Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

เทศกาลแกว่งไกวอาข่าเชียงราย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขา

Naree Srisuk

Published

on

เทศกาลแกว่งไกวอาข่าเชียงราย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขา

เชียงราย – บรรยากาศการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อเข้าสู่เดือนกันยายน ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างเดินทางขึ้นดอยเพื่อร่วมงานประเพณีโล้ชิงช้า หรือที่ชาวอาข่าเรียกว่า “แย้ขู่อ่าเผ่ว” งานนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่บ้านผาฮี้ หมู่ที่ 10 ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคมถึง 3 กันยายน 2569 ท่ามกลางรอยยิ้มและสีสันของชุดประจำเผ่าที่สวยงาม

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะทางด้านงานวางแผนและงบประมาณ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ งานนี้ยังมีนายสุรเชษฐ์ สุทธิกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ผู้นำชุมชน และชาวบ้านร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง การจัดงานครั้งนี้มุ่งหวังที่จะส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และยกระดับการท่องเที่ยวบนดอยให้เติบโตอย่างมั่นคง

ประเด็นสำคัญ

  • การสืบสานประเพณี: งานโล้ชิงช้าอาข่าจัดขึ้นเพื่อขอบคุณเทพธิดา “อึ่มซาแยะ” ที่ประทานความอุดมสมบูรณ์ และแสดงถึงความสามัคคีของคนในชุมชน
  • จุดหมายปลายทางยอดฮิต: ดอยผาฮี้โดดเด่นทั้งเรื่องวัฒนธรรมชนเผ่า กาแฟอาราบิก้าคุณภาพระดับพรีเมียม และจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม
  • เที่ยวได้ตลอดเดือน: จังหวัดเชียงรายเตรียมจัดเทศกาลโล้ชิงช้าอย่างต่อเนื่องในหลายชุมชน เช่น บ้านแม่สลองในและบ้านผาหมี ตลอดเดือนกันยายน 2569

เทศกาลแกว่งไกวอาข่าเชียงราย ช่วย<a href=กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขา" width="1620" height="1080" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/4.jpg 1620w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/4-300x200.jpg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/4-1024x683.jpg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/4-768x512.jpg 768w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/4-1536x1024.jpg 1536w" sizes="(max-width: 1620px) 100vw, 1620px" />

ประเพณีโล้ชิงช้าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ชาวอาข่าสืบทอดมายาวนานนับพันปี เทศกาลนี้มักจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายนของทุกปี วัตถุประสงค์หลักคือการเซ่นไหว้เทพธิดาเพื่อฉลองความอุดมสมบูรณ์ของพืชผลทางการเกษตร นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านจะได้สนุกสนานพักผ่อนหลังจากการทำงานหนักในไร่นามาตลอดฤดูกาล

จุดเด่นของงานคือเสาชิงช้าไม้สูงใหญ่ที่ผูกด้วยเชือกเพียงเส้นเดียว ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิม ทั้งการเต้นรำพื้นเมือง การตีกลองฉลอง และการกระทุ้งไม้ไผ่เข้าจังหวะ ไฮไลต์สำคัญคือการแข่งขันโล้ชิงช้าที่มีทั้งแบบผาดโผนโชว์ความกล้าหาญ และแบบสวยงามที่เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้อย่างกึกก้อง

เทศกาลแกว่งไกวอาข่าเชียงราย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขา

มนต์เสน่ห์แห่งดอยผาฮี้ กาแฟรสเลิศและวิถีชีวิตชนเผ่า

การจัดงานประเพณีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เยาวชนรุ่นหลัง แต่ยังเป็นจุดขายสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวอาข่าอย่างใกล้ชิดและอบอุ่น ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม อาหารพื้นบ้าน และการให้บริการที่พักโฮมสเตย์ สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน

นอกจากวัฒนธรรมที่โดดเด่นแล้ว บ้านผาฮี้ยังมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะแหล่งปลูกกาแฟชั้นเยี่ยมของเมืองไทย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักไม่พลาดที่จะแวะจิบกาแฟดริปหอมๆ พร้อมชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามจับใจ การผสมผสานระหว่างธรรมชาติที่บริสุทธิ์และวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ทำให้ดอยผาฮี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในยุคปัจจุบัน

ทุกคนที่มาเยือนจะได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้านที่สวมชุดประจำเผ่าประดับด้วยเครื่องเงินระยิบระยับ การได้ชิมอาหารท้องถิ่นรสชาติดั้งเดิมที่หาทานยากถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า การเดินทางมาที่นี่จึงไม่ใช่แค่การมาพักผ่อน แต่เป็นการมาเปิดโลกทัศน์และเรียนรู้วิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากสังคมเมืองอย่างสิ้นเชิง

เทศกาลแกว่งไกวอาข่าเชียงราย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขา

ปักหมุดเที่ยวต่อ เทศกาลโล้ชิงช้าทั่วเชียงราย

สำหรับผู้ที่พลาดงานที่บ้านผาฮี้ ไม่ต้องเสียใจเพราะจังหวัดเชียงรายเตรียมจัดเทศกาลนี้อย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2569 จะมีงานใหญ่ชื่อ “บ่อ ฉ่อง ตุ๊” หรือ THE AKHA SWING FESTIVAL 2026 จัดขึ้นที่บ้านสามแยกอาข่า ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง งานนี้คุณจะได้พบกับการแสดงจาก 7 ชนเผ่า การโชว์ชุดอาข่า และตลาดชนเผ่าที่เต็มไปด้วยของที่ระลึกมากมาย

จากนั้นความสนุกจะส่งต่อไปยังลานโล้ชิงช้า บ้านผาหมี อำเภอแม่สาย ในช่วงวันที่ 12-15 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีธรรมชาติสวยงามและเดินทางสะดวก การจัดงานกระจายไปตามชุมชนต่างๆ ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น และช่วยกระจายรายได้เข้าสู่หลายพื้นที่อย่างทั่วถึงตลอดทั้งเดือน

เดือนกันยายนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับใครที่อยากเดินทางมาเยือนเชียงราย การได้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขาและร่วมสืบสานประเพณีโล้ชิงช้า จะสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน ดอยสูงในจังหวัดเชียงรายพร้อมต้อนรับนักเดินทางทุกคนด้วยความอบอุ่นและมิตรภาพเสมอ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงรายเปิดฉากกีฬา “เจียงฮายสัมพันธ์ 69” ชูแนวคิด รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน

บุกจับโรงงานผิดกฎหมาย! รัฐมนตรีสุชาตินำทีมเข้ารื้อถอนโรงงานผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

บุกจับโรงงานผิดกฎหมาย! รัฐมนตรีสุชาตินำทีมเข้ารื้อถอนโรงงานผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย

Naree Srisuk

Published

on

บุกจับโรงงานผิดกฎหมาย! รัฐมนตรีสุชาตินำทีมเข้ารื้อถอนโรงงานผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย

เชียงราย – กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อปกป้องผืนป่าไทย นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอบรับนโยบายปราบปรามขั้นเด็ดขาดจากรัฐบาล เพื่อหยุดยั้งขบวนการลักลอบตัดไม้ที่สร้างความเสียหายระดับชาติ

เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างกลุ่มทุนข้ามชาติที่เข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์จากป่าไม้ของเรา เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้รับคำสั่งให้ใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดที่สุด เพื่อขยายผลไปสู่ผู้บงการรายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

ประเด็นสำคัญ

  • รัฐมนตรีสุชาติ นำกำลังบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนในจังหวัดเชียงราย พร้อมยึดไม้ประดู่มูลค่ามหาศาล
  • การบุกค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลการสืบสวน จากเครือข่ายลักลอบตัดไม้ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์
  • รัฐบาลเอาจริงกับการปราบปรามกลุ่มนายทุนต่างชาติ โดยเตรียมงัดกฎหมายขั้นสูงสุดมาจัดการผู้บงการ

การจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เป็นผลจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ จุดเริ่มต้นมาจากการสืบสวนขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ได้แกะรอยเส้นทางการขนย้ายอย่างต่อเนื่อง จนพบเบาะแสสำคัญที่เชื่อมโยงมาถึงพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อเนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้นำกำลังเข้าพื้นที่ การทำงานครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อให้การจับกุมรัดกุมที่สุด

บุกจับโรงงานผิดกฎหมาย! รัฐมนตรีสุชาตินำทีมเข้ารื้อถอนโรงงานผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย

บุกค้นโกดังลับ ยึดไม้ประดู่และแท่นเครื่องจักร

ทีมเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงราย บุกเข้าไปยังโกดังและโรงงานแปรรูปไม้เป้าหมาย สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านโป่งฮึ้ง ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่าสถานที่นี้เป็นโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต

ภายในโกดัง เจ้าหน้าที่พบไม้ท่อนและไม้แปรรูปซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ “ไม้ประดู่” ซึ่งเป็นไม้มีค่าและเป็นที่ต้องการอย่างมากของตลาดมืด ไม้ประดู่เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีลวดลายสวยงามและทนทานสูง ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดึงดูดให้นายทุนยอมเสี่ยงทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับแปรรูปไม้เตรียมส่งออก เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของสถานที่ 1 รายทันที

ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาหนัก คือ “ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต” ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดไม้แปรรูปและแท่นเครื่องจักรทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมอายัดไม้ท่อนเพื่อตรวจสอบเอกสารการครอบครอง และสืบหาแหล่งที่มาอย่างละเอียดต่อไป

บุกจับโรงงานผิดกฎหมาย! รัฐมนตรีสุชาตินำทีมเข้ารื้อถอนโรงงานผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย

ประกาศสงครามกับทุนข้ามชาติ ปกป้องทรัพยากรไทย

นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนที่ชัดเจนของกระทรวงฯ ว่าจะไม่มีการประนีประนอมกับผู้ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญสูงสุดในตอนนี้ รัฐบาลจะไม่ยอมปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติ หรือผู้มีอิทธิพลรายใด เข้ามาหาผลประโยชน์จากผืนป่าของประเทศไทยอีกต่อไป

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลการตรวจสอบ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้าไม้ข้ามชาติอย่างเร่งด่วน ข้อมูลทางการเงินและเส้นทางการติดต่อทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์ เป้าหมายสุดท้ายคือการลากตัวผู้กระทำผิดและนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด มาลงโทษตามกฎหมายให้หนักที่สุด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างไม่ให้มีใครกล้าทำลายทรัพยากรของชาติอีก

บุกจับโรงงานผิดกฎหมาย! รัฐมนตรีสุชาตินำทีมเข้ารื้อถอนโรงงานผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก้าวต่อไปของรัฐบาล

การลักลอบตัดไม้ไม่เพียงแต่ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้มหาศาล แต่ยังสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง ป่าไม้ที่ถูกทำลายส่งผลให้เกิดปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง รัฐบาลจึงต้องเร่งฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่ไปกับการปราบปราม

ประชาชนทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องป่าไม้ได้ หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยหรือการตั้งโรงงานแปลกปลอมในชุมชน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ความร่วมมือจากภาคประชาชนคือพลังสำคัญ ที่จะช่วยให้ป่าไม้ของไทยคงความอุดมสมบูรณ์ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending