ข่าวอาชญากรรม - Crime
วัยรุ่น 7 คนปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว ถูกจับขณะลักลอบขนยาบ้า 4 ล้านเม็ดจากเชียงราย
เชียงราย- กลุ่มวัยรุ่น 7 คน ใช้รถยนต์ 3 คันขับเป็นขบวน ทำทีเหมือนนักท่องเที่ยวเดินทางไปจังหวัดเชียงราย แต่ความจริงเป็นการลักลอบขนยาบ้ารวม 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนมาเพื่อเตรียมส่งต่อไปจังหวัดสระบุรี พล.ต.ท.
เชียงราย- กลุ่มวัยรุ่น 7 คน ใช้รถยนต์ 3 คันขับเป็นขบวน ทำทีเหมือนนักท่องเที่ยวเดินทางไปจังหวัดเชียงราย แต่ความจริงเป็นการลักลอบขนยาบ้ารวม 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนมาเพื่อเตรียมส่งต่อไปจังหวัดสระบุรี
พล.ต.ท. กฤษฐพล ยิสาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5">ตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ตำรวจร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานยาเสพติด">ปราบปรามยาเสพติด ได้ข้อมูลว่ามีการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดน มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสกัดกั้นและตั้งจุดตรวจ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจที่ด่านยาเสพติดแม่ทา จังหวัดลำพูน แล้วพบรถต้องสงสัย 3 คันขับตามกันมา ได้แก่ รถซูซูกิ สวิฟท์ สีขาว ทะเบียน ข. 8104 เชียงราย, รถมาสด้า สีดำ ทะเบียน 9KY 5561 กรุงเทพฯ และรถฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน กร. 8504 ชลบุรี
เมื่อเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบยาบ้า 4 ล้านเม็ด ซ่อนอยู่ภายในรถมาสด้า จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไว้ดำเนินคดี ประกอบด้วย นายธีรพร อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ (คนขับรถมาสด้า), นางสาวรุ่งรัณ อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา, นายเทพนที อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา (คนขับรถฮอนด้า) รวมถึง นายโชคชัย อายุ 20 ปี, นายวรโชติ อายุ 21 ปี, เด็กหญิงอายุ 14 ปี (บี) และเด็กหญิงอายุ 16 ปี (เอ) ซึ่งทั้งหมดอยู่ในรถซูซูกิ และเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา
ระหว่างสอบสวน ผู้ต้องสงสัยยอมรับว่า มีผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นนักการเงิน เสนอค่าจ้าง 350,000 บาท ให้ทำหน้าที่ขนส่งยาเสพติด โดยให้ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเชียงราย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสังเกต
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยาบ้าจำนวนดังกล่าวมีปลายทางมุ่งหน้าไปจังหวัดสระบุรี และหลังจากจับกุมแล้ว จะเดินหน้าสืบสวนต่อ เพื่อขยายผลไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
การเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้ลักลอบขนยาเสพติดวัยหนุ่มสาวในจังหวัดเชียงราย
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางการสังเกตเห็นว่ามีจำนวนเยาวชนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงวัยรุ่นและผู้ที่มีอายุประมาณ 20 ต้น ๆ ที่ถูกดึงดูดให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาบ้าข้ามพรมแดนเชียงราย ยาเสพติดเหล่านี้เป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่า “ยาบ้า” (ยาเม็ดเมทแอมเฟตามีน) และ “ไอซ์” (คริสตัลเมท)
ทางการไทยและผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศเชื่อมโยงแนวโน้มนี้กับการผลิตยาเสพติดสังเคราะห์ที่เพิ่มขึ้นในรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ หลังจากการรัฐประหารในปี 2021 ความไม่มั่นคงได้กระตุ้นการผลิตนี้ และยาเสพติดบางชนิดเข้าสู่ตลาดในราคาที่ต่ำมาก
ด้วยปริมาณยาเสพติดที่เพิ่มขึ้น การจับกุมและการยึดของกลางในจังหวัดทางภาคเหนือ รวมถึงเชียงราย จึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน เงินที่หมุนเวียนตามเส้นทางการลักลอบก็เพิ่มขึ้น ทำให้เครือข่ายเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่เยาวชนที่อ่อนแอมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการกดดัน การล่อลวง หรือความยากจนที่บังคับให้พวกเขาต้องเสี่ยง
ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดเยาวชนให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด:
* แรงกดดันทางเศรษฐกิจ
หลายครอบครัวตามแนวชายแดนประสบปัญหาทางการเงิน ส่งผลให้เยาวชนบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนชนเผ่าบนที่สูง เช่น ชาวอาข่าและชาวลาหู ถูกดึงดูดให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด พวกเขาจึงมองว่าเงินสดจากกลุ่มค้ายาเสพติดเป็นทางออกชั่วคราว
* การเริ่มต้นเป็น “ผู้ขนส่ง” นั้นง่าย
กลุ่มค้ายาเสพติดมักจะรับสมัครเด็กและวัยรุ่นให้ขนส่งยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อย ในบางกรณี เด็กถูกใช้เป็น “ข้ออ้าง” เพื่อลดความสงสัยที่ด่านตรวจ
* ราคาที่ต่ำลงทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เมื่อราคาของเมทแอมเฟตามีนลดลง การกระจายตัวของยาเสพติดก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เยาวชนบางคนเริ่มต้นด้วยการใช้ยาเสพติด จากนั้นจึงเปลี่ยนไปขายหรือขนส่งเพื่อหาเงินซื้อยาเสพติดหรือใช้จ่ายในครัวเรือน
* การควบคุมและการบีบบังคับจากเครือข่าย
กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นมักจะกำหนดเป้าหมายไปที่วัยรุ่นที่มีทางเลือกจำกัด พวกเขาเสนอ “งาน” ที่ดูเหมือนง่ายแต่มีความเสี่ยงสูง หรือใช้การข่มขู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเส้นทางผ่านป่า ภูเขา และแม่น้ำโขง
แนวโน้มและผลที่ตามมาล่าสุด:
กรณีล่าสุดที่เจ้าหน้าที่ไทยรายงานสะท้อนให้เห็นถึงจำนวนผู้ค้ายาเสพติดวัยรุ่นที่เพิ่มขึ้นในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนขนาดเล็ก วัยรุ่นบางคนถูกจับกุมขณะพยายามลักลอบขนยาบ้าเพื่อชำระหนี้ บางคนกล่าวว่าพวกเขาถูกกดดันจากเครือข่ายค้ายาเสพติด ในขณะเดียวกัน ในระหว่างการปะทะกันใกล้ชายแดน มีกรณีที่ผู้ค้ายาเสพติดวัยรุ่นถูกจับกุมหรือถูกฆ่าตายในเหตุการณ์ความรุนแรง
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ยังคงอยู่ในมือของบุคคลที่มีประสบการณ์ แต่การขนส่งขนาดเล็กกำลังเพิ่มขึ้นผ่านกลุ่มเยาวชนในท้องถิ่น เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้คุ้นเคยกับภูมิประเทศและเชี่ยวชาญในการใช้ทางลัด การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ทำให้ครอบครัวและชุมชนตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้เยาวชนเผชิญกับความรุนแรง การถูกจับกุม และการติดยาเสพติด
ผลกระทบเชิงลบไม่ได้จบลงเพียงแค่การปราบปราม ชุมชนทางภาคเหนือยังเผชิญกับอัตราการใช้ยาเมทแอมเฟตามีนในกลุ่มเยาวชนที่สูง ซึ่งมักเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพ ความเครียดในครอบครัว และการออกจากโรงเรียนกลางคัน เจ้าหน้าที่เตือนว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดมักใช้ประโยชน์จากความยากลำบากที่พวกเขาสร้างขึ้นเอง ทำให้เกิดวงจรความยากจนและอาชญากรรมขึ้นเรื่อยๆ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ONCB) ร่วมกับหน่วยงานทหาร เช่น กองกำลังเฉพาะกิจผาเมือง ได้เพิ่มการลาดตระเวนและปฏิบัติการตามแนวชายแดน ส่งผลให้มีการยึดยาเสพติดได้มากเป็นประวัติการณ์—มากกว่า 100 ตันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน โครงการท้องถิ่นจำนวนมากทำงานร่วมกับเยาวชนกลุ่มเสี่ยงผ่านการศึกษา การทำงานภาคสนาม และโอกาสในการทำงาน เพื่อสร้างเส้นทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
เนื่องจากสามเหลี่ยมทองคำยังคงเป็นแหล่งสำคัญของยาเสพติดสังเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญจึงผลักดันให้มีการประสานงานข้ามพรมแดนที่เข้มแข็งขึ้น และมาตรการป้องกันที่มุ่งเน้นเยาวชนมากขึ้น หากความพยายามเหล่านี้ไม่เพียงพอ แนวโน้มการค้ายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนตามแนวชายแดนเชียงรายอาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในจังหวัดเชียงราย ส่งผลให้จับกุมนายทหารทุจริตได้ 2 นาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าว - News4 days agoสลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

