เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายสกัดจับไม้ประดู่เถื่อนล็อตใหญ่ 109 ท่อน รมว.ทส. สั่งลุยล้างบางนายทุนข้ามชาติ
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรม">อาชญากรรมป่าไม้อย่างเด็ดขาด การทำงานครั้งนี้สอดรับกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการกวาดล้างขบวนการทำลายทรัพยากรชาติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการลักลอบตัดไม้มีค่าเพื่อส่งออก ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างหนัก ขบวนการเหล่านี้มักมีกลุ่มทุนข้ามชาติคอยสนับสนุนและว่าจ้างคนในพื้นที่ให้กระทำความผิด
นายสุชาติเน้นย้ำว่ากระทรวงจะไม่ยอมให้กลุ่มทุนใดเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากป่าไม้ของไทย เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดที่สุด พร้อมทั้งเร่งสืบสวนขยายผลให้ถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่ารัฐบาลเอาจริงกับผู้กระทำผิด เพื่อนำตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนมาลงโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่สนธิกำลังสกัดจับรถเทรลเลอร์ 2 คัน ยึดไม้ประดู่ท่อนผิดกฎหมายได้มากถึง 109 ท่อน
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการด่วนให้เร่งขยายผล เพื่อทลายเครือข่ายนายทุนข้ามชาติแบบถอนรากถอนโคน
- การจับกุมครั้งใหญ่เป็นผลจากการจัดชุดเฉพาะกิจสะกดรอยตามไม้หวงห้าม ที่ถูกแอบลักลอบขนย้ายหลบหนีจากโกดังในจังหวัดเชียงราย
เบื้องหลังยุทธการตามล่าไม้หวงห้ามข้ามชาติ
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรายงานสถานการณ์ด่วนจากพื้นที่ การจับกุมครั้งนี้เป็นผลงานการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน นำโดยนายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ปฏิบัติการนี้เป็นการต่อยอดสืบเนื่องจากการบุกค้นโกดังแห่งหนึ่งในตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา
ในวันนั้นเจ้าหน้าที่พบว่าโกดังดังกล่าวถูกดัดแปลงใช้เป็นโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ปรากฏว่าไม้ท่อนจำนวนมากได้ถูกแอบขนย้ายออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าถึงพื้นที่ ทำให้ชุดปฏิบัติการร่วมต้องเร่งเปิดยุทธการสะกดรอยตามไม้ที่หายไปอย่างกระชั้นชิด การตามล่าตัวกลุ่มผู้กระทำผิดเป็นไปอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ไม้มีค่าเหล่านี้ถูกส่งออกไปยังนอกประเทศได้สำเร็จ
สกัดจับกลางดึก ยึดของกลางเต็มคันรถเทรลเลอร์
ในช่วงระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสว่าไม้กลุ่มนี้กำลังถูกขนย้ายออกจากโกดังซ่อนตัวอีกแห่งในพื้นที่อำเภอเทิง ขบวนการนี้ใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่จำนวน 2 คันในการลำเลียงไม้เพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการจึงรีบประสานงานตำรวจทางหลวงเพื่อวางแผนสกัดจับอย่างรัดกุม จนกระทั่งสามารถเรียกขอตรวจค้นรถบรรทุกทั้งสองคันได้สำเร็จที่บริเวณริมถนนสาย 1020 ตำบลดอยลาน
ผลการตรวจค้นพบไม้ประดู่ท่อนขนาดใหญ่ซุกซ่อนอยู่เต็มท้ายพ่วงของรถทั้งสองคัน รถคันแรกบรรทุกไม้ 47 ท่อน ส่วนคันที่สองบรรทุกอีก 62 ท่อน รวมมีไม้ประดู่ท่อนที่ตรวจยึดได้ทั้งหมดมากถึง 109 ท่อน เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามคนขับรถทั้งสองราย พวกเขากลับไม่สามารถแสดงเอกสารหลักฐานยืนยันที่มาของไม้ได้เลย นอกจากนี้สภาพเนื้อไม้ยังไม่มีร่องรอยการเป็นสิ่งปลูกสร้างมาก่อน จึงเข้าข่ายการลักลอบตัดและครอบครองไม้หวงห้ามโดยผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน พร้อมอายัดของกลางทั้งหมดส่งไปยังหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชร. 5 (ดอยช้าง) หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันตรวจสอบเส้นทางการเงินและประวัติการติดต่อสื่อสาร เพื่อลากตัวกลุ่มนายทุนข้ามชาติและผู้บงการระดับสูงมารับโทษให้ถึงที่สุดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท
เชียงราย - Chiang Rai News
น้ำท่วมที่ท่าขี้เหล็ก: ตลาดชายแดนจมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่แม่สายยังคงรักษาแนวป้องกันไว้
เชียงราย – บ่ายวันที่ 7 กันยายน 2569 สถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายบริเวณพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทยและเมียนมา ได้เข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างหนัก ระดับน้ำในแม่น้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้กัดเซาะแนวคันดินกั้นน้ำในฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จนพังทลายลงในที่สุด มวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนอย่างรวดเร็ว สร้างความตกใจและความเสียหายให้กับชาวบ้านเป็นบริเวณกว้าง
ความรุนแรงของกระแสน้ำยังได้เอ่อล้นเข้าท่วม “ตลาดท่าล้อ” อย่างรวดเร็ว ตลาดแห่งนี้ถือเป็นแหล่งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองท่าขี้เหล็ก พ่อค้าแม่ค้าต้องเร่งขนย้ายสินค้าหนีน้ำกันอย่างจ้าละหวั่น หลายร้านเก็บของไม่ทันทำให้สินค้าเสียหาย ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมขังจนไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ สถานการณ์ในฝั่งเมียนมาขณะนี้ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ประเด็นสำคัญ
- แนวคันกั้นน้ำฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา พังทลาย ทำให้น้ำทะลักท่วมชุมชนและตลาดท่าล้ออย่างหนัก
- เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยทำงานฉับไว สามารถอุดรอยรั่วกระสอบทรายได้ทัน ช่วยชุมชนเกาะทราย อำเภอแม่สาย รอดพ้นจากน้ำท่วม
- ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองฝั่งลงพื้นที่ร่วมกัน ล่าสุดเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำจนระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว
ตัดภาพมาที่ฝั่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนทำงานกันอย่างหนักเพื่อแข่งกับกระแสน้ำ ทั้งฝ่ายปกครอง เทศบาลตำบลแม่สาย กำลังทหาร และ เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ต่างระดมกำลังลงพื้นที่เสี่ยง ระหว่างการตรวจสอบพื้นที่ชุมชนเกาะทราย เจ้าหน้าที่พบรอยรั่วบริเวณแนวกระสอบทรายขนาดใหญ่ที่วางกั้นน้ำไว้ ทีมงานจึงรีบระดมกำลังอุดรอยรั่วได้อย่างทันท่วงที ทำให้มวลน้ำไม่สามารถทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนชั้นในได้เพิ่มเติม
นอกจากการรับมือกับมวลน้ำแล้ว เจ้าหน้าที่ยังต้องจัดตั้งเวรยามเพื่อเฝ้าระวังแนวคันกั้นน้ำตลอดเวลา ปัญหาสำคัญคือต้องป้องกันไม่ให้มีผู้ไม่หวังดีแอบเข้ามารื้อถุงกระสอบทรายที่เรียงไว้ โดยเฉพาะชายสูงวัยรายหนึ่งที่เคยก่อเหตุดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง พฤติกรรมที่คาดเดาไม่ได้นี้สร้างความหวาดผวาและเอือมระอาให้กับชาวบ้านอย่างมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องวางกำลังจับตาดูอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม

ผู้นำสองฝั่งจับมือ ลุยตรวจสถานการณ์น้ำ
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายอู ติน วิน ตุน (U Tin Win Tun) ผู้ว่าการจังหวัดท่าขี้เหล็ก ได้ลงพื้นที่ร่วมกัน ทั้งสองท่านนำทีมเจ้าหน้าที่จากทั้งสองประเทศ ออกสำรวจและติดตามสถานการณ์แม่น้ำสายอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันครั้งนี้ช่วยให้การวางแผนช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นภาพความร่วมมือที่ดีเยี่ยมระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน
จากการสำรวจข้อมูลเชิงลึกพบว่า ที่บริเวณบ้านโจตาดา จังหวัดท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นจุดต้นน้ำห่างจากชายแดนแม่สายไปประมาณ 25 กิโลเมตร รายงานเมื่อเวลา 13.20 น. ระบุว่ายังมีปริมาณฝนตกสะสมสูงถึง 90.6 มิลลิเมตร แม้ฝนจะตกหนัก แต่ระดับน้ำในพื้นที่ต้นน้ำยังคงอยู่ที่ร้อยละ 75.55 ซึ่งหน่วยงานด้านน้ำประเมินว่ายังอยู่ในสถานะปกติและสามารถรับมือได้

เร่งเปิดทางน้ำ ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลด
เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ได้นำรถแบ็กโฮขนาดใหญ่เข้ามาเคลียร์พื้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 รถแบ็กโฮได้เร่งตักวัชพืชและเศษไม้ที่ลอยตามน้ำมาติดตอม่อสะพานออกไป การขจัดสิ่งกีดขวางเหล่านี้ช่วยเปิดทางน้ำให้กว้างขึ้น ทำให้น้ำไหลระบายลงสู่แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงได้สะดวกยิ่งขึ้น ลดแรงดันน้ำที่ปะทะกับแนวคันดินริมตลิ่งได้อย่างมาก
อัปเดตล่าสุดมีรายงานข่าวดีว่าระดับน้ำในแม่น้ำสายเริ่มปรับระดับลดลงอย่างช้าๆ แล้ว ถึงแม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานยังคงไม่ประมาท พวกเขายืนยันว่าจะยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำจะปลอดภัยและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
ภัยคุกคามจากน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
เชียงราย – ช่วงเช้าของวันที่ 7 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อชาวบ้านพบศพชายถูกยิงเสียชีวิตกลางป่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณทางเข้าสวนป่าสัก เส้นทางไปบ่อขยะด้านหลังเทศบาลตำบลบ้านดู่ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างหมู่ 6 และหมู่ 18 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย
หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.บ้านดู่ พร้อมด้วยทีมพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช และหน่วยกู้ภัย ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบทันที สภาพศพเบื้องต้นพบว่าเป็นชายอายุประมาณ 34 ปี ซึ่งมีข้อมูลระบุว่าอาจเป็นชาวจังหวัดอุดรธานีที่เดินทางมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ
ประเด็นสำคัญ
- พบร่างชายอายุ 34 ปี ชาวอุดรธานี ถูกยิงเสียชีวิตกลางป่าสัก ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย
- ผู้เสียชีวิตถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด แต่ไม่พบปลอกกระสุนและโทรศัพท์มือถือในบริเวณที่เกิดเหตุ
- พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายจอดทิ้งไว้ ห่างจากศพประมาณ 100 เมตร โดยตำรวจกำลังเร่งตามล่าตัวคนร้าย
ผู้เสียชีวิตแต่งกายอย่างมิดชิดด้วยเสื้อร่มแขนยาว กางเกงยีนส์ และสวมรองเท้าสไตล์เดินป่า นอกจากนี้เขายังสะพายกระเป๋าเป้และกระเป๋าคาดอกติดตัวไว้ด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นภายในกระเป๋า พบเพียงเงินเหรียญจำนวนหนึ่งและนาฬิกาข้อมือติดตัวเท่านั้น สิ่งที่น่าสงสัยอย่างยิ่งคือโทรศัพท์มือถือของผู้ตายกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
จากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้น แพทย์พบรอยกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาด เจาะเข้าที่บริเวณศีรษะจำนวน 1 นัด ที่น่าแปลกใจคือเจ้าหน้าที่ไม่พบปลอกกระสุนตกอยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุเลย นอกจากนี้ สภาพพื้นที่โดยรอบก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ หรือบาดแผลจากการถูกทำร้ายด้วยวิธีอื่นบนร่างกายของผู้เสียชีวิตเลยแม้แต่น้อย

พบเบาะแสสำคัญ รถจักรยานยนต์ต้องสงสัย
ห่างออกไปจากจุดที่พบศพประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่พบเบาะแสเพิ่มเติมที่อาจนำไปสู่การไขคดีนี้ได้ บริเวณปากทางเข้าที่ติดกับถนนสายหลัก มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งจอดทิ้งไว้ ซึ่งคาดว่าเป็นรถของผู้ตายเอง ที่บริเวณแฮนด์รถยังมีอุปกรณ์ยึดจับโทรศัพท์มือถือติดตั้งอยู่ด้วย
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลรถจักรยานยนต์คันนี้อย่างละเอียดที่สุด พวกเขาต้องการทราบถึงประวัติ อาชีพ และที่อยู่แน่ชัดของผู้ตายจากป้ายทะเบียนรถ ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าผู้เสียชีวิตรายนี้อาจเช่าห้องพัก หรืออาศัยอยู่ในละแวกจังหวัดเชียงรายมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

ตำรวจเดินหน้าสืบสวน ล่าตัวมือปืน
เหตุการณ์สุดช็อกนี้ถูกเปิดเผยเมื่อชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งกำลังเดินทางไปสวนของตนในตอนเช้าตรู่ ก็ต้องตกใจเมื่อพบศพนอนอยู่ในป่าไม้สัก พวกเขาตั้งสติได้อย่างรวดเร็วและโทรแจ้งสถานีตำรวจบันดูเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ทางด้าน พ.ต.อ. อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผู้กำกับการ สภ.บ้านดู่ ได้สั่งการให้ทีมงานสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวอย่างรัดกุมที่สุด ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเข้าออกป่า และเรียกตัวบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องมาสอบปากคำ เพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุและตามจับกุมมือปืนมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
เร่งไขปมสังหารและหาตัวผู้กระทำผิด
คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากเหตุอุกฉกรรจ์เกิดขึ้นใกล้กับเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชน ชุดสืบสวนได้กระจายกำลังออกไปตามจุดต่างๆ เพื่อหาพยานแวดล้อมเพิ่มเติมที่อาจเห็นเหตุการณ์ หรือพบเห็นบุคคลต้องสงสัยในคืนก่อนเกิดเหตุ
นอกจากนี้ ทีมพิสูจน์หลักฐานยังได้เก็บรอยนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอจากบริเวณรถจักรยานยนต์ของผู้ตายอย่างละเอียด ทุกเบาะแสมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ปัญหาชู้สาว หรือประเด็นความขัดแย้งทางธุรกิจที่ผู้ตายอาจเข้าไปเกี่ยวข้องก่อนหน้านี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท
เชียงราย - Chiang Rai News
ภัยคุกคามจากน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว
เชียงราย – วันที่ 7 กันยายน 2569 สถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายกลับมาน่าเป็นห่วงและตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ข้อมูลจากสถานีโทรมาตรในฝั่งประเทศเมียนมารายงานตัวเลขที่น่าตกใจ ปริมาณน้ำฝนที่สถานีบ้านโจตาดา ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอแม่สายไปประมาณ 25 กิโลเมตร พุ่งสูงถึง 89.4 มิลลิเมตรในช่วงเช้า ระดับน้ำในพื้นที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 77.41 ของความจุ ทำให้หลายฝ่ายต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับมวลน้ำระลอกใหม่
บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 สถานการณ์ยิ่งวิกฤติมากขึ้น ปริมาณน้ำฝนวัดได้สูงถึง 102.44 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับที่เกินกว่าตลิ่งจะรับไหว โชคดีที่ฝั่งไทยยังคงมีแนวกั้นน้ำช่วยป้องกันไว้ ทำให้น้ำยังไม่ล้นเข้ามา แต่น่าเสียดายที่ฝั่งจังหวัดน้ำท่วมที่ท่าขี้เหล็ก: ตลาดชายแดนจมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่แม่สายยังคงรักษาแนวป้องกันไว้">ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แนวบิ๊กแบ็คต้านทานกระแสน้ำไม่ไหว ทำให้น้ำล้นทะลักเข้าท่วมชุมชนฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ:
- ฝนตกหนักทำให้น้ำแม่น้ำสายพุ่งสูงใกล้จุดวิกฤติที่ 4.30 เมตร ล่าสุดแตะระดับ 4.07 เมตรแล้ว
- แนวป้องกันบิ๊กแบ็คฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา พังทลาย ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน
- พบรอยรั่วที่ถุงบิ๊กแบ็คฝั่งไทย ชุมชนเกาะทราย ตรงจุดที่เจ้าหน้าที่เคยเตือนชายสูงวัยที่ชอบแอบรื้อแนวกั้น
ส่วนฝั่งไทยก็เกิดปัญหาขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอย่างชุมชนเกาะทราย หมู่ 7 อำเภอแม่สาย เจ้าหน้าที่พบว่าถุงบิ๊กแบ็คที่วางป้องกันน้ำริมอาคารโรงแรมมีรอยรั่วและรูโหว่ขนาดใหญ่หลายจุด รอยรั่วเหล่านี้ทำให้น้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ชุมชนเกาะทราย และกำลังไหลเข้าไปยังเขตชั้นในทางฝั่งตะวันออกอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต่างต้องรีบตื่นขึ้นมาขนของขึ้นที่สูงกันอย่างยากลำบาก
เรื่องที่น่าตกใจคือ จุดที่น้ำรั่วเข้ามานี้เป็นจุดเดียวกับที่เคยมีปัญหามาก่อนหน้านี้ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เคยลงพื้นที่ไปเจรจาและตักเตือนชายสูงวัยคนหนึ่งมาแล้วถึง 3-4 ครั้ง ชายคนดังกล่าวมักจะมีพฤติกรรมแอบรื้อแนวบิ๊กแบ็คออก เพียงเพื่อต้องการจะเดินเข้าไปในอาคารได้สะดวกขึ้น โดยครั้งล่าสุดที่เจ้าหน้าที่เข้าไปเตือนอย่างจริงจังคือเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ยังเกิดรูโหว่จนน้ำทะลักเข้ามาได้อีกจนได้

ระดับน้ำจ่อแตะเส้นวิกฤติ เฝ้าระวังสูงสุด
นายวรายุทธ ค่อมบุญ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ระดับน้ำในแม่น้ำสายบริเวณบ้านถ้ำผาจม ตำบลเวียงพางคำ วัดได้ที่ความลึกประมาณ 4.07 เมตร ซึ่งถือว่าสูงมากและกระแสน้ำไหลเชี่ยวจัด ระดับน้ำวิกฤติที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่เต็มรูปแบบคือ 4.30 เมตร นั่นหมายความว่าตอนนี้เหลืออีกเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้นก็จะถึงจุดอันตรายแล้ว
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งมือซ่อมแซมแนวกั้นน้ำและอุดรอยรั่วที่เสียหายอย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำให้เตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา หากสถานการณ์เลวร้ายลงอาจต้องมีการอพยพ คุณสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ การเตรียมตัวล่วงหน้าและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดคือสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับภัยธรรมชาติในเวลานี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoเหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
-
ข่าวกีฬา Sports5 days agoเชียงรายเปิดฉากกีฬา “เจียงฮายสัมพันธ์ 69” ชูแนวคิด รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoแพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย


