ข่าวอาชญากรรม - Crime
สำนักงานสอบสวนอาชญากรรม (CIB) ได้จับกุมเจ้าหน้าที่ 6 คน ในข้อหาออกบัตรประจำตัวประชาชนไทยให้แก่พลเมืองชาวจีน
เชียงใหม่ – รองอธิบดีกรมการปกครองพร้อม “บิ๊กเต่า” แถลงผลปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” หลังเข้าจับกุมปลัดอำเภอเชียงดาว และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายทุจริตสวมสิทธิใบถิ่นที่อยู่ถาวรและสัญชาติไทยให้ชาวต่างชาติอย่างน้อย 9 ราย…
เชียงใหม่ – รองอธิบดีกรมการปกครองพร้อม “บิ๊กเต่า” แถลงผลปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” หลังเข้าจับกุมปลัดอำเภอเชียงดาว และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายทุจริตสวมสิทธิใบถิ่นที่อยู่ถาวรและสัญชาติไทยให้ชาวต่างชาติอย่างน้อย 9 ราย ซึ่งบางรายเป็นชาวจีนที่มีหมายจับและเชื่อมโยงอาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ย้ำว่าคดีนี้กระทบความมั่นคงประเทศ และจะเร่งขยายผลเอาผิดให้ครบทุกคนที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 22 ม.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง">ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำงาน ได้แก่ ตำรวจสอบสวนกลาง, ป.ป.ช., ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ใช้หมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายรวม 6 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และบุคคลเกี่ยวข้อง เบื้องต้นจับกุมได้ 5 ราย
นอกจากนี้ยังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด ตามที่พักของผู้ถูกออกหมายจับ โดยในห้องพักของปลัดอำเภอเชียงดาว พบเอกสารเกี่ยวกับการขอทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยซ่อนอยู่ใต้เตียง และพบเงินสด 80,000 บาท จึงยึดไว้ตรวจสอบ
จุดเริ่มต้นคดี มาจากการขยายผลในเวียงแหง
นายวิฑูรย์เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ต่อยอดจากคดีสวมสิทธิบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนในอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือน พ.ย. 2568 ผู้ต้องหาคนสำคัญรายหนึ่งถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีน ถูกสงสัยว่าทำบัตรประจำตัวครั้งแรกด้วยวิธีทุจริต และมีการย้ายทะเบียนบ้านจากอำเภอเวียงแหง ไปอยู่ในทะเบียนบ้านอำเภอเชียงดาว
เมื่อทีมตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร พบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นชาวจีนที่มีหมายจับ และมีความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์หรืออาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่มองว่าเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงอย่างมีนัยสำคัญ
จากการสอบสวน ยังพบสัญญาณผิดปกติหลายจุด เช่น ผู้ยื่นขอทำบัตรครั้งแรกมีอายุค่อนข้างมาก เขียนคำร้องไม่ได้ ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ และสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ ทั้งที่อ้างว่าอยู่ไทยมากกว่า 20 ปี ทำให้เชื่อว่าการทุจริตน่าจะทำเป็นขบวนการ และมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง

เอกสารประกอบคำขอมีพิรุธ เร่งตรวจเส้นทางเงิน
เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบว่า สำเนาสูติบัตรที่ใช้ประกอบการขอมีบัตรเป็นของบุคคลที่ไม่เคยทำบัตรประชาชน และไม่ปรากฏตัวมานาน แต่ครอบครัวกลับไม่มีการแจ้งความหรือดำเนินการใดๆ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ที่เข้าถึงข้อมูลและคัดสำเนาเอกสารไปใช้งานได้ มักต้องเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานทะเบียน
ยังพบการใช้เอกสารและพยานรับรองที่อ้างว่าเป็นคนในครอบครัว แต่เมื่อตรวจสอบรูปพรรณแล้วไม่คล้ายกัน ผู้ต้องหาบางส่วนยังปฏิเสธข้อกล่าวหา ส่วนเงินสดที่พบระหว่างค้นห้องพัก มีการอ้างว่าเป็นเงินจากการขายพระเครื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
กรมการปกครองยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง และจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่น เนื่องจากมีข้อมูลว่าน่าจะมีการกระทำในลักษณะเดียวกันอีกจำนวนมาก ส่วนปลัดอำเภอเชียงดาว 2 รายที่ถูกจับกุม จังหวัดเชียงใหม่เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ตำรวจเชื่อยังมีผู้เกี่ยวข้องระดับสูงกว่านี้
พล.ต.ต. จรูญเกียรติระบุว่า จากพยานหลักฐานที่ได้รับและตรวจสอบเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ระหว่างสอบปากคำ พบว่าบางคนให้ความร่วมมือ แต่บางคนยังปฏิเสธ อย่างไรก็ดีตำรวจเชื่อว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนัก และมีโอกาสพบผู้เกี่ยวข้องในระดับสูงกว่านี้
เขายกตัวอย่างคดีในอำเภอเวียงแหง ที่ช่วงแรกยังไม่พบความเชื่อมโยงไปถึงระดับผู้บังคับบัญชา แต่เมื่อสืบต่อจึงพบหลักฐานจนต้องดำเนินการตามขั้นตอน และกรณีเชียงดาวก็จะใช้แนวทางเดียวกัน หากพบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีทันที
ตำรวจย้ำว่าการสวมสิทธิให้คนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เป็นปัญหาหนัก เพราะเปิดทางให้ไปก่อคดีอื่นต่อ และสร้างความเสียหายต่อประชาชนและประเทศ

รายชื่อผู้ถูกออกหมายจับ 6 ราย จับได้แล้ว 5 ราย
ผู้ถูกศาลอนุมัติหมายจับรวม 6 ราย ได้แก่
- ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
- ปลัดอำเภองานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
- ลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
- ลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว
- ผู้อำนวยการกองคลัง เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง
- ผู้ช่วยนายทะเบียน เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จับกุมได้แล้ว 5 ราย และอยู่ระหว่างติดตามผู้ที่เหลือตามกระบวนการต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ประสบอุบัติเหตุขณะขับด้วยความเร็วสูง ทำให้ชาวจีนเสียชีวิต 2 ราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง

