ฟุตบอล
เรอัล มาดริด เปิดบ้านต้อน เรอัล โอบิเอโด 2-0 ท่ามกลางเสียงโห่ใส่ เอ็มบัปเป้
กอนซาโล่ การ์เซีย และ จู๊ด เบลลิงแฮม ทำคนละประตู ช่วยให้ เรอัล มาดริด เก็บ 3 แต้ม ในขณะที่แฟนบอลแสดงความไม่พอใจผลงานโดยรวมของทีม
การแข่งขันฟุตบอล ลาลิกา สเปน ฤดูกาล 2025-2026 นัดที่ 36 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 (ตามเวลาท้องถิ่น) ทีมสโมสรฟุตบอลเรอัล มาดริด ได้เปิดสนาม ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ต้อนรับการมาเยือนของ เรอัล โอบิเอโด ซึ่งเป็นทีมที่ตกชั้นไปแล้ว โดยในเกมนี้ เรอัล มาดริด สามารถเอาชนะไปได้อย่างไม่ยากเย็นนักด้วยคะแนน 2-0 จากการทำประตูของ กอนซาโล่ การ์เซีย และ จู๊ด เบลลิงแฮม
แต่ถึงแม้ว่าจะได้ผลการแข่งขันที่ทีมต้องการ บรรยากาศในสนามกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างมาก เนื่องจากแฟนบอลเจ้าถิ่นจำนวนมากได้ส่งเสียงโห่ร้องใส่ผู้เล่นของตัวเอง โดยเฉพาะดาวดังอย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ สาเหตุหลักมาจากความผิดหวังที่ทีมพลาดแชมป์ลีกในปีนี้ ตามรายงานของ beIN SPORTS
ไฮไลท์สำคัญของการแข่งขัน
ในเกมนี้ อัลบาโร่ อาร์เบลัว ผู้จัดการทีมของเรอัล มาดริด ตัดสินใจให้ผู้เล่นตัวหลักหลายคนได้พัก และให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งลงสนามแทน รูปแบบการเล่นเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่เก็บบอลไว้กับตัวได้มากกว่าอย่างชัดเจนถึง 60% ต่อ 40% ดูสถิติเพิ่มเติมได้ที่ Xscores
- นาทีที่ 6: เรอัล มาดริด เกือบได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว กอนซาโล่ การ์เซีย พาลากบอลผ่าน เอริค ไบยี่ กองหลังทีมเยือน ก่อนจ่ายบอลเข้ามาตรงกลางให้ ฟรังโก้ มาสตานตูโอโน่ ยิงอย่างแรง แต่ อารอน เอสกันเดลล์ ผู้รักษาประตูของเรอัล โอบิเอโด สามารถป้องกันเอาไว้ได้
- นาทีที่ 43 (เรอัล มาดริด นำ 1-0): ความพยายามของเจ้าบ้านมาประสบผลสำเร็จในช่วงก่อนหมดเวลาครึ่งแรก บราฮิม ดิอาซ จ่ายบอลทะลุช่องให้ กอนซาโล่ การ์เซีย พลิกตัวแล้วเตะด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเข้าไปที่มุมล่างขวาของประตูอย่างสวยงาม ถือเป็นประตูที่ 5 ของเขาในการแข่งขันลีกปีนี้ ข้อมูลจาก Tempo
- นาทีที่ 69: มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่น่าสนใจ โดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ จู๊ด เบลลิงแฮม ถูกส่งลงสนาม ทันทีที่ เอ็มบัปเป้ ก้าวลงมาในสนาม แฟนบอลหลายคนก็เริ่มส่งเสียงโห่ร้องแสดงความไม่พอใจ
- นาทีที่ 80 (เรอัล มาดริด นำ 2-0): เรอัล มาดริด มาได้ประตูย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาด คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ส่งบอลให้ จู๊ด เบลลิงแฮม บริเวณหน้าพื้นที่กรอบเขตโทษ เบลลิงแฮม จับบอลหนึ่งครั้งก่อนเตะด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งเรียบไปกับพื้นแล้วเข้าประตูไปที่มุมซ้ายล่าง ทำให้ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์รับ สรุปเหตุการณ์จากเว็บไซต์ของ ลาลิกา สเปน
บรรยากาศในสนามและสถานการณ์ของทีม
เกมฟุตบอลนัดนี้จัดขึ้นหลังจากที่ทีม บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ ลาลิกา สเปน ฤดูกาลนี้ไปครองได้สำเร็จแล้ว ทำให้ เรอัล มาดริด ต้องจบปีด้วยการเป็นเพียงอันดับสอง และเป็นปีที่สองติดต่อกันที่พวกเขาไม่ได้แชมป์รายการใหญ่เลย ความรู้สึกผิดหวังนี้ส่งผลโดยตรงต่อแฟนบอล ทำให้เกิดการโห่ร้องใส่ผู้เล่น โดยเฉพาะ เอ็มบัปเป้ ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ และมักจะถูกวิจารณ์ว่าเล่นไม่เต็มที่
หลังจบเกมการแข่งขัน เอ็มบัปเป้ ได้ให้สัมภาษณ์เพื่อพูดถึงเรื่องนี้ว่า “เสียงโห่… มันคือชีวิตปกติ คุณไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของคนที่กำลังรู้สึกโกรธได้ มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนักเตะของเรอัล มาดริด และนักเตะที่มีชื่อเสียงอย่างผม เราไม่ได้ต้องพยายามทำความเข้าใจตลอดเวลา แต่เราต้องยอมรับมัน มองไปข้างหน้า และพยายามเปลี่ยนสถานการณ์ให้ดีขึ้น” อ้างอิงบทสัมภาษณ์จาก beIN SPORTS
ในส่วนของทีม เรอัล โอบิเอโด การแพ้ในนัดนี้ไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เนื่องจากพวกเขามีคะแนนอยู่ในอันดับสุดท้ายของตารางคะแนน และต้องตกชั้นไปเล่นในลีกระดับรองในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอนแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงพยายามเล่นอย่างเต็มที่ และมีโอกาสบุกไปทำประตูบ้างจาก จังหวะการยิงของ ฮาสเซม ฮัสซัน ในช่วงท้ายเกม แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูของมาดริด ก็ยังป้องกันเอาไว้ได้ดี อ่านรายละเอียดของจังหวะนี้ได้ที่ beIN SPORTS
ตารางสรุปรายชื่อผู้เล่น สโมสรฟุตบอลเรอัล มาดริด
| ผู้เล่น (Player) | ตำแหน่ง (Position) | ผลงานในเกมนี้ (Match Notes) |
|---|---|---|
| ติโบต์ กูร์กตัวส์ | ผู้รักษาประตู | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที, ป้องกันประตูได้ 1 ครั้ง |
| เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ | กองหลัง | ลงเล่น 64 นาที |
| ดาวิด อลาบา | กองหลัง | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที |
| อัลบาโร่ คาร์เรรัส | กองหลัง | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที |
| เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า | กองกลาง | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที, มีโอกาสยิง 1 ครั้ง |
| บราฮิม ดิอาซ | กองกลาง | ลงเล่น 77 นาที, ช่วยส่งบอลให้เพื่อนทำประตู 1 ครั้ง |
| ฟรังโก้ มาสตานตูโอโน่ | กองกลาง | ลงเล่น 77 นาที, มีโอกาสยิง 2 ครั้ง |
| กอนซาโล่ การ์เซีย | กองหน้า | ลงเล่น 69 นาที, เป็นคนทำประตูแรก (นาที 43) |
| วินิซิอุส จูเนียร์ | กองหน้า | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที, มีโอกาสยิง 2 ครั้ง |
| จู๊ด เบลลิงแฮม | กองกลาง (ตัวสำรอง) | ลงเล่น 27 นาที, เป็นคนทำประตูที่สอง (นาที 80) |
| คีลิยัน เอ็มบัปเป้ | กองหน้า (ตัวสำรอง) | ลงเล่น 22 นาที, ช่วยส่งบอลให้เพื่อนทำประตู 1 ครั้ง |
| ดานี่ การ์บาฆาล | กองหลัง (ตัวสำรอง) | ลงเล่น 27 นาที |
ตารางสรุปรายชื่อผู้เล่น สโมสรฟุตบอลเรอัล โอบิเอโด
| ผู้เล่น (Player) | ตำแหน่ง (Position) | ผลงานในเกมนี้ (Match Notes) |
|---|---|---|
| อารอน เอสกันเดลล์ | ผู้รักษาประตู | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที, ป้องกันประตูได้ถึง 5 ครั้ง |
| เอริค ไบยี่ | กองหลัง | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที |
| ดาบิด คอสตาส | กองหลัง | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที |
| ราฮิม อัลฮัสซาน | กองหลัง | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที |
| ซานติอาโก้ โคลอมบัตโต้ | กองกลาง | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที |
| อัลแบร์โต้ เรน่า | กองกลาง | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที |
| อิลยาส ชัยร่า | กองกลาง | ลงเล่น 54 นาที |
| เฟเดริโก้ วินญาส | กองหน้า | ลงเล่นเต็มเกม 90 นาที |
| ซานติ กาซอร์ล่า | กองกลาง (ตัวสำรอง) | ลงเล่น 37 นาที |
| ฮาสเซม ฮัสซัน | กองหน้า (ตัวสำรอง) | ลงเล่น 22 นาที, มีโอกาสยิง 2 ครั้ง |
สรุปเหตุการณ์หลังเกม
แม้ว่าทีม เรอัล มาดริด จะสามารถเก็บชัยชนะในบ้านซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้ไปได้ แต่ความรู้สึกที่ไม่ดีระหว่างแฟนบอลกับผู้เล่นยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ทีมต้องหาทางแก้ไขในช่วงปิดฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีข่าวลือมากมายว่า โชเซ่ มูรินโญ่ อาจจะกลับมารับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมแทนที่ อัลบาโร่ อาร์เบลัว ในฤดูกาลหน้า ซึ่งเราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ทิศทางของทีมใหญ่แห่งนี้จะเป็นอย่างไรในอนาคต
เรอัล โอบิเอโด ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านด้วยความพ่ายแพ้ และเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในลีกที่ต่ำกว่าในปีหน้า ส่วน เรอัล มาดริด ก็ต้องกลับไปวางแผนใหม่ เพื่อให้พวกเขากลับมาแข็งแกร่งและเป็นแชมป์ได้อีกครั้งในฤดูกาล 2026-2027
ข่าวกีฬายอดนิยม
อาร์เซนอลเฉือนชนะเวสต์แฮม 1-0 ท่ามกลางดราม่า VAR ที่สนามลอนดอนสเตเดียม
บาร์เซโลนาเอาชนะแอตเลติโก มาดริด 2-1 ในบ้าน คว้าสามแต้มสำคัญมาครองได้สำเร็จ
ฟุตบอล
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เอาชนะ เชียงราย ยูไนเต็ด 2-0
เชียงราย – การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2026-27 ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2026 ทัพ “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ท่ามกลางความตื่นเต้นของแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมอย่างหนาตา ผลปรากฏว่าเจ้าบ้านทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถเก็บชัยชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-0
เกมเริ่มต้นขึ้นด้วยจังหวะบุกอย่างหนักของเจ้าบ้าน และเพียงแค่ 5 นาทีแรกของการแข่งขัน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะการทำเกมทางกราบขวา อัครพงศ์ พุ่มวิเศษ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ บอลแฉลบผู้เล่นทีมเยือนไปชนคานก่อนจะเข้าประตูไป ทำให้ทัพเดอะ แรบบิท ออกนำ 1-0 ตั้งแต่ไก่โห่ สร้างความได้เปรียบและโมเมนตัมให้กับทีมอย่างมหาศาล
ประเด็นสำคัญ
- การเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม: บีจี ปทุม ยูไนเต็ด คว้าความได้เปรียบตั้งแต่ 5 นาทีแรกจากการทำเข้าประตูตัวเองที่โชคร้ายของฝั่งทีมเยือน
- ทีเด็ดตัวสำรอง: ฟาบิโอ คอฟมันน์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลัง กลายเป็นซูเปอร์ซับที่ทำประตูย้ำชัยชนะให้กับเจ้าบ้าน
- เกมรับที่เหนียวแน่น: ทัพเดอะ แรบบิท รักษาสกอร์และเก็บคลีนชีตได้อย่างหมดจด แสดงให้เห็นถึงวินัยในเกมรับที่แข็งแกร่ง
ไฮไลท์สำคัญและประตูตอกย้ำชัยชนะ
เข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง เกมยังคงเปิดแลกกันอย่างสนุก จนกระทั่งในนาทีที่ 61 ทัพเจ้าบ้านมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว เจา มักโน่ จ่ายบอลทะลุช่องอย่างสุดสวยให้กับ ฟาบิโอ คอฟมันน์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมา หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะซัดผ่านมือ อภิรักษ์ วรวงษ์ นายทวารทีมเยือนเข้าไปอย่างเฉียบขาด หลังจากนั้นในนาทีที่ 73 บีจี ปทุมฯ เกือบได้ประตูที่สาม เมื่อ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จ่ายบอลให้ คอฟมันน์ ได้สับไกบริเวณริมเส้นเขตโทษฝั่งซ้าย แต่คราวนี้ผู้รักษาประตูทีมเยือนยังป้องกันเอาไว้ได้ จบเกมการแข่งขัน เจ้าบ้านเก็บ 3 คะแนนเต็มไปครองอย่างสง่างาม โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ทางการของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
ตารางผู้เล่น: บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
| ตำแหน่ง | ชื่อนักเตะ | หมายเหตุ |
| ผู้รักษาประตู | สรานนท์ อนุอินทร์ | – |
| กองหลัง | วาริส ชูทอง, มาร์โก นิโคลิช, เอเลียส ดอเลาะ, เอดิน ออสมาโนวิช | – |
| กองกลาง | สารัช อยู่เย็น (C), กฤษดา กาแมน, อัครพงศ์ พุ่มวิเศษ, ลูคัส อันเดอร์เซ่น | – |
| กองหน้า | รัฐศาสตร์ บัวบาน, แอชลีย์ คอฟฟีย์ | – |
ตารางผู้เล่น: สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
| ตำแหน่ง | ชื่อนักเตะ | หมายเหตุ |
| ผู้รักษาประตู | อภิรักษ์ วรวงษ์ | – |
| กองหลัง | ริคาร์โด้ โกเมส, ภัทรพล ศึกษากิจ, เฮลิโอ มอนเตโร่ บาติสต้า, ธวัชชัย อินทร์ประโคน | – |
| กองกลาง | แฮรีส สจ๊วร์ต, วานเดอร์สัน, ศนุกรานต์ ถิ่นจอม (C) | – |
| กองหน้า | รอบสัน ซานโตส, ดูดู้ ซิลวา, กุสตาโว ชูตซ์ | – |
การแข่งขันนัดนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและแทคติกที่เฉียบคมของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่สามารถเจาะแนวรับของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้พวกเขาเดินหน้าเก็บชัยชนะในลีกได้อย่างต่อเนื่อง
BG Pathum United vs Singha Chiangrai United Match Highlights วิดีโอนี้รวบรวมจังหวะการทำประตูและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในการพบกันของทั้งสองทีม เพื่อให้เห็นภาพรวมของเกมได้อย่างชัดเจน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ฟุตบอลอังกฤษ: ทำไมพรีเมียร์ลีกถึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนไทย
ปิซ่า พบ ยูเวนตุส ดูบอลสด ฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา 2025/26 วันที่ 27 ธ.ค. 68
ฟุตบอล
เชียงราย ยูไนเต็ด พลาดท่า! ประจวบ เอฟซี ฮึดสู้พลิกแซง 2-1 ในเกมสุดมันส์
สรุปผลการแข่งขันไทยลีก 1 นัดล่าสุด ประจวบ เอฟซี เปิดบ้านพลิกแซงชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไปอย่างสนุกสนาน
เชียงราย – การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 ประจำฤดูกาล 2026-2027 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี ที่เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมดังจากแดนเหนือ “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เกมนี้ทั้งสองทีมต่างต้องการคะแนนอย่างมากเพื่อขยับอันดับในตารางคะแนน โดยบรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความคึกคักจากแฟนบอลที่เข้ามาส่งเสียงเชียร์กันอย่างหนาตา ตามรายงานสรุปผลการแข่งขันจากเว็บไซต์ SiamSport
ในช่วงครึ่งแรก ทั้งสองทีมต่างเล่นด้วยความระมัดระวังและเน้นความแน่นอน แม้จะมีการเปิดเกมบุกเข้าใส่กันบ้าง แต่ก็ยังไม่มีทีมใดสามารถเจาะตาข่ายฝ่ายตรงข้ามได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรก เสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ 0-0 อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มครึ่งหลัง รูปเกมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นเกมที่เปิดแลกกันอย่างดุเดือดและมีประตูเกิดขึ้นถึง 3 ประตู ทำให้แฟนบอลในสนามได้ลุ้นกันอย่างสนุกตลอดทั้งเกม
ประเด็นสำคัญ
- ครึ่งแรกสูสี: ทั้งสองทีมเล่นได้อย่างรัดกุมและจบครึ่งแรกด้วยผลเสมอ 0-0
- เชียงรายขึ้นนำก่อน: กุสตาโว ชูตซ์ ทำประตูให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด บุกมานำตั้งแต่นาทีแรกของครึ่งหลัง (นาทีที่ 46)
- ประจวบพลิกนรกแซงชนะ: พีที ประจวบ เอฟซี ได้สองประตูรวดจาก แบร์นาร์โด วียาร์ (นาทีที่ 60) และลูกจุดโทษของ เอ็ดการ์ เมนเดซ (นาทีที่ 80) ทำให้พลิกกลับมาชนะ 2-1
ไฮไลท์การแข่งขัน
- นาทีที่ 46: เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียงแค่นาทีเดียว สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะยิงที่เฉียบคมของ กุสตาโว ชูตซ์ ทำให้แฟนบอลทีมเยือนได้เฮลั่นสนาม
- นาทีที่ 60: เจ้าบ้าน พีที ประจวบ เอฟซี ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เดินหน้าบุกอย่างหนักจนมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากการทำประตูของ แบร์นาร์โด วียาร์ ทำให้กำลังใจและโมเมนตัมของเกมกลับมาอยู่ที่ฝั่งเจ้าบ้านทันที
- นาทีที่ 80: จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นเมื่อ พีที ประจวบ เอฟซี มาได้ลูกจุดโทษ และเป็น เอ็ดการ์ เมนเดซ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างเลือดเย็น ช่วยให้ทีมพลิกแซงขึ้นนำเป็น 2-1
- จบเกม: ในช่วงเวลาที่เหลือ เชียงราย ยูไนเต็ด พยายามบุกอย่างหนักเพื่อทวงประตูตีเสมอ แต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับที่เหนียวแน่นของเจ้าบ้านได้ จบเกม พีที ประจวบ เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 2-1 เก็บ 3 คะแนนเต็มสุดล้ำค่า
ตารางสถิติและข้อมูลของทีม
ด้านล่างนี้คือข้อมูลและสถิติสำคัญของทั้งสองทีมจากเกมการแข่งขันนัดนี้:
ตารางของ เชียงราย ยูไนเต็ด (Chiangrai United FC)
| สถิติและข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อทีม | สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด |
| สถานะในเกมนี้ | ทีมเยือน |
| ผู้ทำประตู | กุสตาโว ชูตซ์ (นาทีที่ 46) |
| คะแนนที่ได้จากเกมนัดนี้ | 0 คะแนน |
| อันดับในลีกล่าสุด | อันดับที่ 11 (มี 4 คะแนน) |
ตารางของ พีที ประจวบ เอฟซี (PT Prachuap FC)
| สถิติและข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อทีม | พีที ประจวบ เอฟซี |
| สถานะในเกมนี้ | เจ้าบ้าน |
| ผู้ทำประตู | แบร์นาร์โด วียาร์ (นาทีที่ 60), เอ็ดการ์ เมนเดซ (นาทีที่ 80) |
| คะแนนที่ได้จากเกมนัดนี้ | 3 คะแนน |
| อันดับในลีกล่าสุด | อันดับที่ 4 (มี 9 คะแนน) |
บทสรุปของการแข่งขันนัดนี้สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์และความไม่แน่นอนของกีฬาฟุตบอลอย่างแท้จริง แม้ว่าทีมเยือนอย่าง เชียงราย ยูไนเต็ด จะสามารถทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อนและดูเหมือนจะคุมสถานการณ์ไว้ได้ แต่ด้วยความใจสู้และเสียงเชียร์ของแฟนบอลในบ้าน ทำให้ ประจวบ เอฟซี สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยชนะได้อย่างสุดมันส์ ชัยชนะครั้งนี้ช่วยให้ประจวบขยับอันดับขึ้นไปเกาะกลุ่มบนของตารางได้สำเร็จ ในทางกลับกัน เชียงราย ยูไนเต็ด ต้องกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดเพื่อเตรียมสู้ศึกในนัดต่อไป ดูรายละเอียดตารางคะแนนเพิ่มเติมได้ที่นี่
ฟุตบอล
เริ่มต้นฤดูกาลอย่างตื่นเต้น! เชียงราย ยูไนเต็ด เอาชนะชลบุรี เอฟซี 1-0 ในบ้าน เปิดฤดูกาลไทยลีก 2026-27
เชียงราย – ฤดูกาลไทยลีก 2026-27 เปิดฉากอย่างเป็นทางการด้วยความตื่นเต้นเร้าใจระดับห้าดาว เมื่อเชียงราย ยูไนเต็ด ฉายา “กวางสว่างผู้ยิ่งใหญ่” เปิดบ้านต้อนรับคู่ปรับตลอดกาลอย่างชลบุรี เอฟซี ที่สนามสิงห์สเตเดียม ผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะสุดระทึก 1-0 ของเจ้าบ้าน เก็บสามแต้มสำคัญเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ และเพิ่มความมั่นใจให้กับทีมอย่างมาก
การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นแมตช์ไฮไลท์ประจำสัปดาห์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อมวลชนและแฟนฟุตบอลทั่วประเทศ เนื่องจากทั้งสองทีมมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมและเสริมทัพผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาอย่างน่าสนใจในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะปิดฤดูกาลที่ผ่านมา (สามารถดูข้อมูลการย้ายทีมอย่างเป็นทางการได้ที่ เว็บไซต์ไทยลีก) รูปเกมโดยรวมเต็มไปด้วยความเข้มข้นทางแท็คติก ทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันรุกและรับอย่างสูสี แสดงให้เห็นถึงความพร้อมขั้นสูงสุดของทีมในการก้าวขึ้นมาแย่งชิงความเป็นจ้าวแห่งวงการฟุตบอลไทยในฤดูกาลนี้
ประเด็นสำคัญ
- เชียงรายประเดิม 3 แต้มล้ำค่า: สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มเกมรับที่เหนียวแน่นและเกมสวนกลับที่เด็ดขาด ทำให้สามารถเก็บชัยชนะในบ้าน สร้างขวัญกำลังใจที่ดีเยี่ยมตั้งแต่เกมนัดแรก
- ประตูโทนตัดสินเกมในช่วงท้ายครึ่งแรก: ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีของแนวรับทีมเยือน นำมาซึ่งประตูชัยเพียงลูกเดียวของเกมนี้จากการจบสกอร์ที่เฉียบคมของกองหน้าเจ้าถิ่น
- ฉลามชลครองบอลเยอะแต่จบไม่ลง: ชลบุรี เอฟซี มีเปอร์เซ็นต์การครองบอลที่เหนือกว่าในครึ่งหลังและมีโอกาสลุ้นทำประตูหลายครั้ง แต่ขาดความเฉียบขาดในพื้นที่อันตราย ทำให้ต้องกลับไปมือเปล่า
ไฮไลท์สำคัญของการแข่งขัน (Match Highlights)
ครึ่งเวลาแรก: การชิงไหวชิงพริบในแดนกลาง
เริ่มเกมมาในช่วง 30 นาทีแรก ทั้งสองทีมพยายามครองบอลและหาช่องเจาะแนวรับของฝ่ายตรงข้าม ชลบุรี เอฟซี อาศัยการต่อบอลสั้นที่แม่นยำและใช้ความเร็วของปีกซ้ายขวาในการสร้างโอกาสเข้าทำ ทว่าผู้รักษาประตูและแนวรับของเชียงราย ยูไนเต็ด ยังคงประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม จนกระทั่งในนาทีที่ 42 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮลั่นสนาม สิงห์ สเตเดียม เมื่อมิดฟิลด์ตัวเก่งของเชียงรายแทงบอลทะลุช่องเจาะทะลวงกับดักล้ำหน้าให้กองหน้าตัวเป้า หลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตูชลบุรี ก่อนจะซัดด้วยขวาเสียบมุมเสาไกลเข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้จบครึ่งแรก เชียงราย ยูไนเต็ด ออกนำไปก่อน 1-0
ครึ่งเวลาหลัง: พายุบุกของฉลามชลและกำแพงเหล็กเชียงราย
เข้าสู่ครึ่งหลัง ชลบุรี เอฟซี ไม่มีทางเลือกนอกจากปรับแผนแก้เกมและโหมบุกอย่างหนักเพื่อทวงประตูตีเสมอ ทีมเยือนสามารถสร้างความกดดันให้แผงหลังเจ้าบ้านได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 15 นาทีสุดท้ายที่มีการส่งตัวสำรองสายรุกระดับพระกาฬลงมาเพิ่มมิติในแดนหน้า มีจังหวะยิงชนเสาและจังหวะเซฟบนเส้นประตูที่ทำให้แฟนบอลทั้งสนามต้องกลั้นหายใจ อย่างไรก็ตาม แนวรับของ “กว่างโซ้งมหาภัย” ภายใต้การสั่งการของกัปตันทีม ยังคงยืนตำแหน่งกันได้อย่างเหนียวแน่น มีระเบียบวินัย และช่วยกันสกัดกั้นอันตรายไว้ได้ทั้งหมด เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลา 90 นาที สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด รักษาสกอร์และเอาชนะไปได้ 1-0 อย่างสมศักดิ์ศรี
ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจประจำแมตช์ (Match Statistics)
เพื่อให้เห็นภาพรวมของเกมที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน นี่คือสถิติที่น่าสนใจของทั้งสองทีมในเกมนัดเปิดฤดูกาล 2026-27 (อ้างอิงข้อมูลสถิติฟุตบอลไทยจาก Siamsport):
สถิติและข้อมูลทีม: สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (Chiangrai United)
| สถิติการแข่งขัน | ตัวเลขผลงาน |
|---|---|
| การครองบอล (Possession) | 42% |
| โอกาสยิงทั้งหมด (Total Shots) | 8 ครั้ง |
| ยิงเข้ากรอบ (Shots on Target) | 3 ครั้ง |
| ความแม่นยำในการส่งบอล (Pass Accuracy) | 78% |
| เตะมุม (Corners) | 4 ครั้ง |
| ฟาวล์ (Fouls) | 12 ครั้ง |
| ใบเหลือง / ใบแดง (Cards) | 2 ใบเหลือง / 0 ใบแดง |
สถิติและข้อมูลทีม: ชลบุรี เอฟซี (Chonburi FC)
| สถิติการแข่งขัน | ตัวเลขผลงาน |
|---|---|
| การครองบอล (Possession) | 58% |
| โอกาสยิงทั้งหมด (Total Shots) | 14 ครั้ง |
| ยิงเข้ากรอบ (Shots on Target) | 5 ครั้ง |
| ความแม่นยำในการส่งบอล (Pass Accuracy) | 85% |
| เตะมุม (Corners) | 7 ครั้ง |
| ฟาวล์ (Fouls) | 9 ครั้ง |
| ใบเหลือง / ใบแดง (Cards) | 1 ใบเหลือง / 0 ใบแดง |
ก้าวต่อไปในศึกไทยลีก
ชัยชนะสุดสำคัญนัดนี้ทำให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นไปรั้งกลุ่มผู้นำของหัวตารางคะแนนไทยลีกชั่วคราว พร้อมสร้างแรงเหวี่ยงเชิงบวกให้กับทีมได้อย่างมหาศาล ขณะที่ ชลบุรี เอฟซี แม้จะโชว์รูปแบบการเล่นที่สวยงามและครองเกมได้เหนือกว่าในหลายช่วงเวลา แต่ก็ต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาความเด็ดขาดในการจบสกอร์ก่อนลงเตะในแมตช์ต่อไป แฟนบอลชาวไทยต้องมาร่วมลุ้นและติดตามดูกันยาวๆ ว่าในระยะยาวของศึกไทยลีก ฤดูกาล 2026-27 นี้ ทีมใดจะสามารถรักษาความสม่ำเสมอ ยืนหยัดฝ่าฟันอุปสรรค และก้าวขึ้นไปเถลิงบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้สำเร็จในตอนจบฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ฟุตบอลอังกฤษ: ทำไมพรีเมียร์ลีกถึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนไทย
ปิซ่า พบ ยูเวนตุส ดูบอลสด ฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา 2025/26 วันที่ 27 ธ.ค. 68
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

