ข่าวการเมือง Politics
กกต.เชียงรายลงหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 คลาดเคลื่อน 3 ราย ผู้สมัครร้องเรียน หวั่นคนสับสน
เชียงราย -วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเชียงราย เผยแพร่หมายเลขผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขตเลือกตั้งที่ 5 บนเว็บไซต์ แต่ข้อมูลกลับคลาดเคลื่อน มีการสลับหมายเลขผู้สมัคร 3 ราย จากทั้งหมด 6 ราย…
เชียงราย -วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเชียงราย เผยแพร่หมายเลขผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขตเลือกตั้งที่ 5 บนเว็บไซต์ แต่ข้อมูลกลับคลาดเคลื่อน มีการสลับหมายเลขผู้สมัคร 3 ราย จากทั้งหมด 6 ราย จนผู้สมัครที่ได้รับผลกระทบออกมาแสดงความไม่พอใจ และกังวลว่าจะเสียโอกาสในการหาเสียงและการลงคะแนน
นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงรายลงหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 คลาดเคลื่อน 3 ราย ผู้สมัครร้องเรียน หวั่นคนสับสน" width="1032" height="774" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/news-20260203-134240-002-Big.webp 1032w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/news-20260203-134240-002-Big-300x225.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/news-20260203-134240-002-Big-1024x768.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/02/news-20260203-134240-002-Big-768x576.webp 768w" sizes="(max-width: 1032px) 100vw, 1032px" />
ความผิดพลาดที่พบคือ
- นายพันธวัช ภูผาพันธกานต์ ผู้สมัครพรรคพลวัต ได้หมายเลข 4 แต่ในเว็บไซต์ระบุเป็นหมายเลข 5
- นายนิกร จันทร์หอม ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้หมายเลข 5 แต่ในเว็บไซต์ระบุเป็นหมายเลข 6
- นายสุรชาติ ผิวแดง ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 6 แต่ในเว็บไซต์ระบุเป็นหมายเลข 7
เหตุนี้ยิ่งทำให้คนงง เพราะผู้สมัครมี 6 คน แต่ข้อมูลกลับมีหมายเลขถึง 7 และหมายเลข 4 หายไปจากรายการ

นายสุรชาติ ผิวแดง ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 6 ซึ่งถูกลงผิดเป็นหมายเลข 7 บอกว่าได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต. แล้ว แต่ยังมีประชาชนโทรมาถามหมายเลขที่ถูกต้องอยู่เรื่อย ๆ เพราะหมายเลข 7 ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไม่มีจริง ทำให้ต้องคอยอธิบายและแก้ความเข้าใจผิดระหว่างลงพื้นที่หาเสียง เขาย้ำว่าประเด็นสำคัญคือความเป็นธรรม และอยากให้ผู้ที่แชร์ข้อมูลในโซเชียลช่วยแก้ไขหรืออัปเดตให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้แฟนคลับและชาวบ้านสับสน
ด้าน นายนิกร จันทร์หอม ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 5 ที่ถูกระบุผิดเป็นหมายเลข 6 แสดงความกังวลว่าความคลาดเคลื่อนจะทำให้ประชาชนจำหมายเลขไม่ตรงกับตัวผู้สมัคร โดยเขารู้เรื่องจากเพื่อนที่ส่งข้อมูลมาให้ และอยากให้ กกต. รีบแก้ไข เพราะใกล้วันเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 แล้ว หากยังปล่อยให้ข้อมูลผิด อาจทำให้คนไปลงคะแนนแล้วสับสน และกระทบโอกาสของผู้สมัคร เขาระบุว่าได้รายงานเรื่องนี้ให้พรรคทราบแล้ว และรอให้พรรคพิจารณาดำเนินการต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รางวัลนำจับผู้หลบหนีจากเรือนจำเชียงรายดอยหาง เพิ่มขึ้นเป็น 100,000 บาท
ข่าวการเมือง Politics
ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา
น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปีนี้ไม่ได้พัดพาแค่บ้านเรือนประชาชนเท่านั้น แต่มันยังกวาดเอาคะแนนนิยมของรัฐบาลไปด้วย ผลสำรวจล่าสุดชี้ชัดว่าความเชื่อมั่นของประชาชนกำลังลดลงอย่างน่าใจหาย สาเหตุหลักมาจากการจัดการวิกฤตที่ล่าช้าและไม่ทันต่อเหตุการณ์ รัฐบาลกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากทุกสารทิศ
ข้อมูลจาก สวนดุสิตโพล สะท้อนภาพความไม่พอใจของประชาชนอย่างชัดเจน รัฐบาลและผู้นำประเทศได้รับคะแนนประเมินการทำงานที่ต่ำมากในสายตาประชาชน สิ่งนี้กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยทางการเมืองที่รัฐบาลต้องรีบแก้ไขโดยด่วนที่สุด ก่อนที่วิกฤตศรัทธาจะลุกลามจนยากที่จะกอบกู้กลับคืนมาได้
ประเด็นสำคัญ
- คะแนนนิยมของรัฐบาลตกต่ำลงอย่างหนักจากการรับมือวิกฤตน้ำท่วมที่ผิดพลาด
- ประชาชนกว่าร้อยละ 74 มองว่าการแจ้งเตือนภัยที่ล่าช้าคือปัญหาใหญ่ที่สุดที่ต้องแก้
- ผู้ประสบภัยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาด้วยขั้นตอนที่รวดเร็วและเป็นธรรม
เสียงสะท้อนจากประชาชน ปัญหาการแจ้งเตือนล่าช้า
ตัวเลขจากผลสำรวจนั้นน่าตกใจอย่างยิ่ง โดยรัฐบาลได้คะแนนการรับมือน้ำท่วมไปเพียง 3.34 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้คะแนนไปเพียง 3.08 คะแนนเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ทหารที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนกลับได้คะแนนสูงถึง 6.37 คะแนน ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่าประชาชนมองเห็นและชื่นชมคนที่ลงมือทำจริงในยามวิกฤต
สาเหตุหลักที่ทำให้รัฐบาลสอบตกในครั้งนี้คือเรื่องของความล่าช้า ประชาชนร้อยละ 74.80 ระบุว่าการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าทำได้ไม่ดีและไม่ทันการณ์ นอกจากนี้ ร้อยละ 68.58 ยังมองว่าระบบการระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เมื่อมวลน้ำมาเร็วแต่การแจ้งเตือนกลับล่าช้า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมหาศาลเกินกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก
วิกฤตศรัทธาและการเรียกร้องเงินเยียวยา
ปัญหาไม่ได้จบลงแค่ตอนที่น้ำท่วมสูง แต่ยังลากยาวไปถึงช่วงเวลาของการฟื้นฟูหลังน้ำลด ประชาชนร้อยละ 63.96 รู้สึกว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทำได้ล่าช้าและไม่ทั่วถึง หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงลำพังในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้ความโกรธเคืองของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เรื่องเงินเยียวยากลายเป็นอีกหนึ่งฟางเส้นสุดท้ายสำหรับผู้ประสบภัยหลายคน ผลสำรวจพบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 57.10 มองว่าเงินเยียวยาไม่เพียงพอต่อความเสียหายจริง ยิ่งไปกว่านั้น ขั้นตอนการขอรับเงินยังยุ่งยากและซับซ้อนเกินความจำเป็น ประชาชนที่สูญเสียบ้านและทรัพย์สินไม่อยากต้องมาเผชิญกับระบบราชการที่เชื่องช้าเพื่อซ้ำเติมความทุกข์ของพวกเขาอีก
ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลในการแก้ปัญหา
เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ คำตอบนั้นชัดเจนและตรงไปตรงมาที่สุด ร้อยละ 73.05 เรียกร้องให้มีการช่วยเหลือและจ่ายเงินเยียวยาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม พวกเขาต้องการให้เงินก้อนนี้กระจายไปถึงมือผู้เดือดร้อนอย่างทั่วถึง รัฐบาลต้องกล้าที่จะตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติและทันเวลา
นอกจากนี้ ประชาชนร้อยละ 60.37 ยังต้องการให้รัฐบาลเร่งขุดลอกคูคลองและปรับปรุงระบบระบายน้ำใหม่ทั้งหมด นี่คือการแก้ปัญหาระยะยาวที่ทุกคนคาดหวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซาก ในขณะเดียวกัน ร้อยละ 57.66 ต้องการให้มีการวางแผนรับมือภัยพิบัติล่วงหน้าอย่างเป็นระบบมากขึ้น รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเรียนรู้จากความผิดพลาดในวิกฤตครั้งนี้
ปัญหาการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจจากผลสำรวจคือปัญหาการทำงานร่วมกันของภาครัฐ ประชาชนร้อยละ 47.69 ชี้ว่าการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ยังขาดประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด บ่อยครั้งที่การลงพื้นที่ทับซ้อนกัน หรือบางพื้นที่กลับไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดูแลเลย ความสับสนนี้ทำให้การกู้ภัยล่าช้า รัฐบาลจำเป็นต้องมีศูนย์กลางการสั่งการที่ชัดเจนและเด็ดขาดกว่าที่ผ่านมา
ประชาชนกว่าร้อยละ 48.01 เสนอว่ารัฐบาลควรดึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้การตัดสินใจของรัฐบาลแม่นยำขึ้น เราไม่สามารถพึ่งพาระบบราชการแบบเดิมในการจัดการกับภัยพิบัติสมัยใหม่ที่มีความรุนแรงมากขึ้นได้อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ก้าวต่อไปของรัฐบาลในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น
สถานการณ์ในตอนนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดของรัฐบาล ความเสียหายจากน้ำท่วมไม่เพียงแต่ทำลายเศรษฐกิจ แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างรุนแรง ประธานสวนดุสิตโพลได้ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อ ความไม่พอใจของประชาชนก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ
รัฐบาลจึงไม่มีเวลาให้ลังเลหรือแก้ตัวอีกต่อไป การทำงานหลังจากนี้ต้องรวดเร็ว โปร่งใส และผลลัพธ์ต้องจับต้องได้ การลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจเป็นสิ่งที่ดี แต่การอนุมัติงบประมาณและส่งความช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนนั้นสำคัญกว่ามาก หากรัฐบาลสามารถปรับปรุงระบบและเร่งรัดการเยียวยาได้ทันท่วงที พวกเขายังพอมีโอกาสที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
ท้ายที่สุดแล้ว วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนประสิทธิภาพของการบริหารจัดการภาครัฐ บทเรียนราคาแพงนี้ควรถูกนำไปปรับปรุงโครงสร้างการรับมือภัยพิบัติระดับชาติ รัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำ ไม่ใช่แค่คำสัญญา เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าในอนาคต พวกเขาจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อนุทินขู่ฟัน ข้าราชการเมินช่วยน้ำท่วม
อนุทินวอนยูเอ็นปฏิรูปองค์กร ชูสิทธิ์เท่าเทียมบนเวทีโลก
ข่าวการเมือง Politics
นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย – โลกปัจจุบันหมุนไปอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมให้เยาวชนจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เทศบาลนครเชียงรายจึงเดินหน้าประกาศวิสัยทัศน์ใหม่เพื่อยกระดับการศึกษาในพื้นที่ เป้าหมายหลักคือการสร้างเด็กยุคใหม่ให้มีทั้งความรู้ ทักษะชีวิต และความสามารถรอบด้านที่ใช้งานได้จริง การปรับตัวครั้งนี้เน้นการเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้จัดการประชุมนัดสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นางสาววรรณพัชร จินดาขัด รองนายกเทศมนตรี นายประชวน เขื่อนเพชร ที่ปรึกษานายกฯ และนางอำไพ จันทร์เงิน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา นอกจากนี้ยังมีผู้อำนวยการและคณะครูจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครเชียงรายมาร่วมกำหนดทิศทางนโยบายอย่างคึกคัก
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายปรับทิศทางการศึกษาใหม่ เน้นสร้างเด็กให้มีทั้งความรู้และทักษะชีวิตที่จำเป็น
- ผู้บริหารเมืองและบุคลากรทางการศึกษาจัดการประชุมร่วมกันเพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริง
- เป้าหมายหลักคือการสอนให้เด็กรู้เท่าทันเทคโนโลยี AI พัฒนาครูผู้สอน และดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
นายกเทศมนตรีนครเชียงรายให้ความเห็นว่า การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเมืองให้ยั่งยืน การเรียนรู้ในยุคนี้จึงไม่ควรถูกตีกรอบอยู่แค่ความรู้ในหนังสือเรียนอีกต่อไป โรงเรียนต้องเปลี่ยนบทบาทมาส่งเสริมให้เด็กมีทักษะชีวิตและกล้าคิดสร้างสรรค์ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการสอนให้เด็กเข้าใจและใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังด้านคุณธรรม
มุ่งหน้านครแห่งการเรียนรู้ พัฒนาพลเมืองอย่างยั่งยืน
การที่จะไปถึงเป้าหมายนี้ได้ การพัฒนาครูผู้สอนถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง นโยบายใหม่จึงเน้นการอบรมและเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ ให้กับบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้โรงเรียนเปิดรับความร่วมมือจากผู้ปกครองและคนในชุมชน เพื่อเปลี่ยนให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เยาวชนสามารถลองผิดลองถูกและค้นพบพรสวรรค์ของตนเองได้อย่างเต็มที่
ทิศทางการทำงานทั้งหมดนี้สอดคล้องกับนโยบายหลักที่ต้องการผลักดันให้เชียงรายเป็นนครแห่งการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบ เทศบาลฯ มุ่งหวังที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่และทุกเวลา การศึกษาจะต้องถูกเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมและบริบทของชุมชนอย่างแนบเนียน หากทำสำเร็จ ระบบนิเวศทางการศึกษานี้จะช่วยสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะกลายเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้เมืองเชียงรายก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
ข่าวการเมือง Politics
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย – นายธนรัช จงสุทธานามณี หรือ “ต้นน้ำ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ตัวแทนคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาบนเวทีระดับโลก การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ เมืองอารูชา ประเทศแทนซาเนีย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาคมโลก
การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้แทนกัมพูชากล่าวพาดพิงไทยเรื่องปัญหาชายแดน โดยหยิบยกประเด็นทุ่นระเบิดและข้อตกลงเขตแดนขึ้นมาโจมตีฝ่ายเดียว นายธนรัชจึงใช้สิทธิชี้แจงเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของประเทศ พร้อมยืนยันว่าการเจรจาด้วยความจริงใจคือหนทางเดียวสู่สันติภาพที่แท้จริง
ประเด็นสำคัญ
- เน้นเจรจาไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์: ไทยเลือกไม่สาดโคลนกลับ แต่ย้ำว่าการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน
- โปร่งใสและตรวจสอบได้: ข้อกล่าวหาเรื่องทุ่นระเบิดและคลัสเตอร์บอมบ์ ต้องผ่านการพิสูจน์จากองค์กรอิสระที่เป็นกลางและใช้มาตรฐานสากล
- แก้ปัญหาตามกรอบกฎหมาย: การจัดการพื้นที่ชายแดนและทะเลยังดำเนินตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
ยึดหลักมนุษยธรรมสากล พร้อมเปิดรับการตรวจสอบที่เป็นธรรม
นายธนรัชกล่าวต่อที่ประชุม สหภาพรัฐสภา (IPU) ว่า ประเทศไทยเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ข้อกล่าวหาใดๆ ที่เกิดขึ้นไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อสร้างความขัดแย้ง หากมีข้อสงสัย ทุกฝ่ายต้องพร้อมเข้าสู่กระบวนการค้นหาความจริงที่เป็นอิสระ โปร่งใส และมีมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ สส.เชียงราย ยังอธิบายชัดเจนถึงกรณีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 ว่า ไทยไม่เคยละทิ้งสันติวิธี ปัจจุบันการหารือเรื่องเขตแดนทางบกยังเดินหน้าผ่านกลไกทวิภาคี ส่วนพื้นที่ทางทะเลดำเนินการตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ
ผู้แทนไทยย้ำว่า นักการเมืองรุ่นใหม่มีหน้าที่เลือกความก้าวหน้ามากกว่าการเล่นเกมการเมืองเดิมๆ แม้ไทยจะรู้สึกผิดหวังกับท่าทีของเพื่อนบ้าน แต่คณะผู้แทนไทยจะไม่ยอมหมดหวังในการสร้างมิตรภาพ ไทยยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในฐานะรัฐที่มีเอกราช และพร้อมร่วมมือกับทุกชาติในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี
ก่อนลงจากเวที นายธนรัชได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาสวาฮิลี และภาษาไทย สร้างความประทับใจให้แก่ผู้แทนกว่า 2,000 คน จาก 183 รัฐสภาทั่วโลกที่มาร่วมกำหนดทิศทางธรรมาภิบาลในครั้งนี้อย่างอบอุ่น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอพาน พร้อมยึดยาเมทแอมเฟตามีน 96 เม็ด

