ข่าวอาชญากรรม - Crime
เรื่องราวสุดสะเทือนใจ! แม่และลูกสาวขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน หลังลูกสาวถูกกล่าวหาว่าถูกทหารล่วงละเมิดทางเพศในงานสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร
กรุงเทพฯ – เหตุการณ์อันน่าสลดใจเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร เมื่อเด็กสาววัยเพียง 15 ปี ถูกกลุ่มชายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะ พร้อมข่มขู่เอาชีวิตหากส่งเสียงร้อง…
น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – เหตุการณ์อันน่าสลดใจเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร เมื่อเด็กสาววัยเพียง 15 ปี ถูกกลุ่มชายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐล่วงละเมิดทางเพศในที่สาธารณะ พร้อมข่มขู่เอาชีวิตหากส่งเสียงร้อง ล่าสุดครอบครัวตัดสินใจเข้าร้องเรียนกับเพจดังเพื่อขอความเป็นธรรม หลังพบพิรุธในการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่
เปิดนาทีระทึก: จากความสนุกสู่ฝันร้ายกลางห้องน้ำสาธารณะ
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด นางไก่ (นามสมมติ) อายุ 60 ปี ได้พาลูกสาวคือ น้องเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เดินทางเข้าพบ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ สายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
น้องเอเล่าเหตุการณ์ด้วยอาการยังหวาดผวาว่า เมื่อวันที่ 15 เมษายน เวลาประมาณเที่ยงคืน ขณะที่เธอกำลังเล่นน้ำสงกรานต์กับกลุ่มเพื่อนที่ ถนนข้าวสาร เธอได้พบกับกลุ่มชายตัดผมเกรียนประมาณ 8 คน ซึ่งมีการเรียกชื่อเล่นกันในกลุ่มว่า “จ่า” และ “หมวด” กลุ่มชายดังกล่าวได้เข้ามาเล่นน้ำด้วยและมีการพูดคุยกันตามปกติ จนกระทั่งหนึ่งในกลุ่มนั้นพยายามชักชวนเธอไปที่ที่พัก แต่เธอได้ปฏิเสธไป
กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. ขณะที่น้องเอเดินไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพังบริเวณถนนตานี หนึ่งในชายกลุ่มดังกล่าวได้เดินตามมาและอาศัยจังหวะที่เธอกำลังเข้าห้องน้ำ ผลักประตูตามเข้ามาทันที ก่อนจะใช้กำลังบังคับล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อน้องเอพยายามขัดขืนและร้องขอความช่วยเหลือ ผู้ก่อเหตุได้ใช้มือบีบคอพร้อมขู่ว่า “อย่าร้องนะ ไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย” ทำให้น้องเอเกิดความกลัวจนไม่กล้าส่งเสียง
ทหาร" ล่วงละเมิดกลางงานสงกรานต์ข้าวสาร ขู่ฆ่าปิดปาก-คดีส่อแววช้า " width="1280" height="721" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/04/dFQROr7oWzulq5Fa7HHFJuuf7l57aT57pjt4tJxAjLVJOrff28HVbphLcnCN7ZgLl6u.webp 1280w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/04/dFQROr7oWzulq5Fa7HHFJuuf7l57aT57pjt4tJxAjLVJOrff28HVbphLcnCN7ZgLl6u-300x169.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/04/dFQROr7oWzulq5Fa7HHFJuuf7l57aT57pjt4tJxAjLVJOrff28HVbphLcnCN7ZgLl6u-1024x577.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/04/dFQROr7oWzulq5Fa7HHFJuuf7l57aT57pjt4tJxAjLVJOrff28HVbphLcnCN7ZgLl6u-768x433.webp 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />
พิรุธคดีล่าช้า ตำรวจอ้าง “ต้องขึ้นศาลทหาร”
หลังเกิดเหตุ น้องเอได้รีบวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ดูแลห้องน้ำ ก่อนจะแจ้งให้พี่ชายทราบและเข้าแจ้งความที่ สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 16 เมษายน อย่างไรก็ตาม ครอบครัวกลับรู้สึกไม่สบายใจต่อท่าทีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีประเด็นที่น่ากังวลดังนี้:
- คำแนะนำที่ดูเหมือนการกดดัน: ผู้เสียหายระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดในทำนองว่าหากต้องการเอาเรื่องต้องไปสู้คดีที่ “ศาลทหาร” ซึ่งทำให้ครอบครัวรู้สึกเหมือนถูกเกลี้ยกล่อมให้ยอมความ
- การตรวจสอบหลักฐานที่ล่าช้า: การขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดเกิดเหตุยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร
- สถานะของผู้ก่อเหตุ: หากผู้ก่อเหตุเป็นทหารจริงตามที่อ้าง การดำเนินคดีอาจมีความซับซ้อนมากกว่าปกติ
เสียงสะท้อนจากหัวใจแม่: “สังคมป่าเถื่อนเกินไปหรือไม่?”
นางไก่ ผู้เป็นแม่ เปิดใจด้วยน้ำตานองหน้าว่า ปกติเธอเป็นห่วงลูกสาวมาก แต่ครั้งนี้เห็นว่าเป็นเทศกาลและไปกับเพื่อนจึงยอมให้ไป ไม่คาดคิดว่าในสถานที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่านและมีเจ้าหน้าที่ดูแลหนาแน่น จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ขึ้น
“ความรู้สึกตอนนี้เหมือนครอบครัวตายทั้งเป็น ลูกสาวอายุแค่ 15 ปี ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ในงานเทศกาลที่ควรจะปลอดภัย สังคมทุกวันนี้มันป่าเถื่อนเกินไปไหม ยิ่งคนทำอ้างว่าเป็นรั้วของชาติ ยิ่งรับไม่ได้” นางไก่กล่าว

สายไหมต้องรอดรุดช่วย ประสานกระทรวงกลาโหมล่าตัว
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ได้ดำเนินการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงทันที โดยระบุขั้นตอนการช่วยเหลือดังนี้:
- ประสานกระทรวงกลาโหม: เพื่อตรวจสอบรายชื่อและสังกัดของกลุ่มชายที่อ้างตัวเป็นทหาร หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง จะขอให้มีการลงโทษทางวินัยและส่งตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
- คุ้มครองพยาน: เตรียมพาน้องเอเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานของกระทรวงยุติธรรม เพื่อความปลอดภัยของตัวเด็ก
- เร่งรัดคดี: จะติดตามผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดกับทาง สน.ชนะสงคราม เพื่อระบุตัวตนผู้กระทำผิดให้ชัดเจนที่สุด
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างบาดแผลในใจให้กับเหยื่อและครอบครัว แต่ยังตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยในงานเทศกาลระดับโลก และจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุเสียเอง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมชายผู้ก่อเหตุฆาตกรรมและหั่นศพแฟนสาวในกรุงเทพฯ
ศูนย์ความปลอดภัยทางถนนรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 216 ราย โดยกรุงเทพฯ มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอพาน พร้อมยึดยาเมทแอมเฟตามีน 96 เม็ด

