ฟุตบอล
ลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะสุดระทึก 1-0 เหนือฟอเรสต์
เกมนี้ดราม่าจัดเต็มที่ซิตี้ กราวด์ เพราะลิเวอร์พูลของอาร์เน่ สล็อต บุกมาเก็บชัยชนะเหนือ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แบบเฉียดฉิว 1-0 จากประตูช่วงทดเจ็บนาที 90+7 ของอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ แถมยังมีจังหวะ VAR ให้พูดถึงจนกลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟนบอลลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย – รับชมไฮไลท์
ฝั่งฟอเรสต์ของกุนซือวิตอร์ เปเรยรา เล่นมีวินัย เกมรับแน่น และได้โอกาสจบหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลยังฉวยจังหวะสำคัญได้ในช่วงท้าย ทำให้เสียงจากแฟนเจ้าถิ่นจำนวนไม่น้อยมองว่าเป็นเกมที่ทีมเยือน “ฉกแต้ม” กลับออกไป

ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 20: มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ ลองส่องไกลให้ฟอเรสต์ แต่บอลหลุดกรอบไปแบบได้เสียว
- ภาพรวมครึ่งแรก: ลิเวอร์พูลเล่นไม่ออก ครองบอลน้อยกว่า และแทบไม่มีจังหวะจบแบบจะแจ้ง สื่ออังกฤษหลายรายถึงกับยกให้เป็นครึ่งแรกที่น่าผิดหวังสุดๆ ของฤดูกาล
- ครึ่งหลัง: เกมของหงส์แดงเริ่มดีขึ้นหลังการปรับทีม โดยเฉพาะจังหวะเปลี่ยนตัวที่ทำให้เกมรุกมีความสด และขยับขึ้นไปกดดันได้มากกว่าเดิม
- ช่วงทดเจ็บ 90+: แม็ค อัลลิสเตอร์เคยส่งบอลเข้าประตูไปแล้ว แต่ VAR เช็กและตัดสินว่ามีจังหวะแฮนด์บอลก่อน จึงไม่ให้เป็นประตู
- นาที 90+7: ดราม่ามาอีกรอบ เมื่อจังหวะโขกของเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ถูกสเตฟาน โอร์เตก้า ปัดออกมา บอลไปตกเข้าทางแม็ค อัลลิสเตอร์ซ้ำระยะใกล้เข้าไปเต็มแรง จากนั้น VAR ตรวจสอบอีกครั้ง และยืนยันให้เป็นประตู ลิเวอร์พูลนำ 1-0
- จบเกม: ลิเวอร์พูลคว้า 3 แต้มสำคัญ มีเพิ่มเป็น 45 คะแนน ขยับขึ้นอันดับ 6 ส่วนฟอเรสต์ยังต้องดิ้นรนหนีโซนท้ายตารางต่อไป
แม้ผลจะเป็นใจ แต่รูปเกมโดยรวมทำให้ลิเวอร์พูลโดนวิจารณ์ไม่น้อย โดยเฉพาะ 45 นาทีแรกที่โดนฟอเรสต์คุมจังหวะได้ดีกว่า อย่างไรก็ดี ความอดทนและการเร่งเครื่องช่วงท้าย ช่วยให้ทีมของสล็อตรอดพ้นการสะดุดได้แบบหวุดหวิด ซึ่งสล็อตให้สัมภาษณ์หลังเกมในทำนองว่าเกมสูสี และทีมของเขาเป็นฝ่ายได้ผลลัพธ์ที่ดีในช่วงเวลาสำคัญ

สถิติทีม ลิเวอร์พูล (Liverpool)
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| การครองบอล (%) | 53 |
| ยิงทั้งหมด | 10 |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 |
| xG (Expected Goals) | 1.76 |
| จังหวะอันตราย | เด่นขึ้นชัดเจนในครึ่งหลัง |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (ประตูชัย) |
| ผู้รักษาประตู | อลิสซง (7/10) |
| กองหลังเด่น | เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, อิบราฮิมา โกนาเต้ (MOTM) |
| จุดเด่น | ใจสู้จนถึงช่วงทดเจ็บ |
ลิเวอร์พูลขึ้นชื่อเรื่องการยิงประตูช่วงท้ายเกมในพรีเมียร์ลีกอยู่แล้ว และประตูนี้ก็ย้ำภาพเดิมอีกครั้ง เพราะพวกเขามักมีทีเด็ดในช่วง 90+ นาที

สถิติทีม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (Nottingham Forest)
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| การครองบอล (%) | 47 |
| ยิงทั้งหมด | 18 |
| ยิงเข้ากรอบ | ไม่ระบุชัดเจน แต่มีลุ้นหลายครั้ง |
| xG (Expected Goals) | 1.26 |
| จังหวะอันตราย | มีต่อเนื่อง โดยเฉพาะครึ่งแรก |
| ผู้เล่นเด่น | คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ |
| ผู้รักษาประตู | สเตฟาน โอร์เตก้า (มีเซฟสำคัญหลายจังหวะ) |
| จุดเด่น | เกมรับเป็นระบบ เกือบเก็บคลีนชีตได้ |
ฟอเรสต์ทำได้เกินคาดในหลายช่วง เพราะปิดพื้นที่ได้ดี และบีบให้ลิเวอร์พูลหาจังหวะเข้าทำยาก อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีในช่วงทดเจ็บ เปลี่ยนเกมที่น่าจะมีแต้ม ให้กลายเป็นมือเปล่า
บทสรุปและผลกระทบ
สามแต้มนี้ช่วยให้ลิเวอร์พูลยังเกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป โดยเฉพาะโควตาแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้า ขณะที่ฟอเรสต์เจ็บหนัก เพราะรูปเกมไม่ได้เป็นรองชัดเจน แต่กลับเสียประตูในจังหวะสุดท้ายพอดี
ท้ายที่สุด เกมนี้ตอกย้ำความโหดของพรีเมียร์ลีก เพราะเล่นดีแค่ไหนก็ยังไม่พอ ถ้าพลาดในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของเกม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แอสตัน วิลล่า ฮึดไล่เจ๊า ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ช่วงท้ายเกม
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะนอกบ้านเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0
เอฟเวอร์ตันเปิดบ้านต้อนรับ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่สนามฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม เกมสูสีกันตลอด 90 นาที ก่อนที่ทีมเยือนจะเฉือนชนะไป 1-0 จากประตูของเบนจามิน เชสโก้ ตัวสำรอง ในนาทีที่ 71 ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทีมของไมเคิล คาร์ริค ชนะติดต่อกัน 5 จาก 6 นัดหลังสุด และขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 4 ของตารางคะแนน – ชมไฮไลท์การแข่งขัน

รูปเกม: แน่นทั้งคู่ โอกาสมีแต่จบไม่คม
ช่วงครึ่งแรกทั้งสองทีมเล่นแบบรัดกุม เอฟเวอร์ตันพยายามเพรสซิงสูงเพื่อกดดันตั้งแต่แดนบน ขณะที่แมนยูยืนเกมรับเป็นระเบียบและรอจังหวะสวนกลับ ทำให้ 45 นาทีแรกยังไม่มีประตู แม้ทั้งสองฝั่งจะมีโอกาสลุ้นอยู่บ้าง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบพอ
กลับมาครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันเริ่มเปิดเกมมากขึ้นเพื่อเอาประตูนำ อย่างไรก็ตาม แมนยูอ่านทางได้และใช้จังหวะสวนกลับเร็วเล่นงาน จนกลายเป็นประตูตัดสินในนาทีที่ 71

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาที 71 แมนยูขึ้นนำ 0-1: จังหวะสวนกลับ มาเตอุส คุนยา วางบอลยาวทะลุแนวรับให้ ไบรอัน เอ็มเบวโม หลุดเข้าไปก่อนจ่ายต่อให้ เบนจามิน เซสโก้ ที่เติมมาปิดงานไม่พลาด ส่งบอลผ่านมือ จอร์แดน พิกฟอร์ด เข้าไป
- ช่วงท้ายเกม เอฟเวอร์ตันเกือบตีเสมอ แต่ลูกยิงของ เจมส์ การ์เนอร์ และจังหวะเข้าทำอีกหลายครั้งยังติดเซฟผู้รักษาประตูแมนยู
- ด้านแมนยูเองก็เกือบได้ประตูที่สองจากเคาน์เตอร์แอทแทค แต่แนวรับเจ้าบ้านช่วยกันเคลียร์ออกจากเส้นได้ทัน
- แม้เอฟเวอร์ตันจะครองบอลมากกว่าเล็กน้อย แต่แมนยูทำได้ดีกว่าในจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุก และจบสกอร์ได้เฉียบกว่า
สำหรับเซสโก้ นี่คืออีกหนึ่งเกมที่เขาลงมาเปลี่ยนสถานการณ์ได้ทันที และยังเป็นประตูที่ 3 ใน 4 นัดหลังสุดที่เขาทำได้ในฐานะตัวสำรอง ช่วยให้คาร์ริคพาทีมเดินหน้าต่อด้วยฟอร์มไร้พ่าย

สถิติทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 42% |
| ยิงทั้งหมด | 9 ครั้ง |
| ยิงเข้ากรอบ | 3 ครั้ง |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 78% |
| ฟาวล์ | 12 ครั้ง |
| การเตะมุม | 4 ครั้ง |
| การเซฟ | 4 ครั้ง |
| xG (Expected Goals) | 0.85 |
| ผู้ทำประตู | เบนจามิน เซสโก้ (71′) |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | เบนจามิน เซสโก้ / ไบรอัน เอ็มเบวโม |
ภาพรวมแล้ว แมนยูเล่นอย่างมีวินัย รอจังหวะให้คู่แข่งพลาด และใช้ความเร็วเกมรุกสร้างความต่างได้ในช่วงสำคัญ
สถิติทีมเอฟเวอร์ตัน
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 58% |
| ยิงทั้งหมด | 12 ครั้ง |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 ครั้ง |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 82% |
| ฟาวล์ | 10 ครั้ง |
| การเตะมุม | 6 ครั้ง |
| การเซฟ | 2 ครั้ง |
| xG (Expected Goals) | 1.12 |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | จอร์แดน พิกฟอร์ด / เจมส์ การ์เนอร์ |
เอฟเวอร์ตันมีโอกาสมากกว่าและขึ้นเกมได้ต่อเนื่องในหลายช่วง แต่ยังมีปัญหาเดิมคือจบสกอร์ไม่เด็ดขาด อีกทั้งเสียประตูจากจังหวะโดนสวนกลับตอนดันเกมสูง
ผลหลังเกม: แมนยูยึดท็อปโฟร์ต่อ เอฟเวอร์ตันยังต้องเร่งแต้ม
สามแต้มเกมนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทิ้งแต้มเชลซี และยึดอันดับ 4 ได้ชัดขึ้น ส่งผลให้การลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลหน้าดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ภายใต้การคุมทีมของไมเคิล คาร์ริค ที่กระแสเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องโอกาสได้คุมทีมแบบถาวร
ส่วนเอฟเวอร์ตันยังอยู่โซนกลางตาราง แต่ยังต้องรีบเก็บแต้มเพื่อหนีพื้นที่อันตราย แม้ภาพรวมในบ้านจะทำได้ดี ทว่าเรื่องความคมหน้าปากประตูก็ยังเป็นจุดที่ต้องแก้
เกมนี้เป็นอีกนัดที่บอกชัดว่าพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 เข้มข้นจริง ๆ เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ สามารถตัดสินผลการแข่งขันได้ทันที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอลเอาชนะท็อตแนม 4-1 ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือ
ฟุตบอล
อาร์เซนอลเอาชนะท็อตแนม 4-1 ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือ
อาร์เซน่อลกลับขึ้นไปยืนหัวตารางพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง หลังบุกชนะท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 4-1 ในเกม North London Derby วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026 ที่สนาม สนามท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ผลนี้ทำให้ทีมของมิเกล อาร์เตต้านำจ่าฝูงอีกหน ห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด

ไฮไลท์สำคัญของเกม – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
ตลอดเกมอาร์เซน่อลคุมจังหวะได้ดีกว่า ครองบอลแน่น และสร้างโอกาสต่อเนื่อง ส่วนสเปอร์สที่เพิ่งเริ่มงานกับกุนซือชั่วคราว อิกอร์ ทูดอร์ ในนัดแรก ช่วงต้นเกมพอมีทรง แต่พอเข้าครึ่งหลังแนวรับรับมือไม่ไหว
- นาที 32: อาร์เซน่อลออกนำ 1-0 จาก เอเบเรชิ เอเซ่ จังหวะสวนกลับเร็ว บอลเด้งเข้าทางก่อนเจ้าตัวกดคม ๆ เข้าไป
- นาที 34: สเปอร์สตามตีเสมอ 1-1 ทันทีเมื่อ แรนดัล โคโล มูอานี่ ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของเดแคลน ไรซ์ แล้วซัดผ่านมือผู้รักษาประตู นี่เป็นประตูพรีเมียร์ลีกลูกแรกของเขา
- นาที 47: เปิดครึ่งหลังไม่กี่อึดใจ อาร์เซน่อลแซงนำ 2-1 จาก วิคตอร์ โยคาเรส ที่ปั่นโค้งเสียบเสาไกลอย่างสวย
- นาที 61: เกมรุกทีมเยือนยังไหลลื่น ก่อน เอเบเรชิ เอเซ่ จะทำประตูที่สองของตัวเอง เป็นสกอร์ 3-1 จากจังหวะต่อบอลกดดันจนหลุดเข้าไปแตะจบสกอร์
- นาที 90+4: ช่วงทดเจ็บ โยคาเรส ปิดกล่องเป็น 4-1 วิ่งไล่บอลจนได้แล้วซัดเต็มแรงเข้าหลังคาตาข่าย
ภาพรวมเกมชัดเจนจากตัวเลข อาร์เซน่อลยิงรวม 20 ครั้ง ขณะที่สเปอร์สมีเพียง 6 ครั้ง นอกจากนี้ปืนใหญ่ยังเก็บชัยเหนือสเปอร์สทั้งไปและกลับในฤดูกาลเดียวกัน หลังเคยชนะ 4-1 ที่เอมิเรตส์เมื่อเดือนพฤศจิกายน

สถิติอาร์เซน่อล (สถิติการแข่งขันของอาร์เซนอล)
| รายการ | ค่าทางสถิติ |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 4 |
| ประตูที่เสีย | 1 |
| การครองบอล (%) | 62% |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 20 |
| ยิงเข้ากรอบ | 10 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 85% |
| ฟาวล์ | 9 |
| การเตะมุม | 7 |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 3 (David Raya) |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | Viktor Gyokeres, Eberechi Eze |
เกมรุกอาร์เซน่อลดูดุดันและเล่นกันเป็นทีม โดยเอเซ่กับโยคาเรสเป็นตัวจบสกอร์สำคัญ ช่วยให้ทีมเรียกความมั่นใจกลับมา หลังนัดก่อนทำได้แค่เสมอกับวูล์ฟส์

สถิติท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (สถิติการแข่งขันของท็อตแนม ฮอตสเปอร์)
| รายการ | ค่าทางสถิติ |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 1 |
| ประตูที่เสีย | 4 |
| การครองบอล (%) | 38% |
| โอกาสยิงทั้งหมด | 6 |
| ยิงเข้ากรอบ | 2 |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 78% |
| ฟาวล์ | 12 |
| การเตะมุม | 3 |
| การเซฟของผู้รักษาประตู | 6 (Guglielmo Vicario) |
| ผู้เล่นยอดเยี่ยม | Randal Kolo Muani |
ฝั่งสเปอร์สมีปัญหาใหญ่ในเกมรับ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่เสียประตูเร็วและเสียรูปเกมไปเลย แม้โคโล มูอานี่จะเป็นคนที่พอสร้างความหวัง แต่ภาพรวมทีมยังขาดความนิ่ง และต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกับแนวทางของกุนซือคนใหม่
ผลต่ออันดับตารางและภาพต่อไป
หลังจบเกม อาร์เซน่อลมี 61 คะแนนจาก 28 นัด นำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่มี 56 คะแนน (แข่งน้อยกว่า 1 นัด) อยู่ 5 แต้ม อาร์เตต้าพูดหลังเกมว่า “นี่คือการกลับมาในแบบที่เราต้องการ ทีมแสดงให้เห็นทั้งหัวใจและคุณภาพ”
ขณะที่ท็อตแนมยังอยู่โซนล่างของตารางในอันดับ 16 และห่างพื้นที่ปลอดภัยเพียง 4 แต้ม ทูดอร์ยอมรับว่าเขาเห็นจุดที่ต่อยอดได้ แต่ทีมยังต้องทำงานหนักอีกมาก
ดาร์บี้ลอนดอนเหนือเกมนี้ย้ำชัดว่าอาร์เซน่อลคุมโทนได้ตลอดฤดูกาล และยังส่งสัญญาณไปถึงคู่แข่งบนเส้นทางแชมเปี้ยนส์ลีกว่า ทีมของอาร์เตต้ายังอันตรายเสมอเมื่อเกมรุกติดเครื่อง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หวย”ฮานอย”ประจำวันที่ 22/02/69
ฟุตบอล
แอสตัน วิลล่า ฮึดไล่เจ๊า ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ช่วงท้ายเกม
แอสตัน วิลล่า พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด เกมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 27 วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วิลล่า พาร์ค จบลงด้วยสกอร์ 1-1 หลังเกมเข้มข้นจนถึงนาทีสุดท้าย ลีดส์ได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิกไกลสุดสวยของ อันโตน สตาช ก่อนที่ แทมมี่ อับราฮัม จะลงมาเป็นซูเปอร์ซับพังประตูตีเสมอช่วงท้าย ช่วยให้วิลล่าแบ่งแต้มสำคัญไว้ได้

สรุปเกม: แต้มแบ่งกันแบบมีเรื่องราวที่วิลล่า พาร์ค – รับชมไฮไลท์
ฝั่งเจ้าบ้านของ อูไน เอเมรี ต้องการสามแต้มเพื่อเกาะกลุ่มลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ลีก อย่างไรก็ตาม ลีดส์ ยูไนเต็ด ของ แดเนียล ฟาร์เก้ ที่กำลังหนีตกชั้น มาเล่นด้วยแผนชัดเจนและกล้าแลก โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่ทำได้ดีกว่าในหลายจังหวะ
ลีดส์เริ่มเกมอย่างมั่นใจ และมาได้ประตูนำในนาที 31 จาก อันโตน สตาช มิดฟิลด์ชาวเยอรมันที่เพิ่งกลับมาหลังมีอาการบาดเจ็บ เขาปั่นฟรีคิกระยะไกลราว 30-35 หลาด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งเสียบตาข่ายแบบที่ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ หมดสิทธิ์ป้องกัน ลูกนี้ถูกพูดถึงมากในฐานะประตูสวยประจำฤดูกาล และยังเป็นฟรีคิกลูกที่ 3 ของสตาชในซีซันนี้ด้วย
หลังพักครึ่ง วิลล่าเร่งเครื่องทันทีเพื่อทวงประตูคืน เอมิ บูเอเนเดีย ได้จังหวะส่องแต่บอลไปชนเสา ขณะที่ ออลลี่ วัตกินส์ เคยส่งบอลเข้าประตูแล้วแต่ถูกจับล้ำหน้า ด้าน คาร์ล ดาร์โลว์ นายทวารลีดส์ โชว์เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยให้ทีมเยือนประคองความได้เปรียบเอาไว้

อย่างไรก็ดี เกมยังไม่จบแค่นั้น นาที 88 แทมมี่ อับราฮัม ที่ถูกส่งลงมาในครึ่งหลัง ทำประตูตีเสมอแบบสุดดราม่า จากลูกเตะมุมของ จาดอน ซานโช่ เอซรี คอนซา โขกตั้งมา ก่อนที่อับราฮัมจะใช้เข่าดันบอลเข้าประตู นี่คือประตูแรกของเขาในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ย้ายกลับมาวิลล่า (หลังจากไปเล่นกับเบซิคตัส) และทำให้ทีมเจ้าบ้านได้อย่างน้อย 1 แต้ม
ผลเสมอเกมนี้ทำให้แอสตัน วิลล่าเก็บเพิ่มเป็น 51 คะแนนจาก 27 นัด ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ ส่วนลีดส์มี 31 คะแนน ทิ้งห่างโซนตกชั้น 7 คะแนน โดยฟาร์เก้ให้มุมมองหลังเกมว่าผลเสมอถือว่าแฟร์ และชมลูกทีมว่าทำผลงานได้คุณภาพ

