เชียงราย - Chiang Rai News
คณะรัฐมนตรีเดินทางถึงเชียงรายเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมทั้งเปิดประตูระบายน้ำบ้านร่องเปา
เชียงราย – นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายพร้อมคณะ เพื่อรับฟังปัญหาของเกษตรกร ติดตามการบริหารจัดการน้ำ และดูความคืบหน้าโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านร่องเปา โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงพื้นที่ด้วย การเดินทางครั้งนี้มุ่งแก้ปัญหาแม่สาย ด่านน้ำท่วมท่าขี้เหล็กพัง น้ำท่วมฉับพลันจากดอยลิไข่ น้ำท่วมถนนพหลโยธิน">น้ำท่วม น้ำแล้ง และฝุ่น PM 2.5 ควบคู่กัน เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ตลอดปี และมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- รัฐบาลเดินหน้าฟังปัญหาจากพื้นที่จริง ก่อนขยับโครงการด้านน้ำและอาชีพ
- ประตูระบายน้ำบ้านร่องเปาเป็นหนึ่งในแผนหลัก เพื่อยกระดับการจัดการน้ำในเชียงราย
- กรมฝนหลวงได้รับมอบหมายให้ทำงานเชิงรุก เพื่อลดผลกระทบจากภัยแล้ง ไฟป่า และฝุ่นควัน
นายสุริยะกล่าวว่า การลงพื้นที่ช่วยให้เห็นปัญหาชัดขึ้น และทำให้นโยบายตอบโจทย์คนในพื้นที่มากกว่าเดิม เพราะการแก้ปัญหาที่ดีต้องเริ่มจากการฟังประชาชนก่อน จากนั้นจึงค่อยเดินหน้าลงมือทำอย่างจริงจัง กระทรวงเกษตรฯ จึงพร้อมสนับสนุนเกษตรกรทั้งเรื่องน้ำ การลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต การยกระดับคุณภาพสินค้า และการขยายช่องทางตลาด ขณะที่กระทรวงแรงงานจะเข้ามาช่วยเสริมทักษะอาชีพและความมั่นคงด้านแรงงาน เพื่อให้การยกระดับชีวิตความเป็นอยู่เดินหน้าไปพร้อมกัน
เร่งผลักดันประตูระบายน้ำบ้านร่องเปา
ระหว่างรับฟังข้อเสนอจากชาวบ้าน พบว่าฝายร่องเปาในปัจจุบันชำรุดจากการถูกน้ำกัดเซาะมานาน ทำให้การกักเก็บและกระจายน้ำไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรจึงขอให้รัฐสนับสนุนโครงการประตูระบายน้ำพร้อมระบบส่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว
ข้อมูลจากกรมชลประทานระบุว่า โครงการนี้อยู่ในแผนงานระยะปานกลาง หรือ MTEF ปี 2571 แล้ว โดยมีทั้งการก่อสร้างประตูระบายน้ำและระบบส่งน้ำรวมระยะทาง 34 กิโลเมตร เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำ ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 18,700 ไร่ และช่วยขยายระบบชลประทานในอำเภอพานได้มากขึ้น
จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังเทศบาลตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เพื่อรับฟังปัญหาเพิ่มเติมจากเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งต้องการให้ภาครัฐพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้ง และช่วยบรรเทาน้ำหลากในช่วงฤดูฝน
โครงการน้ำหลายจุดในอำเภอพาน
ในพื้นที่นี้ กรมชลประทานเตรียมผลักดันหลายโครงการควบคู่กัน ได้แก่ โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านแม่หนาดพร้อมระบบส่งน้ำ เพื่อช่วยพื้นที่เกษตรกว่า 800 ไร่, โครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำคลองซอย 3La-RMC ตำบลสันกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำครอบคลุมพื้นที่ 1,650 ไร่ และโครงการก่อสร้างคลองส่งน้ำกับฝายน้ำล้นในตำบลทานตะวัน เพื่อช่วยกักเก็บน้ำ กระจายน้ำ และลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
นายสุริยะยังมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งเดินหน้าเรื่องบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด โดยให้กรมชลประทานผลักดันทั้งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ การขุดลอกคลอง และการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเก็บและระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยลดทั้งอุทกภัยและภัยแล้งในคราวเดียวกัน
สั่งกรมฝนหลวงทำงานเชิงรุก
อีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง และเตรียมปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อเพิ่มน้ำต้นทุน บรรเทาภัยแล้ง รวมถึงลดผลกระทบจากไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 เขายังกำชับให้ทุกหน่วยงานทำงานประสานกันให้เร็วขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์โดยเร็วที่สุด
นายสุริยะกล่าวทิ้งท้ายว่า การบริหารจัดการน้ำคือเรื่องสำคัญที่สุดของภาคเกษตร เพราะเกี่ยวข้องทั้งการเพาะปลูก การอุปโภคบริโภค และรายได้ของครอบครัวเกษตรกร ทุกข้อเสนอจากพื้นที่จึงเป็นข้อมูลที่รัฐต้องนำไปใช้จริง พร้อมยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯ จะเร่งผลักดันให้ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไข เพื่อให้คนในพื้นที่มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี มีอาชีพที่มั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ราคาน้ำมันลดลงวันนี้!! ราคาน้ำมันดีเซลในจังหวัดเชียงรายลดลง 2.56 บาทต่อลิตร
