Connect with us

ข่าวระดับชาติ - National

แรงกดดันจากแก๊งมิจฉาชีพทำให้เด็กหญิงวัย 14 ปี กระโดดลงมาจากชั้น 5 ของโรงเรีย

Published

on

แรงกดดันจากแก๊งมิจฉาชีพทำให้เด็กหญิงวัย 14 ปี กระโดดลงมาจากชั้น 5 ของโรงเรีย

ชลบุรี – เด็กหญิงวัย 14 ปี อาการสาหัส หลังพลัดตกจากอาคารเรียนในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เธอเริ่มมีอาการเครียดสะสมหลังจากถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินและข่มขู่ว่าจะเรียกเงินเพิ่ม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายทางออนไลน์ที่เด็กและเยาวชนต้องเผชิญ

ชลบุรี เหตุสะเทือนใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เด็กนักเรียนหญิงอายุ 14 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และเป็นนักกีฬาของโรงเรียน พลัดตกจากหน้าต่างห้องน้ำชั้น 5 ของอาคารเรียน จนบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมแพทย์เข้าช่วยเหลือทันที ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา รายงานอาการพบแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่ขาทั้งสองข้าง กระดูกเสียหาย และมีรอยฟกช้ำหลายจุดตามร่างกาย

พ.ต.อ.คมกริช มั่นจิตต์ ผู้กำกับการ สภ.หนองขาม ระบุว่า เมื่อตรวจจุดเกิดเหตุ พบหน้าต่างระบายอากาศชั้น 5 เปิดอยู่ ภายในห้องน้ำมีรอยรองเท้าบนชักโครกและผนัง นอกจากนี้ยังพบคอมเพรสเซอร์แอร์ชั้นล่างบุบจากแรงกระแทก เบื้องต้นคาดว่าเด็กนักเรียนปีนขึ้นไปก่อนเกิดเหตุพลัดตก

ปมเครียดสะสม หลังถูกคอลเซ็นเตอร์ข่มขู่

เพื่อนนักเรียนที่ฝึกซ้อมกีฬาอยู่กลุ่มเดียวกันให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุ น้อง (นามสมมติ) ถูกกลุ่มคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินหลายครั้ง รวมประมาณ 3,600 บาท โดยมิจฉาชีพมักอ้างตัวเป็นตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ แล้วใช้โทรศัพท์และ Line กดดันให้โอนเพิ่มอีก 2,000 บาท

ที่น่ากังวลคือ ผู้ก่อเหตุหลอกลวงยังขู่ด้วยคำพูดรุนแรงว่า หากไม่โอนจะถูกฟ้อง และอาจโดนปรับสูงถึง 100,000-120,000 บาท ทำให้น้องเกิดความกลัวอย่างหนัก

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อนสังเกตว่าน้องเครียดมากขึ้น และพยายามยืมเงินเพื่อนคนละ 300-700 บาท เพื่อเอาไปโอนให้มิจฉาชีพ ต่อมาเมื่อใกล้เกิดเหตุ น้องยังขอยืมเงินเพิ่มอีก แต่ไม่มีใครช่วยได้ ความกดดันจึงยิ่งสะสมและนำไปสู่เหตุการณ์ครั้งนี้

ตำรวจแจ้งว่า ขณะนี้เด็กนักเรียนยังอาการหนัก จึงยังให้ปากคำไม่ได้ พนักงานสอบสวนจะเดินหน้าติดตามกลุ่มมิจฉาชีพ โดยตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเบอร์โทรที่ใช้ติดต่อหลอกลวง

คอลเซ็นเตอร์ยังระบาดหนัก เด็กและผู้สูงอายุถูกเล็งเป็นพิเศษ

ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการโกงออนไลน์ (Anti-Online Scam Operation Centre หรือ AOC 1441) ภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า กลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุยังตกเป็นเป้าหมายหลักของคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพออนไลน์ เพราะมักเชื่อข้อมูลที่ถูกสร้างให้ดูน่าเชื่อถือ

โดยทั่วไปแก๊งเหล่านี้จะอ้างว่าเป็นตำรวจ อัยการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้เหยื่อเชื่อใจ จากนั้นค่อยข่มขู่เรื่องคดี เช่น อ้างว่ามีคดีติดตัว หรือจะถูกดำเนินคดีอาญา หากไม่รีบโอนเงินตามที่สั่ง

รูปแบบที่พบบ่อย เช่น

  • โทรอ้างเป็นตำรวจ บอกว่าบัตรประชาชนหรือบัญชีธนาคารถูกนำไปใช้ในคดีผิดกฎหมาย
  • ส่งลิงก์หรือข้อความทาง Line ให้กดตรวจสอบข้อมูล หรือให้โอนเงินเพื่อ “เคลียร์” เรื่อง
  • ขู่ค่าปรับสูงมาก ระดับหลักแสนบาท หากไม่จ่ายจะถูกจับหรือยึดทรัพย์
  • ใช้แอปยอดนิยมเป็นช่องทางกดดัน เพื่อเร่งให้โอนเงินอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจาก AOC ระบุว่า ช่วงปลายปี 2568 มีการรับแจ้งคดีกว่า 7,000 เคส และความเสียหายรวมระดับหลายร้อยล้านบาทต่อสัปดาห์ โดยเฉลี่ยความเสียหายต่อวันสูงถึง 58 ล้านบาท

ข้อควรระวังจากผู้ปกครอง และแนวทางรับมือเมื่อถูกหลอก

แม่ของเด็กนักเรียนให้สัมภาษณ์ด้วยความเสียใจ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตามตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับเด็กคนอื่น

ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองและเยาวชนควรระวังเป็นพิเศษเมื่อมีคนแปลกหน้าติดต่อเรื่องเงิน ทรัพย์สิน หรือคดีความ หากเริ่มสงสัยว่าเข้าข่ายถูกหลอก ให้ทำตามนี้ทันที

  • โทรแจ้ง AOC 1441 เพื่อขอช่วยเหลือเรื่องการระงับบัญชีและติดตามคดี (ตลอด 24 ชั่วโมง)
  • อย่าโอนเงิน และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัว ต่อให้ปลายสายอ้างเป็นหน่วยงานใดก็ตาม
  • รีบแจ้งตำรวจหรือผู้ปกครอง หากถูกข่มขู่หรือกดดันต่อเนื่อง
  • ตรวจสอบเบอร์โทรและบัญชีปลายทาง ผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
  • ติดตั้งเครื่องมือแจ้งเตือนภัย จากหน่วยงานรัฐ เช่น thaipoliceonline.com

เหตุครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า ภัยออนไลน์ไม่ได้เกิดกับผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กและเยาวชนก็เสี่ยงไม่แพ้กัน และอาจกระทบทั้งจิตใจและร่างกายอย่างรุนแรง ดังนั้นโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนควรช่วยกันสร้างความรู้เท่าทันกลโกง และให้เด็กกล้าขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อเริ่มผิดปกติ

ตำรวจยืนยันว่าจะสืบสวนอย่างละเอียดเพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่โรงเรียนและชุมชนกำลังประคองด้านจิตใจให้ครอบครัวและเพื่อนนักเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องราวสุดสะเทือนใจ!! เด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกวางยาแล้วถูกข่มขืนโดยเด็กชาย 5 คน

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

ประเทศไทยเปิดแคมเปญ “ทุกการเกิดมีความสำคัญ” รับมืออัตราเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี

Published

on

ประเทศไทยเปิดแคมเปญ "Every Birth Matters"

กรุงเทพฯ – ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงเปิดตัวแคมเปญใหม่ “ทุกการเกิดมีความสำคัญ” เพื่อส่งเสริมการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและสมัครใจ รวมถึงการดูแลที่เหมาะสมสำหรับการตั้งครรภ์ทุกครั้ง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนแคมเปญนี้ หลังข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ชี้ว่าในปี 2568 (2025) ประเทศไทยมีทารกเกิดใหม่เพียง 416,000 คน ต่ำกว่า 500,000 คนเป็นปีที่สองติดกัน และเป็นตัวเลขต่ำสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 (1949)

อัตราการเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี: ตัวเลขที่สะท้อนทิศทางชัดขึ้น

ก่อนหน้านี้ไทยเคยมีเด็กเกิดใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงทศวรรษ 1980 ที่เกิน 1 ล้านคนต่อปี แต่ตอนนี้ตัวเลขลดลงจนต่ำกว่า 500,000 คนต่อปีมาหลายปีแล้ว

  • ปี 2567 (2024): เด็กเกิดใหม่ 462,240 คน (ลดลงจาก 519,000 คนในปี 2566)
  • ปี 2568 (2025): เด็กเกิดใหม่ 416,000 คน (ต่ำสุดในรอบ 75 ปี)
  • อัตราส่วนเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate, TFR): ลดลงมาอยู่ราว 0.87-1.2 คนต่อผู้หญิง 1 คน (ต่ำกว่าอัตราทดแทนประชากร 2.1 คนมาก)
  • จำนวนผู้เสียชีวิต: สูงกว่าจำนวนเกิดหลายปีติดกัน เช่น ปี 2568 มีผู้เสียชีวิต 559,684 คน ทำให้ประชากรลดลงสุทธิ

เมื่อเกิดน้อยลงและคนอายุยืนขึ้น ประเทศไทยจึงเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ (Aged Society) เพราะประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 20% แล้ว อีกทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าในอีก 50 ปีข้างหน้า ประชากรไทยอาจลดลงเหลือราว 30-40 ล้านคน จากปัจจุบันประมาณ 66 ล้านคน

ทำไมคนไทยมีลูกน้อยลง: ปัจจัยหลักที่เจอร่วมกัน

หลายเหตุผลซ้อนกันจนทำให้คนจำนวนมากชะลอการมีลูก หรือเลือกไม่มีก็มี โดยปัจจัยที่ถูกพูดถึงบ่อย ได้แก่

  • ค่าครองชีพสูง โดยเฉพาะบ้าน ค่าเรียน และค่าเลี้ยงดู
  • ผู้หญิงทำงานมากขึ้น จึงเลื่อนการมีลูกออกไป
  • ค่านิยมเปลี่ยน โดยเฉพาะในเมือง ครอบครัวมักมีลูก 1-2 คน หรือไม่มีเลย
  • ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคงงาน และภาระดูแลคนในบ้าน
  • ระบบช่วยเหลือครอบครัวยังไม่พอ เช่น ศูนย์เด็กเล็กที่คุณภาพดีและราคาเข้าถึงได้

ผลกระทบก็เริ่มชัดขึ้นตามมา แรงงานลดลง ภาระประกันสังคมและบำนาญหนักขึ้น เศรษฐกิจโตช้าลง และการแข่งขันของประเทศยากกว่าเดิม

“ทุกการเกิดมีความสำคัญ” ปรับโฟกัสไปที่ความปลอดภัยและการดูแลจริง

แคมเปญ “Every Birth Matters” พยายามขยับจากการชวนให้มีลูกแบบเดิมๆ ไปสู่การทำให้การตั้งครรภ์และการมีลูก “เกิดได้อย่างมีคุณภาพ” โดยวางหลักสำคัญไว้ 3 เรื่อง

  • ทุกการตั้งครรภ์ต้องปลอดภัย: เพิ่มการดูแลก่อนคลอดและหลังคลอดในโรงพยาบาลรัฐแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย และขยายคลินิกภาวะเจริญพันธุ์ให้เข้าถึงง่ายขึ้น
  • ทุกการตั้งครรภ์ต้องสมัครใจ: เคารพสิทธิผู้หญิงและคู่รัก ไม่บังคับ แต่ให้ข้อมูลและทางเลือกครบ
  • ทุกการเกิดต้องได้แรงหนุนเต็มที่: ตั้งแต่เงินอุดหนุน สวัสดิการลาคลอดและลาเลี้ยงดูบุตร ศูนย์เด็กเล็ก ไปจนถึงการปรับกฎหมายที่เกี่ยวกับครอบครัว

กรมอนามัยระบุว่าโครงการนี้จะทำงานร่วมหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และภาคเอกชน เพื่อช่วยกันทำให้สภาพแวดล้อมเหมาะกับการเริ่มต้นครอบครัวมากขึ้น

มาตรการสำคัญภายใต้แคมเปญ

ในภาพรวม แคมเปญนี้พูดถึงมาตรการที่จับต้องได้หลายด้าน เช่น

  • ขยายสิทธิลาคลอดและลาเลี้ยงบุตรให้ทั้งพ่อและแม่ รวมถึงพ่อเลี้ยงเดี่ยวและ LGBTQ+
  • สนับสนุนการรักษาภาวะมีบุตรยากผ่านบัตรทอง (Universal Coverage)
  • เพิ่มศูนย์เด็กเล็กคุณภาพดีใกล้ที่ทำงานและในชุมชน
  • เงินอุดหนุนรายเดือนสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก (เช่น 600-2,000 บาท ขึ้นกับนโยบายพรรคการเมือง)
  • ปรับนโยบายที่อยู่อาศัยและภาษี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว
  • ทำสื่อรณรงค์ร่วมกับ influencer เพื่อคุยเรื่องการมีลูกอย่างตรงไปตรงมา และลดแรงกดดันทางสังคม

แม้ไทยเคยมีแคมเปญอย่าง “Give Birth Great World” (เกิดดีมีโลกดี) มาก่อนและยังไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่ครั้งนี้ “Every Birth Matters” เลือกเน้นคุณภาพของการตั้งครรภ์และการเลี้ยงดู มากกว่าการเร่งจำนวนเกิดอย่างเดียว

มุมมองผู้เชี่ยวชาญและเสียงจากคนทั่วไป

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่าการแก้ปัญหานี้ต้องทำแบบยาวๆ และต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการระยะสั้น ขณะเดียวกัน ผลสำรวจสะท้อนว่าประชาชนกว่า 71% เห็นว่าอัตราการเกิดต่ำเป็นวิกฤตระดับประเทศ แต่มีเพียงราว 35-44% ที่พร้อมสนับสนุนนโยบายกระตุ้นการมีลูก ถ้ารัฐยังไม่จัดการเรื่องค่าครองชีพและความไม่เท่าเทียมทางเพศให้ดีพอ

อีกด้านหนึ่ง หลายพรรคการเมืองเริ่มแข่งกันเสนอแนวทางก่อนการเลือกตั้ง ตั้งแต่นโยบายจับคู่รัฐ (state matchmaking) จากพรรคเล็ก ไปจนถึงข้อเสนอเงินอุดหนุนที่สูงขึ้นจากพรรคใหญ่ เพื่อดึงฐานเสียงกลุ่มครอบครัว

ประเทศไทยต่อจากนี้: เสี่ยงขึ้น หรือจัดการได้ทัน

ถ้าแนวโน้มยังเป็นแบบเดิม ประเทศอาจเจอปัญหาแรงงานขาด การพึ่งพาผู้อพยพมากขึ้น และภาระสวัสดิการที่หนักกว่าเดิม แต่ถ้า “ทุกการเกิดมีความสำคัญ” ทำได้จริง ไทยก็มีโอกาสเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นการปรับระบบให้เหมาะกับชีวิตคนรุ่นใหม่มากขึ้น

ภาครัฐย้ำชัดว่า การมีลูกไม่ใช่หน้าที่ของใคร แต่เป็น “ทางเลือก” ที่ควรได้รับการสนับสนุน เพื่อให้ทุกการเกิดมีความหมายและมีคุณภาพจริงๆ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บุรีรัมย์ ชายอายุ 19 ปีถูกจับกุมในข้อหาวางแผนเซอร์ไพรส์แฟนสาวด้วย “ระเบิดมือ” ในวันวาเลนไทน์

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง

Published

on

สัตวแพทย์ในพื้นที่เชียงใหม่ตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงของเสือ 72 ตัว "เกรงว่าอาจมีการปกปิดความจริง"

เชียงใหม่ – สัตวแพทย์กำลังตั้งคำถามถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงของเสือ 72 ตัวในจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากกรมปศุสัตว์ออกแถลงการณ์ระบุเพียงว่าพบเชื้อไวรัสไข้หวัดสุนัขและแบคทีเรียไมโคพลาสมาในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ระหว่างเกิดเหตุ คุ้มเสือปิดให้บริการ มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และเปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ต่อมาวันที่ 21 ก.พ. 2569 สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 ออกหนังสือชี้แจงว่า ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน ไม่พบสารพันธุกรรมของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A แต่พบสารพันธุกรรมของเชื้อ CDV (ไวรัสไข้หัดสุนัข) และพบเชื้อแบคทีเรีย Mycoplasma spp.

ในหนังสือชี้แจงยังระบุว่า Mycoplasma spp. อาจติดต่อผ่านสัตว์พาหะที่ดูดเลือด ติดต่อกันจากการสัมผัสเลือดจากการกัดกัน และอาจถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ อย่างไรก็ตาม กระแสสังคมยังตั้งข้อสงสัย เพราะเสือถูกเลี้ยงในระบบปิด มีมาตรการความสะอาดค่อนข้างเข้ม และไม่ได้อยู่รวมกรงเดียวกันทั้งหมด

อีกจุดที่ถูกพูดถึงมากคือ เสือที่ป่วยและตายอยู่คนละพื้นที่ ระหว่างคุ้มเสือแม่ริมกับคุ้มเสือแม่แตง ซึ่งห่างกันราว 30 กิโลเมตร แต่กลับมีอาการคล้ายกัน

สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง

สัตวแพทย์หน้างานชี้ปัจจัยร่วมคือ “อาหารจากแหล่งเดียวกัน”

รายงานข่าวระบุว่า วันที่ 22 ก.พ. 2569 นายสัตวแพทย์วิศิษฎ์ อาศัยธรรมกุล อดีตสัตวแพทย์องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในทีมที่ลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงแรก โพสต์ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก “Visit Arsaithamkul” โดยสะท้อนความกังวลเรื่องการเฝ้าระวังโรคและการจัดการด้านระบาดวิทยา

เขาเล่าว่า ช่วงแรกเสือเริ่มมีอาการซึม เบื่ออาหาร และมีไข้ ต่อมาหลายตัวมีอาการชักและตายเร็ว ขณะผ่าชันสูตรเสือชุดแรกๆ ใน 1 ถึง 2 วันหลังเริ่มป่วย ยังไม่พบรอยโรครุนแรงที่ชี้ชัด จึงต้องตั้งสมมติฐานกว้างๆ ทั้งเชื้อไวรัส สารพิษ หรือแบคทีเรีย

