เชียงใหม่ - Chiang Mai
คุณภาพอากาศในเชียงใหม่ตกต่ำถึงระดับวิกฤต หลังไฟป่า 158 จุดลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้
เชียงใหม่, 25 มีนาคม 2569 สถานการณ์อากาศในจังหวัดเชียงใหม่น่าเป็นห่วงมากขึ้น หลังพบจุดความร้อน หรือ hotspots กระจายทั่วพื้นที่ถึง 158 จุด เพิ่มจาก 33 จุดในวันก่อนอย่างชัดเจน ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน…
เชียงใหม่, 25 มีนาคม 2569 สถานการณ์อากาศในจังหวัดเชียงใหม่น่าเป็นห่วงมากขึ้น หลังพบจุดความร้อน หรือ hotspots กระจายทั่วพื้นที่ถึง 158 จุด เพิ่มจาก 33 จุดในวันก่อนอย่างชัดเจน ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน และควันขาวปกคลุมเขตเมืองเชียงใหม่อย่างหนาแน่น
2026/03/3-24.webp" alt="คุณภาพอากาศในเชียงใหม่ตกต่ำถึงระดับวิกฤต หลังไฟป่า 158 จุดลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้" width="1200" height="800" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/3-24.webp?w=1200&ssl=1 1200w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/3-24.webp?resize=300%2C200&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/3-24.webp?resize=1024%2C683&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/3-24.webp?resize=768%2C512&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ไฟป่าเชียงใหม่ลุกลาม จุดความร้อนเพิ่มในหลายอำเภอ
ศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เช้าวันที่ 24 มีนาคม 2569 ตรวจพบจุดความร้อน 158 จุด ครอบคลุม 15 อำเภอ ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 5 เท่าจากวันก่อนหน้า
อำเภอที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่
- อำเภอแม่แตง 29 จุด
- อำเภอเชียงดาว 28 จุด
- อำเภอดอยสะเก็ด 14 จุด
- อำเภอแม่วาง และอำเภอสะเมิง อย่างละ 11 จุด
- อำเภอหางดง 10 จุด
ขณะเดียวกัน จุดความร้อนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 23 มีนาคม อยู่ที่ 967 จุด โดยส่วนมากเกิดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และบริเวณภูเขาลาดชันที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ยาก
เพราะควันจากไฟป่าลอยเข้าปกคลุมตัวเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ลักษณะแอ่งกระทะ จึงทำให้ควันสะสมหนาแน่นกว่าปกติ หลายจุดเริ่มมีกลิ่นไหม้ชัดเจน ประชาชนจำนวนหนึ่งมีอาการแสบตา ระคายคอ และคัดจมูก ส่วนผู้ที่เป็นภูมิแพ้บางรายมีผื่นคันร่วมด้วย
ค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน หลายพื้นที่เริ่มกระทบสุขภาพ
ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 มีนาคม ระบุว่า หลายพื้นที่ในเชียงใหม่มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์แล้ว เช่น
- อำเภอเมืองเชียงใหม่ (ต.ช้างเผือก) ค่า AQI อยู่ที่ 104 อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และมีค่า PM2.5 ที่ 38.8 มคก./ลบ.ม.
- อำเภอฮอด (ต.หางดง) ค่า AQI อยู่ที่ 157 อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ และมีค่า PM2.5 ที่ 58.7 มคก./ลบ.ม.
ค่าฝุ่นทั้งสองจุดสูงเกินมาตรฐานที่ 37.5 มคก./ลบ.ม. และถ้ายังไม่มีฝนเข้ามาช่วยระบายควัน ระดับฝุ่นมีแนวโน้มทรงตัวสูงต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจขยับเข้าสู่ระดับสีแดง ซึ่งเป็นช่วงที่อันตรายต่อสุขภาพได้ในเวลาไม่นาน
เร่งดับไฟทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ
ตอนนี้ศูนย์บัญชาการสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ กำลังเร่งประสานงานกับทุกอำเภอ เพื่อควบคุมไฟอย่างใกล้ชิด ทั้งในพื้นที่ราบและพื้นที่ภูเขาที่เข้าถึงยาก
นอกจากนี้ ยังได้ขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อปฏิบัติภารกิจตักน้ำดับไฟในจุดเสี่ยงสูง เช่น เขตอุทยานแห่งชาติศรีล้านนา ซึ่งพบไฟลุกลามในป่าทึบและพื้นที่ชัน
ขณะเดียวกัน เฮลิคอปเตอร์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ก็เข้าช่วยในพื้นที่ ต.หนองหาร อ.สันทราย โดยสนับสนุนการวางแนวกันไฟ และช่วยทีมภาคพื้นดินควบคุมสถานการณ์ได้บางส่วนแล้ว
เจ้าหน้าที่ระบุชัดว่า การดับไฟต้องทำต่อเนื่อง เพราะอากาศแห้งและลมแรงทำให้ไฟบางจุดลามเร็วมาก หากการประสานงานไม่ต่อเนื่อง สถานการณ์อาจยิ่งควบคุมยากขึ้น
เชียงรายเจอหมอกควันเช่นกัน PM2.5 ยังเกินเกณฑ์
ไม่ใช่แค่เชียงใหม่เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ จังหวัดเชียงรายที่อยู่ใกล้กันก็ยังเผชิญปัญหาหมอกควันต่อเนื่อง แม้จำนวนจุดความร้อนจะน้อยกว่า แต่ค่าฝุ่น PM2.5 ในหลายพื้นที่ยังสูงเกินมาตรฐาน
ข้อมูลล่าสุดจากจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศพบว่า ในอำเภอเมืองเชียงราย ค่า PM2.5 อยู่ราว 49 ถึง 61 มคก./ลบ.ม. แล้วแต่ช่วงเวลา ส่งผลให้ค่า AQI อยู่ในระดับไม่ดีต่อกลุ่มเสี่ยง ไปจนถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
อีกด้านหนึ่ง ควันจากไฟป่าใกล้แนวชายแดน รวมถึงการเผาในพื้นที่เกษตร ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทัศนวิสัยลดลง และหลายพื้นที่มีกลิ่นไหม้ชัดเจนตลอดวัน
สาธารณสุขเตือนกลุ่มเสี่ยง ดูแลตัวเองอย่างใกล้ชิด
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่กับเชียงราย ออกคำเตือนให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และผู้ที่เป็นภูมิแพ้ ระวังผลกระทบจากฝุ่นอย่างจริงจัง
แนวทางดูแลตัวเองที่แนะนำ มีดังนี้
- สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น เช่น N95 หรือหน้ากากที่กรอง PM2.5 ได้ทุกครั้งเมื่อต้องออกนอกบ้าน
- ลดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกแรงหนักหรือออกกำลังกายนาน ๆ
- ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด พร้อมใช้เครื่องฟอกอากาศ หรืออยู่ในห้องปลอดฝุ่น
- หากมีอาการไอ หายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก ตาแดง หรือมีผื่นคัน ควรรีบพบแพทย์
- ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศผ่านแอป Air4Thai หรือ IQAir อย่างสม่ำเสมอ
ในส่วนของเชียงใหม่ สาธารณสุขจังหวัดยังได้เตรียมห้องปลอดฝุ่นไว้ในโรงพยาบาลและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมากกว่า 2,000 แห่ง พร้อมเปิดคลินิกมลพิษเพื่อรองรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง
ปัญหาซ้ำทุกปี ต้องเร่งแก้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมมองว่า ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือเกิดซ้ำแทบทุกปีในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน สาเหตุหลักมาจากการเผาในพื้นที่เกษตร การทำไร่แบบเดิม และไฟป่าที่ลุกลามในช่วงอากาศแห้ง
เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาในระยะยาวต้องลดการเผาในที่โล่ง ส่งเสริมรูปแบบเกษตรทางเลือก และฟื้นฟูพื้นที่ป่าอย่างจริงจังไปพร้อมกัน
ตอนนี้พยากรณ์อากาศยังไม่พบสัญญาณฝนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ จึงมีโอกาสที่สถานการณ์จะรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมวิธีป้องกันตัวไว้ล่วงหน้า
ศูนย์บัญชาการฯ ย้ำตรงกันว่า การรับมือหมอกควันจะได้ผล ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน หากช่วยกันลดการเผา และรีบแจ้งจุดความร้อนเมื่อพบเหตุ ก็จะช่วยลดความหนักของวิกฤตหมอกควันครั้งนี้ได้มากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารปะทะขบวนการลำเลียงยาเสพติดที่เชียงใหม่ ยึดยาบ้ากว่า 5.7 ล้านเม็ด
เจ้าอาวาสวัดดอนจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การลดลงของเงินบริจาคส่งผลกระทบต่อเด็กกำพร้า
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ทหารม้าจากกองกำลังผาเมืองเปิดศึกปะทะเดือดกับกลุ่มยาเสพติด">ขบวนการค้ายาเสพติด บริเวณชายแดนอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เหตุการณ์ยิงปะทะกันอย่างสนั่นหวั่นไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางดึก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้เป็นจำนวนมากถึงหนึ่งล้านเม็ด
การปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้รับรายงานจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนส่งยาเสพติด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่ป่าตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- เหตุเกิดที่เชียงราย: เจ้าหน้าที่ทหารม้าปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณป่าชายแดน บ้านสามต้าว ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง
- ตรวจยึดยาบ้าจำนวนมาก: ทางเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาบ้าบรรจุในกระสอบดัดแปลงจำนวน 5 ใบ รวมทั้งหมดประมาณ 1,000,000 เม็ด
- คนร้ายหลบหนีไปได้: กลุ่มผู้ต้องสงสัยอาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อนจะทิ้งของกลางแล้วหลบหนีไป
เมื่อกำลังพลเดินทางไปถึงบริเวณช่องทางธรรมชาติใกล้กับหมู่บ้านสามต้าว เจ้าหน้าที่ได้พบกับกลุ่มชายต้องสงสัยจำนวนประมาณ 4-5 คน กำลังเดินแบกกระสอบดัดแปลงลัดเลาะมาตามแนวป่า ทหารจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้นตามขั้นตอนกฎหมาย
ทว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดเปิดฉากสาดกระสุนใส่เจ้าหน้าที่ทันที ทำให้เกิดการยิงต่อสู้ปะทะกันนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความมืดมิดและความชำนาญในภูมิประเทศพากันวิ่งหลบหนีหายไปในที่สุด
เคลียร์พื้นที่รุ่งเช้าพบของกลางมูลค่ามหาศาล
หลังจากเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัยดีแต่ยังไม่สามารถเข้าเคลียร์พื้นที่ได้เนื่องจากทัศนวิสัยที่มืดสนิท ทางผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้ปิดล้อมพื้นที่เอาไว้โดยรอบตลอดทั้งคืนเพื่อความปลอดภัยของกำลังพล
ครั้นรุ่งเช้าตรู่ของอีกวัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดจนพบกระสอบฟางดัดแปลงตกกระจายอยู่ตามพงหญ้า ตรวจสอบภายในพบว่าเป็นยาบ้ากระสอบละ 2 แสนเม็ด รวมเป็นหนึ่งล้านเม็ดเต็ม โดยรายงานข่าวจาก MGR Online ระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อดำเนินคดีและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชุมชนริมแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย ติดตั้งระบบตรวจสอบระดับน้ำ
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
เชียงใหม่ - Chiang Mai
น่าเศร้า! ชายวัยกลางคนกระโดดลงจากสะพานดอนจันทร์ในจังหวัดเชียงใหม่เสียชีวิต
เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ศูนย์วิทยุ 191 หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุสลดใจกลางเมือง มีชายกระโดดจากสะพานต่างระดับดอนจั่นลงมาเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณลานซีเมนต์ด้านล่าง พบร่างของชายอายุประมาณ 45 ถึง 50 ปี เขานอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่เขาก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 45-50 ปี จอดรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทิ้งไว้ ก่อนตัดสินใจกระโดดสะพานต่างระดับดอนจั่น
- ผู้บาดเจ็บนอนหายใจรวยรินในตอนแรก และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่จุดเกิดเหตุด้านล่าง
- เจ้าหน้าที่ส่งศพไปที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อชันสูตรและยืนยันตัวบุคคลต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ชายคนดังกล่าวได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ามาถึงบริเวณสะพานต่างระดับ จากนั้นเขาได้จอดรถทิ้งไว้บนถนน พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เขาตัดสินใจกระโดดลงมากระแทกพื้นด้านล่างอย่างแรง
พลเมืองดีที่ตกใจกับเหตุการณ์ได้รีบโทรแจ้ง ศูนย์วิทยุ 191 เชียงใหม่ ทันที ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการบันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ทั้งนี้เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
หลังจากชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นในที่เกิดเหตุแล้ว ทีมกู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยัง โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แพทย์นิติเวชจะทำการตรวจอัตลักษณ์บุคคลอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันตัวตนที่แน่ชัด
ขั้นตอนต่อไปและการติดต่อญาติผู้เสียชีวิต
การตรวจอัตลักษณ์จะช่วยให้ตำรวจสามารถติดต่อญาติของผู้เสียชีวิตได้ ทางเจ้าหน้าที่จะสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการตัดสินใจครั้งนี้ต่อไป เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับผู้คนที่ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างมาก
ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติม เพื่อดูเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ชายคนนี้จะขี่รถมาจอด ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คดีมีความกระจ่างมากขึ้น และป้องกันข้อสงสัยอื่นๆ ที่อาจตามมา
เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องน่าเศร้าและเป็นเครื่องเตือนใจถึงปัญหาความเครียดในสังคม หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังประสบปัญหาสุขภาพจิต อย่าเก็บความทุกข์ไว้เพียงคนเดียว
คุณสามารถโทรไปที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอคำปรึกษาได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยหาทางออกที่ดีกว่าได้เสมอ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
อุบัติเหตุสุดสลด: รถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ชนคนบนรางรถไฟเสียชีวิต
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
เชียงใหม่ – เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดเหตุการณ์ด่วนในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ถนนสายหลักบริเวณบ้านดอยแหลม หมู่ที่ 13 เกิดการทรุดตัวและพังทลายอย่างรุนแรง เส้นทางนี้เป็นถนนสายสำคัญที่ใช้เชื่อมต่อไปยังบ้านปางต้นเดื่อ หมู่ที่ 9 ตำบลแม่อาย ทำให้การสัญจรถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง
จากการตรวจสอบพบว่า สภาพถนนได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนรถทุกชนิดไม่สามารถขับผ่านเส้นทางหลักได้เลย อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ผู้ที่ใช้รถยนต์ขนาดเล็กหรือรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ ยังสามารถใช้เส้นทางเลี่ยงภายในหมู่บ้านได้ชั่วคราว ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ประเด็นสำคัญ
- เส้นทางถูกตัดขาด: ถนนเชื่อมบ้านดอยแหลมและบ้านปางต้นเดื่อ อำเภอแม่อาย ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้
- ทางเลี่ยงฉุกเฉิน: รถขนาดเล็กสามารถใช้เส้นทางเลี่ยงภายในหมู่บ้านได้ แต่ต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังสูงสุด
- พื้นที่เสี่ยงสูง: บริเวณนี้เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติดินโคลนถล่ม เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ลาดชันและชั้นดินไม่เสถียร
- อดีตที่น่าเศร้า: พื้นที่นี้เคยเกิดเหตุดินถล่มรุนแรงเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 6 ราย
สำหรับพื้นที่บ้านดอยแหลมนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ พื้นที่นี้ถูกระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติระดับสูง ปัญหาหลักคือภัยจากดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก
สาเหตุหลักของความเสี่ยงนี้ มาจากสภาพภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงและมีความลาดชันมาก นอกจากนี้ หมู่บ้านยังตั้งอยู่ในเส้นทางน้ำหลากตามธรรมชาติ ประกอบกับชั้นดินในบริเวณดังกล่าวไม่มีความมั่นคงเพียงพอ
ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน หรือมีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมาก จึงทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงได้ง่ายกว่าพื้นที่อื่นๆ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลการเตือนภัยเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่คอยอัปเดตสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ย้อนรอยโศกนาฏกรรมบ้านดอยแหลม
เหตุการณ์ถนนทรุดตัวครั้งนี้ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกกังวลใจอย่างมาก เนื่องจากพวกเขาเคยผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายมาก่อน เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา บ้านดอยแหลมแห่งนี้เคยเกิดเหตุโศกนาฏกรรมดินโคลนถล่มครั้งใหญ่มาแล้ว
ในเหตุการณ์ครั้งนั้น ความรุนแรงของดินโคลนและน้ำป่าได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อบ้านเรือน ที่น่าเศร้าที่สุดคือ เหตุการณ์ดังกล่าวได้คร่าชีวิตชาวบ้านไปถึง 6 ราย ซึ่งเป็นความสูญเสียที่สะเทือนใจคนในชุมชน
การที่ถนนมาพังทลายลงอีกครั้ง จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมที่เปราะบาง การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยเดิมในอนาคต
การเตรียมความพร้อมและคำแนะนำ
ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งลงพื้นที่เพื่อประเมินความเสียหายของถนนที่พังทลายลงมา พร้อมทั้งเตรียมนำเครื่องจักรเข้าซ่อมแซม เป้าหมายคือการเปิดเส้นทางให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ในช่วงเวลานี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ควรเตรียมความพร้อมในการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามที่ชุมชนกำหนดไว้ เพื่อความปลอดภัยของชีวิต
ผู้ที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในพื้นที่บ้านดอยแหลมในระยะนี้ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ หากต้องการติดตามข่าวสารอัปเดต สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อรับทราบสถานการณ์ล่าสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เจ้าของอพาร์ทเมนต์ในเชียงใหม่ถูกทิ้งไว้กับกองขยะขนาดใหญ่และค่าเช่าที่ค้างชำระ
นักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รอดพ้นจากการถูกหลอกลวงทางโทรศัพท์มูลค่า 250,000 บาท
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ








