ข่าวอาชญากรรม - Crime
คนงานชาวเมียนมาร์ 4 คนถูกจับกุมในจังหวัดเชียงรายในข้อหาฆาตกรรมนายจ้าง
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว 4 แรงงานชาวเมียนมาได้สำเร็จที่จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 หลังจากที่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่าปาดคอนายจ้างชาวไทใหญ่ วัย 49 ปี จนเสียชีวิตคาแคมป์คนงานในอำเภอแม่ริม…
น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว 4 แรงงานชาวเมียนมาได้สำเร็จที่จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 หลังจากที่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่าปาดคอนายจ้างชาวไทใหญ่ วัย 49 ปี จนเสียชีวิตคาแคมป์คนงานในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อกลางดึกของวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญครั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเกิดจากความโกรธแค้นที่นายจ้างเบี้ยวเงินค่าแรงอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณตี 2 ของวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ซึ่งประกอบไปด้วย นายซู่ นายยาว นายดำ และนายบอส (ทั้งหมดไม่มีนามสกุล) ได้ร่วมกันวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อลงมือสังหาร นายสมชาย ลุงวิ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นนายจ้างของพวกเขาเอง
ในคืนเกิดเหตุ ขณะที่นายสมชายกำลังนอนหลับสนิท นายซู่และนายยาวได้บุกเข้าไปใช้มีดทำร้ายและปาดคอผู้ตายจนเสียชีวิต โดยมีนายดำและนายบอสทำหน้าที่ดูต้นทางเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็นเหตุการณ์ หลังจากลงมือสำเร็จ ทั้ง 4 คนได้รีบหลบหนีออกจากแคมป์คนงานในทันที

แกะรอยเส้นทางหนี สู่การสกัดจับที่เชียงราย
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม นำโดย พ.ต.ท.อัครพล อมรเวช รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.ชัยพล ชัยชนะ สว.สส. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเร่งหาเบาะแสทันที จากการไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ พบภาพขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุกำลังเดินลัดเลาะหลบหนี ก่อนที่จะขึ้นรถยนต์มุ่งหน้าไปยังจังหวัดเชียงราย เพื่อหวังจะลักลอบข้ามพรมแดนกลับไปยังประเทศเมียนมา
อย่างไรก็ตาม แผนการหลบหนีไม่สำเร็จ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายสามารถสกัดจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คนไว้ได้ที่บริเวณหน้าวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ในช่วงเช้าของวันที่ 2 พฤษภาคม ก่อนที่พวกเขาจะสามารถข้ามประเทศได้สำเร็จ จากนั้นจึงได้ส่งตัวกลับมายัง สภ.แม่ริม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

คำสารภาพและปัญหาค่าแรงที่นำไปสู่โศกนาฏกรรม
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุชัดเจนว่าสาเหตุที่ตัดสินใจลงมือฆ่านายจ้าง เป็นเพราะความคับแค้นใจเรื่องเงินค่าแรง พวกเขาอ้างว่านายสมชายมักจะจ่ายเงินไม่ครบ บางครั้งทวงถามก็ให้บ้าง ไม่ให้บ้าง ทำให้เกิดความกดดันและตัดสินใจวางแผนฆาตกรรมในที่สุด (อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมจาก ไทยรัฐออนไลน์)
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าและเป็นอุทาหรณ์อย่างยิ่งถึงปัญหาการจัดการค่าแรงที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งสามารถนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงจนถึงขั้นสูญเสียชีวิตได้
สรุปประเด็นสำคัญของคดีนี้
- ผู้ก่อเหตุ: แรงงานชาวเมียนมา 4 คน (นายซู่, นายยาว, นายดำ, นายบอส)
- ผู้เสียชีวิต: นายสมชาย ลุงวิ อายุ 49 ปี (นายจ้างชาวไทใหญ่)
- สถานที่เกิดเหตุ: แคมป์คนงานในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
- สถานที่จับกุม: บริเวณหน้าวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย
- ข้อหา: ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธมีด
- แรงจูงใจ: ความขัดแย้งเรื่องการจ่ายค่าแรงที่ไม่แน่นอนและถูกเบี้ยวเงิน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไปอย่างเด็ดขาด
ข่าวเด่นประจำวันของประเทศไทย
นักท่องเที่ยวไทยแห่เที่ยวเชียงราย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตึงตัวในปี 2026
พลังมวลชนคนเชียงราย! ชาวพานลุกฮือ ค้านสร้างโรงไฟฟ้าขยะ จี้รัฐเปิดข้อมูลด่วน
เด็กหญิงวัย 5 ขวบ รอดชีวิตจากอุบัติเหตุสุดสยองที่คร่าชีวิตพ่อแม่ของเธอ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท
น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นบนท้องถนนในจังหวัดเชียงราย เมื่อหนุ่มไรเดอร์ถูกรถกระบะชนท้ายอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์ชนแล้วหนีครั้งนี้ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจึงต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนต่างๆ โดยหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากสังคมในการตามหาคนร้าย
บรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พวกเขาจึงตัดสินใจประกาศมอบเงินรางวัลเงินสดจำนวน 100,000 บาท ให้กับพลเมืองดีที่สามารถแจ้งเบาะแสคนร้ายได้สำเร็จ นี่ถือเป็นความหวังสุดท้ายของครอบครัวที่จะนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมให้จงได้
ประเด็นสำคัญ
- หนุ่มไรเดอร์ชาวเชียงใหม่ถูกรถกระบะชนท้ายเสียชีวิตอย่างน่าสลดที่จังหวัดเชียงราย
- เหตุการณ์ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือน แต่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวคนขับรถกระบะที่หลบหนีได้
- ญาติผู้เสียชีวิตประกาศตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้าย
ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชนแล้วหนีครั้งนี้คือ นายกรกช ดวงสุวรรณ ชายหนุ่มอายุ 33 ปี เขาเป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่โดยกำเนิด แต่ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาทำงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เหตุผลหลักที่เขาต้องจากบ้านเกิดมาคือ เขาต้องการอยู่ใกล้ชิดกับลูกสาววัย 2 ขวบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ลูกสาวตัวน้อยของเขาอาศัยอยู่กับอดีตภรรยาที่จังหวัดเชียงรายหลังจากที่ทั้งคู่เลิกรากันไป นายกรกชจึงเลือกทำงานเป็นพนักงานขับรถส่งอาหาร หรือไรเดอร์ เพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูและส่งเสียครอบครัว เขาเป็นคนขยันขันแข็งและรักลูกสาวอย่างสุดหัวใจ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันบนท้องถนน
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าสลดใจนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 00.51 น. ตามรายงานข่าวระบุว่า นายกรกชกำลังขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ เพื่อเดินทางกลับบ้านพักตามปกติเหมือนในทุกๆ วัน
นาทีชีวิตบนถนนสายเลี่ยงเมืองเชียงราย
นายกรกชขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก หรือที่รู้จักกันในชื่อทางหลวงชนบท ชร.1023 เมื่อเขาขับมาถึงบริเวณใกล้กับทางแยกเข้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น รถกระบะสีเทาปริศนาพุ่งชนท้ายรถของเขาอย่างจัง
รถกระบะคันก่อเหตุขับตามมาด้วยความเร็วสูงมากจนเบรกไม่ทัน แรงชนมหาศาลทำให้รถจักรยานยนต์ของนายกรกชไถลไปกับพื้นถนนหลายเมตรจนเกิดประกายไฟลุกไหม้ แทนที่คนขับรถกระบะจะจอดรถลงมาดูเหตุการณ์และให้ความช่วยเหลือ เขากลับเร่งเครื่องยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นายกรกชนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนอย่างโดดเดี่ยว
หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้รีบนำตัวนายกรกชส่งไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างเร่งด่วนที่สุด แต่เนื่องจากบาดแผลตามร่างกายของเขานั้นฉกรรจ์มากเกินไป เขาจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในช่วงเช้าของวันเดียวกัน สร้างความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับครอบครัว
หลังจัดงานศพเสร็จสิ้น ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เพื่อขอให้ตำรวจช่วยติดตามหาตัวคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม การสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดกลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรจะเป็น
แม้ว่าภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกป่าแดง ตำบลริมกก จะบันทึกภาพรถกระบะต้องสงสัยไว้ได้ แต่ภาพไม่ชัดเจนพอที่จะระบุหมายเลขทะเบียนหรือยี่ห้อรถได้อย่างแม่นยำ
ทางครอบครัวของนายกรกชยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะมอบเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท ทันที หากมีพลเมืองดีคนใดมีข้อมูล หรือเบาะแสที่สามารถนำไปสู่การจับกุมตัวคนขับรถกระบะคันนี้ได้ สังคมไทยต้องร่วมมือกันไม่ให้คนทำผิดลอยนวล และช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียในครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็น “อ่างรับมลพิษ”จากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดช็อกขึ้นที่ร้าน เซเว่นอีเลฟเว่น แห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชรช่วงดึก ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ในภาวะเครียดจัด ได้ใช้มีดคมจี้ภรรยาของตนเองเป็นตัวประกัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าในร้าน เจ้าหน้าที่ได้รีบไปยังที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันอันตรายเพิ่มเติม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในบริเวณตลาดคลองลาน อำเภอคลองลาน ผู้ก่อเหตุคือ นายวุฒิไกร ชายวัย 30 ปี เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา เขาย้ายมาทำงานและอาศัยอยู่กับภรรยาในพื้นที่นี้ได้ระยะหนึ่งแล้ว ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในคืนดังกล่าว
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 30 ปีเกิดอาการเครียดสะสม และใช้มีดจี้คอภรรยาเป็นตัวประกันในร้านสะดวกซื้อ
- ต้นเหตุมาจากความน้อยใจที่เกิดอุบัติเหตุรถล้ม แต่รู้สึกว่าไม่มีใครสนใจหรือเป็นห่วงตนเอง
- ตำรวจใช้เวลาพูดคุยเกลี้ยกล่อมกว่า 1 ชั่วโมง จนผู้ก่อเหตุยอมมอบตัวและภรรยาปลอดภัย
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน นายวุฒิไกรได้ขับรถจักรยานยนต์แล้วเกิดล้มเองที่ตลาด เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมยามได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตำรวจช่วยทำแผลถลอกให้เขา ก่อนจะพาเขากลับไปส่งที่บ้านพัก ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นถูกนำไปจอดเก็บไว้ที่ป้อมยามตำรวจเพื่อความปลอดภัย
เมื่อนายวุฒิไกรกลับมาถึงบ้าน เขากลับไม่พบภรรยาของตนเองรออยู่ ทำให้เขาเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดและโวยวายออกมา เขาบ่นว่าไม่มีใครสนใจเขาเลยเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ทุกคนเอาแต่ถามหารถจักรยานยนต์ โดยไม่ได้เป็นห่วงร่างกายของเขาเลย ความรู้สึกน้อยใจนี้เริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความเครียดอย่างหนัก
การทะเลาะวิวาทและจุดเริ่มของการจี้ตัวประกัน
ตกเย็น ภรรยาของเขากลับมาถึงบ้านหลังจากเลิกงานรับจ้าง ผู้ใหญ่บ้านได้พยายามเข้ามาพูดคุยเพื่อให้เขาใจเย็นลง แต่เขาก็ยังคงมีอารมณ์ฉุนเฉียว เขาบ่นว่าอยากกลับบ้านที่โคราชแต่ก็ไม่ได้กลับ รู้สึกเหมือนอยู่ที่นี่แล้วไม่มีใครเข้าใจและคอยดูแลเขา
ช่วงค่ำเวลาประมาณ 21.00 น. เขาเริ่มอาละวาดหนักขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเชิญตัวเขาไปพูดคุยที่ตู้ยาม เพื่อให้เขาสงบสติอารมณ์ลง แต่ในระหว่างที่ตำรวจเตรียมจะพาเขากลับบ้าน นายวุฒิไกรได้ดึงตัวภรรยาเดินไปทางตลาด ทั้งคู่มีปากเสียงกันตลอดทาง ทำให้ความเครียดของเขาพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด
เหตุการณ์เผชิดหน้าสุดระทึกขวัญภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
นายวุฒิไกรได้ฉุดกระชากภรรยาเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งอยู่ห่างจากป้อมตำรวจเพียงแค่ 200 เมตร จากนั้นเขาได้หยิบมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ออกมาจี้ที่บริเวณคอด้านหน้าของภรรยา เขาเรียกร้องให้ทุกคนหันมาสนใจและแก้ไขปัญหาของเขา เขาขอเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อพูดคุย และสัญญาว่าจะยอมมอบตัวหากทุกอย่างตกลงกันได้
ท่ามกลางความตกใจของพนักงานและลูกค้าในร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบอพยพผู้คนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
พ.ต.ท.ถนอม อิ่มมณี และ พ.ต.ท.บันลัง สถิตย์แจ้ง ได้นำกำลังตำรวจกว่า 20 นายเข้ามาระงับเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยและเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุอย่างใจเย็น การเจรจาดำเนินไปอย่างตึงเครียดนานกว่า 1 ชั่วโมง ท่ามกลางการลุ้นระทึกของทุกคน
ในที่สุดความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นผลสำเร็จ นายวุฒิไกรเริ่มมีท่าทีอ่อนลงและสงบสติอารมณ์ได้ เขายอมวางมีดและปล่อยตัวภรรยาแต่โดยดี เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เลย
หลังจากที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด ตำรวจได้นำตัวนายวุฒิไกรไปสอบสวนอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจ การสอบสวนนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารภายในครอบครัว ความน้อยใจเพียงเล็กน้อยอาจบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ หากบุคคลนั้นไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ การรับฟังและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้ขึ้นในสังคมของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร
กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นกลางถนนในอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อชายหนุ่มฟิวส์ขาดตัดสินใจก่อเหตุรุนแรง เขาได้ขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างจัง ร่างของผู้บาดเจ็บกระเด็นตกกระแทกพื้นอย่างแรง ในขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าวยังคงลากรถจักรยานยนต์ติดหน้ารถไปไกลกว่า 200 เมตร
หลังเกิดเหตุการณ์สุดระทึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที ทีมกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น โชคดีที่มีพลเมืองดีและญาติของผู้บาดเจ็บเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทำให้ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลคลองขลุงได้อย่างปลอดภัยในที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- การก่อเหตุสุดอุกอาจ: อดีตสามีขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างแรง และลากรถมอเตอร์ไซค์ไปไกลกว่า 200 เมตรกลางถนน
- มูลเหตุจากความหึงหวง: ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าลงมือทำไปเพราะความหึงหวง หลังจากเห็นอดีตภรรยาโพสต์ภาพคู่กับแฟนใหม่ลงในสื่อสังคมออนไลน์
- ความคืบหน้าทางคดีล่าสุด: ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ทำไปเพราะต้องการให้หยุดรถเพื่อพูดคุยกัน
ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้คือ น.ส.นรีรัตน์ หญิงสาวอายุ 39 ปี เธอได้เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังสุดสะเทือนใจกับสื่อมวลชน เธอเล่าว่าได้ตัดสินใจเลิกรากับอดีตสามีมาประมาณ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง
ตลอดเวลาที่เลิกรากันไป ฝ่ายชายยังคงพยายามตามง้อขอคืนดีอยู่เสมอ แต่เธอได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดและเลือกที่จะบล็อกช่องทางการติดต่อทุกทาง การกระทำนี้ทำให้อดีตสามีต้องพยายามติดต่อผ่านคนรอบข้างแทน และบางครั้งก็มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายร่วมด้วย
จุดแตกหักที่นำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อฝ่ายชายเห็นภาพของเธอและแฟนใหม่บนโซเชียลมีเดีย ภาพบาดใจเหล่านั้นทำให้ความหึงหวงปะทุขึ้นขีดสุด จนนำไปสู่การวางแผนขับรถสะกดรอยตามเพื่อก่อเหตุร้ายแรงในเวลาต่อมา
ในเช้าวันเกิดเหตุ น.ส.นรีรัตน์ กำลังขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปทำงานตามปกติ เธอสังเกตเห็นรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำของอดีตสามีขับตามมา ภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นเผยให้เห็นชัดเจนว่า รถเก๋งเร่งเครื่องพุ่งชนท้ายรถของเธออย่างแรงที่บริเวณหน้าธนาคาร
ร่างของเธอกระเด็นตกลงบนพื้นถนนอย่างรุนแรง สิ่งที่น่าหวาดเสียวที่สุดคือ ล้อรถเก๋งได้ทับไปที่ขาขวาของเธอด้วย โชคดีอย่างยิ่งที่กระดูกไม่หักและไม่ได้รับบาดเจ็บถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงจากรถมาดึงรถจักรยานยนต์ที่ติดหน้ารถออก แล้วขับหลบหนีไป
ผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายบรรเจิด ชายอายุ 41 ปี ซึ่งในเวลาต่อมาได้ติดต่อผ่านผู้นำชุมชนเพื่อขอเข้ามอบตัว เขาให้การสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำไปเพราะความหึงหวงสะสม เขารู้สึกโกรธจัดและยอมรับว่าฟิวส์ขาดเมื่อเห็นอดีตภรรยามีคนรักใหม่
นายบรรเจิดพยายามอธิบายว่า เขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าอดีตภรรยาให้เสียชีวิต เขาเพียงต้องการขับรถชนเพื่อให้เธอตกใจและหยุดรถเพื่อเคลียร์ใจกันเท่านั้น แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันบานปลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาตัดสินใจหลบหนีไปตั้งหลักที่บ้านก่อน
อย่างไรก็ตาม ข้อแก้ตัวของผู้กระทำความผิดไม่สามารถลบล้างความผิดได้ ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยาน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ร้ายแรง ซึ่งสังคมต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี
ตำรวจเชียงรายจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขายข้ามพรมแดน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoเหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
-
ข่าวกีฬา Sports4 days agoเชียงรายเปิดฉากกีฬา “เจียงฮายสัมพันธ์ 69” ชูแนวคิด รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoแพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย




