Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

สุขภาพและการแพทย์ Health

กรุงเทพฯ โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า และโรคแพนิค ครองแชมป์ปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงาน

กรุงเทพฯ – ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นปัญหาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในที่ทำงาน โดยพนักงานประมาณ 40% ระบุว่า ตนเองเผชิญกับความเครียดในระดับที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญในปีที่ผ่านมา 1 ด้วยเหตุนี้ อินเตอร์เนชั่นแนล…

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นปัญหาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในที่ทำงาน โดยพนักงานประมาณ 40% ระบุว่า ตนเองเผชิญกับความเครียดในระดับที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญในปีที่ผ่านมา1 ด้วยเหตุนี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) บริษัทผู้ให้บริการด้านสุขภาพและความมั่นคงปลอดภัยระดับโลก จึงได้เรียกร้องให้องค์กรต่าง ๆ ดำเนินการเชิงรุกร่วมกัน เพื่อบริหารจัดการกับความท้าทายด้านสุขภาพจิตของพนักงานภายในองค์กร เนื่องในวัน “Blue Monday” ซึ่งถือเป็นวันที่มีความท้าทายด้านสุขภาพจิตที่สุดวันหนึ่ง และปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 20 มกราคม

อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ได้เปิดเผยสามปัญหาสุขภาพจิตที่พนักงานทั่วโลกจากหลากหลายภาคส่วนร้องขอความช่วยเหลือเข้ามามากที่สุดในช่วงสามปีที่ผ่านมา2 ได้แก่

1.    โรควิตกกังวล: ความหวาดกลัวและความวิตกกังวลอย่างรุนแรงและเกินกว่าที่ควร มักจะเป็นอาการที่มาพร้อมกับความตึงเครียดทางกาย

2.    โรคซึมเศร้า: ภาวะสุขภาพจิตที่ทำให้รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า หรือหมดความสนใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่ออารมณ์ พฤติกรรม และสุขภาพร่างกายของพนักงานอย่างมีนัยสำคัญ

3.    โรคแพนิค: ภาวะอาการตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับความกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นอีกเมื่อใด

สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต การได้ทำงานที่มีความหมายสามารถส่งผลดีต่อการฟื้นฟูและการอยู่ร่วมกันในสังคมได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความมั่นใจในตนเองและพัฒนาทักษะทางสังคมให้ดียิ่งขึ้น ผลการวิจัยระบุว่า การได้ทำงานส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพจิตอย่างลึกซึ้งมากกว่าการรักษาทางจิตเวชแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว3 อย่างไรก็ตาม หากพนักงานต้องเผชิญกับความเครียดในที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ระดับฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลจะเพิ่มสูงขึ้น และแรงกดดันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้พนักงานรู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง และท้ายที่สุดอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟได้ ดังนั้น หากไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอ ปัญหาสุขภาพจิตอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพนักงาน ทั้งในแง่ของความมั่นใจในตนเอง ความพึงพอใจในการทำงาน และโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

นพ.โรดริโก โรดริเกซ-เฟอร์นันเดซ (Dr. Rodrigo Rodriguez-Fernandez) ที่ปรึกษาด้านสุขภาพระดับโลก แผนกสุขภาวะและสุขภาพจิตของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส กล่าวว่า เดือนมกราคมและช่วงเริ่มต้นปีใหม่ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับใครหลายคน ภาวะความหดหู่หลังช่วงเทศกาลวันหยุด การกลับเข้าสู่กิจวัตรการทำงานตามปกติ และสภาพอากาศหนาวเย็นในซีกโลกเหนือ อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิตและสุขภาวะของพนักงาน ดังนั้น Blue Monday จึงเป็นโอกาสสำคัญที่องค์กรต่าง ๆ จะร่วมกันบริหารจัดการกับความท้าทายด้านสุขภาพจิตอย่างจริงจังตลอดทั้งปี และส่งเสริมวัฒนธรรมสุขภาวะที่ดี ไม่ใช่แค่ในวันนี้เพียงวันเดียว”

องค์กรต่าง ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตระหนักถึงความเชื่อมโยงที่แยกจากกันไม่ได้ระหว่างสุขภาพจิตที่ดี ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน และประสิทธิภาพขององค์กร แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคืออัตราความเครียดและความวิตกกังวลในที่ทำงานยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีประชากรในวัยทำงานทั่วโลกประมาณ 15% เผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต4 ในขณะที่ผลกระทบเชิงลบจากความเครียดมีหลากหลายแง่มุม ทั้งปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตและระบบทางเดินอาหาร รวมถึงผลกระทบทางกายภาพและทางอารมณ์5 ทั้งนี้ การส่งเสริมและรักษาสุขภาพจิตในที่ทำงานมีความเชื่อมโยงกับการเสริมสร้างศักยภาพ การเพิ่มความตระหนักรู้ และการเปิดโอกาสให้พนักงานได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที”

อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ขอนำเสนอ 5 แนวทางให้องค์กรต่าง ๆ ใช้กลยุทธ์เชิงรุกเพื่อบริหารจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวลของพนักงาน ดังนี้

1.   สนับสนุน

ส่งเสริมวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน: สร้างวัฒนธรรมในที่ทำงานที่ให้ความสำคัญกับการเปิดอกพูดคุยกันและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยส่งเสริมให้พนักงานเปิดเผยระดับความเครียดของตนเอง และจัดเตรียมพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการระบายความกังวลโดยไม่ต้องกลัวการตัดสินหรือผลกระทบที่ตามมา

2.   สร้างสมดุล

ส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว พร้อมจัดให้มีรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น: โดยพิจารณาปรับเปลี่ยนนโยบายการลาให้สอดคล้องกับความต้องการด้านสุขภาพจิตของพนักงาน รวมทั้งสนับสนุนให้พนักงานมีเวลาพักผ่อนและกำหนดขอบเขตของชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวให้ชัดเจน

3.   ประเมิน

ประเมินความเครียดอย่างสม่ำเสมอ: ประเมินระดับความเครียดภายในองค์กรเป็นประจำ ด้วยการสำรวจความคิดเห็น การรับฟังฟีดแบคจากพนักงาน และการตรวจคัดกรองสุขภาพ จากนั้นใช้ข้อมูลที่ได้เพื่อระบุปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียด และให้ความช่วยเหลืออย่างตรงจุดเพื่อจัดการกับปัจจัยเหล่านั้น

4.   ช่วยเหลือ

นำเสนอโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน (EAP): ให้พนักงานสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางสุขภาพจิตได้ง่ายขึ้น ทั้งกิจกรรมการเรียนรู้เทคนิคการจัดการความเครียด บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต และสายด่วนสุขภาพจิต

5.   ฝึกอบรม

ฝึกอบรมการปฐมพยาบาลด้านสุขภาพจิตให้กับผู้จัดการ: เพื่อให้ผู้จัดการสามารถพัฒนาทักษะในการสังเกตสัญญาณของความเครียด และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่พนักงานที่กำลังเผชิญปัญหา

มูลนิธิอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS Foundation) จะจัดหลักสูตรฝึกอบรมว่าด้วยสุขภาวะของพนักงาน ในระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม เพื่อเสริมสร้างทักษะความสามารถที่จำเป็นในการวางแผน ออกแบบ และนำเสนอโปรแกรมช่วยเหลือพนักงานที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่รับผิดชอบด้านสุขภาวะของพนักงานในองค์กรของตนเอง

นักท่องเที่ยวเชียงรายสัมผัสอากาศเย็นสบายและดอกซากุระป่าหิมาลัย

นักท่องเที่ยวเชียงรายสัมผัสอากาศเย็นสบายและดอกซากุระป่าหิมาลัย

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

เชียงรายเปิดตัว “ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่” หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

เชียงรายจังหวัดเชียงรายกำลังก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย ล่าสุดหน่วยงานท้องถิ่นได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเยาวชนเพื่อเป็นผู้นำเที่ยว เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 มีการเปิดโครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่ กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมลักษวรรณ รีสอร์ท อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมมากมาย นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารสถานศึกษาและนักเรียนในพื้นที่มาร่วมงานอย่างคึกคัก

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานใหญ่ในการผลักดันเชียงรายเป็นเมืองสุขภาพ เป้าหมายหลักคือการสอนให้เยาวชนเข้าใจความสำคัญของการท่องเที่ยววิถีชุมชนอย่างลึกซึ้ง พวกเขาจะสามารถนำเสนออัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจและเป็นธรรมชาติ

ประเด็นสำคัญ  

  • ปั้นเยาวชนสู่มัคคุเทศก์: จังหวัดเชียงรายจัดอบรมเยาวชนเพื่อเตรียมพร้อมเป็นผู้นำเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน
  • เรียนรู้จากพื้นที่จริง: นักเรียนได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติในสถานที่จริง
  • ต่อยอดเมืองสุขภาพ: โครงการนี้ช่วยผลักดันให้จังหวัดเชียงรายก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาพที่ยั่งยืน

การอบรมครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมดสามวัน ตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 19 สิงหาคม 2569 นักเรียนทุกคนจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเข้มข้น เนื้อหาเริ่มต้นจากการปูพื้นฐานแนวคิดเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน หลังจากนั้นจะเป็นการฝึกทักษะสำคัญที่มัคคุเทศก์ต้องมี เช่น การเล่าเรื่อง การใช้เสียง และการทำงานเป็นทีม

วิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงให้กับนักเรียน พวกเขาได้เรียนรู้วิธีการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวให้น่าสนใจและดึงดูดใจนักท่องเที่ยว การสื่อสารด้วยความมั่นใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่วิทยากรเน้นย้ำตลอดการอบรม ทักษะเหล่านี้จะช่วยให้เยาวชนพร้อมรับมือกับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบในอนาคตได้อย่างมืออาชีพ

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

การลงพื้นที่จริงเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น

เพื่อเพิ่มประสบการณ์จริง นักเรียนจะได้ลงพื้นที่ไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของจังหวัด พวกเขาจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านที่ศูนย์วัฒนธรรมอาข่าและควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ รวมทั้งสัมผัสวิถีชีวิตเชิงสุขภาพที่น้ำพุร้อนโป่งพระบาท นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเรื่องสมุนไพรที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุด ซึ่งเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับเยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม

จุดเด่นของงานนี้คือการให้นักเรียนได้แสดงฝีมือผ่านกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถ กิจกรรมแรกคือ Young Wellness Guide Challenge ที่ให้เยาวชนลองทำหน้าที่มัคคุเทศก์จริง นอกจากนี้ยังมีการประกวด Mini Tour Guide Show เพื่อนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้มา ข้อมูลสนับสนุนจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่ากิจกรรมรูปแบบนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้เด็กๆ ในการนำเสนอเรื่องราวท้องถิ่นได้อย่างมาก

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

ก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเชียงราย

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างผู้สื่อความหมายรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูง เยาวชนเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของบ้านเกิดตนเอง พวกเขาไม่เพียงแค่นำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพ แต่ยังมีส่วนช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่ ท้ายที่สุดสิ่งนี้จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและพัฒนาจังหวัดเชียงรายต่อไป

การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อเยาวชนเข้าใจและรักในท้องถิ่น พวกเขาจะปกป้องและดูแลทรัพยากรของตนเองอย่างดี การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของเชียงรายจึงมีอนาคตที่สดใสและพร้อมต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่ต้องการพัฒนาชุมชนในรูปแบบเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถาม: โครงการอบรมนี้จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร?

คำตอบ: โครงการนี้มุ่งหวังที่จะพัฒนาทักษะเยาวชนในพื้นที่ให้กลายเป็นยุวมัคคุเทศก์ที่มีความสามารถ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชนของจังหวัดเชียงรายให้เติบโต

คำถาม: นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ไปทัศนศึกษาที่ไหนบ้าง?

คำตอบ: แหล่งเรียนรู้หลักในโครงการนี้ ได้แก่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า ควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ น้ำพุร้อนโป่งพระบาท และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุด

คำถาม: โครงการนี้มีประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นอย่างไร?

คำตอบ: โครงการนี้ช่วยสร้างทักษะอาชีพให้เยาวชน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสนับสนุนให้เชียงรายก้าวขึ้นเป็นเมืองสุขภาพระดับประเทศ ซึ่งจะนำรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว “M-Water” ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม

รักบี้เชียงรายระดมเยาวชนกว่า 600 ชีวิต โชว์พลังความสามัคคีเต็มสนาม

 

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3

Rebecca Kim

Published

on

ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้สร้างความสำเร็จครั้งใหญ่อีกครั้ง ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังได้สำเร็จด้วยดี โดยผู้ป่วยรายนี้ได้ลงทะเบียนรอรับการบริจาคอวัยวะมาเป็นเวลานาน

การผ่าตัดครั้งนี้ถือเป็นการปลูกถ่ายไตสำเร็จเป็นรายที่ 3 ของโรงพยาบาล ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคน นอกจากนี้ยังยืนยันว่าระบบบริการของโรงพยาบาลมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลผู้ป่วยหนัก

ประเด็นสำคัญ 

  • โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569
  • ความสำเร็จนี้ช่วยลดเวลาการรอคอย และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยโรคไตในพื้นที่ภาคเหนือ
  • ทีมแพทย์และโรงพยาบาลขอบคุณผู้บริจาคอวัยวะที่มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต” ให้กับผู้ป่วย

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการบริจาคอวัยวะ การประสานงาน และการเตรียมความพร้อมของผู้ป่วย ไปจนถึงการผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด ทุกขั้นตอนทำด้วยความใส่ใจและรัดกุม

การปลูกถ่ายไตในพื้นที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้นมาก ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงกรุงเทพฯ ทำให้ลดเวลาการรอคอยอวัยวะลงได้อย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตในภาคเหนือให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ยกระดับการรักษาโรคซับซ้อนในเชียงราย

ทีมแพทย์ของ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการโรคร้ายแรง การผ่าตัดที่ซับซ้อนเช่นนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงมาก ทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำงานสอดประสานกันเป็นทีมเดียว

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์จากการฟอกเลือด การฟอกเลือดแต่ละครั้งใช้เวลานานและทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ดังนั้นการได้รับโอกาสปลูกถ่ายไตจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้

ระบบบริการปลูกถ่ายอวัยวะของโรงพยาบาลได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พร้อมรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน การมีศูนย์การแพทย์ที่เชี่ยวชาญอยู่ใกล้บ้านถือเป็นเรื่องดีและสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

เชิดชูผู้บริจาค ผู้มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต”

นอกเหนือจากความสามารถของแพทย์แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของผู้บริจาคอวัยวะ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ขอร่วมยกย่องและอนุโมทนาบุญในครั้งนี้ ครอบครัวของผู้บริจาคได้มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต” ที่มีค่าที่สุดให้กับเพื่อนมนุษย์

เมื่อผู้ป่วยได้รับการเปลี่ยนไตใหม่ ร่างกายจะกลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติ พวกเขาสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน และมีความสุขกับครอบครัวได้อีกครั้ง การบริจาคอวัยวะจึงเป็นการต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยที่เคยหมดหวังให้กลับมามีรอยยิ้มได้

โรงพยาบาลขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย ครอบครัว และทีมงานผู้ดูแลทุกคน ความสำเร็จนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ระบบสาธารณสุขไทยก้าวหน้าต่อไป คุณสามารถติดตามข่าวสารสาธารณสุขเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ประเด็นสำคัญ

ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท

สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก:สุราษฎร์ธานีเกมส์”

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

เชียงรายตั้งเป้าเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก”

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – จังหวัดเชียงรายกำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้ชื่อโครงการ “Chiang Rai Wellness City” อย่างเป็นทางการ เป้าหมายหลักคือการก้าวขึ้นเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก โครงการนี้เน้นการนำจุดแข็งด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น มาสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

เทรนด์การท่องเที่ยวทั่วโลกในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนจากการเดินทางเพื่อพักผ่อนธรรมดา เป็นการเน้นดูแลสุขภาพและฟื้นฟูจิตใจ จังหวัดเชียงรายจึงนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ เช่น น้ำพุร้อน ชา กาแฟ และสมุนไพร มาเป็นจุดขายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

ประเด็นสำคัญ

  • เป้าหมายระดับโลก: เชียงรายเร่งพัฒนาเมือง เพื่อก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติ
  • การพัฒนาชุมชน: มีการจัดอบรม 4 หลักสูตรใหญ่ตลอดเดือนสิงหาคม เพื่อเพิ่มทักษะให้ผู้ประกอบการและชาวบ้าน
  • กิจกรรมแจกรางวัล: เปิดตัวแคมเปญประกวดคลิปวิดีโอและบทความ ชิงรางวัลรวมมูลค่ามากกว่า 120,000 บาท

การผลักดันโครงการนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน นำโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และ ททท. สำนักงานเชียงราย ทุกฝ่ายตั้งใจเตรียมความพร้อมให้คนในพื้นที่อย่างจริงจัง คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก สยามรัฐออนไลน์ ซึ่งเป็นแหล่งข่าวต้นฉบับของการแถลงข่าวครั้งนี้

การทำงานครั้งนี้เน้นการพัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ และสร้างการรับรู้ไปพร้อมกัน ตลอดเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569 จะมีกิจกรรมมากมาย เพื่อวางรากฐานให้เชียงรายเป็นเมืองแห่งสุขภาพอย่างแท้จริง

ด้านการพัฒนาคน จะมีการจัดอบรมอย่างเข้มข้นถึง 4 หลักสูตร เริ่มจาก “Chiang Rai Wellness Business Academy” ที่ช่วยเสริมความรู้ด้านการตลาดให้ธุรกิจสุขภาพ ต่อด้วยหลักสูตร “ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่” ที่สอนให้เด็กๆ ถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตร “นักสื่อความหมายท้องถิ่น” เพื่อยกระดับคนในพื้นที่ให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวได้ดีขึ้น ปิดท้ายด้วยหลักสูตร “Local Food Stylist” ที่สอนการจัดจานอาหารพื้นถิ่น ให้กลายเป็นเมนูสุขภาพที่น่าทานและมีราคา

การพัฒนาทักษะเหล่านี้ จะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เมื่อชุมชนเข้มแข็ง การท่องเที่ยวก็จะเติบโตตามไปด้วย สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาว

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

แคมเปญสุดสร้างสรรค์ ดึงคนรุ่นใหม่โปรโมทเมือง

นอกจากการสอนคนในพื้นที่แล้ว เชียงรายยังจัดแคมเปญการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แคมเปญแรกคือการประกวดคลิปวิดีโอสั้น “Chiang Rai Wellness Moment” เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาแชร์ช่วงเวลาดีๆ เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 70,000 บาท

แคมเปญที่สองคือ “Wellness Storytelling” เป็นการประกวดบทความและภาพถ่ายสะท้อนวิถีชีวิต ผู้ชนะจะได้รับบัตรกำนัลที่พักและบริการสปา มูลค่ารวม 50,000 บาท แคมเปญเหล่านี้จะช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวผ่านโซเชียลมีเดียได้เป็นอย่างดี

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ย้ำว่ากิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันชิงรางวัล แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวบอกเล่าประสบการณ์จริง การพูดกันปากต่อปากบนโลกออนไลน์ จะช่วยให้คนรู้จักเมืองเชียงรายมากขึ้น

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

สัมผัสธรรมชาติกับแคมป์ปิ้งสุขภาพ และก้าวต่อไปของเชียงราย

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์คือ “Wellness Camping Life” ซึ่งเตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 งานนี้ชวนนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนและทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย ระบุว่า ททท. พร้อมเดินหน้าโปรโมทผ่านสื่อทุกช่องทาง โดยจะพาสื่อมวลชนและบล็อกเกอร์มาร่วมทริป เพื่อช่วยรีวิวและสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวตามรอยมาเที่ยวเชียงราย

ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต ในอนาคตอันใกล้ เชียงรายจะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ และเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลกที่ทุกคนต้องห้ามพลาด

การเปลี่ยนผ่านสู่เมืองสุขภาพ ไม่เพียงแต่ดีต่อนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงรายด้วย เมื่อธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และเศรษฐกิจดีขึ้น ความสุขของคนในพื้นที่ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นี่คือเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาในครั้งนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท

ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending