ข่าว - News
รถตู้โดยสารประสบอุบัติเหตุ!! เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 10 ราย ในโศกนาฏกรรมบนทางหลวง
กำแพงเพชร – เกิดอุบัติเหตุหมู่สะเทือนขวัญบนทางหลวงสายหลักในพื้นที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณจุดกลับรถบ้านท่าเสากระโดง ตำบลอ่างทอง ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรผ่านไปมาเป็นอย่างยิ่ง
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลกำแพงเพชร และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน ได้รุดเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน โดยในที่เกิดเหตุพบซากรถตู้โดยสารชนอัดติดกับรถยนต์การเกษตรหรือรถอีแต๋นจนพังยับเยินทั้งสองคันอยู่กลางถนน
ประเด็นสำคัญ• อุบัติเหตุรุนแรง 3 คันรวด: รถตู้โดยสารเฉี่ยวชนท้ายรถสิบล้อ ก่อนพุ่งชนอัดรถอีแต๋นอย่างแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บรวม 10 ราย • สาเหตุหลักคาดหลับใน: พยานผู้โดยสารเผยคนขับเปรยว่าง่วงนอนจัด และได้จอดนอนพักริมทางเพียง 5 นาที ก่อนเดินทางต่อจนเกิดเหตุ • อุทาหรณ์เตือนภัยทางไกล: เจ้าหน้าที่ย้ำเตือนการขับขี่ระยะไกลต้องพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะการฝืนขับเสี่ยงก่อให้เกิดความสูญเสียใหญ่หลวง |
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถตู้โดยสารโตโยต้า สีบรอนซ์ สภาพด้านหน้าและตัวถังแถบขวาพังยับเยินอย่างหนัก ภายในซากรถพบร่างคนขับชาวสุราษฎร์ธานี วัย 40 ปี เสียชีวิตติดคาพวงมาลัย พร้อมผู้โดยสารชายสัญชาติเมียนมาอีก 1 ราย เสียชีวิตบริเวณเบาะนั่งด้านหลังคนขับ
นอกจากผู้เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุแล้ว ยังมีผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกเร่งนำส่งโรงพยาบาลอีก 6 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 4 รายได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ในขณะที่รถยนต์การเกษตรคู่กรณีถูกชนอัดจนกระเด็นได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน

คำให้การของพยานและลำดับเหตุการณ์การชน
ผู้โดยสารหญิงชาวเมียนมาที่รอดชีวิตเล่าว่า รถตู้คันนี้เดินทางต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันก่อนหน้าพร้อมผู้โดยสารรวม 13 คน โดยก่อนถึงจุดเกิดเหตุคนขับได้บ่นว่าง่วงนอนมาก จึงขอจอดพักหลับริมทางเพียงสั้นๆ ประมาณ 5 นาที ก่อนที่จะออกเดินทางต่อกระทั่งเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
ขณะเดียวกันคนขับรถบรรทุกสิบล้อระบุว่า ตนเองได้ขับรถเลี้ยวกลับรถพ้นเลนไปเรียบร้อยแล้ว แต่จู่ๆ รถตู้ที่วิ่งตามหลังมาในเลนขวากลับเบี่ยงทิศทางเข้าเฉี่ยวชนท้ายอย่างแรง จากนั้นรถตู้จึงเสียหลักพุ่งตรงเข้าชนรถอีแต๋นที่จอดรออยู่จนเกิดกลุ่มควันคละคลุ้ง

ข้อสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่และบทเรียนความปลอดภัย
พนักงานสอบสวนสันนิษฐานเบื้องต้นว่า คนขับรถตู้น่าจะเกิดอาการหลับในจากความเหนื่อยล้าสะสม เพราะการเดินทางไกลที่พักผ่อนเพียง 5 นาที ไม่เพียงพอต่อการตื่นตัวในการควบคุมรถอย่างปลอดภัย ซึ่งทางตำรวจกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปคดีอย่างเป็นทางการ
อุบัติเหตุครั้งนี้นับเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ขับขี่ทุกคนในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องขับรถระยะทางไกล หากรู้สึกง่วงนอนหรืออ่อนเพลีย ควรหยุดพักในจุดบริการหรือปั๊มน้ำมันจนกว่าจะพร้อม เพื่อปกป้องชีวิตของตนเองและเพื่อนร่วมทาง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงใหม่จับกุมคนขับรถที่ก่อเหตุชนพยาบาลเสียชีวิต
รถตู้รับส่งนักเรียนชนกับรถกระบะในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 27 ราย
ข่าว - News
การโจมตีทางอากาศของเมียนมาร์สร้างความเสียหายให้กับอาคาร 17 หลังในแม่ฮ่องสอน
แม่ฮ่องสอน – สถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทยและเมียนมากลับมาปะทุขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง หลังจากเครื่องบินรบของกองทัพอากาศเมียนมาได้ปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นยู (KNU) ริมแม่น้ำสาละวิน ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาลและมีสะเก็ดระเบิดกระเด็นข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งไทย
เหตุการณ์ระเบิดครั้งรุนแรงนี้เกิดขึ้นบริเวณตรงข้ามหมู่บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างสาธารณะในชุมชนไทยรวมไม่น้อยกว่า 17 แห่ง แรงอัดของระเบิดทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องพากันวิ่งหลบภัยอย่างอลหม่านท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา
ประเด็นสำคัญ
|
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสบเมยและหน่วยงานความมั่นคง พบว่าระเบิดจำนวน 2 ลูกตกใส่ฐานทหารเคเอ็นยูบริเวณค่ายซอแลท่า ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำสาละวินพอดี แม้จุดตกของระเบิดจะอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แต่ด้วยอานุภาพทำลายล้างที่รุนแรงทำให้เกิดแรงอัดอากาศมหาศาลและเศษสะเก็ดระเบิดพุ่งข้ามลำน้ำเข้ามาตกกระจายทั่วบริเวณชุมชนบ้านแม่สามแลบ
ความเสียหายที่ตรวจพบเบื้องต้นมีมากถึง 17 จุด ประกอบด้วยบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สามแลบ อาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และอาคารบริการนักท่องเที่ยวของ อบต.แม่สามแลบ โดยแรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกหน้าต่างแตกละเอียด ฝ้าเพดานหลุดร่วงลงมาพังเสียหาย และผนังปูนแตกร้าวเป็นแนวยาวหลายจุด
นอกจากนี้ สิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่สำคัญในชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมแห่งนี้ยังได้รับผลกระทบไปพร้อมกันทั้งหมด โดยพบว่ามัสยิดประจำหมู่บ้าน วัดพระพุทธศาสนา และโบสถ์คริสต์ ต่างได้รับความเสียหายจากแรงกระแทกและสะเก็ดระเบิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัศมีการทำลายล้างครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางจนสร้างความหวาดผวาให้แก่ผู้อยู่อาศัยทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ชีวิตความเป็นอยู่สะดุด ท่าเรือหยุดชะงัก และการเปิดศูนย์อพยพฉุกเฉิน
ผลพวงจากการโจมตีทางอากาศในครั้งนี้ทำให้วิถีชีวิตและการค้าขายตามแนวชายแดนต้องหยุดชะงักลงทันที บริเวณท่าเรือบ้านแม่สามแลบซึ่งเคยเป็นจุดสัญจรทางน้ำและศูนย์กลางการค้าที่คึกคักริมแม่น้ำสาละวินต้องปิดทำการชั่วคราว เรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้าทุกลำถูกสั่งห้ามออกเดินเรือ ร้านค้าและร้านอาหารริมฝั่งพากันปิดประตูสนิทเพื่อความปลอดภัย
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบได้ประสานงานร่วมกับผู้นำชุมชนในการจัดตั้งศูนย์อพยพฉุกเฉินจำนวน 3 แห่งในจุดที่มีความปลอดภัยสูง พร้อมจัดเตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และหน่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อรองรับประชาชนชาวไทยในหมู่บ้านและกลุ่มผู้หนีภัยจากการสู้รบที่อาจข้ามพรมแดนเข้ามาเพิ่มขึ้นหากสถานการณ์ทวีความรุนแรง
กำนันตำบลแม่สามแลบเปิดเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่มีความตื่นตระหนกอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีสัญญาณเตือนภัยการรบมาเป็นระยะ และหน่วยงานความมั่นคงเพิ่งแจ้งเตือนข่าวกรองเรื่องความเป็นไปได้ของการโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าการทิ้งระเบิดจะเกิดขึ้นใกล้แนวชุมชนไทยจนส่งผลกระทบโดยตรงเช่นนี้
ข้อเรียกร้องหลุมหลบภัย และท่าทีทางการทูตของไทยต่อเหตุล้ำแดน
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องอย่างจริงจังจากผู้นำท้องถิ่นถึงความจำเป็นในการสร้างหลุมหลบภัยมาตรฐานให้แก่หมู่บ้านตามแนวชายแดน เพราะการสู้รบในฝั่งเมียนมามักเกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่กำบังที่มั่นคงแข็งแรงพอในการป้องกันสะเก็ดระเบิดและกระสุนปืนใหญ่ที่อาจพลัดตกเข้ามาได้ตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยได้เร่งรวบรวมหลักฐานและประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งหมดในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อส่งเรื่องไปยังกระทรวงการต่างประเทศและคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) สำหรับการทำหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อกองทัพเมียนมา เพื่อเรียกร้องให้ระมัดระวังการปฏิบัติการทางทหารไม่ให้ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพลเมืองไทย
สถานการณ์บริเวณชายแดนแม่ฮ่องสอนยังคงอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด โดยกองกำลังทหารพรานและเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนได้เพิ่มกำลังลาดตระเวนตลอดแนวลำน้ำสาละวิน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีหากเกิดการปะทะระลอกใหม่ขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับวัดสุดช็อก!! เจ้าอาวาสวัดแม่ฮ่องสอนถูกจับกุมข้อหาเสพเฮโรอีน
ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นไนท์คลับ พบผู้เยาว์ 36 คน รวมทั้งเด็กอายุ 12 ปี
ข่าว - News
ทอ.ส่ง F-16 บินคุมแม่สอด สั่งห้ามค้ากะเหรี่ยง KNU
ตัก – กองทัพอากาศไทยส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวนสองลำ ขึ้นบินลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อดูแลความปลอดภัยตามแนวชายแดนอย่างเร่งด่วน การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกองทัพเมียนมาเปิดฉากสู้รบกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยอย่างหนักหน่วง ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความปลอดภัยของชาวบ้านไทยริมแดน
การปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณสมรภูมินิละป่าน ฝั่งจังหวัดเมียวดี ทำให้กระสุนปืน ค.60 และสะเก็ดระเบิดลอยข้ามมาตกในเขตแดนไทย บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และมีชาวบ้านในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจึงต้องยกระดับการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดที่สุด
ประเด็นสำคัญ
-
กองทัพอากาศไทยส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ลาดตระเวนชายแดนแม่สอด เพื่อรักษาอธิปไตยเหนือน่านฟ้า หลังกระสุนปืนใหญ่ตกใส่บ้านเรือนคนไทย
-
ทหารไทยและหน่วยงานท้องถิ่นเร่งตรวจหลุมหลบภัยในตำบลมหาวัน พร้อมซักซ้อมแผนอพยพเพื่อดูแลชีวิตประชาชนตลอดแนวชายแดน
-
คณะกรรมการชายแดนฝ่ายเมียนมาส่งหนังสือเตือน ห้ามพ่อค้าไทยติดต่อธุรกิจกับกลุ่ม KNU พร้อมขู่ใช้อาวุธหนักตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุง
ในขณะเดียวกัน กองบัญชาการทหารบกประจำจังหวัดนเรศวร ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนและเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น ได้สำรวจหลุมหลบภัยในตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด เพื่อเตรียมพร้อมรองรับพลเรือนหากสถานการณ์บานปลาย

เมียนมาเตือนพ่อค้าไทย ห้ามร่วมมือธุรกิจกลุ่ม KNU
นอกจากความรุนแรงจากการรบแล้ว ปัญหาด้านการค้าชายแดนก็ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นหรือ TBC ฝ่ายเมียนมา ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนถึงฝ่ายไทย เพื่อคัดค้านกรณีที่กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้เปิดสำนักงานความมั่นคงและการค้าบริเวณริมแม่น้ำสาละวิน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ฝ่ายเมียนมายืนยันหนักแน่นว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นด่านการค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกำชับให้ทางการไทยควบคุมผู้ประกอบการไม่ให้เข้าไปติดต่อค้าขายไม้หรือแร่ธาตุกับกลุ่มกะเหรี่ยงโดยเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพเมียนมายังส่งสัญญาณเตือนว่าจะใช้ปฏิบัติการทางอากาศและอาวุธหนักเพื่อทำลายเส้นทางส่งกำลังบำรุงของฝ่ายตรงข้ามในเร็ววันนี้

บทบาทกองทัพไทยกับการดูแลสันติภาพชายแดน
แม้หนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวจะถูกส่งมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม แต่เหตุปะทะรอบใหม่ได้จุดชนวนความกังวลขึ้นมาอีกครั้ง ฝ่ายความมั่นคงของไทยยังคงติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดรอบด้าน เพื่อรักษาสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างประเทศควบคู่ไปกับการรักษาอธิปไตยของชาติ
สำหรับชาวบ้านในพื้นที่แม่สอดและแนวชายแดนตะวันตก การเฝ้าระวังภัยยังคงต้องดำเนินต่อไปอย่างมีสติ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต่างพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขและปลอดภัยที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาไอซ์ 376 กิโลกรัม ที่แม่สาย
น่าตกใจ! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.9 ริกเตอร์ที่เกาะพะเยา ที่ระดับความลึก 1 กิโลเมตร
ข่าว - News
น่าตกใจ! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.9 ริกเตอร์ที่เกาะพะเยา ที่ระดับความลึก 1 กิโลเมตร
พะเยา – เมื่อเวลา 12.01 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.9 ในพื้นที่จังหวัดพะเยา ศูนย์กลางแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ที่ตำบลควร อำเภอปง โดยมีความลึกจากระดับผิวดินเพียงแค่ 1 กิโลเมตรเท่านั้น
ด้วยความลึกที่ค่อนข้างตื้นมาก ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้อย่างชัดเจน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่กำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านเรือน
ประเด็นสำคัญ
- เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.9 ที่ตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
- จุดศูนย์กลางมีความลึกเพียง 1 กิโลเมตร ทำให้รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ชัดเจนทั่วบริเวณ
- ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเชียงม่วนรู้สึกถึงการสั่นไหวอย่างรุนแรงจนสะดุ้งตื่นจากช่วงพักผ่อน
ผลกระทบจากแผ่นดินไหวต่อประชากร
ภายหลังเกิดเหตุการณ์ ได้มีประชาชนจำนวนมากแจ้งข้อมูลการรับรู้แรงสั่นสะเทือนผ่านระบบออนไลน์ของ กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว อย่างต่อเนื่อง รายงานที่น่าสนใจมาจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านมาง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา
ชาวบ้านรายหนึ่งระบุว่า ขณะเกิดเหตุกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ภายในบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีรายงานจากพื้นที่ใกล้เคียงที่รับรู้ถึงการสั่นไหวของตัวอาคารอย่างชัดเจน
การเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือ
ทางการได้แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารจาก กรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยลดความสูญเสียของประชาชนได้
แม้ว่าแผ่นดินไหวในครั้งนี้จะยังไม่มีรายงานความเสียหายที่รุนแรง แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนต้องตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม ดังนั้นประชาชนควรเรียนรู้วิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Binance ระงับการโอนคริปโตในประเทศไทย หลังถูกแฮ็ก
พยาบาลเชียงใหม่เสียชีวิตขณะพยายามช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 วันที่แล้ว
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ทหารเชียงใหม่ยึดยาบ้าเกือบ 900,000 เม็ด หลังปะทะกลุ่มลำเลียงยาเสพติด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 วันที่แล้ว
หน่วยงานสาธารณสุขของไทยทำลายยาเสพติดผิดกฎหมายได้ 93 ตัน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 วันที่แล้ว
ช็อกวัดอ่างทอง พระบวช 24 พรรษา ผูกคอมรณภาพปริศนา

