เชียงใหม่ - Chiang Mai
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งดับไฟป่าใกล้กับวัดดอยสุเทพในจังหวัดเชียงใหม่
เชียงใหม่ – สถานการณ์ไฟป่าบนดอยสุเทพตึงเครียด หลังพบจุดความร้อนปะทุใกล้พื้นที่สำคัญ ล่าสุดผู้ว่าฯ เชียงใหม่รุดลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ระดมกำลังพลทั้งภาคพื้นดินและอากาศยานเข้าสกัดกั้นเพลิงอย่างเร่งด่วน…
เชียงใหม่ – สถานการณ์ไฟป่าบนดอยสุเทพตึงเครียด หลังพบจุดความร้อนปะทุใกล้พื้นที่สำคัญ ล่าสุดผู้ว่าฯ เชียงใหม่รุดลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ระดมกำลังพลทั้งภาคพื้นดินและอากาศยานเข้าสกัดกั้นเพลิงอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางกระแสลมแรงและความลาดชันของพื้นที่
เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงใหม่ว่า เกิดเหตุไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่บริเวณอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ไม่ไกลจากวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร แลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างความกังวลใจให้กับทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ปฏิบัติการร่วมใจ: กองทัพเจ้าหน้าที่รุดสกัดไฟ
ทันทีที่ได้รับรายงาน ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ไม่รอช้า สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่มากกว่า 100 นาย เข้าพื้นที่เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ไฟขยายวงกว้าง โดยการทำงานในครั้งนี้เป็นการประสานงานร่วมกันจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย:
- เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย: ผู้นำทางและวางแผนสกัดไฟในพื้นที่
- สถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ และชุดเหยี่ยวไฟ: ทีมผู้เชี่ยวชาญการดับไฟป่าโดยเฉพาะ
- ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33: สนับสนุนกำลังพลและความช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์
- อาสาสมัครชาวบ้าน: ทั้งจากหมู่บ้านดอยสุเทพและบ้านม้งดอยปุย ที่ร่วมแรงร่วมใจปกป้องป่าบ้านเกิด
เนื่องจากจุดที่เกิดไฟไหม้มีความลาดชันสูงและเข้าถึงได้ยากด้วยการเดินเท้า ปฏิบัติการทางอากาศจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมสถานการณ์ โดยมีการส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าสนับสนุนถึง 2 ลำ:
- เฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: บินเข้าโปรยน้ำในช่วงเช้าเพื่อลดความร้อนและชะลอการลุกลาม
- เฮลิคอปเตอร์ KA-32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): เข้าเสริมทัพในช่วงบ่าย เพื่อโปรยน้ำในจุดที่ไฟยังคงคุโชนและเข้าถึงยากที่สุด
ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ลงพื้นที่กำชับความปลอดภัย
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินหน้างานและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานท่ามกลางความร้อนและกลุ่มควัน ท่านได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของกำลังพลเป็นหลัก พร้อมสั่งการให้จัดทำแนวกันไฟเพิ่มเติมในจุดเสี่ยงที่อาจลามเข้าสู่เขตชุมชนและสถานที่สำคัญทางศาสนา
ปัจจุบัน (ช่วงเย็นวันที่ 11 เม.ย.) เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้มากขึ้น แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งและลมที่เปลี่ยนทิศทางอาจทำให้ไฟกลับมาปะทุได้อีกครั้ง
สำหรับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ทางจังหวัดขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงการเผาในที่โล่งทุกชนิด และหากพบเห็นไฟป่าหรือควันไฟในพื้นที่ดอยสุเทพ สามารถแจ้งสายด่วนได้ทันทีเพื่อความรวดเร็วในการเข้าระงับเหตุ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงใหม่วิกฤต ฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐาน กระทบสุขภาพ
สัญญาณบวกท่ามกลางวิกฤต: จุดความร้อนภาคเหนือลดลง 3% แต่เชียงราย-เชียงใหม่ยังน่าห่วง
เชียงใหม่ - Chiang Mai
งานมหกรรมเสรีภาพ 250 ปี เชียงใหม่ เฉลิมฉลองความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา
เชียงใหม่ – เชียงใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่! กับงานมหกรรมเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมสุดอลังการภายใต้ชื่อ “Freedom 250: American Fair Chiang Mai” ซึ่งจัดขึ้นโดย สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ในประเทศไทย งานเทศกาลครั้งนี้จัดขึ้นอย่างตั้งใจเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกันก็มุ่งหวังที่จะกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสหรัฐฯ ให้ยั่งยืนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เทศกาลสุดพิเศษนี้ถูกจัดขึ้นอย่างตระการตา ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (สวน อบจ. เชียงใหม่) โดยมีกำหนดการจัดงานตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 18 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางบรรยากาศปลายฝนต้นหนาวที่เย็นสบายของภาคเหนือ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยตลอดจนชาวต่างชาติ ต่างหลั่งไหลมาร่วมสัมผัสกลิ่นอายและเสน่ห์ของวัฒนธรรมอเมริกันกันอย่างคึกคักตั้งแต่เริ่มเปิดประตูงาน
ประเด็นสำคัญ
- งาน “Freedom 250: American Fair Chiang Mai” เฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีสหรัฐฯ จัดขึ้นที่สวน อบจ. เชียงใหม่ วันที่ 16-18 ตุลาคม 2569
- ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสอาหารอเมริกันกว่า 40 ร้าน ดนตรีสด รถคลาสสิก นิทรรศการ และโซนกิจกรรมสำหรับครอบครัว
- เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรีตลอดสุดสัปดาห์ โดยเริ่มเปิดงานช่วงเย็นในวันศุกร์ และช่วงเที่ยงในวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์
สัมผัสรสชาติอาหารและเสียงดนตรีสไตล์อเมริกันแท้ๆ
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในบริเวณงาน ผู้ร่วมงานจะได้พบกับบูธสินค้าและอาหารอเมริกันแท้ๆ มากกว่า 40 ร้านค้า ที่ตั้งเรียงรายต้อนรับทุกคน ร้านค้าเหล่านี้ต่างพร้อมใจกันขนเมนูยอดนิยมและสินค้าไลฟ์สไตล์จากผู้ประกอบการชั้นนำทั้งของไทยและสหรัฐฯ มาให้ทุกคนได้เลือกชิมและเลือกช้อปกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ บาร์บีคิว หรือของหวานสไตล์อเมริกันดั้งเดิม
นอกจากอาหารรสเลิศแล้ว บรรยากาศภายในงานยังถูกเติมเต็มด้วยดนตรีสดหลากหลายแนวที่สลับสับเปลี่ยนมาสร้างสีสันตลอดทั้งวัน เสียงดนตรีเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นจังหวะแจซสุดคลาสสิก หรือการบรรเลงจากวงโยธวาทิตที่ยิ่งใหญ่ตระการตา นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสวิงแดนซ์ที่เชิญชวนให้ผู้ร่วมงานทุกคนลุกขึ้นมาออกสเต็ปอย่างสนุกสนาน สร้างรอยยิ้มและความประทับใจได้อย่างยอดเยี่ยม

ตื่นตากับโซนยานยนต์คลาสสิกและกิจกรรมครอบครัว
นอกเหนือจากความบันเทิงบนเวทีและอาหารอร่อยแล้ว สายรักยานยนต์ยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับโซนจัดแสดงรถยนต์และมอเตอร์ไซค์คลาสสิกสไตล์อเมริกันยอดฮิต รถคลาสสิกที่หาชมได้ยากเหล่านี้ถูกนำมาจอดอวดโฉมให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างใกล้ชิด ถือเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนอย่างล้นหลาม
สำหรับกลุ่มครอบครัวและเด็กๆ ที่มาร่วมงาน ทางผู้จัดได้เตรียมพื้นที่โซนกิจกรรมไลฟ์สไตล์และแอดเวนเจอร์ไว้รองรับอย่างครบครัน มีทั้งหน้าผาจำลองสำหรับสายลุย บ้านลมขนาดใหญ่ และเวิร์คชอป DIY ที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ พร้อมทั้งไฮไลต์สุดฮาอย่างการประกวดแต่งกายชุดคาวบอย และการแข่งขันเลียนเสียงไก่สไตล์อเมริกันที่เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดงาน

นิทรรศการศิลปะและกำหนดการเข้าร่วมงานฟรี
ขณะเดียวกัน ผู้ร่วมงานยังได้รับความรู้และความบันเทิงทางศิลปะควบคู่กันไปอย่างลงตัว ผ่านบูทนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ ของทางการสหรัฐฯ การจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยภายในงานสะท้อนให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่สวยงามระหว่างสองประเทศ ซึ่งถือเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีและส่งเสริมมิตรภาพในระดับประชาชน
งาน “Freedom 250: American Fair Chiang Mai” พร้อมเปิดประตูแห่งความสุขให้ทุกคนเข้าชมฟรีตลอดสุดสัปดาห์นี้ สำหรับวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม งานเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น. ส่วนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม เปิดให้สนุกเต็มอิ่มตั้งแต่ 12.00 – 21.00 น. และส่งท้ายความประทับใจในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 12.00 – 20.00 น. ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางมาร่วมสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมอเมริกันสุดพิเศษกลางเมืองเชียงใหม่ได้เลย!
