เชียงราย - Chiang Rai News
บุกจับโรงงานผิดกฎหมาย! รัฐมนตรีสุชาตินำทีมเข้ารื้อถอนโรงงานผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย
วีซ่าเกษียณอายุถูกจับกุมในจังหวัดเชียงรายฐานทำงานอย่างผิดกฎหมายเป็นเวลา 10 ปี">เชียงราย – กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อปกป้องผืนป่าไทย นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอบรับนโยบายปราบปรามขั้นเด็ดขาดจากรัฐบาล เพื่อหยุดยั้งขบวนการลักลอบตัดไม้ที่สร้างความเสียหายระดับชาติ
เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างกลุ่มทุนข้ามชาติที่เข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์จากป่าไม้ของเรา เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้รับคำสั่งให้ใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดที่สุด เพื่อขยายผลไปสู่ผู้บงการรายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
- รัฐมนตรีสุชาติ นำกำลังบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนในจังหวัดเชียงราย พร้อมยึดไม้ประดู่มูลค่ามหาศาล
- การบุกค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลการสืบสวน จากเครือข่ายลักลอบตัดไม้ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์
- รัฐบาลเอาจริงกับการปราบปรามกลุ่มนายทุนต่างชาติ โดยเตรียมงัดกฎหมายขั้นสูงสุดมาจัดการผู้บงการ
การจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เป็นผลจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ จุดเริ่มต้นมาจากการสืบสวนขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ได้แกะรอยเส้นทางการขนย้ายอย่างต่อเนื่อง จนพบเบาะแสสำคัญที่เชื่อมโยงมาถึงพื้นที่ภาคเหนือตอนบน
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อเนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้นำกำลังเข้าพื้นที่ การทำงานครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อให้การจับกุมรัดกุมที่สุด

บุกค้นโกดังลับ ยึดไม้ประดู่และแท่นเครื่องจักร
ทีมเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงราย บุกเข้าไปยังโกดังและโรงงานแปรรูปไม้เป้าหมาย สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านโป่งฮึ้ง ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่าสถานที่นี้เป็นโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต
ภายในโกดัง เจ้าหน้าที่พบไม้ท่อนและไม้แปรรูปซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ “ไม้ประดู่” ซึ่งเป็นไม้มีค่าและเป็นที่ต้องการอย่างมากของตลาดมืด ไม้ประดู่เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีลวดลายสวยงามและทนทานสูง ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดึงดูดให้นายทุนยอมเสี่ยงทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับแปรรูปไม้เตรียมส่งออก เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของสถานที่ 1 รายทันที
ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาหนัก คือ “ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต” ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดไม้แปรรูปและแท่นเครื่องจักรทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมอายัดไม้ท่อนเพื่อตรวจสอบเอกสารการครอบครอง และสืบหาแหล่งที่มาอย่างละเอียดต่อไป

ประกาศสงครามกับทุนข้ามชาติ ปกป้องทรัพยากรไทย
นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนที่ชัดเจนของกระทรวงฯ ว่าจะไม่มีการประนีประนอมกับผู้ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญสูงสุดในตอนนี้ รัฐบาลจะไม่ยอมปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติ หรือผู้มีอิทธิพลรายใด เข้ามาหาผลประโยชน์จากผืนป่าของประเทศไทยอีกต่อไป
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลการตรวจสอบ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้าไม้ข้ามชาติอย่างเร่งด่วน ข้อมูลทางการเงินและเส้นทางการติดต่อทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์ เป้าหมายสุดท้ายคือการลากตัวผู้กระทำผิดและนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด มาลงโทษตามกฎหมายให้หนักที่สุด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างไม่ให้มีใครกล้าทำลายทรัพยากรของชาติอีก

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก้าวต่อไปของรัฐบาล
การลักลอบตัดไม้ไม่เพียงแต่ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้มหาศาล แต่ยังสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง ป่าไม้ที่ถูกทำลายส่งผลให้เกิดปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง รัฐบาลจึงต้องเร่งฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่ไปกับการปราบปราม
ประชาชนทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องป่าไม้ได้ หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยหรือการตั้งโรงงานแปลกปลอมในชุมชน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ความร่วมมือจากภาคประชาชนคือพลังสำคัญ ที่จะช่วยให้ป่าไม้ของไทยคงความอุดมสมบูรณ์ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย
กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ชายชาวจีนที่ถือวีซ่าเกษียณอายุถูกจับกุมในจังหวัดเชียงรายฐานทำงานอย่างผิดกฎหมายเป็นเวลา 10 ปี
เชียงราย – เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจสอบและจับกุมชายชาวจีนวัย 59 ปี ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย หลังสืบทราบว่าเขาลักลอบเร่ขายเสื้อผ้าทั่วภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณด่านตรวจป่าตึง อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ขณะที่ผู้ต้องหากำลังขับรถกระบะตู้ทึบที่บรรทุกเสื้อผ้าสำเร็จรูปมาเต็มคันรถเพื่อเตรียมนำไปจำหน่ายตามปกติตามเส้นทางของเขา
จากการตรวจสอบเอกสารประจำตัวพบว่า MR. WU ถือหนังสือเดินทางและวีซ่าเกษียณอายุที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยวีซ่าดังกล่าวสามารถใช้พำนักในประเทศไทยได้ยาวนานถึงปี 2570 แต่เขาไม่มีใบอนุญาตทำงานในราชอาณาจักรไทย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมถึงที่มาของสินค้า การกระทำของเขาถือเป็นการแย่งอาชีพคนไทยและฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจจับกุมชายชาวจีนวัย 59 ปี ที่ด่านแม่ลาว เชียงราย ขณะขับรถเร่ขายเสื้อผ้า
- ผู้ต้องหาใช้วีซ่าเกษียณอายุบังหน้า และลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตมานานถึง 10 ปี
- เขามีรายได้จากการขายปลีกและส่งเสื้อผ้าสูงถึง 30,000 ถึง 90,000 บาทต่อเดือน
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับเสื้อผ้าสำเร็จรูปมาจากย่านค้าส่งขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร และจากตลาดชายแดนในพื้นที่อำเภอแม่สาย จากนั้นเขาจะขับรถตระเวนขายสินค้าตามตลาดนัดในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เขาทำธุรกิจนี้มาอย่างยาวนานและมีลูกค้าประจำจำนวนมาก ทำให้มีรายได้หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง คุณสามารถติดตาม ข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจับกุมแรงงานต่างด้าว เพื่อดูความคืบหน้าของนโยบายรัฐบาลในเรื่องนี้
รายได้เฉลี่ยจากการขายเสื้อผ้าของเขาตกอยู่ที่ประมาณ 30,000 ถึง 90,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่สูงพอสมควร พฤติกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย หลายคนมักใช้วีซ่าประเภทอื่นเพื่อลักลอบทำงานและสร้างรายได้โดยไม่ได้เสียภาษีให้กับรัฐอย่างถูกต้อง

บทลงโทษและการผลักดันกลับประเทศ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองได้แจ้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่กฎหมายกำหนดไว้ ข้อหานี้มีระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว หลังจากกระบวนการทางกฎหมายและเสียค่าปรับเสร็จสิ้น ทางการจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อผลักดันชายชาวจีนรายนี้กลับประเทศต้นทางต่อไป พร้อมกับพิจารณาขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ
กรณีนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าระยะยาวประเภทต่างๆ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังจะช่วยปกป้องอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย และป้องกันปัญหาที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจระดับชุมชน ประชาชนในพื้นที่ต่างเห็นด้วยกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ และหวังว่าจะมีการตั้งด่านตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคมไทย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ
เชียงราย - Chiang Rai News
เดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นที่จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดจับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ชายแดน พวกเขาได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญว่ามีการลักลอบขนยาบ้าจำนวนมากจากอำเภอแม่สายไปยังอำเภอเชียงแสน แก๊งค้ายาจงใจใช้เส้นทางถนนเลียบชายแดนเพื่อหลบหนีด่านตรวจหลักบนถนนพหลโยธิน
หลังจากได้รับข้อมูล ตำรวจจึงได้กระจายกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในพื้นที่เป้าหมาย จนกระทั่งพบรถยนต์โตโยต้า เอ็มพีวี สีเงิน 5 ประตู ติดป้ายทะเบียนเชียงใหม่ขับผ่านมา รถคันนี้มีลักษณะตรงตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งมาทุกประการ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้คนขับหยุดรถเพื่อขอตรวจสอบบริเวณหมู่บ้านสันถนน
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจสามารถยึดยาบ้าได้มากถึง 2.8 ล้านเม็ดที่ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์
- มีการขับรถไล่ล่าผู้ต้องหา 2 คนจากชายแดนแม่สายไปจนถึงเชียงแสน
- ผู้ต้องหาทั้งสองคนรับสารภาพว่ารับงานนี้ด้วยค่าจ้างเพียง 130,000 บาท
แทนที่จะหยุดรถตามคำสั่ง คนขับกลับเหยียบคันเร่งหนีอย่างรวดเร็วไปทางบ้านชมกิตติ์ เจ้าหน้าที่จึงต้องขับรถไล่ล่าตามไปติดๆ จนในที่สุดรถของคนร้ายก็ไปจอดสนิทที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน คนขับตัดสินใจเปิดประตูและวิ่งหนีเข้าไปในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ตำรวจก็สามารถวิ่งตามจับตัวเขาไว้ได้ในระยะทางไม่ไกลนัก
เจ้าหน้าที่ทราบชื่อคนขับในเวลาต่อมาคือ นายอนุชา อายุ 30 ปี ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา เมื่อทีมตำรวจอีกชุดเข้าตรวจสอบภายในรถ พวกเขาต้องตกใจกับสิ่งที่พบ มีกระสอบฟางหลากสีจำนวน 14 ใบวางเรียงรายอยู่ ภายในบรรจุยาบ้าประมาณกระสอบละ 200,000 เม็ด รวมแล้วมียาบ้ามากถึง 2.8 ล้านเม็ด
ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ
การทำงานของตำรวจยังไม่จบเพียงแค่นั้น จากการสืบสวนพบว่ามีคนขับรถอีกคันหนึ่งทำหน้าที่นำขบวนเพื่อดูลาดเลา ตำรวจได้ส่งทีมติดตามอย่างรวดเร็วและสามารถสกัดจับรถคันดังกล่าวได้ที่อำเภอแม่จัน ทราบชื่อคนขับรถนำทางคือ นายถาวร อายุ 38 ปี ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมาเช่นเดียวกัน
ในการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุชาเล่าว่าเขาเช่ารถคันนี้มาเพื่อขนส่งยาบ้าโดยเฉพาะ มีผู้ว่าจ้างให้เขาทำงานนี้ในราคา 130,000 บาท เขาได้รับคำสั่งให้ขับรถตระเวนไปเรื่อยๆ เพื่อรอรับแจ้งสถานที่ส่งของในภายหลัง
บทสรุปของคดีและการทำงานร่วมกัน
ทางด้านนายถาวรก็ยืนยันว่าเขาได้รับการว่าจ้างด้วยจำนวนเงินเท่ากันเพื่อทำหน้าที่ขับรถนำทาง ผู้ต้องหาทั้งคู่บอกว่าพวกเขายังไม่ได้รับเงินค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว เพราะมาถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้เสียก่อน ตอนนี้ตำรวจได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบยาเสพติดทั้งหมดและดำเนินคดีตามกฎหมาย
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจเชียงแสน ตำรวจเกาะช้าง และตำรวจแม่สาย ทุกฝ่ายประสานงานกันอย่างดีเยี่ยม การยึดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ดครั้งนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ยาเสพติดจำนวนมหาศาลหลุดรอดเข้าสู่ชุมชนของเราได้สำเร็จ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นักเรียนโรงเรียนมัธยมเชียงรายได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุรถชนแล้วหนี
เทศกาลแกว่งไกวอาข่าเชียงราย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขา
เชียงราย - Chiang Rai News
นักเรียนโรงเรียนมัธยมเชียงรายได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุรถชนแล้วหนี
เชียงราย – ติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด แต่ความช่วยเหลือที่รวดเร็วสามารถช่วยชีวิตคนได้ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 15.45 น. เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นที่จังหวัดเชียงราย บริเวณหน้าสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) สาขาห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย รถกระบะคันหนึ่งได้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนักเรียนชายจนได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โรงเรียนห้วยสักวิทยาคมเพิ่งเลิกเรียน นักเรียนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้านตามปกติ แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น รถกระบะยี่ห้อ Ford Ranger สีส้มที่จอดอยู่บริเวณหน้าสำนักงานการไฟฟ้า ได้หักเลี้ยวกลับรถอย่างกะทันหันเพื่อไปยังถนนอีกฝั่ง การกระทำที่ประมาทนี้ทำให้รถกระบะพุ่งตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของนักเรียนอย่างจัง จนเกิดการชนประสานงากันในที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- รถกระบะ Ford Ranger สีส้ม กลับรถกะทันหันตัดหน้านักเรียนชายบริเวณหน้าการไฟฟ้าห้วยสัก แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไป
- พนักงานการไฟฟ้า 3 นาย ซึ่งเป็นอาสาสมัครกู้ชีพที่ผ่านการอบรม เร่งเข้าปฐมพยาบาลและดูแลผู้บาดเจ็บทันที
- เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตามล่าตัวคนขับรถกระบะมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
นาทีชีวิต: ฮีโร่เสื้อม่วงเข้าปฐมพยาบาลด่วน
หลังจากเกิดการชนอย่างรุนแรง คนขับรถกระบะคันดังกล่าวกลับไม่ได้ลงมาดูอาการของผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด คนขับเลือกที่จะเร่งเครื่องยนต์และขับหลบหนีออกจากพื้นที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นักเรียนชายนอนได้รับบาดเจ็บอยู่บนถนน ท่ามกลางความตกใจของประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ในบริเวณนั้น
โชคดีที่จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่จึงสังเกตเห็นเหตุการณ์และรีบวิ่งออกมาให้ความช่วยเหลือทันที พนักงานกลุ่มนี้ไม่ได้มีแค่ความกล้าหาญ แต่พวกเขายังมีความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้อง พวกเขาได้เข้ามาประเมินอาการและดูแลผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิดบนถนน
ฮีโร่ทั้งสามท่านนี้คือ นายคมสันต์ ศรีฝั้น, นายกฤษฎา ตาธิ และนายจิตบุณย์ กันธิยะ ทั้งสามคนเป็นอาสาสมัครกู้ชีพที่ผ่านการอบรมฉุกเฉินการแพทย์ (EMR) อย่างถูกต้อง พวกเขาเป็นทั้งสมาชิกสมาคมกู้ชีพธรรมนันท์เชียงราย และเครือข่ายศูนย์เฝ้าระวังภัยพิบัติ การช่วยเหลืออย่างถูกวิธีของพวกเขาสำคัญมาก ก่อนที่ทีมกู้ชีพของเทศบาลตำบลห้วยสักจะเดินทางมารับช่วงต่อเพื่อส่งตัวผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาล
เร่งล่าตัวคนขับกระบะสีส้มมารับโทษ
การขับรถหลบหนีหลังก่ออุบัติเหตุถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเบื้องต้น พบว่ารถ Ford Ranger สีส้มคันดังกล่าวได้ขับมุ่งหน้าไปทางพื้นที่ตำบลจำบอน และมีแนวโน้มว่าจะใช้เส้นทางเดินทางต่อไปยังอำเภอเทิง
ขณะนี้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางหลบหนี การติดตามจับกุมผู้กระทำผิดและนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผู้บาดเจ็บได้รับความเป็นธรรม
เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในเขตชุมชนและหน้าโรงเรียน การตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือประมาทเพียงเสี้ยววินาที อาจสร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ได้ การมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแบบเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ากลุ่มนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการช่วยเหลือสังคมยามวิกฤต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศกาลแกว่งไกวอาข่าเชียงราย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขา
เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime23 hours agoเหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoแพทย์รายหนึ่งในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชน หลังจากที่เขาขับรถชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย




