ข่าวอาชญากรรม - Crime
คุณภาพอากาศเชียงรายอยู่ในระดับอันตราย เด็กหลายคนมีเลือดกำเดาไหล
เชียงราย – ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขบอกว่า เชียงรายติดอันดับ 10 จังหวัดที่มีฝุ่น PM2.5 สูงสุด ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดวางไว้ในท็อป 9 ระดับแดง สถานการณ์นี้เลยไม่ใช่แค่มองไกลๆ หมอกควันเบลอตาเท่านั้น เจ้าหน้าที่สุขภาพย้ำว่า…
เชียงราย – ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขบอกว่า เชียงรายติดอันดับ 10 จังหวัดที่มีฝุ่น PM2.5 สูงสุด ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดวางไว้ในท็อป 9 ระดับแดง สถานการณ์นี้เลยไม่ใช่แค่มองไกลๆ หมอกควันเบลอตาเท่านั้น เจ้าหน้าที่สุขภาพย้ำว่า ผู้บริหารท้องถิ่นต้องรับมือปัญหาสุขภาพตรงๆ ด้วยแผนงานชัดเจน
กระทรวงสาธารณสุขรายงานล่าสุดเมื่อ 31 มีนาคม 2569 จังหวัดฝุ่นหนักสุด 10 อันดับคือ พะเยา ลำพูน เชียงราย น่าน ชุมพร ลำปาง รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง">เชียงใหม่ แพร่ แม่ฮ่องสอน และนครพนม เจ้าหน้าที่เรียกร้องให้ทุกพื้นที่ลงมือเร็วๆ ภาคเหนือและอีสานฝุ่นเริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ต้องเร่งปกป้องสุขภาพประชาชนให้ดี
ครั้งนี้รัฐบาลไม่รอให้คนป่วยล้นโรงพยาบาล กลับกัน พวกเขาลงมือก่อน กระทรวงสาธารณสุขเริ่ม 4 มาตรการหลักทันที ขั้นแรก ดูแลกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ขั้นสอง แจกอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ขั้นสาม เปิดห้องปลอดฝุ่น ขั้นสี่ ติดตามเคสฉุกเฉินจากฝุ่นอย่างใกล้ชิด วิธีนี้ช่วยหยุดปัญหาก่อนจะลุกลาม ไม่ใช่รอรักษา
ตามข้อมูลจาก Nakron Chiang Rai จำนวนคนที่ดูแลเชิงรุกถึง 942,952 ราย ฟังดูปกติ แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ชัดๆ ในนั้นมีผู้สูงอายุ 754,440 ราย เด็กเล็ก 80,920 ราย ผู้มีปัญหาทางเดินหายใจ 72,340 ราย ผู้มีโรคหัวใจ 29,310 ราย และหญิงตั้งครรภ์ 5,942 ราย
กลุ่มเหล่านี้ป่วยหนักเร็วถ้าสูดฝุ่นนานๆ จังหวัดท็อป 3 ที่ดูแลมากสุดคือเชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง เชียงรายเลยต้องเร่งเต็มที่
ทีมงานติดตามผู้ป่วยเสี่ยง
การดูแลเชิงรุกไม่ใช่แค่เตือนเฉยๆ ทีมงานตามรอยผู้เสี่ยง บอกให้เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง แจกหน้ากากพอดี และหาครอบครัวที่ต้องการห้องปลอดฝุ่นมากที่สุด ในเชียงรายที่มีทั้งเมือง ภูเขา และหมู่บ้านห่างไกล แบบนี้สำคัญมาก ระบบท้องถิ่นต้องช่วยคนเดือดร้อนสุดก่อน มิฉะนั้น สุขภาพแย่ลงเร็ว
สำหรับอุปกรณ์ กระทรวงแจกหน้ากาก 31,757 ชิ้น รวม N95 ไปยังพื้นที่วิกฤต ให้ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง สูงสุดที่เชียงใหม่ 12,770 ชิ้น แพร่ 11,852 ชิ้น ลำปาง 3,476 ชิ้น เชียงรายไม่ติดท็อป 3 แต่ฝุ่นสูงต่อเนื่อง ความต้องการเลยยังเยอะ ต้องจับตาต่อไป
ห้องปลอดฝุ่นในศูนย์สุขภาพมีผู้ใช้ 2,490 ราย สูงสุดนครพนม 889 แพร่ 687 พะเยา 500 เมื่ออากาศข้างนอกแย่นานๆ ห้องพวกนี้กลายเป็นที่พึ่งหลัก เท่ากับยารักษาเลย เด็ก ผู้สูงอายุ และคนปอดหัวใจต้องใช้ก่อน
กระทรวงสาธารณสุขยืนยันไม่มีเคสหนักจาก PM2.5 ต้องช่วยเหลือฉุกเฉินใน 10 จังหวัดนั้น แต่ข้อมูลสำนักงานสาธารณสุขบอกอาการทางเดินหายใจพุ่งกว่า 55% อาการฮิตสุดคือจมูกอุดตัน คัดเคือง ไอ คันตา ดังนั้น ไม่มีเคสฉุกเฉินไม่ได้แปลว่าปลอดภัยแล้ว ต้องลงมือเลย

เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง
อาการเริ่มต้นเตือนว่าร่างกายเครียด คนยังทำงานกลางแจ้งหรือสูดอากาศติดฝุ่น ความเสี่ยงจากระคายเคืองกลายเป็นเรื้อรังได้เร็ว โรคปอดและหัวใจกำเริบหนัก สำนักงานสาธารณสุขเตือนว่าฝุ่นนานๆ เชื่อมโยงกับโรคหัวใจ ปอดเรื้อรัง และมะเร็งปอด
อนุภาค PM2.5 เล็กกว่า 2.5 ไมครอน เลยทะลุขนจมูกและเมือกเข้าไปง่าย องค์การอนามัยโลกบอกว่าบางตัวลึกถึงปอด เข้าสู่กระแสเลือด กระทบปอด หัวใจ สมอง ความเสี่ยงเลยไม่ใช่แค่ไอแพ้ อาจถึงเส้นเลือดสมองแตก หัวใจวาย COPD มะเร็งปอด และปอดบวม
องค์การอนามัยโลกระบุเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์敏感สุด โรคประจำตัว น้ำหนักน้อย หรือฐานะยากจนยิ่งเสี่ยง ไทยเลยดูแลเชิงรุกตรงนี้ ผู้สูงอายุดันอันดับหนึ่ง ตามด้วยเด็ก ปอด หัวใจ
หมอเจษฎา ตรีสัตยเวท แพทย์ภายในทั่วไป โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย อธิบายกับเชียงรายนิวส์ ฝุ่น PM2.5 ทำให้เยื่อจมูกแห้ง ระคายเคือง จุดอักเสบ ไอแรง เป่าจมูก ถู ขุด ทำให้หลอดเลือดฝอยแตก เลือดกำเดาไหลง่าย เด็ก ผู้สูงอายุ แพ้อากาศแย่สุด
เลือดกำเดาไหลบ่งชี้การอักเสบจากฝุ่น สำนักงานสาธารณสุขแนะนำปฐมพยาบาลเด็กวันฝุ่นสูง เอียงหัวไปข้างหน้า นิ้วบีบจมูก ประคบเย็น ถ้ายาวนานไปหาหมอ
รวมกับจมูกอุด คัดเคือง ไอ คันตาที่พุ่ง หลายคนคิดว่าแพ้อากาศฤดู แต่จริงๆ ฝุ่นสะสมทำ ในเชียงรายที่แจ้งแดงหลายวัน ต้องสังเกตให้ดี

ลดเวลากลางแจ้ง
คำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุข และหมอท้องถิ่นตรงกัน ลดเวลานอกบ้านตอนฝุ่นพุ่ง ใส่หน้ากากดีๆ อย่าง N95 หรือ KN95 ปิดประตูหน้าต่างสนิท ใช้ห้องปลอดฝุ่นหรือเครื่องฟอกอากาศถ้ามี
เช็กคุณภาพอากาศบ่อยๆ ทาง Air4Thai AirBKK หรือ Life Dee ติดตามข้อมูลห้องปลอดฝุ่นจากสำนักงานสาธารณสุขด้วย
จมูกคอระคาย ดื่มน้ำเยอะ ล้างจมูกน้ำเกลือ คนทำงานหรือออกกำลังกลางแจ้งรวมกลุ่ม สังเกตอาการกัน ผู้สูงอายุอยู่แต่ในร่ม ระบายอากาศดี หลีกเลี่ยงช่วงพีค
เชียงรายมีงานสองอย่าง ระยะสั้น ทนช่วงพีคโดยไม่ป่วยหนัก สื่อสารความเสี่ยงตรงๆ แจกหน้ากากกว้าง เปิดห้องปลอดฝุ่นเต็มที่ ติดตามกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด
ระยะยาว แก้ที่ต้นตอ สำนักงานสาธารณสุขชี้ลมนิ่งและเผาไหม้กลางแจ้งทำให้ฝุ่นค้างทั้งอาทิตย์ ต้องจัดการเผา เชื้อเพลิงป่า ควบคุมมลพิษ สร้างเมืองสุขภาพพร้อมฤดูฝุ่นยาวนาน
ยังไม่มีเคสฉุกเฉินหมู่ ทีมสุขภาพเลยมีเวลาเตรียม แต่ช่องว่างแคบลงถ้าระดับแดงส้มค้างนาน หลายคนยังออกนอกบ้านไร้เกราะ ใช้ช่วงสงบนี้เสริมป้องกันให้แน่น
ปลายมีนาคม ไทยเจอผลกระทบ PM2.5 จริงจัง เชียงรายอยู่ตรงกลาง ข้อมูลชี้ระดับสูง กลุ่มเสี่ยงเยอะ อาการพุ่ง ไม่มีเคสฉุกเฉิน
แต่เคสระคาย เลือดกำเดาไหลง่าย ผู้ใช้ห้องฝุ่น บอกให้警戒 ฝุ่นจากฉากหลังฤดูร้อน กลายภัยสุขภาพประจำวัน กระทบหายใจ นอน ทำงาน ความปลอดภัยกลุ่มเสี่ยง
ทำง่ายๆ แต่สำคัญตอนนี้ เช็กฝุ่นก่อนออกบ้าน ลดสัมผัสกลางแจ้ง เลือกหน้ากากดีๆ ดูแลเด็กผู้สูงอายุ สังเกตอาการเล็กๆ ซ้ำๆ ฝุ่นล่องหนทดสอบคุณภาพอากาศและสุขภาพท้องถิ่น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มลพิษทางน้ำและอากาศในจังหวัดเชียงรายรุนแรง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย
เชียงราย – หน่วยลาดตระเวนชายแดนจากกองกำลังเฉพาะกิจผาเมืองประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายยุรนันท์ อายุ 22 ปี จากอำเภอเวียงแก่น พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 20,200 เม็ด การจับกุมเกิดขึ้นที่ด่านบ้านปางหาด หมู่ 2 ตำบลโพธิ์
ก่อนหน้าที่จะมีการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้รับรายงานลับจากสายข่าว เบาะแสระบุชัดเจนว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติผ่านเส้นทางเลียบชายแดน ทหารพรานจึงได้สนธิกำลังออกตั้งจุดตรวจอย่างเข้มงวดในช่วงกลางดึก การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายหลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ทหารพรานสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยบริเวณชายแดนไทย-ลาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในคอนโซลหน้ารถจำนวน 10 มัด รวมทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
- ผู้ต้องหาอายุ 22 ปี มีท่าทีมีพิรุธขณะขับรถผ่านจุดตรวจเพียงลำพังในช่วงกลางดึก
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น รถกระบะต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ตอนเดียว สีเทา ได้ขับผ่านมา รถคันดังกล่าวติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดน่าน และกำลังมุ่งหน้าลงไปยังพื้นที่ราบ ทหารพรานจึงส่งสัญญาณไฟเพื่อขอหยุดรถและทำการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ
เมื่อรถจอดสนิท เจ้าหน้าที่พบว่านายยุรนันท์เป็นผู้ขับขี่รถมาเพียงคนเดียว ไม่มีผู้โดยสารคนอื่นร่วมเดินทางมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ชายหนุ่มกลับแสดงอาการวิตกกังวลและมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ความผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจขอตรวจค้นยานพาหนะอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
จากการค้นหาอย่างถี่ถ้วน เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติบริเวณคอนโซลหน้ารถ เมื่อเปิดออกดูจึงพบห่อกระดาษสาเคลือบไขจำนวน 10 มัดซุกซ่อนอยู่ภายในอย่างมิดชิด การใช้กระดาษเคลือบไขเป็นวิธีการที่ผู้ค้ามักใช้เพื่อป้องกันความชื้น ภายในแต่ละมัดบรรจุยาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด รวมเป็นของกลางทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
หลังจากพบหลักฐานมัดตัวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที นายยุรนันท์ถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุโดยไม่มีการขัดขืน การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐในการทำงานเชิงรุก เพื่อตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดน
เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัย ยาเมทแอมเฟตามีนที่ยึดได้ และรถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ ให้แก่พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจเวียงแก่นแล้ว ชายหนุ่มคนดังกล่าวจะถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวดตามกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทย
การตั้งจุดตรวจบริเวณชายแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจพร้อมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจกำลังไล่ล่า! ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงประธานองค์การบริหารส่วนตำบลเสียชีวิตที่บ้านของเขา
เหตุการณ์สะเทือนขวัญคนเพชรบูรณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจ คนร้ายใช้อาวุธมีดบุกแทงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้วจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก
ผู้เสียชีวิตคือ นายหลักทรัพย์ คำโสม อายุ 61 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งนายก อบต.บ้านติ้ว อำเภอหล่มสัก เขาถูกคนร้ายกระหน่ำแทงหลายแผลจนเสียชีวิต นอกจากนี้ ภรรยาของเขาก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
ประเด็นสำคัญ
- ผู้นำชุมชนถูกฆาตกรรม: นายหลักทรัพย์ คำโสม นายก อบต.บ้านติ้ว ถูกแทงเสียชีวิตคาบ้านพักในจังหวัดเพชรบูรณ์
- ภรรยาบาดเจ็บสาหัส: นางสมจิตร ภรรยาของผู้ตาย เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงถูกแทงบาดเจ็บและต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
- คนร้ายขับรถหนีลอยนวล: มือมีดใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ เป็นพาหนะในการหลบหนี ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวอย่างใกล้ชิด
ก่อนเกิดเหตุการณ์สลด นายหลักทรัพย์ได้นั่งพูดคุยกับคนร้ายที่บริเวณโรงจอดรถของบ้านพัก ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นมุมรับแขก การเจรจานี้เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณหนึ่งทุ่มตรง ยาวไปจนถึงเกือบสี่ทุ่ม ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน หรือมีปัญหาขัดแย้งอะไรที่ซ่อนอยู่
จู่ๆ การพูดคุยก็กลายเป็นความรุนแรง คนร้ายชักอาวุธมีดออกมากระหน่ำแทงนายหลักทรัพย์อย่างโหดเหี้ยม เขาถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญหลายแห่ง ทั้งบริเวณหน้าอก ใต้ลิ้นปี่ และลำคอ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลงทันที
ในจังหวะนั้นเอง นางสมจิตร คำโสม อายุ 60 ปี ภรรยาของผู้ตาย ได้เดินออกมาดูเหตุการณ์ที่โรงจอดรถ เมื่อคนร้ายเห็นเธอ จึงพุ่งเป้าไปใช้อาวุธมีดแทงเธอด้วย นางสมจิตรถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ แต่เธอรวบรวมสติและวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเอาชีวิตรอดได้สำเร็จ
พฤติกรรมโหดและเส้นทางหลบหนี
หลังจากทำร้ายทั้งสองคนแล้ว คนร้ายยังได้ลากตัวนายหลักทรัพย์ออกไปจากจุดเกิดเหตุไกลถึง 30 เมตร การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมอย่างมาก จากนั้นคนร้ายก็รีบขึ้นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ขับหลบหนีฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาพบร่างของนายหลักทรัพย์และนางสมจิตรนอนจมกองเลือด เจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลหล่มสักได้รีบปฐมพยาบาล และนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนที่สุด
แต่น่าเศร้าที่บาดแผลของนายหลักทรัพย์นั้นสาหัสเกินไป เขาทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ส่วนนางสมจิตรยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ตำรวจเร่งสืบสวนหาความจริง
ร.ต.อ.สงัด กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ท่านได้ประสานงานกับทีมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น รอยเลือด และรอยนิ้วมือ เพื่อใช้ในการมัดตัวผู้กระทำผิด
ตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้สรุปแรงจูงใจที่แน่ชัดของการฆาตกรรมครั้งนี้ อาจจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องงานการเมืองท้องถิ่น หรือผลประโยชน์อื่นๆ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำพยาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี
ชุมชนบ้านติ้วต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนายหลักทรัพย์เป็นที่รู้จักและเคารพรักของชาวบ้าน การสูญเสียผู้นำท้องถิ่นอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัว และต้องการให้ตำรวจจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด
ทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าและตกใจ พวกเขาหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะทำงานอย่างรวดเร็ว เพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับครอบครัว ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชน หากใครพบเห็นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ สภ.หล่มสัก ได้ทันที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด
กาญจนบุรี – เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาววัย 32 ปี เข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและขอความคุ้มครองความปลอดภัย เธอถูกสามีที่คบหากันมานานกว่า 10 ปี ทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมด้วยการสาดสารเคมีจนบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับเธออย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะกลับมาทำร้ายซ้ำอีก เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายชายเคยพูดจาข่มขู่เอาชีวิต
รายงานข่าวระบุว่า หญิงผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี เธอมีบาดแผลจากการถูกน้ำกรดกัดกร่อนบริเวณผิวหนัง ใบหน้า และศีรษะ คิดเป็นความเสียหายประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย ผู้เสียหายยอมรับว่าเธอเป็นภรรยาคนที่สอง แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากความหึงหวงเมื่อเธอพยายามขอแยกทางเพื่อไปมีชีวิตใหม่
ประเด็นสำคัญ
- มูลเหตุจูงใจ: สามีเกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง และไม่ยอมรับการตัดสินใจของภรรยาที่ต้องการขอเลิกราเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
- พฤติการณ์ก่อเหตุ: สามีหลอกพาขึ้นรถแล้วจับกดกับคอนโซล จากนั้นเรียกเพื่อนซึ่งเป็นอาสากู้ภัยให้นำน้ำกรดมาสาดใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
- การช่วยเหลือ: หน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายเล่าว่าเธอใช้ชีวิตคู่อยู่กินกับสามีคนนี้มานานกว่า 10 ปี โดยมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน วัย 11 ขวบ เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองเป็นบ้านหลังที่สอง ซึ่งทางภรรยาคนแรกก็รับทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อเธอตัดสินใจขอเลิกรา เนื่องจากไม่อยากทนอยู่กับสภาพแวดล้อมแบบเดิมอีกต่อไป
แต่ฝ่ายชายไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้ และมักจะพูดจาข่มขู่เสมอว่า “ถ้าจะออกไปก็ออกไปแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ” ผู้เสียหายเปิดเผยเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า สามีได้ชวนเธอออกจากบ้านเพื่อไปซื้อของในตอนเช้า แต่ระหว่างทางมีปากเสียงกันรุนแรง สามีจึงเรียกเพื่อนที่เป็นอาสากู้ภัยนำสิ่งของมาโปะจมูกและปากของเธอ เธอรู้สึกตกใจจึงตัดสินใจแกล้งสลบเพื่อเอาตัวรอด
แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อสามีรู้ทันว่าเธอแกล้งทำ ขณะที่จอดรถอยู่บริเวณเส้นทางเลี่ยงเมือง สามีได้เรียกเพื่อนคนเดิมมาหาอีกครั้ง สามีใช้กำลังจับเธอกดลงกับคอนโซลหน้ารถ จากนั้นมีผู้นำน้ำกรดมาสาดใส่เธอจนได้รับบาดเจ็บหนัก โชคดีที่ต่อมาเกิดอุบัติเหตุรถชนแบริเออร์ข้างทาง ทำให้เธอสามารถหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากรถพยาบาลที่ผ่านมาได้ทันเวลา
ตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด" width="1280" height="721" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7.webp 1280w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-300x169.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-1024x577.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-768x433.webp 768w" sizes="auto, (max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />
ความหวาดกลัว และการเรียกร้องความยุติธรรม
ปัจจุบันผู้เสียหายยังมีอาการหวาดผวาอย่างหนัก และกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ เนื่องจากสามีของเธอเป็นคนกว้างขวางและรู้จักผู้คนมากมาย เธอจึงร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของเธอและลูกสาวอย่างเร่งด่วน คุณสามารถอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ต้นฉบับเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐ
จากการสอบถามญาติของผู้บาดเจ็บ ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์สาดสารเคมีเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม ที่น่าตกใจคือฝ่ายชายผู้ก่อเหตุก็ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาตัวเช่นกัน แต่ต่อมาเขาได้แอบหลบหนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ประเด็นนี้ทำให้ครอบครัวยิ่งหวาดกลัวว่าคดีจะเงียบหายไป และกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต
เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดี ยืนยันให้ความเป็นธรรมแก่เหยื่อ
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตัวแทนจากหน่วยงานราชการหลายภาคส่วนได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ นำโดยตัวแทน สส.กาญจนบุรี เขต 1 และนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พวกเขาได้รับฟังข้อเท็จจริงทั้งหมด และให้กำลังใจผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าจะให้การดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้ประสานงานโดยตรงไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นได้รับรายงานว่าพนักงานสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำพยาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว ทางนายอำเภอได้สั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จัดกำลังเข้าดูแลอย่างเข้มงวดตลอดเวลา การทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายได้มาก สังคมกำลังจับตามองว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไรและผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อใด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด
ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoด่านชายแดนเชียงรายยึดยาบ้าได้ 2.89 ล้านเม็ด: จับกุมชาย 4 คน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoอัปเดตด่วน! ปิดถนนแม่สายเชียงรายนาน 2 เดือน