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน
ถือเป็นข่าวดีและเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของวงการแพทย์ไทย เมื่อคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้แถลงข่าวความสำเร็จในการทำคลอดทารก “แฝด 4 แท้” จากการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติเป็นครอบครัวแรกของประเทศไทย
เหตุการณ์นี้สร้างความปีติยินดีอย่างมาก เนื่องจากคุณแม่และทารกน้อยทั้งสี่คนมีสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัยดี ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า เคสนี้เป็นกรณีที่พบได้ยากมาก โดยมีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 700,000 รายเท่านั้น
ทารกแฝดสี่ชุดนี้เกิดจากไข่ใบเดียวกันและใช้รกร่วมกัน ซึ่งทำให้การตั้งครรภ์ครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงมาก คุณแม่ของเด็กๆ คือ นางสาวฐิติกานต์ สินิรักษาทรัพย์ อายุ 33 ปี ชาวปกาเกอะญอจากอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งถูกส่งตัวมารับการรักษาต่อเมื่ออายุครรภ์ได้ 23 สัปดาห์
ประเด็นสำคัญ
- ความสำเร็จครั้งแรกในไทย: คณะแพทย์ มช. ทำคลอด “แฝด 4 แท้” ที่เกิดจากการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้สำเร็จและทารกปลอดภัยทุกคน
- เคสหายากและเสี่ยงสูง: โอกาสเกิดแฝด 4 แท้จากไข่ใบเดียวและใช้รกเดียวกัน มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 700,000 รายเท่านั้น
- การดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ: ทีมแพทย์ต้องวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อรับมือกับภาวะแทรกซ้อน และเตรียมผ่าคลอดฉุกเฉินสำเร็จในสัปดาห์ที่ 29
ความท้าทายทางการแพทย์และครรภ์เสี่ยงสูง
ในตอนแรก แพทย์วินิจฉัยว่าคุณแม่ตั้งครรภ์แฝดสามที่โรงพยาบาลในเครือ แต่หลังจากที่ทีมเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำการตรวจอัลตราซาวนด์อย่างละเอียดแล้ว พบว่าแท้จริงแล้วคุณแม่ตั้งครรภ์แฝดสี่
ทารกแต่ละคนอยู่ในถุงน้ำคร่ำของตัวเอง แต่ทั้งหมดใช้รกร่วมกันเพียง 1 รก ซึ่งถือเป็นความซับซ้อนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างหนัก การตั้งครรภ์ลักษณะนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงรุนแรงหลายประการ โดยเฉพาะภาวะคลอดก่อนกำหนดและการถ่ายเทเลือดระหว่างทารกในครรภ์
เนื่องจากทารกทั้งสี่คนต้องแบ่งปันสารอาหารจากรกเดียวกัน ทำให้มีความเสี่ยงที่ทารกบางคนอาจได้รับเลือดมากเกินไป ในขณะที่บางคนได้รับเลือดไม่เพียงพอ ทีมแพทย์จึงต้องนัดหมายเพื่อตรวจอัลตราซาวด์และติดตามสุขภาพของทารกอย่างใกล้ชิดทุกๆ 1 ถึง 2 สัปดาห์
การวางแผนและการดูแลอย่างใกล้ชิด
รศ.พญ.เฟื่องลดา ทองประเสริฐ หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการยืดอายุครรภ์ให้ได้นานที่สุด การทำเช่นนี้จะช่วยให้ทารกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและลดภาวะแทรกซ้อนจากการคลอดก่อนกำหนดให้น้อยที่สุด
นอกจากนี้ ระยะทางที่ห่างไกลจากอำเภอแม่สะเรียงถึงเชียงใหม่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินทางของคุณแม่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทีมแพทย์ มช. จึงได้ประสานงานกับโรงพยาบาลแม่สะเรียงอย่างใกล้ชิด
มีการเฝ้าระวังโรคแทรกซ้อนที่คุณแม่มักพบ เช่น ครรภ์เป็นพิษและเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ยังได้รับคำปรึกษาจากนักโภชนาการเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับสารอาหารและวิตามินเพียงพอ สำหรับเลี้ยงดูทารกทั้งสี่คนในครรภ์อย่างสมบูรณ์

วินาทีชีวิตและการเตรียมผ่าตัดคลอด
เมื่ออายุครรภ์ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 27 ทีมแพทย์ได้วางแผนให้คุณแม่เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คุณแม่ได้รับการฉีดยากระตุ้นการทำงานของปอดทารก เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่ต้องคลอดก่อนกำหนด
ทารกทั้งสี่คนอยู่ในท่าก้นและท่าขวาง ซึ่งไม่สามารถคลอดด้วยวิธีธรรมชาติผ่านทางช่องคลอดได้ การผ่าตัดคลอดจึงเป็นทางเลือกเดียวที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับครอบครัวนี้
ทีมแพทย์สหสาขา ทั้งสูติแพทย์ วิสัญญีแพทย์ กุมารแพทย์ และพยาบาล ได้ซักซ้อมแผนการผ่าตัดคลอดฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง มีการเตรียมอุปกรณ์ เลือด และหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) ไว้พร้อมสรรพ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างราบรื่น
ความสำเร็จแห่งการรอคอยและการดูแลหลังคลอด
ในที่สุด เมื่ออายุครรภ์ 29 สัปดาห์ 5 วัน ช่วงเวลาประมาณ 02.30 น. คุณแม่เริ่มมีอาการมดลูกหดรัดตัว แพทย์ตรวจพบว่าปากมดลูกเปิดแล้ว 2 เซนติเมตร ซึ่งเป็นสัญญาณของการเข้าสู่ภาวะคลอดก่อนกำหนด
ทีมแพทย์จึงตัดสินใจให้ยายับยั้งการหดรัดตัวและเตรียมทีมผ่าตัดทันที ทุกขั้นตอนผ่านพ้นไปได้ด้วยดีจนเกิดเป็นปาฏิหาริย์แห่งชีวิตที่น่าชื่นชม ทีมกุมารแพทย์ทารกแรกเกิดพร้อมสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับช่วงต่อในการดูแลระบบทางเดินหายใจของเด็กๆ
ความสำเร็จของ “หนึ่งครรภ์ สี่หัวใจ” ในครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนให้เห็นเพียงแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและการทำงานเป็นทีมของบุคลากรทางการแพทย์ไทย การร่วมมือกันระหว่างโรงพยาบาลต้นทางและโรงพยาบาลศูนย์ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แม่และเด็กกลุ่มเปราะบางได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีได้อย่างยอดเยี่ยม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจชายแดนร่วมกันสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่อำเภอแม่อาย กองกำลังผาเมืองได้จัดทีมทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดน มาตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสาธารณะสายฝาง-แม่จัน ใกล้หมู่บ้านห้วยน้ำเย็น การทำงานร่วมกันครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการแอบขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างมาก
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดอยู่นั้น มีรถกระบะต้องสงสัยคันหนึ่งขับเข้ามาใกล้จุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟและเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้นตามปกติ ทว่าผู้ขับขี่กลับไม่ยอมหยุดรถและตัดสินใจเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำกำลังขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งไปพบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ป้ายทะเบียนเชียงใหม่ จอดเสียหลักอยู่บริเวณริมข้างทาง แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับไม่พบตัวคนขับ ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้อาศัยความคุ้นเคยกับเส้นทางในป่าหลบหนีไปได้ทันเวลา
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้มากถึง 2.8 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบ 14 ใบ
- ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน ทิ้งรถกระบะและของกลางหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างลอยนวล
- การสกัดจับเกิดขึ้นที่จุดตรวจบนถนนสายฝาง-แม่จัน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถกระบะคันดังกล่าวอย่างละเอียด ก็พบหลักฐานที่น่าตกใจ ภายในห้องโดยสารและท้ายรถมีกระสอบเป้ที่ถูกดัดแปลงพิเศษจำนวน 14 ใบวางซุกซ่อนอยู่ เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนมหาศาล โดยนับรวมกันได้มากถึงประมาณ 2.8 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์และยาเสพติดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง การยึดยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นการตัดวงจรการค้ายาเสพติดครั้งสำคัญที่จะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
แถลงข่าวและเร่งล่าตัวผู้กระทำผิด
หลังจากยึดของกลางได้สำเร็จ ในช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ทางกองกำลังผาเมืองได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงผลการปฏิบัติงานต่อสื่อมวลชน พ.อ.จิรจำนงค์ โกษาวัง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการตรวจสอบของกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากใครสนใจติดตามสถานการณ์เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่าน ข่าวอาชญากรรม เพื่อดูความคืบหน้าและการขยายผลของคดี ปัจจุบันของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้กับสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนตามหาตัวคนขับรถมารับโทษต่อไปอย่างเร่งด่วน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
-
ข่าวกีฬา Sports5 days agoงานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย



