Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าว - News

เริ่มตั้งแต่ภาคเรียนนี้เป็นต้นไป โรงเรียนทั้ง 437 แห่งในกรุงเทพฯ ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ นักเรียนต้องฝากโทรศัพท์ไว้กับครูผู้สอนก่อนเข้าโรงเรียน

นโยบาย “Phone Off, Learning On” (ปิดมือถือ เปิดการเรียนรู้) หวังดึงสมาธิเด็กกลับสู่ห้องเรียน ลดปัญหาเด็กติดจอ และเพิ่มปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริง

Naree Srisuk

Published

on

สั่งห้ามใช้มือถือในโรงเรียน 437 แห่ง เริ่มเปิดเทอมนี้ ต้องฝากครูไว้ก่อนเข้าเรียน

น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – เริ่มต้นภาคเรียนใหม่ในวันจันทร์นี้ กรุงเทพมหานครได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับระบบการศึกษาของเมืองหลวง ด้วยการประกาศใช้มาตรการ ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในเวลาเรียน สำหรับนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้งหมด 437 แห่ง นโยบายนี้ไม่ใช่แค่การห้ามธรรมดา แต่เป็นความพยายามที่จะดึงเด็กๆ ออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยม และให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่ากฎใหม่นี้ทำงานอย่างไร ทำไมถึงต้องมีกฎนี้ และผู้ปกครองควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อร่วมมือกับทางโรงเรียนครับ

ทำไม กทม. ถึงต้องออกกฎห้ามใช้มือถือ?

ในยุคที่เทคโนโลยีอยู่รอบตัว เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสมาร์ทโฟนมีประโยชน์มหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน การใช้มากเกินไปก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กวัยเรียน ข้อมูลจาก รายงานผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการศึกษาจาก UNESCO ระบุชัดเจนว่า การมีสมาร์ทโฟนในห้องเรียนมักจะขัดจังหวะการเรียนรู้ กทม. จึงได้สรุปปัญหาหลักๆ ที่นำไปสู่การออกกฎนี้ ได้แก่:

  • สมาธิสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด: เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ สามารถทำให้เด็กหลุดโฟกัสจากการเรียนได้ทันที และงานวิจัยพบว่าเด็กอาจต้องใช้เวลาถึง 20 นาทีในการพยายามดึงสมาธิกลับมาจดจ่อกับบทเรียนอีกครั้ง
  • ขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม: เมื่อเด็กใช้เวลาไปกับโลกออนไลน์มากขึ้น การพูดคุย วิ่งเล่น หรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ ในชีวิตจริงก็ลดน้อยลง ทำให้ทักษะการเข้าสังคมพัฒนาได้ไม่เต็มที่
  • ปัญหาด้านสุขภาพที่ตามมา: การนั่งจ้องหน้าจอเป็นเวลานานส่งผลให้เด็กขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย เสี่ยงต่อภาวะโรคอ้วน และยังมีผลกระทบโดยตรงต่อสายตาอีกด้วย

กฎใหม่นี้ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ?

เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและไม่สร้างความสับสน ทาง สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจน 3 ข้อหลัก เพื่อให้โรงเรียน ครู และนักเรียนปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้ครับ:

  1. ฝากมือถือไว้กับครูประจำชั้น: เมื่อนักเรียนเดินทางมาถึงโรงเรียนและเข้าสู่ช่วงเวลาเรียน พวกเขาจะต้องนำสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ดิจิทัลไปฝากไว้ในจุดที่คุณครูจัดเตรียมไว้ให้ และจะได้รับคืนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมหรือเมื่อเลิกเรียน
  2. กำหนดเขตปลอดดิจิทัล (Digital-Free Zone): โรงเรียนจะกำหนดพื้นที่และเวลา เช่น ช่วงพักเที่ยง หรือบริเวณลานอเนกประสงค์ ให้เป็นพื้นที่ห้ามใช้มือถือ เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ลุกไปออกกำลังกายและพูดคุยกันมากขึ้น
  3. อนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาได้: กฎนี้มีความยืดหยุ่น หากมีวิชาใดที่จำเป็นต้องใช้สมาร์ทโฟนเพื่อค้นคว้าข้อมูล หรือใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน คุณครูสามารถอนุญาตให้เด็กๆ นำขึ้นมาใช้ได้ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ปกครองจะติดต่อลูกอย่างไร?

นี่คือความกังวลอันดับต้นๆ ของคุณพ่อคุณแม่ แต่ขอให้วางใจได้ครับ เพราะทางโรงเรียนได้เตรียมระบบรองรับไว้แล้ว หากมีเหตุฉุกเฉินหรือความจำเป็นเร่งด่วน ผู้ปกครองสามารถติดต่อลูกหลานได้โดยตรงผ่านช่องทางเหล่านี้:

  • โทรศัพท์เข้าเบอร์สายตรงของห้องธุรการโรงเรียน
  • ติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE ของกลุ่มผู้ปกครองและคุณครูประจำชั้น

นอกจากนี้ กทม. ยังได้สร้างระบบเฝ้าระวังเพื่อป้องกันปัญหาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ (Cyber safety) เช่น การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying) และการแอบเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในช่วงเวลาเรียนอีกด้วย

เสียงตอบรับจากโครงการนำร่อง

ก่อนที่จะบังคับใช้จริงใน 437 โรงเรียน กทม. ได้ทดลองใช้นโยบายนี้ในโรงเรียนนำร่องจำนวน 10 แห่ง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นบวกอย่างมาก

คุณครูพบว่าบรรยากาศในห้องเรียนเงียบสงบและราบรื่นขึ้น เด็กๆ ให้ความสนใจกับสิ่งที่ครูสอนโดยไม่ต้องคอยพะวงกับหน้าจอ ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองก็มีความพึงพอใจสูงมาก เพราะช่วยลดภาระการคอยดูแลเรื่องการบ้าน ลดความขัดแย้งเรื่องการติดมือถือในครอบครัว และพบว่าเด็กมีผลการเรียนที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

บทเรียนจากระดับสากล สู่ห้องเรียนไทย

การแบนมือถือในโรงเรียนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หากเรามองดูประเทศในแถบยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร สเปน และเบลเยียม เราจะพบว่าประเทศเหล่านี้ได้ริเริ่มมาตรการลดการใช้มือถือในโรงเรียนมาสักระยะแล้ว ซึ่งผลวิจัยยืนยันตรงกันว่า การนำสมาร์ทโฟนออกจากห้องเรียนช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่มีผลการเรียนอ่อน

ยิ่งไปกว่านั้น การจำกัดการใช้มือถือยังช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมยุคใหม่อย่างการเสพติดข่าวสารมากเกินไป (Doomscrolling) ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยอัลกอริทึม การให้เด็กได้พักสายตาจากเทคโนโลยี จึงถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่ดีที่สุด

การตัดสินใจของกรุงเทพมหานครในการให้นักเรียนกว่า 400 โรงเรียนฝากโทรศัพท์มือถือไว้กับคุณครู ถือเป็นก้าวที่กล้าหาญในการปฏิรูประบบการศึกษา แน่นอนว่าในช่วงสัปดาห์แรกของการเปิดเทอม เด็กๆ อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวบ้าง แต่เชื่อว่าในระยะยาว มาตรการนี้จะช่วยคืนความมีชีวิตชีวาให้กับโรงเรียน คืนสมาธิให้กับห้องเรียน และคืนวัยเด็กที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกหลานของเราทุกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนขับรถเมอร์เซเดสเสียชีวิตหลังเกิดอุบัติเหตุชนกับรถเครนในกรุงเทพฯ

วิกฤตกรุงเทพฯ เดือด! ดัชนีความร้อนพุ่งทะลุ 52 องศาเซลเซียส กทม. เตือนภัยระดับสีแดงเข้ม

ข่าว - News

กต.เตือนคนไทยชะลอเที่ยวยุโรป เลี่ยงเหตุประท้วงรุนแรง

Rebecca Kim

Published

on

กต.เตือนคนไทยชะลอเที่ยวยุโรป เลี่ยงเหตุประท้วงรุนแรง

กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการ ให้ประชาชนพิจารณาชะลอการเดินทางไปยังทวีปยุโรปในช่วงเวลานี้ คำเตือนดังกล่าวเน้นย้ำถึงประเทศเป้าหมายหลักอย่างฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ทางการขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนโดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของสวัสดิภาพและทรัพย์สินของทุกคน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ยังคงผันแปรอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก

ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์ประท้วงที่ลุกลามบานปลายในหลายเมืองใหญ่ทั่วทวีป ข่าวระบุว่ามีการจลาจลอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มมุสลิม ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายในพื้นที่สาธารณะ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยวในยุโรปเต็มไปด้วยความเสี่ยง รัฐบาลของประเทศที่ได้รับผลกระทบกำลังเร่งดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อยับยั้งความรุนแรงและควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบ

สรุปประเด็นสำคัญ 

  • กระทรวงการต่างประเทศเตือนคนไทยให้ชะลอทริปไปฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน
  • สาเหตุหลักเกิดจากเหตุจลาจลรุนแรงและการประท้วงต่อเนื่องโดยกลุ่มมุสลิมในหลายเมืองใหญ่
  • นักท่องเที่ยวชาวไทยควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม และติดตามประกาศเตือนภัยจากสถานทูตอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ตึงเครียดในฝรั่งเศสและอิตาลี

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาระบุถึงความน่าเป็นห่วงของเหตุการณ์นี้ ท่านชี้ให้เห็นว่าประเทศฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดอย่างหนักในหลายเมือง ขณะเดียวกันที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความรุนแรงของสถานการณ์ทำให้นายกรัฐมนตรีอิตาลีต้องเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีวาระฉุกเฉินเพื่อรับมือโดยด่วน

นอกจากนี้ การประท้วงยังได้ขยายวงกว้างและเริ่มลุกลามไปยังประเทศสเปนอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลีจึงจำเป็นต้องเลื่อนการหารือทวิภาคีกับทางการไทยออกไปอย่างกะทันหัน รัฐบาลอิตาลีต้องการมุ่งเน้นทรัพยากรทั้งหมดไปที่การควบคุมเหตุการณ์จลาจลไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ นายสีหศักดิ์ย้ำว่าคนไทยควรตรวจสอบข้อมูลจากทางการ และสถานทูตอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเดินทางเสมอ

คำแนะนำสำหรับคนไทยที่ต้องเดินทางไปยุโรป

น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – สำหรับพลเมืองไทยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศเหล่านี้ กระทรวงการต่างประเทศขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด

ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือสถานที่สาธารณะที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการปะทะ การติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศของรัฐบาลในประเทศเหล่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ การลงทะเบียนข้อมูลการเดินทางกับสถานเอกอัครราชทูตไทยจะช่วยให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน

ทางการไทยยังแนะนำให้ผู้ที่วางแผนจะไปท่องเที่ยวพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางในระยะนี้ หากคุณจองตั๋วเครื่องบินและที่พักไว้แล้วแต่สามารถเลื่อนได้ การชะลอทริปออกไปก่อนถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินต้องมาก่อนความสนุกสนานจากการท่องเที่ยวเสมอ ทางกระทรวงจะยังคงประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะมีการอัปเดตคำแนะนำเพิ่มเติมหากเหตุการณ์ในยุโรปเริ่มคลี่คลายลง

ผลกระทบต่อการทูตและการค้าของไทย

เหตุการณ์ความวุ่นวายในยุโรปไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่มันยังมีผลต่อเนื่องถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจอีกด้วย การเลื่อนการประชุมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและอิตาลี ทำให้การหารือเรื่องความร่วมมือทางการค้าต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยและอิตาลียังคงมองเห็นโอกาสในการขยายตัวอีกมาก

ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว บริษัททัวร์หลายแห่งในประเทศไทยเริ่มได้รับคำขอเลื่อนการเดินทางจากลูกค้าแล้ว นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัยเมื่อต้องเผชิญกับข่าวการประท้วงรายวัน สำนักข่าวและรายงานต่างประเทศ ระบุว่าเหตุการณ์นี้อาจมีความยืดเยื้อต่อไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและการบินจึงต้องเตรียมแผนสำรอง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ศุลกากรยึดไอโฟน 1,000 เครื่อง สกัดจับลอตใหญ่สุดในรอบปี

ตำรวจพัทยาจับกุม “อาหลี่” ชาวจีนที่ถูกออกหมายแดงในข้อหาพนันมูลค่า 1.5 พันล้านบาท

Continue Reading

ข่าว - News

ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

ตำรวจพัทยาจับกุม "อาหลี่" ชาวจีนที่ถูกออกหมายแดงในข้อหาพนันมูลค่า 1.5 พันล้านบาท">พัทยา – เกิดอุบัติเหตุรุนแรงขึ้นที่แยกโพธิสาร บนถนนพัทยา-นาเกลือ จังหวัดชลบุรี รถเอสยูวีสีดำพุ่งชนรถเก๋งและรถคันอื่นๆ หลายคัน รถเหล่านั้นกำลังจอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจรีบเดินทางมายังที่เกิดเหตุทันที พวกเขาเร่งช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุครั้งนี้ สภาพการจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดอย่างหนักเนื่องจากซากรถขวางถนน

ประเด็นสำคัญ

  • รถเอสยูวีสีดำพุ่งชนรถที่จอดติดไฟแดงหลายคันที่แยกโพธิสาร พัทยา
  • มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 7 ราย
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุ

การช่วยเหลือและตรวจสอบสาเหตุ

จากเหตุการณ์นี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 7 คน อาการบาดเจ็บมีตั้งแต่บาดแผลเล็กน้อยไปจนถึงบาดเจ็บค่อนข้างรุนแรง ทีมกู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาต่อไป

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ พวกเขาทำการสอบปากคำพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกอย่างละเอียด คุณสามารถติดตามข้อมูลการจราจรและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ แหล่งข่าวท้องถิ่นพัทยา ทางตำรวจยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น

ตำรวจสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าของเถื่อนชาวจีนในภาคเหนือของประเทศไทย

 

Continue Reading

ข่าว - News

งบเยียวยาน้ำท่วมจ่อหมด ปภ. ชง ครม. ขอเพิ่ม 1.05 หมื่นล้าน

Published

on

งบเยียวยาน้ำท่วมจ่อหมด ปภ. ชง ครม. ขอเพิ่ม 1.05 หมื่นล้าน

สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระจายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่ล่าสุดพบว่างบประมาณก้อนแรกที่ได้รับอนุมัติมานั้นถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว ทำให้ต้องเร่งจัดหางบประมาณเพิ่มเติมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างชัดเจน ท่านระบุว่าทางหน่วยงานได้ดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้กับผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องตามข้อมูลจริง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขล่าสุดชี้ให้เห็นว่าวงเงินเดิมที่ได้รับการจัดสรรมากำลังจะหมดลงในไม่ช้า

ประเด็นสำคัญ

  • งบประมาณเยียวยาน้ำท่วมก้อนแรก 5,281 ล้านบาท ถูกใช้ไปแล้วกว่า 5,225 ล้านบาท
  • ขณะนี้เหลือเงินในกองทุนเพียง 66 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือระยะต่อไป
  • ปภ. เตรียมเสนอ ครม. ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ เพื่อขออนุมัติงบเพิ่มอีก 10,508 ล้านบาท ครอบคลุม 1.48 ล้านครัวเรือน

งบประมาณเดิมเหลือเพียง 66 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางจำนวน 5,281 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศ การคำนวณงบประมาณนี้อ้างอิงจากข้อมูลความเสียหายที่แต่ละจังหวัดรายงานเข้ามาในระบบอย่างละเอียด ซึ่ง ปภ. ยืนยันว่าไม่สามารถขอวงเงินเกินกว่าข้อมูลความเสียหายที่มีอยู่จริงในขณะนั้นได้ จนถึงปัจจุบันได้มีการประสานงานกับธนาคารอย่างใกล้ชิดเพื่อโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนโดยตรง

ล่าสุด มีการใช้จ่ายเงินเยียวยาโอนให้ประชาชนไปแล้วถึง 5,225 ล้านบาท ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่รวดเร็วของภาครัฐ แต่ก็หมายความว่ามีเงินเหลือในระบบเพียง 66 ล้านบาทเท่านั้น จำนวนเงินที่เหลือนี้ไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังรอการเยียวยาอีกจำนวนมาก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหาทางออกอย่างเร่งด่วนเพื่อให้การช่วยเหลือไม่หยุดชะงัก

เตรียมเสนอ ครม. ขอวงเงินเพิ่ม 10,508 ล้านบาท

เพื่อแก้ไขปัญหางบประมาณขาดแคลน ปภ. ได้เตรียมแผนสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว นายนิรัตน์ยืนยันว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยจะเสนอขอขยายวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 10,508 ล้านบาท งบประมาณก้อนใหม่นี้จะนำมาจากงบกลางของปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้สามารถเดินหน้าทำงานต่อได้ทันที

