ข่าวอาชญากรรม - Crime
เหตุยิงปะทะรุนแรงในเชียงราย: ตำรวจสกัดกั้นกลุ่มค้ายาเสพติดในแม่จัน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจและได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากในจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย ตำรวจได้เข้าสกัดเครือข่ายค้ายาเสพติดในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้เกิดการยิงปะทะกัน ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 1 ราย และยึดยาเสพติดได้จำนวนมาก
เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของทางการในการปกป้องชุมชนจากปัญหายาเสพติด วันนี้เราจะสรุปรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ และชี้แจงขั้นตอนต่อไปที่ทางการจะดำเนินการ
สรุปข้อมูลสำคัญของเหตุการณ์
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจภาพรวมได้รวดเร็ว นี่คือข้อมูลสำคัญที่ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง:
- วันที่เกิดเหตุ: 24 พฤษภาคม 2569
- สถานที่: บริเวณกลางทุ่งนา บ้านแม่คีหลวง ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
- ผู้เสียชีวิต: ชาย 1 ราย (ปัจจุบันยังไม่ทราบชื่อและสัญชาติ)
- ของกลางที่ยึดได้: กระสอบดัดแปลงสำหรับบรรจุยาเสพติด จำนวน 6 กระสอบ
- หน่วยงานหลักที่ลงพื้นที่: สภ.แม่จัน, หน่วยกู้ภัยแสงธรรมอำเภอแม่จัน และทีมแพทย์เวร
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า จะมีกลุ่มคนร้ายใช้เส้นทางธรรมชาติในพื้นที่ตำบลป่าซาง เพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังลงพื้นที่เพื่อดักซุ่มและเตรียมสกัดจับอย่างรัดกุม
เมื่อถึงบริเวณกลางทุ่งนาในหมู่บ้านแม่คีหลวง เจ้าหน้าที่พบกลุ่มคนต้องสงสัยกำลังแบกสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกระสอบดัดแปลง จึงได้แสดงตัวและส่งสัญญาณเพื่อขอเข้าตรวจค้น แต่กลุ่มผู้ต้องสงสัยกลับขัดขืน ไม่ยอมให้ตรวจค้น และพยายามวิ่งหลบหนี พร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เพื่อเปิดทาง
การปะทะกันเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ แต่มีความรุนแรง เพื่อเป็นการป้องกันตัวและหยุดยั้งคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้ (ซึ่งตามกฎหมายเรียกว่าการวิสามัญฆาตกรรม) เมื่อเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่และพบว่ามีผู้ต้องสงสัยถูกยิงเสียชีวิต 1 รายในที่เกิดเหตุ
การตรวจสอบพื้นที่และการทำงานของทีมกู้ภัย
หลังจากควบคุมสถานการณ์ได้เรียบร้อยแล้ว ทางตำรวจได้ประสานงานไปยังทีมกู้ภัยแสงธรรมอำเภอแม่จัน รวมถึงแพทย์เวร ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดและรัดกุมที่สุด
ใกล้กับร่างของผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่พบกระสอบดัดแปลงจำนวน 6 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ทีมพิสูจน์หลักฐานกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบชนิดและปริมาณที่แน่ชัด
ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ จากนั้นทีมกู้ภัยแสงธรรมได้ทำหน้าที่ช่วยเคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิต ส่งไปยัง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
หากมองในมุมกว้าง ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเป็นสิ่งที่มีมาอย่างยาวนาน จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีช่องทางธรรมชาติหลายแห่งที่กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้เป็นเส้นทางลักลอบขนยาเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทย
อำเภอแม่จัน ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางผ่านที่สำคัญ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นทั้งภูเขา ป่าไม้ และทุ่งนากว้างขวาง ทำให้ยากต่อการลาดตระเวนให้ครอบคลุมได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การจับกุมในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าตำรวจมีการสืบหาข่าวที่แม่นยำ และทำงานกันอย่างหนักเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดหลุดรอดไปได้

ผลกระทบต่อชุมชนและคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย
เหตุการณ์ปะทะกันกลางทุ่งนาซึ่งใกล้กับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ย่อมสร้างความตกใจให้กับคนในชุมชนบ้านแม่คีหลวง อย่างไรก็ตาม ทางผู้นำชุมชนและตำรวจได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและให้ความมั่นใจกับชาวบ้านแล้วว่า สถานการณ์ปลอดภัยและอยู่ภายใต้การควบคุม
คำแนะนำง่ายๆ สำหรับประชาชนในพื้นที่:
- หากพบเห็นบุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ไม่ควรเข้าไปทักทายหรือตรวจสอบด้วยตนเอง
- หากพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายกระสอบหรือหีบห่อถูกทิ้งไว้ตามป่าหรือทุ่งนา ห้ามเปิดดูเด็ดขาด ให้รีบโทรแจ้งตำรวจทันที
- ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถแจ้งเบาะแสได้โดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง
แผนการทำงานขั้นต่อไปของตำรวจ
แม้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะสามารถยึดของกลางได้ถึง 6 กระสอบ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าคดียังไม่จบเพียงเท่านี้ เนื่องจากเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคนที่สามารถอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้
สิ่งที่เจ้าหน้าที่จะทำต่อไปเพื่อขยายผล ได้แก่:
- การตรวจสอบเส้นทางหลบหนี: ปูพรมค้นหาพื้นที่ใกล้เคียงและตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี
- การเก็บหลักฐานจากของกลาง: ตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ (DNA) บนกระสอบเพื่อระบุตัวตนของเครือข่ายค้ายากลุ่มนี้
- การเพิ่มกำลังลาดตระเวน: อุดช่องโหว่ตามเส้นทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอแม่จันและพื้นที่ใกล้เคียงให้แน่นหนาขึ้น
เราต้องขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและเสี่ยงอันตราย เพื่อให้ชุมชนของเราปลอดภัยจากยาเสพติด หากใครมีเบาะแสเพิ่มเติม สามารถแจ้งไปยังสถานีตำรวจภูธรแม่จัน หรือสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
เรื่องช็อก! ชายชาวเชียงรายถูกจับกุมฐานบุกรุกห้องพักหญิงสาววัย 18 ปี
ไขปริศนาเชียงราย! โรงพยาบาลเชียงแสนประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์จริงหรือไม่?
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง

