Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจบุกยึด “ไอซ์-ยาเค” ลอตยักษ์ 1.7 ตัน ซุกซ่อนในรถบรรทุกยางมะตอย มูลค่าทะลุ 200 ล้านบาท

Published

on

ตำรวจบุกยึด "ไอซ์-ยาเค" ลอตยักษ์ 1.7 ตัน ซุกซ่อนในรถบรรทุกยางมะตอย มูลค่าทะลุ 200 ล้านบาท

กรุงเทพมหานคร — นับเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบแดงของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ในการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดระดับชาติ เมื่อล่าสุดมีการสกัดจับแก๊งขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ที่ใช้วิธีตบตาเจ้าหน้าที่อย่างแยบยล พวกเขานำยาเสพติดจำนวนมหาศาลซ่อนไว้ในช่องลับของรถบรรทุกยางมะตอย แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาและการสืบสวนที่รัดกุมของตำรวจไปได้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มอาชญากรที่นับวันยิ่งใช้วิธีที่ซับซ้อนมากขึ้น (อ้างอิงข้อมูลฉบับเต็มจาก MGR Online)

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยทีมสืบสวนระดับสูง เพื่อชี้แจงรายละเอียดการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

ตำรวจบุกยึด "ไอซ์-ยาเค" ลอตยักษ์ 1.7 ตัน ซุกซ่อนในรถบรรทุกยางมะตอย มูลค่าทะลุ 200 ล้านบาท

ปฏิบัติการสกัดจับครั้งนี้ เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยเจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ขนส่งได้ทั้งหมด 3 ราย ประกอบไปด้วย:

  • นายวิทยา (ติ๊ก) อายุ 30 ปี
  • นายพงษศักดิ์ (ศักดิ์) อายุ 45 ปี
  • นายอนุชา (นิว) อายุ 38 ปี

ของกลางมูลค่ามหาศาล

สิ่งที่ทำให้การจับกุมครั้งนี้เป็นข่าวใหญ่ คือปริมาณยาเสพติดที่ยึดได้ ซึ่งมีจำนวนมหาศาลและมีมูลค่าประเมินเบื้องต้นสูงถึงกว่า 210 ล้านบาท หากหลุดรอดเข้าไปในท้องตลาด จะสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างประเมินค่าไม่ได้ โดยของกลางทั้งหมดที่ตำรวจตรวจยึดได้ มีดังนี้:

  • ยาไอซ์ (Methamphetamine): น้ำหนักรวม 1,687 กิโลกรัม
  • ยาเค (Ketamine): น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม
  • รถพ่วงบรรทุกถังขนส่งยางมะตอย 1 คัน: พาหนะหลักที่ใช้สำหรับซ่อนยาเสพติด
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 1 คัน: ใช้สำหรับขับนำทางและดูลาดเลา
  • โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง: ใช้ในการติดต่อสื่อสารภายในเครือข่าย

ตำรวจบุกยึด "ไอซ์-ยาเค" ลอตยักษ์ 1.7 ตัน ซุกซ่อนในรถบรรทุกยางมะตอย มูลค่าทะลุ 200 ล้านบาท

วิธีตบตาที่แนบเนียน แต่ไม่รอดพ้นสายตาตำรวจ

กลุ่มผู้ต้องหา หรือที่ในวงการเรียกกันว่า “นักบิน” (ผู้รับจ้างขับรถขนยาเสพติด) ได้วางแผนมาเป็นอย่างดี พวกเขาใช้รถบรรทุกที่ออกแบบมาสำหรับขนส่งของเหลวอย่างยางมะตอย นำมาดัดแปลงสภาพภายในตัวถัง เจาะทำเป็นช่องลับขนาดใหญ่เพื่อใช้ซุกซ่อนยาไอซ์และยาเคโดยเฉพาะ

วิธีการนี้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่ออำพรางสายตาของตำรวจประจำด่านตรวจ รวมถึงป้องกันไม่ให้การตรวจค้นทั่วไปพบสิ่งผิดปกติได้ง่ายๆ นอกจากนี้ พวกเขายังจัดเตรียมรถยนต์อีกคันให้ทำหน้าที่เป็น “รถนำทาง” คอยขับล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบว่ามีด่านตำรวจอยู่ข้างหน้าหรือไม่ หากพบเจ้าหน้าที่ตั้งด่าน รถนำทางก็จะแจ้งเตือนให้รถบรรทุกเปลี่ยนเส้นทางหลบหนีทันที

การจับกุมลอตใหญ่ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักและการติดตามเบาะแสอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายเดียวกันนี้ พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จากการสอบสวนผู้ต้องหาในครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลสำคัญว่า ขบวนการนี้กำลังเตรียมการขนยาเสพติดลอตใหญ่จากภาคเหนือ เข้ามาพักไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อเตรียมกระจายสินค้า

เมื่อได้ข้อมูลที่แน่ชัด ตำรวจจึงได้จัดกำลังเฝ้าติดตามพฤติกรรมของแก๊งนี้อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกยางมะตอยต้องสงสัย ขับตามรถยนต์นำทางมาบนถนนสาธารณะ บริเวณหน้าตลาดแห่งหนึ่งในตำบลดอนทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จึงได้ตัดสินใจแสดงตัวเข้าตรวจค้น และพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่จริงตามสายข่าว

ตำรวจบุกยึด "ไอซ์-ยาเค" ลอตยักษ์ 1.7 ตัน ซุกซ่อนในรถบรรทุกยางมะตอย มูลค่าทะลุ 200 ล้านบาท

ข้อหาหนัก และการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แก่:

  1. ร่วมกันครอบครองและจำหน่ายยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในสังคม
  2. ร่วมกันครอบครองและจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (ยาเค) โดยผิดกฎหมาย

ข้อหาเหล่านี้มีบทลงโทษที่รุนแรง เนื่องจากปริมาณยาเสพติดที่พบมีจำนวนมาก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศรวมถึงความปลอดภัยของประชาชน

ผลกระทบต่อสังคมและการเดินหน้าปราบปราม

ยาไอซ์และยาเคตามีน ถือเป็นสารเสพติดที่อันตรายอย่างยิ่งต่อระบบประสาท หากยาเสพติดลอตนี้จำนวนกว่า 1.7 ตัน เล็ดลอดออกไปได้ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออนาคตของเยาวชนและสร้างปัญหาสังคมตามมาอีกมากมาย ทั้งปัญหาอาชญากรรมและการลักทรัพย์

ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันว่า จะไม่มีการหยุดหย่อนในการกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้ นโยบายหลักคือการสืบสวนให้ลึกถึงต้นตอ เพื่อยึดทรัพย์และเอาผิดผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมคนขับรถรับจ้างขนยาเสพติดเท่านั้น

สรุปประเด็นสำคัญ

  • มูลค่าความเสียหาย: ยาเสพติดที่ยึดได้มีมูลค่ารวมกว่า 210 ล้านบาท
  • เทคนิคของคนร้าย: ดัดแปลงถังรถขนยางมะตอยเพื่อซ่อนยา และมีรถยนต์ขับนำทางคอยดูด่านตรวจ
  • เบื้องหลังความสำเร็จ: เกิดจากการขยายผลจับกุมคดียาบ้า 100,000 เม็ดในพื้นที่สมุทรปราการ นำมาสู่การสกัดจับลอตใหญ่
  • จุดสกัดจับ: จับกุมได้ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ขณะรถกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนผู้ต้องหาอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ต่อไป การปฏิบัติงานครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาเสพติดครั้งสำคัญ ที่ช่วยปกป้องสังคมไทยจากภัยร้ายได้อย่างมหาศาล

ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม

ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติด 500,000 เม็ด ซ่อนไว้ในยางอะไหล่

 

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร

Published

on

ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร

กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นกลางถนนในอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อชายหนุ่มฟิวส์ขาดตัดสินใจก่อเหตุรุนแรง เขาได้ขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างจัง ร่างของผู้บาดเจ็บกระเด็นตกกระแทกพื้นอย่างแรง ในขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าวยังคงลากรถจักรยานยนต์ติดหน้ารถไปไกลกว่า 200 เมตร

หลังเกิดเหตุการณ์สุดระทึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที ทีมกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น โชคดีที่มีพลเมืองดีและญาติของผู้บาดเจ็บเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทำให้ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลคลองขลุงได้อย่างปลอดภัยในที่สุด

ประเด็นสำคัญ

  • การก่อเหตุสุดอุกอาจ: อดีตสามีขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างแรง และลากรถมอเตอร์ไซค์ไปไกลกว่า 200 เมตรกลางถนน
  • มูลเหตุจากความหึงหวง: ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าลงมือทำไปเพราะความหึงหวง หลังจากเห็นอดีตภรรยาโพสต์ภาพคู่กับแฟนใหม่ลงในสื่อสังคมออนไลน์
  • ความคืบหน้าทางคดีล่าสุด: ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ทำไปเพราะต้องการให้หยุดรถเพื่อพูดคุยกัน

ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้คือ น.ส.นรีรัตน์ หญิงสาวอายุ 39 ปี เธอได้เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังสุดสะเทือนใจกับสื่อมวลชน เธอเล่าว่าได้ตัดสินใจเลิกรากับอดีตสามีมาประมาณ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง

ตลอดเวลาที่เลิกรากันไป ฝ่ายชายยังคงพยายามตามง้อขอคืนดีอยู่เสมอ แต่เธอได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดและเลือกที่จะบล็อกช่องทางการติดต่อทุกทาง การกระทำนี้ทำให้อดีตสามีต้องพยายามติดต่อผ่านคนรอบข้างแทน และบางครั้งก็มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายร่วมด้วย

จุดแตกหักที่นำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อฝ่ายชายเห็นภาพของเธอและแฟนใหม่บนโซเชียลมีเดีย ภาพบาดใจเหล่านั้นทำให้ความหึงหวงปะทุขึ้นขีดสุด จนนำไปสู่การวางแผนขับรถสะกดรอยตามเพื่อก่อเหตุร้ายแรงในเวลาต่อมา

ในเช้าวันเกิดเหตุ น.ส.นรีรัตน์ กำลังขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปทำงานตามปกติ เธอสังเกตเห็นรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำของอดีตสามีขับตามมา ภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นเผยให้เห็นชัดเจนว่า รถเก๋งเร่งเครื่องพุ่งชนท้ายรถของเธออย่างแรงที่บริเวณหน้าธนาคาร

ร่างของเธอกระเด็นตกลงบนพื้นถนนอย่างรุนแรง สิ่งที่น่าหวาดเสียวที่สุดคือ ล้อรถเก๋งได้ทับไปที่ขาขวาของเธอด้วย โชคดีอย่างยิ่งที่กระดูกไม่หักและไม่ได้รับบาดเจ็บถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงจากรถมาดึงรถจักรยานยนต์ที่ติดหน้ารถออก แล้วขับหลบหนีไป

ผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายบรรเจิด ชายอายุ 41 ปี ซึ่งในเวลาต่อมาได้ติดต่อผ่านผู้นำชุมชนเพื่อขอเข้ามอบตัว เขาให้การสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำไปเพราะความหึงหวงสะสม เขารู้สึกโกรธจัดและยอมรับว่าฟิวส์ขาดเมื่อเห็นอดีตภรรยามีคนรักใหม่

นายบรรเจิดพยายามอธิบายว่า เขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าอดีตภรรยาให้เสียชีวิต เขาเพียงต้องการขับรถชนเพื่อให้เธอตกใจและหยุดรถเพื่อเคลียร์ใจกันเท่านั้น แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันบานปลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาตัดสินใจหลบหนีไปตั้งหลักที่บ้านก่อน

อย่างไรก็ตาม ข้อแก้ตัวของผู้กระทำความผิดไม่สามารถลบล้างความผิดได้ ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยาน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ร้ายแรง ซึ่งสังคมต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี

ตำรวจเชียงรายจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขายข้ามพรมแดน

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

Rebecca Kim

Published

on

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเด็กนักเรียนชายชั้น ม.3 อายุเพียง 15 ปี ก่อเหตุกราดยิงในสถานศึกษาชื่อดัง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร สร้างความตื่นตระหนกให้กับคณะครูและนักเรียนอย่างมาก ทุกคนต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างอลหม่านในช่วงบ่ายของวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา โชคดีอย่างยิ่งที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์สุดระทึกในครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุได้ใช้ค้อนทุบกระจกรถยนต์เพื่อขโมยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ของพ่อซึ่งเป็นตำรวจสายตรวจมาใช้ก่อเหตุ เด็กคนนี้มีประวัติป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและกำลังอยู่ในช่วงถูกสั่งพักการเรียนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เขาตัดสินใจเดินเข้ามากราดยิงตั้งแต่บริเวณหน้าประตูโรงเรียนไปจนถึงอาคารเรียน เพื่อตามหาครูคนหนึ่งที่เขามีความฝังใจ แต่สุดท้ายก็ไม่พบตัวครูคนดังกล่าว

ประเด็นสำคัญ

  • เหตุการณ์: นักเรียนชั้น ม.3 แอบขโมยปืนของพ่อมากราดยิง 6 จุดในโรงเรียนที่จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อตามหาครูคนหนึ่ง
  • สาเหตุเบื้องต้น: คาดว่าเกิดจากความเครียดสะสม อาการป่วยโรคซึมเศร้า และความฝังใจจากการถูกโรงเรียนสั่งพักการเรียน
  • ความสูญเสีย: ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากเด็กใช้ปืนไม่ชำนาญและโรงเรียนเคยฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุร้ายมาก่อน

พ.ต.อ.เอนก จันทร์ศร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร ระบุว่าเด็กขาดทักษะในการใช้อาวุธปืน การยิงจึงมีลักษณะเป็นการยิงขู่ขึ้นฟ้าและยิงพุ่งเป้าไปตามจุดต่างๆ รวมทั้งหมด 6 นัด มีเพียงทรัพย์สินบางส่วนของโรงเรียนเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย เหตุผลสำคัญที่ไม่มีใครได้รับอันตรายคือความพร้อมของทางโรงเรียน โรงเรียนแห่งนี้เคยฝึกอบรมมาตรการ “หนี ซ่อน สู้” (Run, Hide, Fight) มาก่อน ทำให้ทุกคนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

หลังจากสถานการณ์สงบลง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวเด็กชายผู้ก่อเหตุมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุต่างๆ ตั้งแต่ป้อมยามไปจนถึงตัวอาคาร เขาอยู่ในอาการสงบนิ่งและไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้เด็กสวมหมวกกันน็อกเพื่อปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิด เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชนและต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ครอบครัวกราบขอโทษ วอนสังคมอย่าเพิ่งโทษเกม

พี่ชายต่างมารดาของผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเล่าว่าแม้น้องชายจะชอบเล่นเกมเป็นประจำ แต่ก็ไม่อยากให้สังคมด่วนสรุปว่าเกมเป็นต้นเหตุหลักของความรุนแรง น้องชายของเขาเป็นคนเก็บตัวและไม่เคยเล่าปัญหาส่วนตัวให้คนในครอบครัวฟังเลย พี่ชายได้กล่าวขอโทษแทนครอบครัวด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมกับยอมรับผิดที่ตนเองมีเวลาดูแลและสั่งสอนน้องน้อยเกินไป

สำหรับแรงจูงใจที่แท้จริงในการก่อเหตุ ตำรวจคาดว่ามาจากภาวะซึมเศร้าที่กำลังรักษาตัวอยู่ ประกอบกับความไม่พอใจที่ถูกสั่งพักการเรียน ตอนนี้ทุกฝ่ายต้องรอผลการวินิจฉัยจากจิตแพทย์อย่างละเอียดอีกครั้ง ทางโรงเรียนและผู้ปกครองกำลังร่วมกันพูดคุยเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเด็กคนนี้ เพื่อให้เขาได้รับการบำบัดและรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

โรงเรียนปรับแผนด่วน สั่งเรียนออนไลน์ชั่วคราว

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและช่วยลดความตื่นตระหนกของทุกฝ่าย ทางโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคมได้ประกาศหยุดเรียนแบบปกติ (On-site) เป็นเวลา 2 วัน โดยให้นักเรียนทุกคนเปลี่ยนไปทำการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์แทนชั่วคราว ทางคณะผู้บริหารโรงเรียนขอให้ผู้ปกครองทุกคนมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา และยืนยันว่าสถานการณ์ทั้งหมดจะกลับสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้

เหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนให้สังคมให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของเยาวชนมากขึ้น การดูแลอย่างใกล้ชิดจากครอบครัวและความเต็มใจที่จะรับฟังปัญหาของพวกเขาโดยปราศจากอคติเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

วิดีโอสุดช็อก!! นักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน

ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดอีกรายที่พยายามลักลอบขนยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน

แม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย">เชียงราย – หน่วยลาดตระเวนชายแดนจากกองกำลังเฉพาะกิจผาเมืองประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายยุรนันท์ อายุ 22 ปี จากอำเภอเวียงแก่น พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 20,200 เม็ด การจับกุมเกิดขึ้นที่ด่านบ้านปางหาด หมู่ 2 ตำบลโพธิ์

ก่อนหน้าที่จะมีการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้รับรายงานลับจากสายข่าว เบาะแสระบุชัดเจนว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติผ่านเส้นทางเลียบชายแดน ทหารพรานจึงได้สนธิกำลังออกตั้งจุดตรวจอย่างเข้มงวดในช่วงกลางดึก การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายหลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

ประเด็นสำคัญ

  • เจ้าหน้าที่ทหารพรานสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยบริเวณชายแดนไทย-ลาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
  • พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในคอนโซลหน้ารถจำนวน 10 มัด รวมทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
  • ผู้ต้องหาอายุ 22 ปี มีท่าทีมีพิรุธขณะขับรถผ่านจุดตรวจเพียงลำพังในช่วงกลางดึก

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น รถกระบะต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ตอนเดียว สีเทา ได้ขับผ่านมา รถคันดังกล่าวติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดน่าน และกำลังมุ่งหน้าลงไปยังพื้นที่ราบ ทหารพรานจึงส่งสัญญาณไฟเพื่อขอหยุดรถและทำการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ

เมื่อรถจอดสนิท เจ้าหน้าที่พบว่านายยุรนันท์เป็นผู้ขับขี่รถมาเพียงคนเดียว ไม่มีผู้โดยสารคนอื่นร่วมเดินทางมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ชายหนุ่มกลับแสดงอาการวิตกกังวลและมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ความผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจขอตรวจค้นยานพาหนะอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดอีกรายที่พยายามลักลอบขนยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน

ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

จากการค้นหาอย่างถี่ถ้วน เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติบริเวณคอนโซลหน้ารถ เมื่อเปิดออกดูจึงพบห่อกระดาษสาเคลือบไขจำนวน 10 มัดซุกซ่อนอยู่ภายในอย่างมิดชิด การใช้กระดาษเคลือบไขเป็นวิธีการที่ผู้ค้ามักใช้เพื่อป้องกันความชื้น ภายในแต่ละมัดบรรจุยาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด รวมเป็นของกลางทั้งสิ้น 20,200 เม็ด

หลังจากพบหลักฐานมัดตัวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที นายยุรนันท์ถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุโดยไม่มีการขัดขืน การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐในการทำงานเชิงรุก เพื่อตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดน

เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัย ยาเมทแอมเฟตามีนที่ยึดได้ และรถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ ให้แก่พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจเวียงแก่นแล้ว ชายหนุ่มคนดังกล่าวจะถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวดตามกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทย

การตั้งจุดตรวจบริเวณชายแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจพร้อมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending