เชียงราย - Chiang Rai News
การทดสอบตะกอนในแม่น้ำกกเผยให้เห็นระดับโลหะหนักและสารหนูที่สูง
เชียงราย – ผลตรวจตะกอนดินแม่น้ำกกพบโลหะหนักเกินมาตรฐานหลายชนิด โดยเฉพาะสารหนู เจอทุกจุด ห่วงเข้าห่วงโซ่อาหาร-เสี่ยงอันตรายผู้บริโภค ผู้เชี่ยวชาญแนะรัฐเร่งตรวจในสัตว์น้ำอื่น ๆ ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งติดตามต่อเนื่อง วันที่ 25 เมษายน 2568…
เชียงราย – ผลตรวจตะกอนดินแม่น้ำกกพบโลหะหนักเกินมาตรฐานหลายชนิด โดยเฉพาะสารหนู เจอทุกจุด ห่วงเข้าห่วงโซ่อาหาร-เสี่ยงอันตรายผู้บริโภค ผู้เชี่ยวชาญแนะรัฐเร่งตรวจในสัตว์น้ำอื่น ๆ ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งติดตามต่อเนื่อง
วันที่ 25 เมษายน 2568 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) รายงานผลตรวจตะกอนดินในแม่น้ำกก บริเวณ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ อ.เมือง จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-1 เมษายน 2568 หลังพบแม่น้ำมีสีขุ่นผิดปกติ เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างตะกอนดิน 6 จุด ตรวจโลหะหนัก 10 ชนิด ได้แก่ สารหนู (As), แคดเมียม (Cd), ทองแดง (Cu), เหล็ก (Fe), ตะกั่ว (Pb), แมงกานีส (Mn), นิกเกิล (Ni), โครเมียม (Cr), สังกะสี (Zn) และปรอท (Hg)
ผลตรวจชี้ว่า สารหนูในตะกอนดินเกินมาตรฐานทั้ง 6 จุด โดยจุดแรกบริเวณชายแดนไทย-พม่า บ้านแก่งตุ๋ม ต.ท่าตอน อ.แม่อาย มีค่าสารหนู 33 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สูงกว่าระดับปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน หากสะสมในปลาและชาวบ้านกินปลาจำนวนมากต่อเนื่อง อาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพ เช่น อาการชา ปลายมือปลายเท้า หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

จุดที่ 2-6 ค่าสารหนูอยู่ระหว่าง 20-22 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เกินเกณฑ์ปกป้องสัตว์หน้าดิน (ไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) สภาพนี้อาจกระทบสัตว์หน้าดิน ทำให้ลดจำนวนลง ส่งผลต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ สัตว์น้ำลดลง และชาวบ้านจับสัตว์น้ำได้น้อยลง แต่ยังไม่กระทบสุขภาพคนที่กินสัตว์น้ำ
นิกเกิลพบเกินมาตรฐานที่จุด 6 (สะพานแม่ฟ้าหลวง หน้าศาลากลางเชียงราย) อยู่ที่ 30 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มาตรฐานไม่เกิน 23)
โครเมียมเกินมาตรฐาน 2 จุด คือสะพานแม่น้ำกก ต.ดอยฮาง และสะพานแม่ฟ้าหลวง อยู่ที่ 45 และ 60 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มาตรฐานไม่เกิน 43.4)
มาตรฐานตะกอนดินเพื่อปกป้องสัตว์หน้าดินคือไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หากเกิน อาจมีผลต่อสัตว์หน้าดินที่เป็นอาหารปลา ส่งผลให้สัตว์หน้าดินและสัตว์น้ำลดลง ชาวบ้านจับสัตว์น้ำได้น้อยลง แต่ยังไม่เป็นอันตรายกับคนที่กินสัตว์น้ำ
ส่วนมาตรฐานไม่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน (33 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมขึ้นไป) เน้นป้องกันมนุษย์ผ่านห่วงโซ่อาหาร ถ้าเกินอาจสะสมในปลา ถ้ากินปลามากและบ่อยจะเสี่ยงป่วย เช่น อาการชา หรือหัวใจเต้นผิดปกติ

สมพร เพ็งค่ำ นักวิจัยอิสระและผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน (CHIA Platform) บอกว่า แร่โลหะเหล่านี้มีในธรรมชาติอยู่แล้ว แต่เมื่อหน้าดินเปิดและกระจาย ถ้าพบโลหะหนักทั้งในน้ำและดิน ต้องดูต่อว่ามีในสัตว์น้ำหรือไม่ เมื่อมีการตรวจพบสารปรอทในปลาก็หมายถึงว่าเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารแล้ว แม้ค่าตรวจยังไม่เกินมาตรฐาน แต่ไม่ได้แปลว่าปลาจุดอื่นจะปลอดภัย จึงแนะนำให้รัฐรีบตรวจในปลาและคนในพื้นที่
สมพรเพิ่มเติมว่า ตอนนี้รู้แล้วว่าสิ่งแวดล้อมปนเปื้อน ต่อไปต้องตรวจสอบการสะสมในห่วงโซ่อาหารให้มากขึ้น เพื่อเตือนชาวบ้านเรื่องการกินอาหารจากแม่น้ำกก ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลการตรวจในหอยหรือพืชอาหารตามลำแม่น้ำ จึงควรเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง เช่น หญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก แม้จะควบคุมสารปนเปื้อนในน้ำได้ แต่ในอาหารธรรมชาติยังไม่มีวิธีบำบัด ยกเว้นให้ชาวบ้านรู้ว่าอะไรควรกินหรือหลีกเลี่ยง
“ควรมีการเฝ้าระวังอย่างจริงจัง แม้จะประกาศงดใช้น้ำ แต่ทางออกที่ดีคือควบคุมต้นทาง รัฐควรหาทางป้องกันเหมืองทองไม่ถูกต้องทันที” สมพรกล่าว
ผศ.ดร.เสถียร ฉันทะ จากคณะวิทยาศาสตร์ฯ ม.ราชภัฏเชียงราย และกรรมการลุ่มน้ำโขง กล่าวว่า สารโลหะหนักที่เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารจะไปถึงผู้บริโภคปลายทางคือคน หากสัตว์หน้าดินหรือแพลงตอนสะสมโลหะหนัก ปลา หรือสัตว์น้ำมากินต่อ สารจะสะสมเพิ่มขึ้น คนที่กินสัตว์น้ำจึงได้รับสารเหล่านี้ด้วย มาตรฐานจึงกำหนดค่าโลหะหนักในน้ำและสัตว์น้ำไม่ให้เกินเกณฑ์
นายชรินทร์ ทองสุข จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่าได้รับรายงานผลตรวจสารโลหะหนักในตะกอนดิน พบว่าสูงกว่ามาตรฐาน สอดคล้องกับผลตรวจในน้ำ ปัจจุบันปริมาณสารตกค้างในเนื้อปลายังอยู่ในระดับปลอดภัย
“ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก็บตัวอย่างปลาและน้ำจากแม่น้ำกก โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตเทศบาลไปจนถึงปากน้ำกก เพื่อให้ชาวบ้านได้ข้อมูลชัดเจนเรื่องสารปนเปื้อน” นายชรินทร์กล่าว พร้อมเน้นว่าผลการตรวจยังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง ยังไม่อันตรายต่อสัตว์น้ำ จึงไม่ห้ามประชาชนใช้น้ำ แต่ขอให้ติดตามตรวจสอบต่อเนื่องจนทุกอย่างกลับมาปกติ
กรมควบคุมมลพิษเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจสอบดินแม่น้ำกก หวั่นพบไซยาไนด์จากเหมืองทองคำ
กรมควบคุมมลพิษเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจสอบดินแม่น้ำกก หวั่นพบไซยาไนด์จากเหมืองทองคำ
เชียงราย - Chiang Rai News
จับได้คาหนังคาเขา: ผู้ทิ้งขยะผิดกฎหมายถูกปรับในจังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากคนในพื้นที่
เชียงราย – เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายเอโนช ขจร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านวังลาว ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีผู้นำขยะถุงดำมาแอบทิ้งไว้บริเวณพื้นที่โล่งริมทางหลวง สายเชียงแสน-แม่สาย ช่วงระหว่างบ้านวังลาวถึงบ้านเวียงแก้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และภาพลักษณ์อันสวยงามของพื้นที่
ทันทีที่ นายภพ มานะมนติกุล นายกเทศมนตรีตำบลเวียง ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว ท่านไม่ได้นิ่งนอนใจและได้มอบหมายให้คณะผู้บริหาร พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองช่างและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายให้เร็วที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- การลักลอบทิ้งขยะ: พบขยะถุงดำถูกแอบนำมาทิ้งในพื้นที่โล่งริมทางหลวงสายเชียงแสน-แม่สาย เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพของชุมชน
- การดำเนินการตามกฎหมาย: เจ้าหน้าที่สืบหาตัวผู้กระทำผิดและเรียกมาเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท ตาม พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569
- มาตรการป้องปราม: เทศบาลตำบลเวียงออกหนังสือตักเตือนผู้กระทำผิด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสการทิ้งขยะในที่สาธารณะ
สืบหาตัวผู้กระทำผิดและเร่งดำเนินการตามขั้นตอน
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง สามารถรวบรวมหลักฐานจนระบุตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นเทศบาลตำบลเวียงได้เชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาเข้าพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและรับทราบข้อกล่าวหา ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเวียง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
กระบวนการสอบสวนและการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจแก่ผู้กระทำผิดเกี่ยวกับข้อบังคับด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและความสะอาดในท้องถิ่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดกฎหมายซ้ำอีกในอนาคต
สรุปบทลงโทษ ปรับจริง 1,000 บาท พร้อมคาดโทษหนัก
ภายหลังเจ้าหน้าที่รัฐได้พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างครบถ้วน จึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท ตามระเบียบข้อบังคับ พร้อมทั้งออกหนังสือตักเตือนผู้กระทำความผิดอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการทิ้งขยะในพื้นที่สาธารณะ
การลงโทษในครั้งนี้ถือเป็นมาตรการป้องปรามที่เด็ดขาด เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้กับสังคมว่าการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางมีความผิดตามกฎหมาย และส่งผลเสียต่อส่วนรวมมากกว่าที่คิด
เทศบาลตำบลเวียงขอความร่วมมือชาวบ้านร่วมเป็นหูเป็นตา
เทศบาลตำบลเวียงจึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคนในการช่วยกันสอดส่องและดูแลรักษาความสะอาดในชุมชน หากพบเห็นผู้กระทำผิดนำขยะหรือเศษสิ่งกักขังมาทิ้งในพื้นที่สาธารณะที่ไม่ใช่จุดทิ้งขยะ สามารถแจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการได้อย่างทันท่วงที
การร่วมมือกันของคนในชุมชนถือเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาทัศนียภาพและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของอำเภอเชียงแสนให้อยู่คู่กับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายลุยสู้ภัยน้ำท่วม: เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำยักษ์ป้องเขตเศรษฐกิจและชุมชน
ระทึกขวัญชายแดน! ตชด. ไล่ล่ากระบะซิ่งแหกโค้ง ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 2 ล้านเม็ดที่เชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายลุยสู้ภัยน้ำท่วม: เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำยักษ์ป้องเขตเศรษฐกิจและชุมชน
เชียงราย – ฤดูฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องได้กลับมาเยือนพื้นที่ภาคเหนืออีกครั้ง ทำให้เมืองเชียงรายต้องเร่งลงมือปกป้องประชาชนจากปัญหาแม่สาย ด่านน้ำท่วมท่าขี้เหล็กพัง น้ำท่วมฉับพลันจากดอยลิไข่ น้ำท่วมถนนพหลโยธิน">น้ำท่วมขัง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ผู้นำท้องถิ่นได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์อย่างเร่งด่วน การประสานงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัด
นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้สั่งการให้ทีมงานพิเศษเข้าหารือกับสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 อย่างใกล้ชิด เป้าหมายหลักคือการระบายน้ำส่วนเกินออกจากเขตเมืองอย่างรวดเร็ว และรักษาสภาพถนนให้แห้งสนิทเพื่อการสัญจรที่ปลอดภัยของทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายและสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ร่วมมือกันวางแผนป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนอย่างเต็มรูปแบบ
- มีการเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ใน 4 พื้นที่เสี่ยงหลัก ได้แก่ สนามบิน 416, ชุมชนป่าแดง, ร่องช้าง และสะพานฮ่องลี่
- เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมทั้งกำลังคน เครื่องจักร และระบบเฝ้าระวังน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด
นายประพันธ์ ช่างแก้ว เลขานุการนายกเทศมนตรี พร้อมด้วยนายประชิต ปัญญาพฤกษ์ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้นำทีมตรวจสอบลงพื้นที่อย่างละเอียด พวกเขาเจาะจงไปยังจุดที่มักมีน้ำท่วมขังเป็นประจำเมื่อเกิดฝนตกหนัก ทีมงานได้วางแผนและกำหนดจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อรับมือกับมวลน้ำที่อาจเกิดขึ้น
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ข้อสรุปในการเลือกพื้นที่หลัก 4 แห่งสำหรับการติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สำคัญ พื้นที่เหล่านี้ได้แก่ บริเวณสนามบิน 416 ชุมชนป่าแดง ลำเหมืองสันทรายกลาง (หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าร่องช้าง) และบริเวณสะพานฮ่องลี่ จุดเหล่านี้ถือเป็นเส้นทางระบายน้ำที่สำคัญของเมืองเชียงราย
การวางตำแหน่งเครื่องสูบน้ำเชิงกลยุทธ์ในจุดเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการระบายน้ำออกจากตัวเมืองได้อย่างมหาศาล ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงและตัวเมืองจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อพายุฝนพัดเข้ามา

ความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อบรรเทาภัยอย่างรวดเร็ว
การเตรียมความพร้อมครั้งนี้ เทศบาลนครเชียงรายไม่ได้ดำเนินการเพียงลำพัง พวกเขาได้รับการสนับสนุนและทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญจาก กรมทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะส่วนทรัพยากรน้ำที่ 1 จังหวัดลำปาง ความร่วมมือนี้ช่วยให้การจัดการน้ำเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายศิริศักดิ์ เกษราษฎร์ ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรน้ำที่ 1 ลำปาง และ ดร.วีระชัย สีดาพรมมา หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ฯ ได้ร่วมลงพื้นที่สำรวจกับทีมงานของเชียงรายด้วย ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันหารือและร่างแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน เพื่อให้การทำงานในภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างราบรื่น
ผู้เชี่ยวชาญทุกคนเห็นพ้องกันว่า การติดตั้งเครื่องสูบน้ำกำลังสูงล่วงหน้าคือวิธีที่ดีที่สุดในการลดผลกระทบต่อชุมชน หากระดับน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เครื่องจักรเหล่านี้จะพร้อมเดินเครื่องเพื่อสูบน้ำออกสู่แม่น้ำสายหลักทันที
สร้างความมั่นใจและเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์
ปัจจุบัน เทศบาลนครเชียงรายกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พวกเขาได้จัดเตรียมและตรวจสอบเครื่องจักรกล อุปกรณ์ช่วยเหลือ และระบบติดตามสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์อย่างต่อเนื่อง การเฝ้าระวังนี้ดำเนินการอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง
นอกเหนือจากเครื่องมือที่ทันสมัยแล้ว การเตรียมความพร้อมของบุคลากรก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกคนได้รับการซักซ้อมและเตรียมพร้อมสำหรับการออกปฏิบัติหน้าที่ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ การทำงานเป็นทีมเชิงรุกนี้คือกุญแจสำคัญในการจัดการภัยพิบัติอย่างมืออาชีพ
ด้วยมาตรการที่รัดกุมและการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง ผู้นำท้องถิ่นมั่นใจว่าจะสามารถป้องกันความเสียหายและคลายความกังวลของประชาชนได้ เมืองเชียงรายกำลังยืนหยัดอย่างมั่นคง และพร้อมเต็มที่ที่จะดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนให้ก้าวผ่านฤดูฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3
ระทึกขวัญชายแดน! ตชด. ไล่ล่ากระบะซิ่งแหกโค้ง ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 2 ล้านเม็ดที่เชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ระทึกขวัญชายแดน! ตชด. ไล่ล่ากระบะซิ่งแหกโค้ง ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 2 ล้านเม็ดที่เชียงราย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เปิดปฏิบัติการไล่ล่าแก๊งค้ายาเสพติดอย่างดุเดือดในจังหวัดเชียงราย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่พยายามสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยคันหนึ่ง รถคันดังกล่าวพยายามเร่งเครื่องหลบหนีการจับกุมอย่างสุดชีวิต
การไล่ล่าจบลงเมื่อรถกระบะเสียหลักพุ่งชนกำแพงบ้านของชาวบ้านอย่างจัง คนขับอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบรถและพบของกลางเป็นยาบ้าจำนวนมหาศาลซุกซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้จำนวนมากถึง 2 ล้านเม็ด ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในกระสอบฟางภายในรถ
- ผู้ต้องสงสัยขับรถหนีการจับกุมจนเสียหลักพุ่งชนกำแพงบ้าน ก่อนทิ้งรถและหลบหนีไปได้
- ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นตามแนวชายแดนอำเภอแม่ฟ้าหลวง เชื่อมต่อกับเส้นทางในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นจากการทำงานด้านข่าวกรองอย่างรัดกุม เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดเตรียมลักลอบขนยาบ้าล็อตใหญ่ ขบวนการนี้วางแผนลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนไทย-เมียนมา ฝั่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง
เป้าหมายของพวกมันคือการใช้เส้นทางสายรองเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ พวกเขากำลังมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 107 สายแม่จัน-แม่อาย ในพื้นที่ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
เมื่อถึงเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีเทา ติดป้ายทะเบียนเชียงราย รถคันนี้ขับผ่านเส้นทางบ้านห้วยผึ้ง ตำบลแม่สลองใน ตรงตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งมาทุกประการ

วินาทีไล่ล่าและรถเสียหลักพุ่งชนกำแพง
รถกระบะคันดังกล่าวขับลงจากภูเขาและกำลังเลี้ยวขึ้นถนนสายหลัก เจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่จึงตัดสินใจนำกำลังเข้าสกัดจับทันที แต่คนขับรถเป้าหมายกลับไหวตัวทัน
คนขับเร่งเครื่องยนต์เพื่อขับหลบหนีการจับกุม มุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านปางสา ด้วยความเร็วสูงและสภาพถนนที่คดเคี้ยว ทำให้รถยนต์กระบะเสียการทรงตัว รถพุ่งแหกโค้งและชนเข้ากับกำแพงบ้านของชาวบ้านที่อยู่ข้างทางอย่างรุนแรง
สภาพด้านหน้าของรถพังยับเยินจนไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ นี่คือจุดสิ้นสุดของการหลบหนีด้วยรถยนต์ แต่นั่นไม่ใช่จุดจบของเหตุการณ์ทั้งหมด

การหลบหนีและการตรวจยึดของกลาง
หลังเกิดอุบัติเหตุ คนขับรถซึ่งเป็นชายสวมเสื้อสีดำแขนยาวได้รีบเปิดประตูรถ เขาวิ่งหลบหนีฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว ชายคนนี้อาศัยความชำนาญในพื้นที่ทำให้รอดพ้นจากการจับกุมไปได้ในเบื้องต้น
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถกระบะ พวกเขาพบกระสอบฟางจำนวน 10 ใบซุกซ่อนอยู่ ภายในกระสอบแต่ละใบมียาบ้าบรรจุอยู่ประมาณ 200,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้วมีของกลางยาบ้ามากถึง 2,000,000 เม็ด
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐาน และกำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ที่หลบหนี รวมถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของข่าวนี้ สามารถติดตามอ่านฉบับเต็มได้ที่ สำนักข่าวสยามรัฐ
ประเด็นสำคัญ
ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท
ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoเตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoเหตุการณ์ยิงกันสุดเศร้าในเชียงราย!!เจ้าหน้าที่หมู่บ้านยิงคนร้ายใช้มีดทำร้ายเพื่อช่วยชีวิตลูกชาย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoวิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน





