การเงิน -Finance
ยื่นภาษี 2026 ให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก, รู้แบบ รู้วัน รู้เอกสาร
การ ยื่นภาษี ปี 2026 คือการยื่นสำหรับรายได้ในปีภาษี 2568 และหลายคนมักสับสนตั้งแต่จุดนี้เลย ถ้าเริ่มต้นถูก งานจะง่ายขึ้นมาก คุณไม่จำเป็นต้องเก่งบัญชีก็ยื่นได้ เพราะหัวใจมีไม่กี่อย่าง, เช็กว่าต้องยื่นไหม, เลือกแบบให้ถูก, เตรียมเอกสารให้ครบ,…
การ ยื่นภาษี ปี 2026 คือการยื่นสำหรับรายได้ในปีภาษี 2568 และหลายคนมักสับสนตั้งแต่จุดนี้เลย ถ้าเริ่มต้นถูก งานจะง่ายขึ้นมาก
คุณไม่จำเป็นต้องเก่งบัญชีก็ยื่นได้ เพราะหัวใจมีไม่กี่อย่าง, เช็กว่าต้องยื่นไหม, เลือกแบบให้ถูก, เตรียมเอกสารให้ครบ, ใช้ค่าลดหย่อนตามจริง, และส่งให้ทันเวลา จากตรงนี้ไป เราจะค่อยๆ ไล่ทีละส่วนแบบอ่านแล้วทำตามได้เลย
ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี 2026 และควรใช้แบบไหน
ก่อนกรอกอะไรทั้งนั้น คุณควรเช็กก่อนว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ กลุ่มหลักที่มักเกี่ยวข้องคือ ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา, ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล, ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี, และ กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
สำหรับคนทั่วไป ภาพจะง่ายกว่านั้นมาก ถ้าคุณมีรายได้ในปี 2568 ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน, งานฟรีแลนซ์, ค่าจ้าง, รายได้จากค้าขาย, หรือรายได้หลายทางรวมกัน คุณควรเริ่มจากการตรวจหน้าที่ในการยื่นแบบก่อน เพราะบางคนไม่ต้องเสียภาษีเพิ่ม แต่ยังควรยื่นแบบเพื่อให้ข้อมูลครบ หรือเพื่อขอคืนภาษีที่ถูกหักไว้แล้ว
ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างเดียว เรื่องมักไม่ซับซ้อนนัก แต่ถ้ามีรายได้หลายทาง งานจะคล้ายกระเป๋าที่มีของหลายช่อง คุณต้องเปิดดูทุกช่องก่อน ไม่อย่างนั้นมักลืมของชิ้นสำคัญไปหนึ่งชิ้นเสมอ ใครที่อยากเห็นภาพรวมแบบอ่านเร็ว ลองดู สรุปขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ 2569 เพื่อเทียบกับสถานการณ์ของตัวเองได้
เช็กให้ชัดว่าคุณเข้าข่ายต้องยื่นภาษีหรือไม่
หลักคิดง่ายๆ คือ เริ่มจากถามตัวเองว่าในปี 2568 คุณมีรายได้พึงประเมินหรือไม่ ถ้ามี, ต้องดูต่อว่ารูปแบบรายได้เป็นแบบไหน และเข้าข่ายต้องยื่นแบบหรือเปล่า
คนที่เพิ่งเริ่มทำงานมักเข้าใจผิดว่า “ถ้าบริษัทหักภาษีแล้ว ก็จบ” ความจริงไม่เสมอไป เพราะการถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องยื่นเสมอ บางกรณียื่นแล้วอาจขอคืนภาษีได้ด้วย
อีกจุดที่มักพลาดคือรายได้เล็กๆ น้อยๆ ที่คิดว่าไม่สำคัญ เช่น งานเสริมไม่กี่ครั้ง ค่าสอนพิเศษ ค่าคอมมิชชัน หรือรายได้จากขายของออนไลน์ ถ้าเป็นรายได้ที่ต้องนำมาคิดภาษี ก็ควรรวมให้ครบตั้งแต่แรก
ภ.ง.ด. 90 กับ ภ.ง.ด. 91 ต่างกันอย่างไร
ตารางนี้ช่วยให้เห็นความต่างแบบเร็วๆ
| แบบยื่น | เหมาะกับใคร | ตัวอย่างรายได้ |
|---|---|---|
| ภ.ง.ด. 91 | คนที่มีเงินได้จากงานประจำเพียงอย่างเดียว | เงินเดือน, ค่าจ้าง |
| ภ.ง.ด. 90 | คนที่มีรายได้หลายประเภท หรือไม่ใช่เงินเดือนอย่างเดียว | ฟรีแลนซ์, ค้าขาย, วิชาชีพอิสระ, รายได้เสริม |
สรุปสั้นๆ คือ ถ้าคุณมีแค่เงินเดือนหรือค่าจ้างเพียงประเภทเดียว มักใช้ ภ.ง.ด. 91 แต่ถ้ามีรายได้อย่างอื่นเพิ่มเข้ามา มักต้องใช้ ภ.ง.ด. 90
เลือกแบบผิดตั้งแต่ต้น เหมือนติดกระดุมเม็ดแรกผิด ต่อให้กรอกละเอียดแค่ไหน ก็ต้องย้อนกลับมาแก้ใหม่
กำหนดเวลายื่นภาษีปี 2569 และช่องทางที่สะดวกที่สุด
เรื่องวันยื่นสำคัญมาก เพราะคนจำนวนไม่น้อยไม่ได้พลาดตอนคำนวณ แต่พลาดตอน “รอไว้ก่อน” แล้วสุดท้ายไปกองรวมกันช่วงท้าย ยิ่งใกล้วันสุดท้าย ความเครียดยิ่งมา ทั้งเรื่องเอกสาร, เวลาว่าง, และการตรวจข้อมูล
สำหรับรายได้ปีภาษี 2568 ที่ต้องยื่นในปี 2569 กำหนดเวลาหลักคือ ยื่นแบบกระดาษได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และ ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 ข้อมูลกำหนดการนี้สอดคล้องกับ สรุปกำหนดการยื่นภาษี 2569 ที่เผยแพร่ช่วงต้นฤดูกาลยื่นภาษี
วันสุดท้ายของการยื่นแบบกระดาษและยื่นออนไลน์
จำให้แม่นแค่นี้ก็ช่วยลดโอกาสพลาดได้มาก
- แบบกระดาษ, ถึง 31 มีนาคม 2569
- แบบออนไลน์, ถึง 8 เมษายน 2569
แม้ออนไลน์จะได้เวลานานกว่า แต่ไม่ควรรอถึงวันสุดท้าย เพราะปัญหามักไม่ได้อยู่ที่การกรอกอย่างเดียว บางครั้งคุณอาจหาเอกสารไม่เจอ, พบว่าข้อมูลรายได้ไม่ครบ, หรือเพิ่งรู้ว่าต้องเลือกอีกแบบหนึ่ง
ถ้าคุณจะยื่นออนไลน์ เผื่อเวลาอย่างน้อย 3 ถึง 7 วันก่อนกำหนด จะสบายกว่ามาก
ยื่นผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร หรือ RD Smart Tax แบบไหนดี
ถ้าคุณต้องกรอกข้อมูลค่อนข้างเยอะ, มีหลายแหล่งรายได้, หรืออยากเห็นรายละเอียดบนหน้าจอใหญ่ การยื่นผ่าน เว็บไซต์กรมสรรพากร มักเหมาะกว่า เพราะไล่ดูข้อมูลได้ง่ายกว่า
แต่ถ้าคุณถนัดมือถือ, ข้อมูลไม่ซับซ้อน, และอยากเข้าถึงเร็ว RD Smart Tax ก็เป็นตัวเลือกที่สะดวก หลายคนชอบเพราะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อมูลได้ทันที ไม่ต้องเปิดคอมทุกครั้ง
พูดแบบง่ายที่สุด, เว็บเหมาะกับงานที่ต้องดูละเอียด ส่วนแอปเหมาะกับความคล่องตัว เลือกแบบไหนก็ได้ ขอแค่ข้อมูลถูกและส่งทันกำหนด
เตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนยื่นภาษี เพื่อกรอกครั้งเดียวจบ
การยื่นภาษีที่เหนื่อยที่สุด ไม่ใช่ตอนกดส่ง แต่เป็นตอนต้องย้อนกลับไปแก้ข้อมูลหลายรอบ เพราะลืมเอกสารชิ้นหนึ่ง แล้วต้องเปิดระบบใหม่ ไล่เช็กใหม่ทั้งหมด
ดังนั้น ก่อนเริ่มยื่น ควรเตรียมข้อมูลพื้นฐานให้พร้อมก่อน เช่น ชื่อและข้อมูลผู้มีเงินได้, รายได้จากทุกแหล่ง, ภาษีที่ถูกหักไว้แล้ว, และหลักฐานค่าลดหย่อนที่คุณจะใช้ การเตรียมดีตั้งแต่ต้นเหมือนจัดโต๊ะทำงานก่อนเริ่มงานจริง ทุกอย่างจะไหลลื่นขึ้นทันที ใครอยากดูภาพรวมเอกสารที่มักต้องใช้ ลองอ่าน คู่มือยื่นภาษีออนไลน์ 2569 เพิ่มเติมได้
เอกสารรายได้และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ควรรวบรวมไว้ก่อน
เอกสารที่ควรหยิบมาวางรวมกันก่อนมีไม่มาก แต่สำคัญทุกชิ้น เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย, หลักฐานรายได้จากงานเสริม, เอกสารจากแพลตฟอร์มที่คุณรับเงิน, และข้อมูลรายได้จากธุรกิจส่วนตัวถ้ามี
ถ้าคุณทำงานหลายที่ในปีเดียว ยิ่งต้องเช็กให้ครบ เพราะความผิดพลาดยอดฮิตคือจำเฉพาะงานหลัก แต่ลืมงานรอง พอระบบคำนวณออกมา ตัวเลขเลยแปลกตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ ถ้ามีภาษีถูกหักไว้แล้ว ต้องเก็บหลักฐานให้ดี เพราะข้อมูลส่วนนี้มีผลทั้งต่อยอดภาษีที่ต้องจ่ายและเงินคืนที่อาจได้รับ
ข้อมูลค่าลดหย่อนที่ควรเช็กให้ครบก่อนกดยืนยัน
ค่าลดหย่อนช่วยให้ภาระภาษีเบาลงได้ แต่เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องมีสิทธิจริง และมีหลักฐานรองรับ คุณจึงไม่ควรกรอกตามความจำล้วนๆ
ตัวอย่างที่คนมักใช้สิทธิคือ ค่าลดหย่อนส่วนตัว, คู่สมรส, บุตร, บิดามารดา, ประกัน, ดอกเบี้ยบ้าน, และการออมบางประเภท อย่างไรก็ดี แต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นควรเช็กจากเอกสารของตัวเองเป็นหลัก
ถ้าไม่แน่ใจ ให้ยึดหลักง่ายๆ คือ กรอกตามจริง, ใช้สิทธิเท่าที่มี, และเก็บหลักฐานไว้เผื่อตรวจสอบภายหลัง วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการใส่ตัวเลขแบบเดา
ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์แบบง่ายๆ สำหรับมือใหม่
การยื่นภาษีออนไลน์ไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิด ถ้ามองเป็นลำดับ มันก็เหมือนกรอกข้อมูลสมัครงานหนึ่งชุด แต่ชุดนี้เกี่ยวกับรายได้ทั้งปีของคุณ จึงต้องใจเย็นและอ่านทุกช่องให้ครบ
เริ่มจากเข้าสู่ระบบและเลือกแบบยื่นให้ถูก
ขั้นแรก ให้เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่ใช้งานได้ เช่น RD ID หรือช่องทางยืนยันตัวตนที่ระบบรองรับ จากนั้นเลือกปีภาษี 2568 และเลือกแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ให้ตรงกับลักษณะรายได้ของคุณ
มือใหม่มักกังวลตั้งแต่หน้าแรก แต่จริงๆ จุดที่ต้องระวังคือการเลือกแบบมากกว่า ถ้าเลือกถูก ช่วงที่เหลือจะง่ายขึ้นมาก และถ้าคุณอยากเห็นภาพการไล่หน้าจอแบบเป็นขั้นเป็นตอน ลองดู ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์แบบเข้าใจง่าย ได้
กรอกเงินได้ ค่าลดหย่อน และตรวจสอบข้อมูลก่อนส่ง
เมื่อเข้ามาในแบบยื่นแล้ว ให้กรอกข้อมูลผู้มีเงินได้ก่อน จากนั้นใส่รายได้, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, และค่าลดหย่อนตามเอกสารที่เตรียมไว้ ระบบจะช่วยคำนวณภาษีให้โดยอัตโนมัติในหลายส่วน
จุดที่คนพลาดบ่อยมีอยู่ไม่กี่อย่าง ได้แก่
- ลืมรวมรายได้จากบางแหล่ง
- กรอกภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ตรงเอกสาร
- ใช้ค่าลดหย่อนไม่ครบ หรือใส่เกินสิทธิ
- ไม่ตรวจทานชื่อ, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, และยอดรวมก่อนยืนยัน
ก่อนกดส่ง ให้หยุดอ่านทวนอีกหนึ่งรอบเสมอ ถ้าผลออกมาว่าต้องชำระภาษีเพิ่ม ให้ชำระตามช่องทางที่ระบบรองรับและเก็บหลักฐานไว้ ถ้าระบบแสดงว่ามีเงินคืน ก็ควรตรวจข้อมูลบัญชีรับเงินให้ถูกต้องด้วย
ถ้ายื่นช้า ยื่นผิด หรือเอกสารไม่ครบ จะเกิดอะไรขึ้น
แม้การยื่นภาษีจะดูเป็นงานเอกสาร แต่ผลของการยื่นช้าไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันตามมาทั้งค่าปรับ, เวลาในการแก้ไข, และความยุ่งยากภายหลัง
ค่าปรับเมื่อยื่นภาษีเกินกำหนด มีอะไรบ้าง
ถ้ายื่นเกินกำหนด ตามหลักกฎหมายอาจมี ค่าปรับทางอาญาสูงสุด 2,000 บาท แต่ในทางปฏิบัติ กรณียื่นล่าช้ามักพบการปรับ ไม่เกิน 200 บาทต่อแบบ นอกจากนี้ ถ้าคุณมีภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม ยังอาจมีเงินเพิ่มหรือภาระอื่นตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องได้ด้วย
สรุปแบบไม่อ้อมคือ ยื่นให้ทันดีที่สุด เพราะต่อให้ค่าปรับไม่สูงมาก การเสียเวลาแก้เรื่องย้อนหลังมักแพงกว่าค่าปรับในความรู้สึกเสมอ
ข้อผิดพลาดที่คนยื่นภาษีครั้งแรกมักเจอ
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยไม่ได้ซับซ้อน แต่เกิดง่ายมาก เช่น เลือกแบบผิด, ลืมรวมรายได้บางส่วน, กรอกค่าลดหย่อนไม่ครบ, หรือรีบกดยืนยันโดยไม่ตรวจทาน
บางคนยื่นเร็วแต่พลาด เพราะรีบเกินไป บางคนเตรียมเอกสารดีแล้ว แต่สะดุดตรงไม่รู้ว่ารายได้เสริมต้องรวมด้วย สุดท้ายจึงต้องกลับมาแก้ข้อมูลภายหลัง
ถ้าจะจำแค่เรื่องเดียว ให้จำเรื่องนี้, ความถูกต้องสำคัญกว่าความเร็ว แต่ก็ไม่ควรรอจนใกล้หมดเวลา เพราะความรีบกับความผิดพลาดมักมาคู่กัน
การยื่นภาษีปี 2026 จะง่ายขึ้นทันที ถ้าคุณเริ่มจากเช็กหน้าที่ของตัวเอง เลือกแบบให้ถูก และเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น เมื่อรู้กำหนดเวลาแล้ว ก็อย่าปล่อยให้เรื่องนี้ค้างถึงสัปดาห์สุดท้าย
สุดท้าย สิ่งที่คุ้มที่สุดไม่ใช่การกรอกไว แต่คือการกรอก ถูก และส่งทันเวลา เพราะนั่นช่วยลดทั้งค่าปรับ ความเครียด และงานแก้ย้อนหลัง
วันนี้ลองเปิดแฟ้มเอกสารของปี 2568 แล้วเริ่มรวบรวมทีละชิ้นก่อนเลย พอถึงวันยื่นจริง คุณจะขอบคุณตัวเองมาก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
“หวยลาว”ประจำวันที่ 30/03/69
หวย”ฮานอย”ประจำวันที่ 30/03/69
การเงิน -Finance
เริ่มแล้ว! ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 1-15 ต.ค. นี้
เชียงราย – โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) รอบเพิ่มเติม เปิดให้ประชาชนกดยืนยันรับสิทธิแล้วตั้งแต่วันนี้ ใครที่พลาดการตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบก่อน สามารถเข้ามาดำเนินการได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง การเปิดลงทะเบียนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือค่าครองชีพจากรัฐบาล โดยระบบจะเปิดรับสิทธิตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 ถึง 15 ตุลาคม 2569
สำหรับรูปแบบการช่วยเหลือของโครงการนี้ รัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าสินค้าให้ในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนจ่ายเงินส่วนตัวเพียง 40% ผู้ที่ได้รับสิทธิจะมีวงเงินช่วยเหลือรวม 1,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ ซึ่งสามารถใช้สแกนจ่ายได้ไม่เกินวันละ 200 บาท หากคุณยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเริ่มสแกนใช้จ่ายได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2569
ประเด็นสำคัญ
- เปิดให้กดยืนยันรับสิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” รอบเพิ่มเติมผ่านแอปเป๋าตัง ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
- โครงการนี้รัฐช่วยจ่ายค่าครองชีพ 60% โดยให้วงเงินช่วยเหลือรวม 1,000 บาท และจำกัดการใช้ไม่เกินวันละ 200 บาท
- ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถเริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้าได้ทันทีตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
วิธีการยืนยันสิทธิผ่านแอปเป๋าตัง
การยืนยันรับสิทธิสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองผ่านสมาร์ตโฟนของคุณทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันเป๋าตังที่อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว จากนั้นให้กดเข้าไปที่แบนเนอร์ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ที่แสดงอยู่บนหน้าจอหลัก เมื่อคุณอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการจบแล้ว ให้กดยอมรับข้อตกลงเพื่อยืนยันการรับสิทธิของคุณได้เลย
สำหรับคนที่ยังไม่เคยเปิดใช้งาน G-Wallet ในแอปเป๋าตัง คุณจะต้องทำการสมัครและยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยเสียก่อน หลังจากที่ระบบยืนยันตัวตนผ่านแล้ว คุณสามารถเติมเงินเข้า G-Wallet เพื่อเตรียมไว้สำหรับจ่ายเงินในส่วน 40% ของตัวคุณเอง การใช้งานจริงนั้นก็เพียงแค่นำสมาร์ตโฟนไปสแกนจ่ายค่าสินค้ากับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการตามปกติ
เงื่อนไขและข้อควรระวังในการใช้จ่าย
มาตรการช่วยเหลือนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ การที่รัฐบาลออกนโยบายสมทบทุนแบบ 60/40 จะช่วยให้การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคมีความคล่องตัวมากขึ้น พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดสดหรือร้านอาหารรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ ก็จะได้รับอานิสงส์จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน สิ่งนี้จะช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจระดับชุมชนได้อย่างแท้จริง
แม้คุณจะได้รับสิทธิแล้ว แต่ก็มีเงื่อนไขการใช้จ่ายสำคัญที่คุณควรทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เสียสิทธิไปฟรีๆ การใช้จ่ายผ่านโครงการนี้จะไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีธนาคารได้ และต้องใช้สแกนผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น นอกจากนี้ วงเงิน 1,000 บาทที่รัฐบาลสมทบให้ จะมีระยะเวลาสิ้นสุดการใช้สิทธิภายในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ดังนั้น คุณควรวางแผนการใช้จ่ายในแต่ละวันให้ดี เพื่อให้ได้รับความคุ้มค่าสูงสุดก่อนที่โครงการจะหมดเขต
โครงการไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีในการแบ่งเบาภาระทางการเงินของครอบครัวในช่วงปลายปี หากใครที่เข้าเกณฑ์และยังไม่ได้กดยืนยันสิทธิ ก็อย่าลืมเข้าไปทำรายการในแอปเป๋าตังภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เพื่อรักษาสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน การเตรียมความพร้อมและทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการช่วยเหลือในครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
โครงการประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศไทยเริ่มต้นแล้ววันนี้
การเงิน -Finance
เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
เชียงราย – กระทรวงการคลังประกาศข่าวดีสำหรับประชาชนที่รอคอยการช่วยเหลือจากภาครัฐ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 รอบทบทวนสิทธิ มีผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้นอีก 1.75 ล้านคนอย่างเป็นทางการแล้ว โดยผู้ที่ได้รับสิทธิในรอบนี้ สามารถเริ่มใช้งานสวัสดิการต่างๆ ได้ทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รัฐบาลมุ่งหวังที่จะลดภาระค่าครองชีพและช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอย่างตรงจุดที่สุด
การประกาศผลรอบทบทวนสิทธินี้ ทำให้ยอดรวมของผู้ได้รับสิทธิทั่วประเทศเพิ่มขึ้นสูงถึง 11.25 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทุกคนจะต้องรีบดำเนินการยืนยันตัวตน หรือกระบวนการ e-KYC ให้เรียบร้อยเสียก่อน หากคุณสามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้สำเร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ย้อนหลัง รวมถึงเงินพิเศษเพิ่มเติมอีก 700 บาทตามมติของคณะรัฐมนตรี
ประเด็นสำคัญ
- ผ่านเกณฑ์เพิ่ม 1.75 ล้านคน: กระทรวงการคลังอนุมัติสิทธิรอบทบทวน ทำให้ยอดรวมผู้ได้รับสวัสดิการแห่งรัฐพุ่งแตะ 11.25 ล้านคนทั่วประเทศ
- เริ่มใช้สิทธิได้ทันที: ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติสามารถเริ่มรับวงเงินสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
- ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC): ผู้รับสิทธิจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” หรือธนาคารที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินโอน
สำหรับผู้ที่ตรวจสอบผลแล้วพบว่าตนเองผ่านเกณฑ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ คุณสามารถทำขั้นตอน e-KYC ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือไปติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยได้จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 นอกจากนี้ คุณยังสามารถยืนยันตัวตนผ่านธนาคารของรัฐอื่นๆ เช่น ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน หรือ ธอส. ได้จนถึงช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 การทำตามขั้นตอนนี้อย่างถูกต้อง จะช่วยรับประกันว่าคุณจะไม่เสียสิทธิที่พึงได้
หลังจากยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว วงเงินสวัสดิการที่คุณจะได้รับนั้นครอบคลุมหลายส่วนในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบไปด้วยวงเงินสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 1,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม และวงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะอีก 750 บาท ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของภาครัฐที่จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน หากคุณต้องการตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด สามารถเข้าไปเช็กผลได้ที่เว็บไซต์ ตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ของกระทรวงการคลังโดยตรง
ทางเลือกสำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจน
ในทางกลับกัน หากคุณเข้าไปตรวจสอบรายชื่อแล้วพบว่าตนเองไม่ผ่านคุณสมบัติในรอบทบทวนสิทธินี้ ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง รัฐบาลยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (60/40) เพื่อรับการเยียวยาเพิ่มเติม โครงการนี้จะมอบเงินช่วยเหลือให้คุณ 1,000 บาท เพื่อใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 2 เดือน คือในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่กดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ภายในช่วงวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569 นี้เท่านั้น
ท้ายที่สุด โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นหนึ่งในมาตรการหลักในการดูแลประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก การที่รัฐบาลปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ จะช่วยให้การจัดสรรงบประมาณเกิดความคุ้มค่าและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ประชาชนจึงควรติดตาม ข่าวเศรษฐกิจล่าสุด อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ตนเองสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลได้อย่างครบถ้วนและทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุมคนขับรถลักลอบขนคนเข้าเมือง 13 คน
โครงการประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศไทยเริ่มต้นแล้ววันนี้
การเงิน -Finance
โครงการประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศไทยเริ่มต้นแล้ววันนี้
เชียงราย – นายเอกภพ ตัวแทนจากรัฐบาล ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดของโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยทั่วประเทศ โครงการนี้เริ่มมีผลบังคับใช้และให้ความคุ้มครองประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป รัฐบาลมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงให้แก่ชาวบ้านในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนและเกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง
โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองบ้านเรือนกว่า 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยเน้นให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม พายุลมแรง หรือแผ่นดินไหว ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทเพื่อสนับสนุนโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม กรมธรรม์จะเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเท่านั้น และชาวบ้านไม่สามารถใช้สิทธิเคลมเงินเยียวยาย้อนหลังสำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้
ประเด็นสำคัญ
- โครงการเริ่มคุ้มครองบ้านเรือน 30 ล้านหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
- ครอบคลุมความเสียหายจาก 3 ภัยธรรมชาติหลัก คือ น้ำท่วม พายุ และแผ่นดินไหว
- ผู้ประสบภัยไม่สามารถใช้กรมธรรม์นี้เคลมเงินเยียวยาย้อนหลังกับเหตุการณ์ที่เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคมได้
เหตุผลหลักที่รัฐบาลผลักดันโครงการนี้ คือต้องการเปลี่ยนจากการรอเงินช่วยเหลือแบบเดิม มาเป็นการจัดการความเสี่ยงล่วงหน้า ในอดีต ชาวบ้านมักต้องใช้เวลารอนานหลายเดือนกว่าจะได้รับเงินเยียวยา แต่ระบบประกันภัยแบบใหม่นี้จะช่วยให้การจ่ายเงินชดเชยทำได้รวดเร็วขึ้นมาก ระบบนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวที่ได้รับผลกระทบได้ทันเวลา ยิ่งไปกว่านั้น การดึงบริษัทประกันภัยเข้ามามีส่วนร่วม ยังเป็นการช่วยลดภาระงบประมาณฉุกเฉินของประเทศในระยะยาวอีกด้วย
สำหรับชาวบ้านที่บ้านถูกน้ำท่วมก่อนวันที่ 1 ตุลาคม รัฐบาลยืนยันว่าจะยังคงจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นครอบครัวละ 9,000 บาทตามเกณฑ์ปกติไปก่อน ดังนั้น ผู้ที่กำลังประสบภัยในขณะนี้จึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกทอดทิ้ง ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนทุกคนเข้าใจขั้นตอนการรับเงินอย่างชัดเจนที่สุด
ก้าวใหม่สู่ความมั่นคงของประชาชน
นายเอกภพ เน้นย้ำว่า โครงการนี้คือความตั้งใจจริงของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตและดูแลทรัพย์สินของประชาชน การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเงื่อนไขของ ประกันภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทุกขั้นตอนของการลงทะเบียนและการจ่ายเงินจะต้องโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้เสมอ ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการจ่ายเงินซ้ำซ้อน และเพื่อให้มั่นใจว่าเงินช่วยเหลือทุกบาทจะส่งตรงถึงมือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ
นอกจากนี้ การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและบริษัทเอกชน จะช่วยให้การช่วยเหลือมีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนทั่วไปสามารถติดตามข่าวสารล่าสุด และตรวจสอบสิทธิการรับความคุ้มครองได้ผ่านหน่วยงานส่วนท้องถิ่น การเริ่มต้นโครงการในวันนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุมคนขับรถลักลอบขนคนเข้าเมือง 13 คน
น้ำท่วมกำแพงเพชรวิกฤต! น้ำล้นคลองซัดบ้านจม คนหนีขึ้นหลังคา
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

