ข่าวอาชญากรรม - Crime
สลด! ฆ่าโหดสัปเหร่อวัย 70 ปี ทิ้งศพหมกป่ากระบี่ คาดลูกจ้างทาสยาฆ่าชิงทรัพย์หลักหมื่น
กระบี – เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. ตำรวจได้พบศพนายสมพงษ์ ส่งแสง อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นทั้งชาวสวนและสัปเหร่อ ถูกฆาตกรรมและนำศพมาทิ้งไว้ในป่าข้างถนนสายกอตง-เขาแก้ว อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้…
กระบี – เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. ตำรวจได้พบศพนายสมพงษ์ ส่งแสง อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นทั้งชาวสวนและสัปเหร่อ ถูกฆาตกรรมและนำศพมาทิ้งไว้ในป่าข้างถนนสายกอตง-เขาแก้ว อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ เหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ ตำรวจพุ่งเป้าไปที่การฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ เนื่องจากผู้ตายมักพกเงินสดติดตัวจำนวนมาก โดยผู้ต้องสงสัยหลักคือลูกจ้างชายวัย 30 ปีที่เพิ่งเข้ามาทำงาน และมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
เรื่องราวสุดสะเทือนใจนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ตำรวจ สภ.เขาพนม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า พบชิ้นส่วนของมนุษย์ตกอยู่ริมถนน ในหมู่ 8 ตำบลหน้าเขา อำเภอเขาพนม เมื่อตำรวจและหน่วยกู้ภัยเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พวกเขาพบชิ้นส่วนมือและเท้าในสภาพที่เน่าเปื่อยตกอยู่ริมทาง
นอกจากนี้ ใกล้ๆ กันยังมีสิ่งของตกหล่นอยู่อีกหลายอย่าง เช่น ผ้าขาวม้า นาฬิกาแขวนผนัง กระดาษจดรายชื่อที่ใช้ในพิธีทางศาสนา ปากกา และที่สำคัญคือป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (ขมพ 383 นครศรีธรรมราช) ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญในการตามหาความจริง
หลังจากนั้น ตำรวจได้กระจายกำลังกันเดินค้นหาลึกเข้าไปในป่าประมาณ 300 เมตร จึงได้พบกับร่างของผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่ สภาพศพเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 วัน คนร้ายได้นำเสื้อเชิ้ตมาผูกมัดขาทั้งสองข้างไว้ และใช้เสื้อยืดมัดที่บริเวณศีรษะ จากนั้นก็นำใบไม้มาปิดทับศพเพื่ออำพราง จากการตรวจดูศพเบื้องต้น พบว่ากะโหลกศีรษะด้านซ้ายยุบลงไป คล้ายถูกตีด้วยของแข็งอย่างรุนแรง คุณสามารถอ่านรายละเอียดทั้งหมดเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวต้นฉบับจากไทยรัฐออนไลน์

ญาติยืนยัน ผู้ตายคือสัปเหร่อใจดีแห่งวัดปากน้ำ
เวลาต่อมา นางประเพียร ส่งแสง อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้ตาย ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมกับญาติคนอื่นๆ เธอเห็นศพแล้วก็ยืนยันได้ทันทีว่า นี่คือ นายสมพงษ์ พี่ชายของเธออย่างแน่นอน โดยจำได้จากรอยสักที่เท้าซ้าย รูปร่างของขาขวาที่ผิดปกติ และฟันในปากที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ซี่
นางประเพียรเล่าให้ฟังว่า พี่ชายเป็นคนใจดีและเป็นที่รักของเพื่อนบ้าน เขามีอาชีพทำสวนปาล์มและสวนยางพารา พอมีเวลาว่างก็จะไปช่วยงานที่วัดปากน้ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานศพ งานบุญ หรือทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อเผาศพ พี่ชายหายตัวออกไปจากบ้านในอำเภอปลายพระยา ตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 30 เมษายน พร้อมกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคู่ใจ
สำหรับสาเหตุของการฆาตกรรมในครั้งนี้ ญาติและตำรวจเชื่อตรงกันว่า น่าจะเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ เพราะนายสมพงษ์มีนิสัยชอบพกเงินสดติดตัวครั้งละมากๆ ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการขายผลผลิตในสวนและเงินจากการช่วยงานวัด เขาไม่ชอบเอาเงินไปฝากธนาคาร และช่วงนี้ก็กำลังสร้างบ้าน จึงต้องมีเงินสดเตรียมไว้จ่ายค่าวัสดุก่อสร้าง
ผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่งในตอนนี้คือ ชายอายุประมาณ 30 กว่าปี ที่เพิ่งเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างในสวนปาล์มได้แค่เดือนเดียว ก่อนที่นายสมพงษ์จะหายตัวไป ลูกจ้างคนนี้มาขอยืมเงิน 300 บาท แต่นายสมพงษ์ให้ไป 500 บาท และไล่ให้ไปพ้นๆ เพราะรู้ว่าลูกจ้างคนนี้แอบไปเสพยาบ้า หลังจากนั้นลูกจ้างก็ยังกลับมาหาอีก เพื่อเอาถังน้ำมาขายให้ในราคา 300 บาท
พอถึงเช้าวันที่ 1 พฤษภาคม นายสมพงษ์ก็หายตัวไป เมื่อญาติๆ ลองไปดูที่บ้านของเขา ก็พบว่าข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย และมีคราบเลือดติดอยู่ตามพื้น ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนายสมพงษ์เป็นคนดีและชอบช่วยเหลือส่วนรวมมาโดยตลอด

สรุปเบาะแสและแผนการติดตามจับกุมอาชญากรในกระบี
เพื่อให้เข้าใจเหตุการณ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือสรุปหลักฐานสำคัญที่ตำรวจกำลังรวบรวมอยู่:
- จุดเกิดเหตุแรก: น่าจะเกิดขึ้นที่บ้านของผู้ตายเอง เพราะมีรอยเลือดและรอยการรื้อค้นหาทรัพย์สิน
- การย้ายศพ: คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของผู้ตาย บรรทุกศพมาทิ้งไว้ในป่าห่างไกลเพื่ออำพรางคดี
- การกลับมาที่เกิดเหตุ: มีชาวบ้านเห็นชายต้องสงสัยมานั่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุในเช้าวันที่พบศพ ตำรวจคาดว่าคนร้ายย้อนกลับมาเพื่อลากศพเข้าไปซ่อนในป่าให้ลึกกว่าเดิม ทำให้ชิ้นส่วนบางส่วนหลุดร่วงอยู่ข้างถนน
- ทรัพย์สินที่สูญหาย: เงินสดจำนวนหลายหมื่นบาท และรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ถูกใช้เป็นยานพาหนะ
ในขณะนี้ ตำรวจชุดสืบสวนกำลังออกตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้อย่างเต็มที่ โดยคาดว่าคนร้ายอาจเป็นคนมาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจับกุมตัวคนทำผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชนและให้ความยุติธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
คดีสุดช็อก!ตำรวจจับกุมชายที่ฆ่าแฟนสาวแล้วหลบหนีไปเชียงใหม่
ปิดฉากชีวิตวัยเกษียณสุดสลด! อดีตตำรวจถูกพี่เขยฆ่าตายเพราะแหวนทองคำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าว - News4 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

