ข่าวอาชญากรรม - Crime
จุดจบที่น่าเศร้า! ตำรวจยิงภรรยาแล้วยิงตัวเองตายเพราะหนี้สินและความหึงหวง
เพชรบุญ – สังคมไทยต้องพบกับเรื่องราวสะเทือนใจอีกครั้ง จากเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ. จ.ส.ต.ธนกฤต อายุ 29 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิง น.ส.จีรภา ภรรยาวัย 30 ปี. เหตุการณ์สุดสลดนี้เกิดขึ้นขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินทาง ด้วยรถยนต์เก๋งฮอนด้าสีขาวบนท้องถนน.
หลังจากกระสุนพุ่งเจาะศีรษะภรรยา รถยนต์ได้เสียหลักพุ่งเข้าชนบ้านอาคารพาณิชย์ริมทางอย่างรุนแรง. จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ตัดสินใจใช้ปืนกระบอกเดียวกัน ยิงตัวเองเพื่อหวังปลิดชีพตามและหนีความผิด. ญาติและเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาล แต่ น.ส.จีรภา เสียชีวิตในเวลาต่อมา. คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ สำนักข่าวไทยรัฐ.
ประเด็นสำคัญ
- เหตุการณ์สะเทือนขวัญ: ตำรวจยิงภรรยาเสียชีวิตคารถ ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งชนบ้าน และตัดสินใจยิงตัวเองตาม.
- ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต: ล่าสุด จ.ส.ต. ผู้ก่อเหตุ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาล.
- ปมปัญหาครอบครัว: ปู่ของผู้ตายระบุว่า สาเหตุหลักมาจากหนี้สินจากการเทรดหุ้นนับล้านบาท และปัญหาความหึงหวง.
หลังจากเกิดเหตุการณ์น่าเศร้า หลายคนต่างตั้งคำถามถึงสาเหตุที่แท้จริง ของการลงมือในครั้งนี้. ร.ต.ต.จำรัส ปู่ของ น.ส.จีรภา ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับหลานเขย. เขาเล่าว่า จ.ส.ต.ธนกฤต ชื่นชอบการดื่มสังสรรค์ และหลงใหลในการลงทุนเทรดหุ้นอย่างหนัก.
การลงทุนดังกล่าวกลับไม่ประสบความสำเร็จ และนำมาซึ่งปัญหาหนี้สินก้อนโตในครอบครัว. ผู้ก่อเหตุได้ไปกู้เงินจากสหกรณ์ตำรวจมาถึงหนึ่งล้านบาท เพื่อนำไปเทรดหุ้นแต่กลับขาดทุนยับเยิน. ปู่และย่าของฝ่ายหญิงต้องเข้ามาช่วยใช้หนี้ไปแล้วกว่าแปดหมื่นบาท เพื่อประคับประคองครอบครัวนี้.
แม้จะพยายามแก้ไขปัญหา แต่หนี้สินก็ยังคงเหลืออยู่อีกประมาณห้าแสนบาท. ทว่าผู้ก่อเหตุกลับตัดสินใจไปกู้เงินก้อนใหม่เพิ่มอีก จนยอดหนี้กลับมาแตะหลักล้านบาทเช่นเดิม. ปู่เพิ่งทราบเรื่องนี้เพียงไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุการณ์สลด พร้อมกับคำบ่นว่าหลานเขยไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว.
ความหึงหวงทำลายรัก: ฟางเส้นสุดท้ายของชีวิตคู่
นอกจากปัญหาเรื่องเงินทองแล้ว ความหึงหวงยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำลายความสัมพันธ์ของทั้งคู่. ฝ่ายชายมักจะมีนิสัยขี้หึงอย่างรุนแรง และไม่พอใจเวลาที่ภรรยาต้องออกไปทำงาน. น.ส.จีรภา ทำงานอยู่ในแผนกสังคมสงเคราะห์ ซึ่งจำเป็นต้องเดินทางไปกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน.
การทำงานเป็นทีมทำให้เธอต้องออกพื้นที่บ่อยครั้ง แต่สามีกลับไม่เข้าใจและมักจะโทรศัพท์ไปต่อว่า. ปู่ของฝ่ายหญิงเคยพยายามตักเตือนหลานเขยแล้ว ว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมและส่งผลเสียต่องาน. แต่ดูเหมือนว่าคำเตือนเหล่านั้นจะไม่เป็นผล จนนำมาสู่การทะเลาะเบาะแว้งครั้งใหญ่ในรถยนต์.
ในช่วงเย็นของวันเกิดเหตุ หลานสาวยังส่งรูปลูกมาให้ครอบครัวดู ด้วยความรักและความผูกพัน. แต่เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา พ่อแม่ของเธอกลับได้รับสายโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายว่าเกิดการยิงกันขึ้น. ปู่ถึงกับเอ่ยปากด้วยความเสียใจว่า แม้แต่สัตว์ยังรักลูกรักเมีย ทำไมคนถึงทำร้ายครอบครัวได้ลงคอ.
ร่างอันไร้วิญญาณของ น.ส.จีรภา ถูกนำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่วัดปทุมวงษา จังหวัดนครนายก. ครอบครัวได้เดินทางไปติดต่อขอรับศพที่โรงพยาบาล ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า. พิธีเชิญดวงวิญญาณถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เพื่อส่งสการให้ผู้ล่วงลับเดินทางไปสู่สุคติ.
บทเรียนราคาแพงจากความรุนแรงในครอบครัว
ในขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมเมื่อเวลา 16.30 น. ว่า จ.ส.ต.ธนกฤต ได้เสียชีวิตลงแล้วเช่นกัน. ครอบครัวของฝ่ายชายเตรียมติดต่อขอรับศพ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาในบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ. โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทิ้งบาดแผลลึกไว้ในใจของทั้งสองครอบครัว อย่างไม่อาจลบเลือนได้.
เหตุการณ์สลดใจครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเครียดสะสมในสังคมยุคปัจจุบัน ได้อย่างชัดเจน. การแบกรับหนี้สินจำนวนมหาศาลจากการลงทุนที่ผิดพลาด มักจะสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับชีวิตคู่. เมื่อผสมผสานกับปัญหาความหึงหวงที่ไร้เหตุผล จึงกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ความสูญเสีย.
หลายฝ่ายต่างออกมาเรียกร้อง ให้มีมาตรการดูแลสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างจริงจังมากขึ้น. การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่ง่ายดายเกินไป ก็เป็นอีกประเด็นที่หน่วยงานต้นสังกัดควรนำไปทบทวน. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมที่สร้างความเจ็บปวด ให้กับครอบครัวและสังคมเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต.
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดและพบยาไอซ์หนักหนึ่งตันซ่อนอยู่ใต้กองกะหล่ำปลี
ตำรวจศุลกากรเชียงแสนจับกุมแก๊งค้าเนื้อเถื่อนได้! ยึดเนื้อแช่แข็งหนัก 5.2 ตัน ซ่อนอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าว - News4 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