เป้าหมายหลักของการของบเพิ่ม คือการดูแลประชาชนให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือได้ถึง 1.48 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการรับประกันจากภาครัฐว่าผู้ประสบภัยทุกคนที่เข้าเกณฑ์จะได้รับเงินช่วยเหลืออย่างแน่นอน จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือตกหล่นจากระบบการเยียวยาในครั้งนี้

ขั้นตอนการโอนเงินที่รวดเร็วและโปร่งใส

หาก ครม. มีมติอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 10,508 ล้านบาทตามที่เสนอ ปภ. จะเริ่มกระบวนการทำงานในขั้นต่อไปทันที ทางหน่วยงานจะส่งข้อมูลรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินให้กับ ธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของผู้ประสบภัย ระบบนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ารวดเร็วและสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและส่วนกลางเป็นไปอย่างราบรื่น

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถอุ่นใจได้ว่า กระบวนการช่วยเหลือจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ท่านอธิบดี ปภ. ย้ำว่าระบบการทำงานได้ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาสามารถติดตามข่าวสารจากทางราชการและผู้นำชุมชนได้อย่างใกล้ชิด

ความหวังของชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย

เงินเยียวยาก้อนนี้มีความหมายอย่างมากต่อการฟื้นฟูชีวิตของชาวบ้านในหลายจังหวัด หลายครอบครัวสูญเสียทรัพย์สินและเครื่องมือทำมาหากินไปกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก การได้รับเงินชดเชยจะช่วยให้พวกเขาสามารถซ่อมแซมบ้านเรือนและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนนี้จึงได้เร่งผลักดันงบประมาณให้ผ่านการอนุมัติโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน

ท้ายที่สุดแล้ว การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 ตุลาคม จะเป็นก้าวสำคัญในการพิจารณาความต่อเนื่องของความช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัย หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ครัวเรือนกว่า 1.48 ล้านครัวเรือนจะได้รับข่าวดีและได้รับการโอนเงินเข้าบัญชี การทำงานที่รวดเร็วและโปร่งใสของกรมป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ (DDPM) จะเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้ผ่านพ้นภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้ไปด้วยกัน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กาแฟเชียงราย ดอยช้าง ดอยวาวี ปางขอน ต่างกันยังไง

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้

 

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
เชียงราย - Chiang Rai News4 hours ago

ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน

ททท. แจกส่วนลดตั๋วบิน 500 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 300 ล้าน
ข่าวธุรกิจ Business7 hours ago

ททท. แจกส่วนลดตั๋วบิน 500 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 300 ล้าน

จับแล้ว! หนุ่มหัวร้อนทุบรถชกหน้าสาว อ้างฉุนถูกชนก่อน
ข่าวอาชญากรรม - Crime8 hours ago

ตำรวจจับกุมแล้ว! ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนที่ต่อยหน้าผู้หญิง โดยอ้างว่าโมโหจัด

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า
ข่าวอาชญากรรม - Crime8 hours ago

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า

จับ 11 ต่างชาติหนีแก๊งสแกมเมอร์ ซุกไร่อ้อยแม่สอด
ข่าวอาชญากรรม - Crime8 hours ago

ชาวต่างชาติ 11 คนที่หลบหนีแก๊งมิจฉาชีพถูกจับกุมขณะซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อย

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G
ข่าวอาชญากรรม - Crime8 hours ago

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G

ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
เชียงราย - Chiang Rai News9 hours ago

ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย - Chiang Rai News9 hours ago

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก

PHP2Shell
เทคโนโลยี - Tech1 day ago

รับมือ PHP2Shell: ไทยเร่งอุดช่องโหว่สกัดแฮกเกอร์

ไทยจ่อแก้กฎหมายยาเสพติด: ขัง 7 วัน-ฟันผู้เสพติด
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

ไทยจ่อแก้กฎหมายยาเสพติด: ขัง 7 วัน-ฟันผู้เสพติด

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
การเงิน -Finance3 weeks ago

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ปิดทำการหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ข่าว - News4 weeks ago

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ปิดทำการหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.
สภาพอากาศ - Weather4 weeks ago

เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.

บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ
ข่าวกีฬา Sports4 weeks ago

บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ

ราคาทองคำวันนี้

24 October 2026, 09:03

Gold bar 96.5%
Buy
63,900.00
Sell
64,100.00
▼ -250
Gold ornament 96.5%
Buy
62,625.96
Sell
64,900.00

Baht per 1 baht-weight (15.244 g)
Source: Gold Traders Association

Download Our App

Trending