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาที 31: อันโตน สตาช ปั่นฟรีคิกไกลสุดสวยให้ลีดส์นำ 1-0 (ลุ้นประตูแห่งฤดูกาล)
- ครึ่งแรก: ลีดส์ทำได้ดีกว่า, ดาร์โลว์มีเซฟสำคัญหลายจังหวะ
- ครึ่งหลัง: วิลล่าบุกหนัก, บูเอเนเดียยิงชนเสา, วัตกินส์โดนจับล้ำหน้า
- นาที 75: อับราฮัมถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรอง
- นาที 88: แทมมี่ อับราฮัม ยิงตีเสมอ 1-1 จากลูกเตะมุม (คอนซามีส่วนสำคัญ)
- ช่วงทดเจ็บ: ทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกหวังสามแต้ม แต่ไม่มีประตูเพิ่ม
ผู้ตัดสิน: ไมเคิล โอลิเวอร์
ผู้ชม: ประมาณ 43,000 คน
สนาม: วิลล่า พาร์ค, เบอร์มิงแฮม
สถิติแอสตัน วิลล่า (แอสตัน วิลล่า)
| รายการ | ค่าของทีม |
|---|---|
| ประตู | 1 (Abraham 88′) |
| การครองบอล | 58% |
| ยิงทั้งหมด | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 |
| ผ่านบอลสำเร็จ | 85% |
| ฟาวล์ | 10 |
| เตะมุม | 7 |
| เซฟ | 3 (Martinez) |
| ใบเหลือง | 1 (Buendia) |
| ผู้เล่นเด่น | Tammy Abraham, Ezri Konsa, Emiliano Martinez |
แม้ตกเป็นรองก่อน แต่วิลล่ายังเล่นด้วยความมุ่งมั่น และการส่งอับราฮัมลงมาก็เห็นผลทันที
สถิติลีดส์ ยูไนเต็ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด)
| รายการ | ค่าของทีม |
|---|---|
| ประตู | 1 (Stach 31′) |
| การครองบอล | 42% |
| ยิงทั้งหมด | 9 |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 |
| ผ่านบอลสำเร็จ | 78% |
| ฟาวล์ | 12 |
| เตะมุม | 4 |
| เซฟ | 4 (Darlow) |
| ใบเหลือง | 3 (Bijol, Darlow, Bogle, Gruev) |
| ผู้เล่นเด่น | Anton Stach, Karl Darlow, Jayden Bogle |
ลีดส์มีวินัยเกมรับดี และสตาชสร้างความต่างได้จากลูกนิ่ง อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเกมพลาดในจังหวะเซตพีซ จึงต้องแบ่งแต้มกลับออกไป
บทสรุปหลังเกม
ภาพรวมแล้ว นี่คือผลเสมอที่ทั้งสองทีมมีมุมให้เสียดาย วิลล่าอยากได้สามแต้มในบ้านเพื่อเดินหน้าลุ้นท็อปโฟร์ ขณะที่ลีดส์เกือบได้ชัยชนะนอกบ้านที่มีความหมายมาก แต่สุดท้ายแต้มเดียวก็ยังมีค่า โดยเฉพาะฝั่งทีมเยือนที่ต้องเก็บคะแนนต่อเนื่องเพื่ออยู่รอดในพรีเมียร์ลีก
แดเนียล ฟาร์เก้ ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า เขาภูมิใจในลูกทีมและมองว่าฟอร์มวันนี้มีคุณภาพสูง แม้จะเจ็บใจที่เสียประตูช่วงท้าย ส่วนอูไน เอเมรี น่าต้องกลับไปแก้เรื่องการป้องกันลูกตั้งเตะ เพื่อไม่ให้เสียหายซ้ำในเกมต่อไป
จากนี้ วิลล่ายังต้องเดินหน้าเก็บแต้มเพื่อพื้นที่ยุโรป ขณะที่ลีดส์ต้องรักษามาตรฐานการเล่นแบบวันนี้ให้ได้ เพื่อหนีโซนตกชั้นแบบไม่ต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉือนนิวคาสเซิล 2-1 ที่เอติฮัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoโรงแรมสิงห์ปาร์คเชียงรายจัดแสดงโขนกลางแจ้ง โดยมีนักแสดงเยาวชนท้องถิ่นกว่า 200 คน
-
ข่าวระดับชาติ - National6 days agoกลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา
-
สุขภาพและการแพทย์5 days agoหน่วยงานสาธารณสุขเตือนเกี่ยวกับระดับ PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoYouTube ประสบปัญหาขัดข้องครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลก

