในกระสอบทั้ง 11 ใบ พบถุงพลาสติกสีเขียวประทับตรารูปดาวบรรจุยาไอซ์คุณภาพสูงรวมทั้งหมด 350 ห่อ ชั่งน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มได้ประมาณ 376.8 กิโลกรัม ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพถ่ายและทำบันทึกการตรวจยึดอย่างละเอียด เพื่อส่งมอบให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจเก็บรอยนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอของกลุ่มผู้ลำเลียง
เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติน่าจะลักลอบนำของกลางข้ามแม่น้ำสายมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านในช่วงหัวค่ำ จากนั้นจึงนำมาทิ้งไว้ตามนัดหมายเพื่อให้กลุ่มลำเลียงในพื้นที่มารับช่วงต่อ แต่กลับทิ้งของกลางหลบหนีไปเพราะกลัวถูกจับกุมหลังเห็นแสงไฟสายตรวจ โดยทาง สภ.แม่สาย ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อขยายผลสืบสวนหาตัวผู้บงการและเส้นทางการเงินต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พยาบาลเชียงใหม่เสียชีวิตขณะพยายามช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ
ตำรวจเชียงรายกำลังเร่งติดตามจับกุมฆาตกรที่สังหารครูใหญ่โรงเรียน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายกำลังเร่งติดตามจับกุมฆาตกรที่สังหารครูใหญ่โรงเรียน
เชียงราย – ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณีคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนยิง นายศิรสิทธิ์ รติภัทรกุล เขาคือผู้อำนวยการโรงเรียนฟู้ชิง ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนชื่อดัง เหตุเกิดที่บ้านห้วยซิง หมู่ 27 ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกให้กับชุมชนอย่างมาก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง ท่ามกลางความเสียใจของทุกคน ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง กำลังเร่งทำงานอย่างหนัก พวกเขาพยายามรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมที่สุด เพื่อแกะรอยหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- มือปืน 2 คนก่อเหตุอุกอาจ ยิงผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนจนเสียชีวิต
- ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและข้อมูลมือถือเพื่อหาเบาะแสคนร้าย
- ปมสังหารยังคงเป็นปริศนา โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งภายในและบริเวณโดยรอบโรงเรียน รวมถึงเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี นอกจากนี้ยังมีการนำโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อดูประวัติการติดต่อสื่อสารและความเคลื่อนไหวก่อนที่จะเกิดเหตุสลดขึ้น
จากการสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ พบข้อมูลที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 10.00 น. มีชายแปลกหน้า 2 คน เดินวนเวียนอยู่บริเวณหน้าโรงเรียน พวกเขานั่งรออยู่ประมาณ 20-30 นาที ก่อนที่เวลาประมาณ 11.00 น. จะมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด
นายศักดิ์ชัย อายุ 49 ปี หัวหน้าคนงานก่อสร้างภายในโรงเรียน เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญให้ฟัง หลังสิ้นเสียงปืน เขารีบวิ่งเข้าไปดูและพบผู้อำนวยการนอนบาดเจ็บอยู่ เขาจึงรีบเรียกคนมาช่วย ก่อนที่ลูกชายของผู้ตายจะพาพ่อส่งโรงพยาบาล แต่ก็ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้
เร่งคลี่คลายปมสังหารและล่าตัวคนร้าย
พยานระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนสวมหมวกและหน้ากากปิดบังใบหน้า หลังจากเกิดเหตุ พวกเขารีบวิ่งหนีไปยังด้านหลังของโรงเรียน ปัจจุบันการสืบสวนยังคงมีข้อจำกัดและอุปสรรคหลายอย่าง เนื่องจากคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างดีและปกปิดใบหน้ามิดชิด เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย รวมถึงการสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อตีกรอบผู้ต้องสงสัยให้แคบลง
สำหรับประเด็นมูลเหตุจูงใจในการสังหารครั้งนี้ ทางตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบประวัติความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องงาน หรือปัญหาอื่นๆ ที่อาจจะนำมาสู่ความรุนแรงในครั้งนี้ โดยตำรวจยังคงเปิดกว้างในทุกข้อสันนิษฐาน
เหตุการณ์นี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาของชุมชน ทำให้ชาวบ้านและผู้ปกครองต่างหวาดผวาอย่างมาก ทางด้านผู้บัญชาการตำรวจได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ปูพรมค้นหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญเสียโดยเร็วที่สุด
ผลกระทบต่อชุมชนและความปลอดภัย
โรงเรียนฟู้ชิงถือเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สำคัญของเด็กๆ ในตำบลแม่สลองใน การสูญเสียบุคลากรสำคัญในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของครูและนักเรียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนยังคงอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ผู้นำชุมชนได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่สถานศึกษาและแหล่งชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำรอย ทั้งนี้ชาวบ้านหวังว่าคดีนี้จะคลี่คลายโดยเร็วที่สุด
ตำรวจกำลังเตรียมเรียกตัวบุคคลใกล้ชิดกับเหยื่อมาสอบปากคำเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนานี้ ประชาชนยังคงรอคำตอบว่าใครอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมสุดสยองนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รับเปิดเทอม ท.6 เชียงราย แจ้ง 4 เส้นทางเลี่ยงรถติดอุโมงค์
การโจมช็อก! มือปืนยิงผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนในจังหวัดเชียงรายเสียชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมชาวจีนผู้ต้องหาหลบหนีที่ถูกหมายจับแดง
เชียงราย – เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้สร้างผลงานสำคัญในการสกัดกั้นอาชญากรข้ามชาติ โดยสามารถรวบตัวชายชาวจีนผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล หรือหมายแดง (Red Notice) ได้สำเร็จ การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นขณะผู้ต้องหากำลังพยายามหลบหนีออกจากประเทศไทยผ่านจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อมุ่งหน้าไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
การปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผบก.ตม.5 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ประจำจุดผ่านแดนได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและรัดกุม จนสามารถสกัดจับ นายกัว อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ไว้ได้ในที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- ตม.เชียงแสน สกัดจับนายกัว ชาวจีนวัย 27 ปี ผู้ต้องหาหมายจับอินเตอร์โพล ขณะพยายามหนีข้ามแดนไปลาว
- ผู้ต้องหาก่อเหตุหลอกลวงเพื่อนร่วมชาติให้ลงทุนตั้งบริษัทในลาว สร้างความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
- เจ้าหน้าที่ได้เพิกถอนวีซ่าทันทีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และเตรียมส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน
คดีนี้เริ่มต้นจากการร้องขอของทางการจีนผ่านองค์การตำรวจสากล โดยระบุว่านายกัวมีพฤติการณ์หลอกลวงที่แนบเนียนมาก อาชญากรรมข้ามชาติลักษณะนี้กำลังเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาได้ใช้ความน่าเชื่อถือจอมปลอมชักชวนผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวจีนด้วยกัน ให้มาร่วมลงทุนจัดตั้งบริษัทใน สปป.ลาว กลุ่มมิจฉาชีพมักจะใช้ข้ออ้างเรื่องผลตอบแทนที่สูงลิ่ว เพื่อดึงดูดใจให้นักลงทุนหน้าใหม่หลงเชื่อและโอนเงินให้ในที่สุด
แต่ท้ายที่สุดกลับเป็นการฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่วางแผนมาเป็นอย่างดี มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นจากคดีนี้สูงกว่า 2 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยมากกว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว ทางการจีนโดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ เขตหนานฉวน นครฉงชิ่ง จึงได้ออกคำร้องขอให้ออกหมายจับตำรวจสากลสีแดง เลขที่ A-17361/10-2026 อย่างเร่งด่วน
ทันทีที่ทางการไทยได้รับแจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังอย่างขีดสุด การเฝ้าระวังนี้ครอบคลุมไปถึงจุดผ่านแดนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่อำเภอเชียงแสนซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่อาชญากรมักใช้เป็นเส้นทางหลบหนี เมื่อนายกัวปรากฏตัวที่จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ (สบรวก) เพื่อทำพิธีการออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวและตรวจสอบประวัติทันที
การบังคับใช้กฎหมายและการส่งตัวกลับประเทศ
ระบบฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ช่วยยืนยันตัวตนได้อย่างแม่นยำ ผลการตรวจสอบยืนยันแน่ชัดว่าเขาคือบุคคลตามหมายจับที่ทางการจีนต้องการตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ภายหลังการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้พิจารณาพฤติการณ์ของผู้ต้องหาอย่างรัดกุมที่สุด
เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร เนื่องจากมีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งตรงตามมาตรา 12 (7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 อย่างชัดเจน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรข้ามชาติอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา 36 ในทันที ขั้นตอนต่อไปคือการประสานงานกับสถานทูตจีนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมผลักดันและส่งตัวผู้ต้องหารายนี้กลับไปรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ไทย ในการปกป้องความมั่นคงของประเทศอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่าประเทศไทยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด การร่วมมือกับนานาชาติในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ถือเป็นนโยบายหลักที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญมาโดยตลอด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รับเปิดเทอม ท.6 เชียงราย แจ้ง 4 เส้นทางเลี่ยงรถติดอุโมงค์
การโจมช็อก! มือปืนยิงผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนในจังหวัดเชียงรายเสียชีวิต
เชียงราย - Chiang Rai News
รับเปิดเทอม ท.6 เชียงราย แจ้ง 4 เส้นทางเลี่ยงรถติดอุโมงค์
เชียงราย – ผู้ปกครองต้องวางแผนเดินทางกันให้ดีๆ สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ของโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย เนื่องจากบริเวณหน้าโรงเรียนยังคงมีการก่อสร้างถนนและอุโมงค์ทางลอดอย่างต่อเนื่อง โครงการระดับจังหวัดนี้ส่งผลให้บางช่วงของถนนมีช่องจราจรจำกัด และอาจเกิดปัญหาจราจรติดขัดสะสมในช่วงเวลาเร่งด่วนได้
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ทางโรงเรียนได้ประชาสัมพันธ์แนวทางการเดินรถรับ-ส่งนักเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดปัญหาการจราจร โดยเฉพาะบริเวณฝั่งมัธยมศึกษาตอนต้น ทีมงานจราจรของโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย จึงขอแนะนำเส้นทางเดินรถ 4 ทิศทางเพื่อให้ผู้ปกครองใช้วางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม
ประเด็นสำคัญ
- โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย เปิดเทอม 2 ท่ามกลางการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดหน้าโรงเรียน
- ทีมจราจรแนะนำ 4 เส้นทางหลัก เพื่อกระจายรถและลดความแออัดในช่วงรับส่งนักเรียน
- ผู้ปกครองฝั่ง ม.ต้น ต้องนำรถเข้าไปจอดชิดรั้วด้านในโรงเรียนเท่านั้น เพื่อไม่ให้กีดขวางถนนสายหลัก
เส้นทางแนะนำจากสนามกีฬาและบ้านฝั่งหมิ่น

สำหรับเส้นทางที่ 1
รถที่เดินทางจากแยกสนามกีฬา ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำกกต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากบนสะพานจะเหลือช่องจราจรเพียงช่องเดียว เมื่อลงสะพานแล้วจะแยกเป็นสองช่องทาง โดยช่องขวาสามารถมุ่งหน้าไปสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง และศูนย์ราชการได้ ส่วนช่องซ้ายให้ใช้เข้าสู่เส้นทางด้านในเพื่อส่งนักเรียนฝั่ง ม.ต้น หรือเดินทางต่อไปยังบ้านป่าแดง
หากผู้ปกครองต้องการกลับไปแยกสนามกีฬา สามารถใช้จุดกลับรถข้างศูนย์การเรียนรู้ได้ จากนั้นให้เลี้ยวขวาบริเวณทางแยกเพื่อกลับไปทางฝั่งมัธยมศึกษาตอนปลาย เส้นทางนี้จะช่วยให้การระบายรถมีความคล่องตัวมากขึ้นในช่วงเช้าและเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่มีผู้คนสัญจรหนาแน่น

สำหรับเส้นทางที่ 2
ผู้ปกครองที่มาจากบ้านฝั่งหมิ่นสามารถเลือกใช้ได้สองทางเลือกหลัก ทางเลือกแรกคือกลับรถบริเวณจุดข้างศูนย์การเรียนรู้ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอย 7 บ้านป่าแดง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเลียบแม่น้ำกกเข้าสู่ถนนหน้าโรงเรียน
ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งคือเลี้ยวขวาบริเวณทางแยกบนทางลอดไปยังฝั่ง ม.ปลาย เพื่อส่งนักเรียนใต้สะพานลอย หรือจะเลือกไปกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำกกเพื่อมุ่งหน้าไปยังฝั่ง ม.ต้น ก็สามารถทำได้อย่างสะดวกเช่นกัน การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก

เส้นทางที่ 3
สำหรับรถที่เดินทางมาจากสนามบิน สามารถขับข้ามทางแยกเพื่อตรงไปส่งนักเรียนบริเวณใต้สะพานลอยฝั่ง ม.ปลาย ได้ทันที หรือหากต้องการไปฝั่ง ม.ต้น ก็ให้ไปกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำกก การกระจายเส้นทางแบบนี้ช่วยลดคอขวดบนถนนสายหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากส่งนักเรียนเสร็จสิ้นแล้ว สามารถกลับรถตรงจุดข้างศูนย์การเรียนรู้ และเลี้ยวซ้ายเพื่อเดินทางกลับไปยังเส้นทางสนามบินได้ตามปกติ การขับขี่ในบริเวณนี้ควรใช้ความเร็วต่ำเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
เส้นทางที่ 4

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจรับส่งแล้ว ผู้ปกครองสามารถใช้จุดกลับรถข้างศูนย์การเรียนรู้ได้เช่นเดิม จากนั้นขับข้ามทางแยกเพื่อเดินทางกลับไปยังศูนย์ราชการหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงรายได้อย่างปลอดภัย
ย้ำกฎเกณฑ์จุดรับส่งเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ทางโรงเรียนได้เน้นย้ำเรื่องจุดรับส่งนักเรียนฝั่งมัธยมศึกษาตอนต้นอย่างชัดเจน โดยขอความร่วมมือผู้ปกครองให้เลี้ยวเข้าไปใช้ช่องทางด้านในที่ติดกับรั้วโรงเรียน การจอดรถจะต้องจอดชิดรั้วเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้กีดขวางการจราจรบนถนนสายหลักที่กำลังก่อสร้าง
เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังมีการดำเนินงานเครื่องจักรและปรับปรุงพื้นผิวจราจร ผู้ใช้รถใช้ถนนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากที่สุด การปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จราจรอย่างเคร่งครัด จะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทุกคน
การให้ความร่วมมือจากชุมชนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรและเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนร่วมทาง ปัญหารถติดหน้าโรงเรียนจะลดลงอย่างแน่นอน และโครงการก่อสร้างก็จะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจยึดยาไอซ์ 285 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
การโจมช็อก! มือปืนยิงผู้อำนวยการโรงเรียนสอนภาษาจีนในจังหวัดเชียงรายเสียชีวิต
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 วันที่แล้ว
ชุมชนดอยปุยขอโทษ ปมตัดต้นพญาเสือโคร่ง อุทยานฯ ลุยเอาผิด
-
ข่าวธุรกิจ Business6 วันที่แล้ว
สายการบินไทยเวียดเจ็ทได้กลับมาให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างเชียงรายและภูเก็ตแล้ว
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 วันที่แล้ว
ทหารเชียงใหม่ยึดยาบ้าเกือบ 900,000 เม็ด หลังปะทะกลุ่มลำเลียงยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย


