การเงิน -Finance
ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้มงวดกฎระเบียบด้านการกำกับดูแลสำหรับธนาคารออนไลน์
กรุงเทพฯ – ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ชี้แจงเกณฑ์การจัดตั้งธนาคารไร้สาขา หรือธนาคารเสมือนจริง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำว่า ผู้สมัครทั้งสามรายต้องปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อแยกกิจกรรมทางการเงินออกจากกิจกรรมที่ไม่ใช่ทางการเงินอย่างชัดเจน…
กรุงเทพฯ – ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ชี้แจงเกณฑ์การจัดตั้งธนาคารไร้สาขา หรือธนาคารเสมือนจริง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำว่า ผู้สมัครทั้งสามรายต้องปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อแยกกิจกรรมทางการเงินออกจากกิจกรรมที่ไม่ใช่ทางการเงินอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ก่อนที่จะเปิดให้บริการจริงในช่วงกลางปี 2569
นางชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าการชี้แจงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีกระแสข่าวเกี่ยวกับแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ที่มีความพยายามจะโอนย้ายบริษัทย่อย 3 แห่งเข้าสู่โครงสร้าง Virtual Bank ท่ามกลางการคัดค้านจากกรรมการอิสระของบริษัทเอง
เหตุผลเบื้องหลังกฎเหล็ก “แยกธุรกิจ”
ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้ผู้สมัครต้องนำธุรกิจการเงินที่ถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจทางการเงินภายใต้อำนาจการควบคุมมาไว้ในกลุ่มธุรกิจเดียวกันกับ Virtual Bank การดำเนินการนี้มีเป้าหมายหลักคือการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและการป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ
“เกณฑ์ของกระทรวงการคลังกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแยกธุรกิจทางการเงินออกจากกลุ่มธุรกิจภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector)” นางชญาวดีกล่าวเสริม “เราต้องการป้องกันไม่ให้ Virtual Bank ให้สิทธิประโยชน์แก่บริษัทในเครืออย่างไม่เหมาะสม เช่น การให้สินเชื่อเกินขอบเขตที่กำหนด หรือการทำธุรกรรมด้วยเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์มากกว่าปกติ”
5 แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ
เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา ธปท. ได้เสนอทางเลือกในการปรับโครงสร้างให้แก่ผู้สมัคร ดังนี้:
- การโอนเฉพาะธุรกิจการเงิน: ย้ายเฉพาะส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการเงินมาไว้ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Virtual Bank โดยไม่จำเป็นต้องโอนย้ายทั้งบริษัท
- การลดสัดส่วนการถือหุ้น: ลดการถือครองหุ้นในธุรกิจการเงินเดิมจนไม่มีอำนาจควบคุม
- การคืนใบอนุญาต: เลือกคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจทางการเงินที่ไม่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์หลัก
- การดำเนินการอื่นๆ: ดำเนินการใดๆ ที่บรรลุวัตถุประสงค์ในการแยกความเสี่ยงตามที่ ธปท. เห็นชอบ
- การชี้แจงความจำเป็น: ในกรณีที่ไม่ปรับโครงสร้าง ผู้สมัครจะต้องยื่นเหตุผลและความจำเป็นอย่างละเอียดเพื่อให้ ธปท. และกระทรวงการคลังพิจารณาเป็นรายกรณี
ความท้าทายของยักษ์ใหญ่ค้าปลีก
ประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้คือกรณีของ CP All ซึ่งมีแผนจะย้ายบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าสู่โครงสร้างธนาคารไร้สาขา
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการตรวจสอบของ CPALL มองว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจกระทบต่อความเป็นกลางและความยืดหยุ่นในการดำเนินงานในระยะยาว รวมถึงอาจส่งผลต่อผลกำไรของบริษัทในระยะสั้น เนื่องจากธุรกิจทั้ง 3 แห่งนี้สร้างกำไรรวมกันถึงร้อยละ 23 ของกำไรสุทธิทั้งหมดของ CPALL
เป้าหมายเพื่อ “ผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน”
เป้าหมายสำคัญของการจัดตั้ง Virtual Bank ในประเทศไทย คือการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลักเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการของธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม (Underserved) เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือกลุ่ม SME รายย่อย
“เราต้องการเห็นการแข่งขันที่นำไปสู่ต้นทุนที่ต่ำลงและบริการที่เข้าถึงง่ายขึ้น” นางชญาวดีระบุ โดยคาดว่า อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ของธนาคารกลุ่มนี้จะมีความยืดหยุ่นสูงขึ้นตามความเสี่ยงของผู้กู้รายบุคคล (Risk-based pricing)
ลำดับเวลาต่อไป (Timeline)
กระบวนการพิจารณาคัดเลือกผู้ได้รับใบอนุญาต Virtual Bank กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ:
- ปัจจุบัน: ธปท. และกระทรวงการคลังร่วมกันตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารหลักฐานของผู้สมัคร
- กลางปี 2568: คาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งธนาคาร
- ปี 2569: ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเตรียมความพร้อมด้านระบบไอที การบริหารความเสี่ยง และเงินกองทุนเริ่มต้น 5,000 ล้านบาท เพื่อเริ่มดำเนินการจริงภายใน 1 ปีหลังได้รับอนุมัติ
ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่าการกำกับดูแล Virtual Bank จะมีความเข้มงวดเทียบเท่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป และผู้ฝากเงินจะได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากเช่นเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในความมั่นคงของระบบการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่นี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิย: สเตเบิลคอยน์กำลังวางรากฐานสำหรับยุคใหม่ของการเงินในประเทศไทย
การเงิน -Finance
แบงก์ชาติคุมเข้มธุรกรรมเงินสด 5 ล้านบาท เริ่มแล้ววันนี้
เชียงราย – ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศบังคับใช้มาตรการใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยพุ่งเป้าไปที่การจัดการความเสี่ยงและป้องกันการฟอกเงินอย่างจริงจัง มาตรการนี้กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต้องตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้น ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่สาขาจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับขั้นตอนการตรวจสอบที่เพิ่มเข้ามา เพื่อความปลอดภัยของระบบการเงินโดยรวม
การยกระดับการตรวจสอบข้อมูลลูกค้า หรือ Enhanced Due Diligence (EDD) จะถูกนำมาใช้กับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านเคาน์เตอร์สาขาของธนาคารเท่านั้น โดยไม่ครอบคลุมถึงการทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือแอปพลิเคชันออนไลน์ มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความโปร่งใสและป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้สถาบันการเงินเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด
ประเด็นสำคัญ
- ธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปที่สาขาธนาคารจะต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด
- กฎระเบียบใหม่นี้ครอบคลุมทั้งการฝากเงิน การแลกเปลี่ยนเงินตรา และการชำระค่าผลิตภัณฑ์
- การทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติโดยไม่ได้รับผลกระทบ
กฎกติกาใหม่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การฝากเงินสดเข้าบัญชีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงกิจกรรมทางการเงินอื่นๆ ที่ใช้เงินสดจำนวนมากที่สาขาธนาคาร การทำธุรกรรมที่เข้าข่ายต้องถูกตรวจสอบรวมถึงการฝากเช็ค การแลกเปลี่ยนธนบัตร และการรับเงินสดเพื่อออกดราฟต์ ธนาคารจะต้องสอบถามถึงแหล่งที่มาของเงินและวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรมอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ การซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่มีมูลค่าเทียบเท่า 5 ล้านบาทขึ้นไปก็อยู่ในข่ายที่ต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกัน การชำระค่าเบี้ยประกันภัยหรือการจ่ายเงินเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์การลงทุนต่างๆ ด้วยเงินสดก็หนีไม่พ้นกฎเกณฑ์นี้ ลูกค้าจึงควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้พร้อมก่อนเดินทางไปยังสาขาธนาคาร
สิ่งที่ลูกค้าต้องเตรียมพร้อมเมื่อทำธุรกรรม
สำหรับประชาชนทั่วไปหรือนักธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องทำธุรกรรมเงินสดก้อนใหญ่ การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น คุณควรติดต่อสอบถามธนาคารสาขาที่จะไปใช้บริการล่วงหน้า เพื่อทำความเข้าใจถึงเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณา เอกสารเหล่านี้อาจรวมถึงสัญญาซื้อขาย ใบแจ้งหนี้ หรือเอกสารทางภาษีที่ระบุที่มาของเงินได้อย่างชัดเจน
แม้ว่ากระบวนการนี้อาจดูยุ่งยากและใช้เวลามากขึ้น แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่านี่ไม่ใช่การห้ามทำธุรกรรมเงินสดแต่อย่างใด หากลูกค้ามีเอกสารที่มาที่ไปของเงินอย่างถูกต้องและโปร่งใส ธนาคารก็พร้อมที่จะให้บริการตามปกติ การให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ธนาคารจะช่วยลดความล่าช้าในการตรวจสอบได้อย่างมาก
ผลกระทบต่อช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และต่างชาติ
จุดเด่นที่สำคัญของมาตรการนี้คือการยกเว้นการตรวจสอบสำหรับธุรกรรมที่ทำผ่านช่องทางดิจิทัล การโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันมือถือหรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งยังคงใช้มาตรฐานการตรวจสอบเดิมตามปกติ ดังนั้นหากคุณสามารถเปลี่ยนไปใช้วิธีการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ก็จะเป็นทางเลือกที่สะดวกรวดเร็วและลดขั้นตอนที่ซับซ้อนลงได้
สำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและต้องทำธุรกรรมขนาดใหญ่ กฎระเบียบนี้ก็มีผลบังคับใช้เช่นเดียวกัน ชาวต่างชาติอาจต้องแสดงเอกสารการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ หรือหลักฐานการนำเข้าเงินจากต่างประเทศอย่างชัดเจน การเก็บรักษาประวัติทางการเงินที่เป็นระเบียบจะช่วยให้กระบวนการเหล่านี้ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย
อนาคตของระบบการเงินไทยที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
การปรับปรุงระเบียบปฏิบัติในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับมาตรฐานระบบการเงินให้ทัดเทียมกับระดับสากล การป้องกันการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายเป็นวาระสำคัญที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ การเพิ่มความเข้มงวดนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ในระยะยาว คาดว่าประชาชนจะปรับตัวและหันไปใช้การทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดของรัฐบาล การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตรวจสอบและติดตามร่องรอยทางการเงินจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกคนต้องทำความคุ้นเคยในอนาคตอันใกล้นี้
ความร่วมมือระหว่างธนาคารและลูกค้า
ความสำเร็จของมาตรการนี้ขึ้นอยู่กับความเข้าใจและความร่วมมือที่ดีระหว่างสถาบันการเงินและผู้ใช้บริการ เจ้าหน้าที่ธนาคารได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือลูกค้าในการเตรียมเอกสารอย่างถูกต้อง หากคุณมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการ การขอคำปรึกษาจากธนาคารล่วงหน้าคือทางออกที่ดีที่สุด
การเปลี่ยนแปลงนี้อาจสร้างความไม่สะดวกสบายในช่วงแรก แต่เมื่อทุกคนเข้าใจถึงวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยของระบบเศรษฐกิจโดยรวม การปฏิบัติตามกฎระเบียบก็จะกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ระบบการเงินที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือสำหรับประเทศไทย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ลดราคาดีเซล 2 บาท! ราชกิจจาฯ ประกาศใช้ตลอดเดือน พ.ย. นี้
ตำรวจเชียงรายกำลังเร่งติดตามจับกุมฆาตกรที่สังหารครูใหญ่โรงเรียน
การเงิน -Finance
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
เชียงราย – สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศช่วงเช้าวันนี้ ปรับลดลงทันที 300 บาทต่อบาททองคำ ส่งผลให้ราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 67,000 บาท ขณะที่ราคารับซื้อทองรูปพรรณอยู่ที่ 65,800 บาท ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงแรงเทขายทำกำไรระยะสั้นของนักลงทุน หลังราคาพุ่งแตะระดับสถิติใหม่ในช่วงก่อนหน้านี้
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาในเช้านี้ มาจากกระแสคาดการณ์เรื่องนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) นักลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลกต่างพากันชะลอการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อรอฟังความชัดเจนจากรายงานข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสริมที่กดดันให้ราคาทองคำในประเทศปรับลดลงตาม
ประเด็นสำคัญ
- ทองไทยร่วง 300 บาท: ราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดปรับลงแรง ส่งผลให้ทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ระดับ 67,000 บาท
- จับตาถ้อยแถลงเฟด: นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอทิศทางอัตราดอกเบี้ยและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- บาทแข็งกดดันซ้ำ: การขยับแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้การคำนวณราคาทองคำแท่งและรูปพรรณในประเทศย่อตัวลง
สรุปราคาทองคำประจำวันและการปรับตัวของตลาด
สำหรับการเปิดตลาดรอบแรกวันนี้ ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 66,200 บาท และขายออกบาทละ 66,500 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 65,800 บาท และขายออกบาทละ 67,000 บาท ผู้สนใจสามารถตรวจสอบประกาศราคาอย่างเป็นทางการแบบเรียลไทม์ได้ที่ สมาคมค้าทองคำ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนราคาตามสภาวะตลาดตลอดทั้งวัน
บรรยากาศการซื้อขายย่านเยาวราชเช้านี้เริ่มมีประชาชนและนักลงทุนทยอยเข้ามาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ระบุว่าแรงซื้อทองคำแท่งเริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อยหลังราคาผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่อเป็นของขวัญหรือสะสมระยะยาวยังคงเข้ามาสอบถามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อราคาเริ่มย่อตัวลงมาเปิดโอกาสให้เข้าซื้อรอบใหม่
ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลกและกลยุทธ์การลงทุน
ในฝั่งของตลาดต่างประเทศ สัญญาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แกว่งตัวในกรอบจำกัดเนื่องจากนักวิเคราะห์มองว่าตลาดได้รับรู้ปัจจัยบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์ไปมากแล้ว ขณะเดียวกัน ท่าทีของประธานเฟดที่มีต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด หากตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง เฟดอาจส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยไว้นานขึ้น ซึ่งจะหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าและกดดันราคาทองคำต่อ
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง ควรแบ่งสัดส่วนการลงทุนและรอจังหวะเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาย่อตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญ ทั้งนี้ การกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายจะช่วยลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกได้ดีที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ยื่นภาษี 2026 ให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก, รู้แบบ รู้วัน รู้เอกสาร
สเตเบิลคอยน์กำลังวางรากฐานสำหรับยุคใหม่ของการเงินในประเทศไทย
การเงิน -Finance
เริ่มแล้ว! ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 1-15 ต.ค. นี้
เชียงราย – โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) รอบเพิ่มเติม เปิดให้ประชาชนกดยืนยันรับสิทธิแล้วตั้งแต่วันนี้ ใครที่พลาดการตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบก่อน สามารถเข้ามาดำเนินการได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง การเปิดลงทะเบียนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือค่าครองชีพจากรัฐบาล โดยระบบจะเปิดรับสิทธิตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 ถึง 15 ตุลาคม 2569
สำหรับรูปแบบการช่วยเหลือของโครงการนี้ รัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าสินค้าให้ในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนจ่ายเงินส่วนตัวเพียง 40% ผู้ที่ได้รับสิทธิจะมีวงเงินช่วยเหลือรวม 1,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ ซึ่งสามารถใช้สแกนจ่ายได้ไม่เกินวันละ 200 บาท หากคุณยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเริ่มสแกนใช้จ่ายได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2569
ประเด็นสำคัญ
- เปิดให้กดยืนยันรับสิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” รอบเพิ่มเติมผ่านแอปเป๋าตัง ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
- โครงการนี้รัฐช่วยจ่ายค่าครองชีพ 60% โดยให้วงเงินช่วยเหลือรวม 1,000 บาท และจำกัดการใช้ไม่เกินวันละ 200 บาท
- ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถเริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้าได้ทันทีตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
วิธีการยืนยันสิทธิผ่านแอปเป๋าตัง
การยืนยันรับสิทธิสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองผ่านสมาร์ตโฟนของคุณทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันเป๋าตังที่อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว จากนั้นให้กดเข้าไปที่แบนเนอร์ โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ที่แสดงอยู่บนหน้าจอหลัก เมื่อคุณอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการจบแล้ว ให้กดยอมรับข้อตกลงเพื่อยืนยันการรับสิทธิของคุณได้เลย
สำหรับคนที่ยังไม่เคยเปิดใช้งาน G-Wallet ในแอปเป๋าตัง คุณจะต้องทำการสมัครและยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยเสียก่อน หลังจากที่ระบบยืนยันตัวตนผ่านแล้ว คุณสามารถเติมเงินเข้า G-Wallet เพื่อเตรียมไว้สำหรับจ่ายเงินในส่วน 40% ของตัวคุณเอง การใช้งานจริงนั้นก็เพียงแค่นำสมาร์ตโฟนไปสแกนจ่ายค่าสินค้ากับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการตามปกติ
เงื่อนไขและข้อควรระวังในการใช้จ่าย
มาตรการช่วยเหลือนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ การที่รัฐบาลออกนโยบายสมทบทุนแบบ 60/40 จะช่วยให้การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคมีความคล่องตัวมากขึ้น พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดสดหรือร้านอาหารรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ ก็จะได้รับอานิสงส์จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน สิ่งนี้จะช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจระดับชุมชนได้อย่างแท้จริง
แม้คุณจะได้รับสิทธิแล้ว แต่ก็มีเงื่อนไขการใช้จ่ายสำคัญที่คุณควรทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เสียสิทธิไปฟรีๆ การใช้จ่ายผ่านโครงการนี้จะไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีธนาคารได้ และต้องใช้สแกนผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น นอกจากนี้ วงเงิน 1,000 บาทที่รัฐบาลสมทบให้ จะมีระยะเวลาสิ้นสุดการใช้สิทธิภายในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ดังนั้น คุณควรวางแผนการใช้จ่ายในแต่ละวันให้ดี เพื่อให้ได้รับความคุ้มค่าสูงสุดก่อนที่โครงการจะหมดเขต
โครงการไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีในการแบ่งเบาภาระทางการเงินของครอบครัวในช่วงปลายปี หากใครที่เข้าเกณฑ์และยังไม่ได้กดยืนยันสิทธิ ก็อย่าลืมเข้าไปทำรายการในแอปเป๋าตังภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เพื่อรักษาสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน การเตรียมความพร้อมและทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการช่วยเหลือในครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
โครงการประกันภัยภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศไทยเริ่มต้นแล้ววันนี้
-
ข่าว - News6 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 วันที่แล้ว
เหมืองแร่ใหม่จากเมียนมาร์ก่อให้เกิดมลพิษในแหล่งน้ำของเชียงราย
-
ข่าว - News6 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