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาว่าเสือทั้งแม่ริมและแม่แตงอยู่ไกลกันมาก แต่กลับป่วยด้วยอาการใกล้เคียงกัน ทีมหน้างานจึงหันไปมอง “ปัจจัยร่วม” ที่เหมือนกันจริงๆ โดยเขาระบุว่า สิ่งที่ตรงกันชัดที่สุดคืออาหาร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์เศรษฐกิจที่มาจากแหล่งเดียวกัน

เขาระบุด้วยว่า ในเสือกว่า 200 ตัวจากทั้ง 2 จุด ที่กินอาหารชุดเดียวกัน พบอาการป่วยเกือบทั้งหมด ยกเว้นลูกเสือ 3 ตัวที่ยังกินนมเป็นหลัก หลังจากนั้นจำนวนเสือป่วยและตายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ความสงสัยเรื่องเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ระหว่างรอผลตรวจ ทีมงานส่งตัวอย่างตรวจหลายแห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยและหน่วยงานชันสูตรของรัฐ

สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง

แบ่งระดับอาการ เพื่อวางแนวทางรักษา

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยังมีเสือจำนวนมาก ทีมสัตวแพทย์แบ่งกลุ่มอาการเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ไม่แสดงอาการ, ป่วยเล็กน้อย, ป่วยปานกลาง, ป่วยหนัก, ป่วยวิกฤต และตาย จากนั้นจึงวางแนวทางดูแลต่างกันในแต่ละกลุ่ม เช่น ยาเสริมภูมิคุ้มกัน ยาลดไข้ ยาควบคุมอาการชัก และยาปฏิชีวนะ

ต่อมาเมื่อเริ่มทราบผลตรวจจากมหาวิทยาลัยว่าเป็นเชื้อไวรัสตามที่สงสัย เสือที่ตายในชุดหลังจึงลดการผ่าชันสูตร เพื่อจำกัดความเสี่ยง ทีมยังทำงานร่วมกับสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ ต่อเนื่อง ทั้งการตรวจหลักฐานและการทำลายซาก เขายังมองว่ากระแสข่าวลือเรื่องการนำซากไปใช้ประโยชน์นั้นเป็นการตีความเกินจริง

กังวลการสรุปโรคแบบเลือกคำตอบ จนอาจปิดทางบทเรียน

ในโพสต์ดังกล่าว เขาพูดถึงภาพรวมที่ใหญ่กว่าแค่โรคหนึ่งโรค โดยย้ำว่าไม่มีใครอยากให้เกิดความเสียหายกับสัตว์เศรษฐกิจมูลค่าสูง แต่การสรุปเรื่องให้จบแบบเร็วเกินไป หรือเลือก “ชนิดโรค” มาเป็นคำตอบเดียว แล้วจบข่าว อาจทำให้ระบบเฝ้าระวังโรคและการสอบสวนโรคไม่เกิดบทเรียนที่แท้จริง

เขามองว่าเรื่องนี้เชื่อมโยงไปถึงมุมสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ที่ครอบคลุมสัตว์เศรษฐกิจ สัตว์ป่า มนุษย์ และสิ่งแวดล้อม และถ้าปัญหาถูกเก็บเงียบ โอกาสที่ต้นเหตุจริงจะกลับมาก่อเหตุซ้ำก็ยังมีอยู่

เขาทิ้งท้ายด้วยความไม่สบายใจต่อการโยนความผิดแบบหาตัวรับแทน เพราะอาจกระทบความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ และทำให้ภาพรวมงานโรคสัตว์ของประเทศถูกมองในแง่ลบทั้งในและต่างประเทศ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

คู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงรายเข็นรถเข็นไปร้องเพลงหาเลี้ยงชีพวันละ 10-16 กิโลเมตร

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Published

on

ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เชียงราย – ประเทศไทยกำลังกลายเป็นสังคมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากคู่รักหนุ่มสาวจำนวนมากเลือกที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแทนการมีลูก โดยเฉพาะสุนัขและแมว ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ลูกๆ ขนปุย” หรือสมาชิกในครอบครัวที่มาแทนที่ทารก ท่ามกลางอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องและเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

สุนัขและแมวไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงอีกต่อไปแล้ว หลายครัวเรือนมองพวกมันเป็น “ลูกๆ ขนปุย” หรือสมาชิกในครอบครัว ด้วยอัตราการเกิดที่ลดลง เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว

แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในประเทศไทย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความสบายใจ ต้องการความรับผิดชอบระยะยาวที่จัดการได้ และแสวงหาความยืดหยุ่นในชีวิตมากขึ้น

ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อัตราการเกิดลดลง แต่จำนวนสัตว์เลี้ยงพุ่งขึ้น

ไทยกำลังเจอปัญหาโครงสร้างประชากรที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเด็กเกิดใหม่น้อยลง ในไตรมาสแรกของปี 2025 มีทารกเกิดต่ำกว่า 100,000 คน ขณะที่ผู้เสียชีวิตมากกว่า 147,000 คน ผลคือจำนวนประชากรไทยเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2020 และแนวโน้มนี้ยังไม่น่าจะหยุดง่าย ๆ

ขณะเดียวกัน จำนวนสัตว์เลี้ยงกลับเพิ่มขึ้นเร็ว คาดว่าในปี 2025 ไทยจะมีสัตว์เลี้ยงราว 5.38 ล้านตัว แบ่งเป็นสุนัข 3.45 ล้านตัว และแมว 1.94 ล้านตัว โดยฝั่งแมวเติบโตเฉลี่ย 28% ต่อปีในช่วง 2021-2024 สูงกว่าสุนัขที่อยู่ราว 19%

หลายผลสำรวจยังชี้ไปในทางเดียวกันว่า เกือบครึ่งของคนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เลือกเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแทนการมีลูก อีกทั้ง 53% มองว่าสัตว์เลี้ยงคือคนในครอบครัว และ 6 ใน 10 คนพร้อมให้ความสำคัญกับความต้องการของสัตว์เลี้ยงก่อนตัวเอง

เมื่อความผูกพันเพิ่มขึ้น ตลาดก็โตตาม มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยขยายตัวราว 8-10% ต่อปี และคาดว่าในปี 2025-2026 จะอยู่ที่ประมาณ 66,748-92,000 ล้านบาท ดังนั้นหลายธุรกิจจึงเร่งปรับบริการให้ตอบโจทย์กลุ่ม “Pet Parents” หรือผู้ปกครองสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โรงแรมและธุรกิจรองรับการเที่ยวกับสัตว์เลี้ยงโตเร็ว

ช่วงหลังธุรกิจโรงแรมและที่พักเปิดบริการ pet-friendly กันมากขึ้น เพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและคนไทยที่อยากพาน้อง ๆ ไปด้วย

  • โรงแรมระดับลักชัวรี เช่น Mövenpick, The Standard Hua Hin, Kimpton Maa-lai Bangkok, The Slate Phuket และ Rosewood Phuket ทำห้องสำหรับสัตว์เลี้ยง พร้อมของใช้พื้นฐาน เช่น เตียง ชามอาหาร และพื้นที่พาเดิน
  • เครือ GO Hotel ในกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา กันห้อง pet-friendly ประมาณ 10-15% ของทั้งโครงการ คิดค่าบริการเพิ่ม 500 บาทต่อตัวต่อคืน และทำอัตราเข้าพักได้ราว 75-80%
  • ททท. ผลักดันโครงการ Amazing Happy Paws เพื่อโปรโมต Pet Tourism โดยตลาดนี้โต 20-25% ต่อปี เร็วกว่าท่องเที่ยวทั่วไปเกือบเท่าตัว
  • ข้อมูลจาก TripAdvisor และ BringFido (ปี 2026) ระบุว่าไทยมีโรงแรม pet-friendly มากกว่า 200 แห่ง กระจุกตัวในเมืองท่องเที่ยว เช่น หัวหิน ภูเก็ต เขาใหญ่ และพัทยา

นอกจากที่พัก ธุรกิจอื่นก็ขยับตาม เช่น Lotus’s Pet-Friendly Mall ที่เปิดให้พาสัตว์เลี้ยงไปช้อปได้ รวมถึงโรงภาพยนตร์และบางสถานที่ที่เริ่มเปิดรับมากขึ้น

ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

คอนโดหันมาออกแบบพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงอยู่สบาย

คอนโดใหม่ ๆ ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่เริ่มทำโครงการแบบ pet-friendly มากขึ้น เพื่อจับกลุ่มคนโสด คู่รักไม่มีบุตร และกลุ่ม LGBTQ+ ที่มีกำลังซื้อ

  • ผู้พัฒนาหลายรายเพิ่มพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวนสุนัขบนดาดฟ้า ห้องเล่นแมว จุดอาบน้ำหรือแต่งตัว และลิฟต์สำหรับสัตว์เลี้ยง
  • ตัวอย่างโครงการ เช่น Muniq Sukhumvit 23, Grand Mercure Bangkok Asoke, Aequa Sukhumvit 49 ที่มีพื้นที่สีเขียวใกล้สวนเบญจกิติให้พาเดินเล่นได้
  • หลายที่วางกติกาไว้ชัด เพื่อให้อยู่ร่วมกันง่ายขึ้น เช่น จำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดห้อง (เช่น ห้องต่ำกว่า 80 ตร.ม. ไม่เกิน 2 ตัว) ต้องอุ้มหรือใช้รถเข็นในล็อบบี้และลิฟต์ เดินในโซนที่กำหนด และงดเข้าบางพื้นที่ส่วนกลาง
  • ในปี 2026 กรุงเทพมหานครออกกฎใหม่กำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดที่อยู่อาศัย เพื่อลดปัญหาขัดแย้งระหว่างผู้อยู่อาศัย

แม้ยังมีคอนโดหลายแห่งที่ยึดข้อบังคับเดิมและไม่อนุญาตสัตว์เลี้ยง แต่ภาพรวมชัดเจนว่าโครงการ pet-friendly เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะการแข่งขันในตลาดอยู่อาศัยสูงขึ้นทุกปี

ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เจ้าของสัตว์เลี้ยงเริ่มผลักดันให้บินพร้อมน้องได้ในห้องโดยสาร

เจ้าของสัตว์เลี้ยงในไทยเริ่มเรียกร้องให้สายการบินทั้งไทยและต่างชาติปรับนโยบายให้เป็นมิตรมากขึ้น โดยยกตัวอย่างญี่ปุ่นที่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงขนาดเล็กอยู่ในห้องโดยสารกับเจ้าของได้

ปัจจุบันสายการบินไทยส่วนใหญ่ เช่น Thai Airways และ Bangkok Airways อนุญาตเฉพาะสัตว์ช่วยเหลือพิเศษ (service animals) ในห้องโดยสาร ส่วนสัตว์เลี้ยงทั่วไปต้องโหลดใต้ท้องเครื่อง ทำให้หลายคนกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเครียดของสัตว์

เพราะเหตุนี้ บางกลุ่มจึงยื่นคำร้องและรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อขอให้มีโซนพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือผ่อนปรนให้สัตว์ขนาดเล็กที่อยู่ใน carrier ตามมาตรฐานขึ้นห้องโดยสารได้ โดยอ้างอิงแนวทางจากญี่ปุ่นและบางสายการบินต่างประเทศ

ร้านอาหาร สวนสาธารณะ และที่พักผ่อนรับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

  • ร้านอาหารและคาเฟ่ pet-friendly เพิ่มขึ้นชัด โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ หลายร้านจัดโซนเฉพาะ บางที่เป็นพื้นที่กลางแจ้ง และบางร้านมีเมนูสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย
  • สวนสาธารณะ อย่างสวนเบญจกิติ สวนลุมพินี และสวนรถไฟ มีพื้นที่ให้พาสุนัขเดิน และบางแห่งมี dog park แยกเป็นสัดส่วน
  • สถานที่อื่น ๆ เช่น ห้างบางแห่ง รวมถึงชายหาดบางโซนในภูเก็ตหรือหัวหิน ก็เริ่มเปิดรับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นเช่นกัน

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เทรนด์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองเท่านั้น แต่ยังต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ และช่วยให้ไทยขยับเข้าใกล้การเป็นจุดหมายสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ทั้งชาวไทยและต่างชาติ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าชาวอินเดียที่สนามบินสุวรรณภูมิ

เพลิงไหม้ร้านพลอยปลาทูแอนด์เพ็ทมาร์ท อ.แม่สาย จ.เชียงราย สัตว์เลี้ยงถูกไฟคลอกตายจำนวนมาก

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ฟุตบอล6 hours ago

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะนอกบ้านเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0

แรงกดดันจากแก๊งมิจฉาชีพทำให้เด็กหญิงวัย 14 ปี กระโดดลงมาจากชั้น 5 ของโรงเรีย
ข่าวระดับชาติ - National6 hours ago

แรงกดดันจากแก๊งมิจฉาชีพทำให้เด็กหญิงวัย 14 ปี กระโดดลงมาจากชั้น 5 ของโรงเรีย

"นานา-เวย์" ลุ้นประกันตัว หลังอัยการยื่นฟ้อง คดีฉ้อโกงฯ เสียหายกว่า 100 ล้าน
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 hours ago

“นานา ไรบีนา” และ “เวย์ ไทยทาเนียม” ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงเป็นจำนวนเงินเกิน 100 ล้านบาท

ประเทศไทยเปิดแคมเปญ "Every Birth Matters"
ข่าวระดับชาติ - National7 hours ago

ประเทศไทยเปิดแคมเปญ “ทุกการเกิดมีความสำคัญ” รับมืออัตราเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี

เรื่องราวสุดสะเทือนใจ!! เด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกวางยาแล้วถูกข่มขืนโดยเด็กชาย 5 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 hours ago

เรื่องราวสุดสะเทือนใจ!! เด็กหญิงอายุ 14 ปี ถูกวางยาแล้วถูกข่มขืนโดยเด็กชาย 5 คน

สัตวแพทย์ในพื้นที่เชียงใหม่ตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงของเสือ 72 ตัว "เกรงว่าอาจมีการปกปิดความจริง"
ข่าวระดับชาติ - National8 hours ago

สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง

คู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงราย, เข็นรถเข็น 10-16 กิโลเมตรต่อวัน, ร้องเพลงหาเลี้ยงชีพ,
เชียงราย - Chiang Rai News9 hours ago

คู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงรายเข็นรถเข็นไปร้องเพลงหาเลี้ยงชีพวันละ 10-16 กิโลเมตร

เชียงราย, รถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว ใหม่, ชายแดนเชียงราย-แม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News9 hours ago

ทหารสกัดรถกระบะ “โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว” ใหม่เอี่ยม 2 คัน ใกล้ชายแดนเชียงราย-แม่สาย ซึ่งเชื่อว่ามีจุดหมายปลายทางเพื่อส่งออกไปยังเมียนมาร์

ปรับปรุงการออกแบบ "อ่างเก็บน้ำแม่แสบ" เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News9 hours ago

ปรับปรุงการออกแบบ “อ่างเก็บน้ำแม่แสบ” เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดเชียงราย

กรมควบคุมมลพิษชู "ร่องบอนโมเดล" เชียงรายเป็นต้นแบบชุมชนปลอดเผา, เผยฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ
เชียงราย - Chiang Rai News9 hours ago

กรมควบคุมมลพิษชู “ร่องบอนโมเดล” เชียงรายเป็นต้นแบบชุมชนปลอดเผา, เผยฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ

อาร์เซนอลเอาชนะท็อตแนม 4-1
ฟุตบอล1 day ago

อาร์เซนอลเอาชนะท็อตแนม 4-1 ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือ

ลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะสุดระทึก 1-0 เหนือฟอเรสต์
ฟุตบอล1 day ago

ลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะสุดระทึก 1-0 เหนือฟอเรสต์

ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ข่าวระดับชาติ - National1 day ago

ประเทศไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ชายวัย 56 ปีถูกจับกุมในข้อหาเผาสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ชื่อ "มอลลี่" จนตาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

ชายวัย 56 ปีถูกจับกุมในข้อหาเผาสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ชื่อ “มอลลี่” จนตาย

เดนไช่-เชียงราย-เชียงของ
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ความคืบหน้าการก่อสร้างทางรถไฟสาย “เดนไช่-เชียงราย-เชียงของ” อยู่ที่ 53%

Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026

ญาติช็อก จัดงานศพไปแล้ว หนุ่มเชียงรายวัย 48 กลับมาปรากฏตัวต่อหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ญาติช็อก จัดงานศพไปแล้ว หนุ่มเชียงรายวัย 48 กลับมาปรากฏตัวต่อหน้า

หมู่บ้านต่างๆ ในเมืองทาลยัค ประเทศเมียนมาร์ กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวการลักพาตัว
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

หมู่บ้านต่างๆ ในภูมิภาคทาลยัคของเมียนมาร์กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวกลุ่มลักพาตัวชาวจีน

ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต

ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี

เชียงรายฉลองครบรอบ 764 ปี เมืองก่อตั้ง
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เชียงรายฉลองครบรอบ 764 ปี เมืองก่อตั้ง

บาร์เซโลนา vs โคเปนเฮเกน 4-1
ฟุตบอล4 weeks ago

“บาร์เซโลนา” เอาชนะโคเปนเฮเกน 4-1ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ลีก

เรือนจำดอยฮาง เชียงราย เตือนประชาชน หลังมีนักโทษหลบหนี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

เรือนจำดอยฮาง เชียงราย เตือนประชาชน หลังมีนักโทษหลบหนี

ไวรัสนิปาห์
สุขภาพและการแพทย์4 weeks ago

สธ.เร่งสื่อสารสยบข่าวลือ “ไวรัสนิปาห์” หลังข้อมูลผิดพลาดแพร่ในออนไลน์

ราคาทองวันนี้
การเงิน4 weeks ago

ร้านทองในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการปิดตัวลงหลังจากราคาสูงเกิน 70,000 บาท

ตำรวจยึดยาบ้า 3.26 ล้านเม็ด และทรัพย์สินมูลค่า 135 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจยึดยาบ้า 3.26 ล้านเม็ด และทรัพย์สินมูลค่า 135 ล้านบาท

พรรคประชาชนมีคะแนนนำอย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ข่าวการเมือง4 weeks ago

พรรคประชาชนมีคะแนนนำอย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์

กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

กงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่ ยืนยันอาคารใหม่ไม่ใช่ฐานทัพลับ

ทหารเชียงใหม่ปะทะขบวนค้ายา ชาย 2 รายเสียชีวิต ยึดยาบ้า 1.5 ล้านเม็ดใกล้ชายแดน
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ทหารเชียงใหม่ปะทะขบวนค้ายา ชาย 2 รายเสียชีวิต ยึดยาบ้า 1.5 ล้านเม็ดใกล้ชายแดน

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้า 7 วัน
สุขภาพและการแพทย์4 weeks ago

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้า 7 วัน

Trending