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายช่วยส่งเสริมส้มโอเวียงแก่น: ดาวเด่นด้านการส่งออกระดับโลกดวงใหม่
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายนำทีมเยาวชนจากเชียงรายบูรณะเขื่อนห้วยแผน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายชุติเดช พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการ “ละอ่อนเจียงฮาย ฟื้นฟูฝายห้วยแป้น อนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน” กิจกรรมนี้จัดขึ้นที่พื้นที่ป่าฝายห้วยแป้น หมู่ 7 บ้านนางแล ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย งานนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้นำชุมชน เยาวชน นักเรียน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างเนืองแน่น โครงการนี้ขับเคลื่อนภายใต้งบประมาณบูรณาการของจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังวิกฤต
จุดเริ่มต้นของโครงการนี้มาจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชาวบ้าน จังหวัดเชียงรายต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดบ่อยครั้ง ทั้งปัญหาแม่สาย ด่านน้ำท่วมท่าขี้เหล็กพัง น้ำท่วมฉับพลันจากดอยลิไข่ น้ำท่วมถนนพหลโยธิน">น้ำท่วม ภัยแล้ง และความเสื่อมโทรมของป่าไม้ การสร้าง “ฝายชะลอน้ำ” จึงเป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่ได้ผลดีเยี่ยม ฝายเหล่านี้จะช่วยชะลอความเร็วของน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า ลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และช่วยกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
- ผู้ว่าฯ เชียงราย นำทีมเยาวชนและชาวบ้านสร้างฝายชะลอน้ำห้วยแป้น เพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น
- โครงการนี้มีเป้าหมายฝึกอบรมเยาวชนจำนวน 560 คน จาก 7 อำเภอ เพื่อสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่ในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ
- เน้นการลงมือปฏิบัติจริง โดยเยาวชนได้ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและหวงแหนป่าไม้อย่างยั่งยืน
พลังเยาวชน “โฮมแฮงแป๋งฝาย” สร้างเครือข่ายรักษ์ธรรมชาติ
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “โฮมแฮงแป๋งฝาย” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ “ละอ่อนเจียงฮาย” หรือเด็กๆ ในพื้นที่ เป้าหมายหลักคือการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 7 รุ่น รุ่นละ 80 คน รวมผู้เข้าร่วมทั้งหมด 560 คน ครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ เวียงเชียงรุ้ง แม่สรวย เมืองเชียงราย เชียงของ เทิง พาน และแม่จัน ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4-19 สิงหาคม 2569
นายจรัสพันธ์ อรุณคง หัวหน้า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย อธิบายว่า กลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักเรียน นักศึกษา และเยาวชนในชุมชน พวกเขาจะได้เรียนรู้อย่างเข้มข้นตั้งแต่ทฤษฎีพื้นฐานไปจนถึงการปฏิบัติงานในพื้นที่จริง โครงการนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากหลายภาคส่วน ทั้งสภาลมหายใจเชียงราย และกลุ่ม “ฝายน้ำแดงพ่อหลวงดอยอินทรีย์” ซึ่งมาร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตรงให้แก่เด็กๆ
เนื้อหาของการอบรมครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ และการปรับตัวในยุคที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องการฟื้นฟูป่าและการอนุรักษ์ระบบนิเวศผ่านการสร้างฝายชะลอน้ำ ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้ถึงรูปแบบของฝาย ปัจจัยในการเลือกจุดสร้างฝาย รวมถึงเทคนิคการก่อสร้างและการดูแลรักษาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ด้วย

สร้างคน สร้างฝาย ปูทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน
หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนภาคทฤษฎี ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้นำทัพเยาวชนและผู้เข้าร่วมงาน ลงพื้นที่สร้างฝายชะลอน้ำด้วยตนเอง ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างขะมักเขม้น เริ่มตั้งแต่การเตรียมวัสดุธรรมชาติ การขึ้นโครงสร้างฝาย ไปจนถึงการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ ภาพการทำงานร่วมกันนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ ที่พร้อมจะเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องผืนป่าของจังหวัด สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการน้ำระดับประเทศได้ที่ กรมทรัพยากรน้ำ
นายชุติเดช พงษ์ไชย กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า การอนุรักษ์ป่าไม้ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่ทุกคนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะเยาวชนที่จะต้องรับไม้ต่อในการดูแลรักษาธรรมชาติต่อไป การที่เรามาร่วมกันลงมือทำในวันนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างฝายชะลอน้ำเพียงหนึ่งตัว แต่มันคือการ “สร้างคน สร้างจิตสำนึก และสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่” เพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้พิทักษ์ป่าอย่างแท้จริง
กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ประชาชน ชุมชน และเยาวชน ทุกภาคส่วนได้มาร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ และเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายจากสภาพอากาศ เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนให้ “ละอ่อนเจียงฮาย” กลายเป็นกำลังหลักในการดูแลแหล่งน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อส่งต่อความอุดมสมบูรณ์นี้ให้ลูกหลานชาวเชียงรายสืบต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น้ำท่วมฉับพลันเกิดขึ้นที่เชียงราย: การจราจรติดขัดบนถนนเชียงราย-เต็ง
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มสูงขึ้น!! ภัยคุกคามต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำ
เชียงราย - Chiang Rai News
น้ำท่วมฉับพลันเกิดขึ้นที่เชียงราย: การจราจรติดขัดบนถนนเชียงราย-เต็ง
เชียงราย – เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 7 สิงหาคม 2567 เกิดพายุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ปริมาณฝนที่สะสมส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังบนถนนสายเชียงราย-เทิง โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณตำบลท่าสาย ระดับน้ำบนผิวจราจรเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึงประมาณ 10-15 เซนติเมตร สถานการณ์นี้ทำให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างยากลำบากในช่วงเวลาเร่งด่วน
สภาพน้ำท่วมขังดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อการสัญจรไปมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รถยนต์และรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ทุกชนิดสามารถขับผ่านได้เพียงช่องทางจราจรเดียวเท่านั้น ผู้ใช้รถใช้ถนนจำเป็นต้องลดความเร็วและขับขี่ด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุด เพื่อป้องกันอันตรายจากเครื่องยนต์ขัดข้องและอุบัติเหตุ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดสะสมเป็นระยะทางยาวบนถนนสายหลัก
สรุปประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักในอำเภอเมืองเชียงรายส่งผลให้น้ำท่วมถนนสายเชียงราย-เทิง สูง 10-15 เซนติเมตร
- การจราจรติดขัดอย่างหนัก รถทุกชนิดสามารถเคลื่อนตัวผ่านได้เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น
- ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือ
เจ้าหน้าที่ระดมกำลังจัดการจราจร
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 ได้รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาได้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทีมงานได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการจราจรและแนะนำเส้นทางที่ปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ทุกคน การทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็วนี้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเร่งระบายน้ำและการจัดการจราจรที่เป็นระบบ ทำให้สถานการณ์บนท้องถนนเริ่มดีขึ้นตามลำดับ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักท่ามกลางสายฝนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายจากการสัญจร นอกจากนี้ยังมีการนำป้ายเตือนและไฟกระพริบมาติดตั้งบริเวณที่มีน้ำท่วมขังเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความใส่ใจเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลประชาชนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุดสถานการณ์น้ำท่วมขังบนถนนสายนี้ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระดับน้ำได้ลดลงจนผิวจราจรแห้งและสามารถเปิดใช้งานได้ครบทุกช่องทางตามปกติ ประชาชนสามารถใช้เส้นทางถนนเชียงราย-เทิงได้อย่างปลอดภัยและไร้ความกังวลอีกครั้ง ทั้งนี้ ขอให้ผู้เดินทางติดตาม ข่าวสารและรายงานสภาพจราจร จากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ หรือหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
แม้สถานการณ์น้ำท่วมถนนจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ในช่วงฤดูฝนเช่นนี้ ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสภาพรถยนต์ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ คุณควรเผื่อเวลาและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูง หากพบเห็นพื้นที่น้ำท่วมขังหรือต้นไม้ล้มกีดขวาง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมด้วยความไม่ประมาทคือวิธีที่ดีที่สุดในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เส้นทางหลบหนีเปิดแล้ว! โจรปล้นทองเชียงรายหนีมุ่งหน้าสู่ชายแดนจีน
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มสูงขึ้น!! ภัยคุกคามต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำ
เชียงราย - Chiang Rai News
เส้นทางหลบหนีเปิดแล้ว! โจรปล้นทองเชียงรายหนีมุ่งหน้าสู่ชายแดนจีน
เชียงราย – เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่อชายชาวลาว 2 คน บุกเข้าปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัส คนร้ายใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานในร้าน ก่อนจะกวาดทองคำรูปพรรณไปได้น้ำหนักรวมกว่า 184 บาท ซึ่งทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปในครั้งนี้ มีมูลค่ารวมสูงถึงประมาณ 13 ล้านบาทเลยทีเดียว
หลังจากก่อเหตุอย่างอุกอาจ คนร้ายทั้งสองได้รีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว พวกเขาจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จากนั้นจึงนั่งเรือที่เตรียมไว้ ข้ามไปยังฝั่งเมืองห้วยทราย ประเทศลาว เพื่อหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างลอยนวล
ประเด็นสำคัญ
- เหตุปล้นอุกอาจ: ชายชาวลาว 2 คน ใช้อาวุธปืนบุกปล้นร้านทองในห้างโลตัส อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- ความเสียหายมหาศาล: คนร้ายสามารถกวาดทองคำรูปพรรณไปได้กว่า 184 บาท รวมมูลค่าความเสียหายถึง 13 ล้านบาท
- หลบหนีข้ามประเทศ: ผู้ก่อเหตุใช้เรือข้ามแม่น้ำโขง และขับรถยนต์มุ่งหน้าหนีไปยังพรมแดนลาว-จีน
ความคืบหน้าล่าสุด ศาลจังหวัดเทิงได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระบุตัวคนร้ายได้คือ นายคำทิด พรประสิด และ นายสมชาย ทิพวัน ซึ่งทั้งคู่เป็นชาวเมืองบ่อแก้ว ประเทศลาว ตำรวจไทยกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อประสานงานติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ท.กฤติธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุมีการวางแผนมาอย่างรอบคอบมาก นายคำทิดเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านตรวจตามปกติ ในขณะที่นายสมชายนำเรือมาจอดเทียบท่ารอไว้ที่ริมแม่น้ำโขง พวกเขาใช้เวลาก่อเหตุทั้งหมดไม่ถึง 10 นาที ก่อนจะพากันหลบหนีข้ามพรมแดนไปได้อย่างรวดเร็ว
เส้นทางหลบหนีมุ่งหน้าชายแดนจีน
เมื่อคนร้ายข้ามฝั่งไปยังเมืองห้วยทราย ประเทศลาวสำเร็จ พวกเขาได้เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่ออำพรางตัวจากสายตาผู้คน จากนั้นจึงขับรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ หลบหนีออกจากแขวงบ่อแก้ว พวกเขามุ่งหน้าไปทางทิศเหนือสู่แขวงหลวงน้ำทา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศจีน
เจ้าหน้าที่ตำรวจยอมรับว่า การติดตามจับกุมมีความท้าทายมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุหลบหนีออกนอกเขตแดนไทยไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ตำรวจไทยได้ประสานงานกับทางการลาว ตามรายงานข่าวจาก เว็บไซต์ MGR Online เพื่อขอความร่วมมือในการเร่งล่าตัวคนร้ายอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านทองในพื้นที่ใกล้แนวชายแดน ขอให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังและดูแลความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น เพราะพื้นที่ติดพรมแดนมักเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลบหนีได้ง่าย การติดตั้งกล้องวงจรปิดและการป้องกันที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้อย่างมาก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิดีโอ!! นักเรียนกราดยิงครูเสียชีวิต 2 ราย และนักเรียนบาดเจ็บอีก 20 คน
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มสูงขึ้น!! ภัยคุกคามต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำ
-
ข่าว - News1 day agoวิดีโอ!! นักเรียนกราดยิงครูเสียชีวิต 2 ราย และนักเรียนบาดเจ็บอีก 20 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoนักเรียนเชียงรายได้รับรางวัล “แบบอย่างเยาวชนดีเด่นแห่งปี 2026”
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoเครือข่ายประชาชนเชียงรายเรียกร้องยับยั้ง TOR ไทย-เมียนมา ชี้ไม่แก้ปัญหาเหมืองแร่แม่น้ำสายสำคัญ
-
เชียงราย - Chiang Rai News1 day agoระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มสูงขึ้น!! ภัยคุกคามต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำ



