เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายใช้ปืนประจำตัวฆ่าตัวตาย
เชียงราย – ตำรวจชั้นประทวน สังกัด สภ.เชียงแสน ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในบ้านญาติ ภรรยาเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับร้องไห้หนัก บอกกับคนใกล้ชิดว่าเขากำลังเจอแรงกดดันเรื่องส่วนตัว ขณะเดียวกัน ผู้กำกับ สภ.แม่สายลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการสอบสวน
ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ตำรวจ สภ.แม่สายได้รับแจ้งเหตุว่าตำรวจชั้นประทวนจาก สภ.เชียงแสน ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตัวเองเสียชีวิต บนเตียงภายในบ้านคุณย่า ที่บ้านปงเหนือ หมู่ 8 ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงรีบไปตรวจสอบ
บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว จุดพบศพอยู่ในห้องนอนของคุณย่า พบร่าง ด.ต.สุชากรี ศรีแก้ว สังกัด สภ.เชียงแสน นอนหงายอยู่บนเตียง สวมเสื้อเครื่องแบบสีกากีแขนยาว และกางเกงสีดำ ใกล้มือขวาพบปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกาย บาดแผลกระสุนปืนเข้าบริเวณขมับขวา และทะลุออกที่ขมับซ้าย
นางสายปาน มูลตาศรี ผู้เป็นมารดา ให้ข้อมูลทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเป็นตำรวจรุ่นลำปาง 07 รับราชการได้ราว 3 ถึง 4 ปี เป็นคนอัธยาศัยดี เพื่อนร่วมงานและคนในบ้านรักใคร่ ก่อนเกิดเหตุไม่เห็นสัญญาณว่าจะคิดสั้น แต่ช่วงหลังอาจมีปากเสียงเล็กน้อยกับแฟนสาว เขาอาศัยอยู่กับแฟนที่แม่เปิน แต่บางครั้งจะไปหามารดาที่ห้วยไคร้ และแวะมาพักที่บ้านของคุณย่า นางจันทร์ ศรีแก้ว เป็นครั้งคราว

มารดาเล่าว่า ด.ต.สุชากรีเป็นคนรักครอบครัว ชอบดูแลแม่และญาติ ๆ จนใคร ๆ ก็เอ็นดู ก่อนเกิดเหตุเขาไปหาที่บ้านห้วยไคร้ และกอดแม่แน่นนานผิดปกติ ระหว่างช่วยรดน้ำผัก แม่สังเกตว่าเขาดูไม่ค่อยสบายใจ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา
ด้านคุณย่าให้การว่า หลานชายมาถึงบ้านในวันเกิดเหตุและกอดกันอย่างอบอุ่น สีหน้าและท่าทีดูปกติ ยังพูดคุยหยอกล้อเหมือนเดิม หลังจากนั้นคุณย่าออกไปทำธุระแถวบ้าน ส่วนหลานชายเดินเข้าไปในห้องนอน
เมื่อกลับมา คุณย่าเรียกชื่อหลายครั้ง คิดว่าอาจอยู่ในห้องน้ำหรือกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอน พอเปิดประตูเข้าไปก็พบหลานนอนหงายอยู่บนเตียง เรียกเท่าไรก็ไม่ตอบ เห็นใบหน้าซีดจึงรีบพยายามปฐมพยาบาล ก่อนสังเกตเห็นอาวุธปืนวางอยู่ข้างตัว จึงรีบร้องเรียกคนช่วยและแจ้งเจ้าหน้าที่

สุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายในไทย
เรื่องสุขภาพจิตในไทยยังเป็นปัญหาที่หลายคนมองไม่เห็นจากภายนอก ข้อมูลของกรมสุขภาพจิตสะท้อนภาพที่น่ากังวล ปี 2567 มีคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมากกว่า 1.3 ล้านคนอยู่กับภาวะซึมเศร้า ขณะที่การสำรวจและคัดกรองช่วงปี 2563 ถึง 2568 พบว่าประมาณ 9% เข้าข่ายเสี่ยงซึมเศร้า 5% เสี่ยงฆ่าตัวตาย และราว 8% มีความเครียดสูง ในกลุ่มที่ได้รับการคัดกรองจำนวนมาก เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเป็นกลุ่มที่เปราะบางกว่า เห็นสัดส่วนความเครียด อาการซึมเศร้า และความคิดทำร้ายตัวเองสูงขึ้น
อัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเพิ่มราว 32% ในช่วงปี 2560 ถึง 2565 ปี 2567 มีผู้เสียชีวิต 5,217 ราย คิดเป็น 8.02 ต่อประชากรแสนคน เฉลี่ยวันละประมาณ 15 คน และยังมีความพยายามทำร้ายตัวเองราว 34,000 ครั้ง ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ชายประมาณ 80% และมักใช้วิธีที่รุนแรง ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจ ความขัดแย้งในครอบครัว เรื่องความสัมพันธ์ การถูกคุกคามบนโซเชียลมีเดีย และผลกระทบหลังโควิด ปัญหายังซ้ำด้วยตราบาปทางสังคม การเข้าถึงการรักษาที่ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดที่แพทย์เฉพาะทางมีจำกัด และทรัพยากรดูแลไม่พอ
ไทยเริ่มขับเคลื่อนงานป้องกันมากขึ้น ผ่านแผนปฏิบัติการป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติถึงปี 2573 ซึ่งสอดคล้องแนวทาง LIVE LIFE ขององค์การอนามัยโลก เน้นการเฝ้าระวัง ลดการเข้าถึงวิธีทำร้ายตัวเอง สร้างระบบดูแลในโรงเรียน และการรายงานข่าวอย่างรับผิดชอบ อีกด้านยังมีการทำงานเชิงรุก เช่น HOPE Taskforce ที่ทำงานร่วมกับตำรวจและผู้มีอิทธิพลออนไลน์เพื่อช่วยเหลือคนที่มีสัญญาณเสี่ยงบนโลกออนไลน์ รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง “Tor-Tuem-Jai” เพื่อช่วยคัดกรองและพาเข้าระบบดูแลให้เร็วขึ้น
แหล่งช่วยเหลือที่ติดต่อได้
- สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีและเป็นความลับ (กรมสุขภาพจิต)
- สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รับฟังและช่วยประสานการช่วยเหลือ
- Samaritans of Thailand ให้การรับฟังทั้งไทยและอังกฤษ โทร 02-713-6793 (ภาษาไทย เที่ยงถึง 22.00 น.) หรือฝากข้อความเพื่อให้ติดต่อกลับสำหรับภาษาอังกฤษ
- แอป Mental Health Check-In สำหรับประเมินตัวเองและรับการส่งต่อ
การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ คนใกล้ตัว ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานช่วยเหลือพร้อมรับฟัง การได้คุยกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง และทำให้หลายคนกลับมายืนได้อีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ตำรวจไล่ล่าชายวัย 82 ปี ไปยังเชียงใหม่ หลังก่อเหตุชนแล้วหนี
เชียงราย - Chiang Rai News
ทกจ.เชียงราย จัดกิจกรรม Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์
เชียงราย – สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย (ทกจ.เชียงราย) จัดกิจกรรม Media FamTrip พาสื่อและผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยง “บ้านศิลปินอาชีพเชียงราย (Chiang Rai Life Artist Studio for Tourism)” เส้นทางที่ 3 “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์” (Art & Lifestyle Journey) ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 5-6 มกราคม 2569
ทริปนี้ตั้งใจพาไปรู้จักบ้านศิลปินและพื้นที่ศิลปะสำคัญของเชียงราย เพื่อเพิ่มการรับรู้ กระตุ้นการท่องเที่ยว และช่วยต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่
กิจกรรมจัดขึ้นโดยได้รับมอบหมายจากนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ให้ นางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าโครงการ) กล่าวต้อนรับและแนะนำภาพรวมของเส้นทาง โดยเน้นการยกระดับอาชีพในชุมชนสู่ศิลปาชีพ เพิ่มมูลค่าสินค้าในท้องถิ่น และช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดคึกคักขึ้น
ไฮไลต์เส้นทาง “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์” (Art & Lifestyle Journey)

1) Daynin เดนิน (อำเภอพาน)
จุดแรกเริ่มจาก Daynin เดนิน แหล่งงานทำมือที่เติบโตจากความชอบและความตั้งใจของผู้ทำงานศิลป์ เน้นการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติและสิ่งรอบตัว เลือกใช้วัตถุดิบในพื้นที่มาผสมกับไอเดียสร้างสรรค์ จนเกิดเป็นชิ้นงานที่มีรูปทรง ลวดลาย สีของดิน และงานเคลือบที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์ชัดเจน

2) ไม้หมอนฟาร์ม (อำเภอพาน)
ต่อด้วย ไม้หมอนฟาร์ม พื้นที่รวมผลงานของกลุ่มศิลปินในอำเภอพาน งานแต่ละชิ้นสะท้อนตัวตนและเสน่ห์ของท้องถิ่นแบบเห็นภาพ ที่นี่ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังศิลปะกับเยาวชนในชุมชน รวมถึงเด็กๆ ที่สนใจงานศิลป์

3) Sahasawat Art Area โดย “สหัสวัต ปิติสิริอนันต์” (อำเภอพาน)
จุดหมายถัดมาเป็นพื้นที่ทำงานของ “สหัสวัต ปิติสิริอนันต์” ศิลปินสายปั้นและประติมากรรม ที่ทำงานหลากหลายแนว หนึ่งในผลงานที่หลายคนจดจำคือรูปปั้น “จ่าแซม” และเด็กๆ 13 คน จากเหตุการณ์ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเจ้าตัวได้รับโอกาสจากอาจารย์เฉลิมชัยให้เป็นหัวหน้าทีม และได้ทำงานต่อเนื่อง ล่าสุดยังมีผลงานปั้นช้างสามเศียรให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ศิลปินเล่าว่างานปั้นต่างจากภาพวาดตรงที่เป็นงานสามมิติ จับต้องได้จริง และสื่อสารได้หลายแบบตามมุมมองของผู้ชม

4) บ้านศิลป์ ทนงศักดิ์ (อำเภอแม่ลาว)
จากอำเภอพาน เดินทางต่อสู่ บ้านศิลป์ ทนงศักดิ์ ในอำเภอแม่ลาว พื้นที่ที่รวบรวมงานจิตรกรรมซึ่งถ่ายทอดเอกลักษณ์ไทยผ่านลายเส้นและสีสัน งานหลายชิ้นสะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความงามแบบไทยในมุมที่เข้าถึงง่าย บรรยากาศภายในเป็นกันเอง และเปิดให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสแรงบันดาลใจจากงานศิลป์ร่วมสมัยอย่างใกล้ชิด

5) Gumpor Art Studio (อำเภอแม่ลาว)
จุดหมายสุดท้ายของเส้นทางนี้คือ Gumpor Art Studio ในอำเภอแม่ลาว โดยคุณผูกพันธ์ ไชยรัตน์ และคุณวรวิทย์ แสงทอง พาชมผลงาน พร้อมจัดกิจกรรม Workshop ให้ผู้ร่วมทริปได้ลองเพ้นท์ลวดลายลงบนภาชนะ
ที่นี่เป็นทั้งคาเฟ่และอาร์ตสตูดิโอขนาดน่ารัก เป็นพื้นที่ของศิลปินท้องถิ่น “กำปอ” ที่นำมุมมองต่อชีวิต สังคม และธรรมชาติ มาเล่าผ่านงานจิตรกรรมและประติมากรรม นอกจากงานศิลป์แล้ว ยังมีบริการห้องพักและห้องอาหารสำหรับผู้มาเยือนด้วย
Trending News:
“อะบอนโซ่ ยามะมิซึ” เปิดประตูสู่เชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย
เชียงราย – วันที่ 2 มกราคม 2569 เวลา 05:30 กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ภายใต้กองกำลังผาเมือง จัดกำลัง 2 ชุดลาดตระเวน ออกเฝ้าตรวจและสกัดกั้นกลุ่มต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติด พื้นที่ปฏิบัติการอยู่บริเวณใกล้บ้านผาหมี (พิกัด NC 901564) หมู่ 6 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ระหว่างลาดตระเวน เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยประมาณ 10 ถึง 15 คน สะพายกระสอบดัดแปลงลักษณะคล้ายเป้ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่กลุ่มดังกล่าวใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ ทำให้เกิดการยิงตอบโต้กันช่วงสั้น ๆ ประมาณ 5 นาที ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นผู้ต้องสงสัยทิ้งสัมภาระแล้วอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

หน่วยจึงส่งกำลังเพิ่มอีก 2 ชุดเข้าควบคุมพื้นที่ และราวเวลา 07:00 ได้เข้าตรวจค้นโดยละเอียด พบกระสอบดัดแปลง 11 ใบ ภายในเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาเม็ดเมทแอมเฟตามีน) ใบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมประมาณ 2,200,000 เม็ด
ต่อมาเวลา 13:00 พลตรีสาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้พันเอกสุพรรณ ร้อยพุฒ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทนลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบของกลางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ณ จุดเกิดเหตุ

ของกลางทั้งหมดส่งมอบให้สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
กองกำลังผาเมือง ซึ่งเป็นหน่วยเฉพาะทางของกองทัพบก ทำงานแนวหน้าในการสกัดการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย พื้นที่ติดชายแดนเมียนมาควบคุมได้ยาก และอยู่ใกล้เขตสามเหลี่ยมทองคำ
ภารกิจส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ภูเขาสูงและทุรกันดาร เช่น แม่สาย แม่ฟ้าหลวง และเชียงแสน หน่วยใช้การลาดตระเวนต่อเนื่อง และวางกำลังซุ่มตามข้อมูลข่าวกรอง ปฏิบัติการหลายครั้งพบการปะทะกับขบวนการลักลอบที่พยายามขนยาเสพติดจากรัฐฉานของเมียนมาเข้ามาในไทย ทั้งยาเม็ด ไอซ์ เฮโรอีน และชนิดอื่น ๆ
ในช่วงปี 2024 ถึง 2025 หน่วยรายงานผลการจับกุมและยึดของกลางหลายคดี รวมถึงคดีใหญ่จำนวนมาก เพียงช่วงปีงบประมาณหนึ่งช่วง พบการยึดยาบ้ามากกว่า 175 ล้านเม็ด และไอซ์ราว 9 ตัน มูลค่าประมาณ 36,000 ล้านบาท หลายเหตุมีการยิงปะทะ ผู้ลำเลียงบางส่วนหลบหนีเข้าพื้นที่ป่าเขา ขณะที่บางรายถูกสกัดได้ในจุดเกิดเหตุ สะท้อนความเสี่ยงและแรงกดดันของงานสกัดยาเสพติดตามแนวชายแดน
แม้การสกัดกั้นทำได้ต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมายังเป็นปัจจัยที่ทำให้การผลิตและการลำเลียงไม่หยุด กองกำลังผาเมืองจึงยังเป็นกำลังหลักด้านความมั่นคงชายแดนภาคเหนือในช่วงนี้
เชียงราย - Chiang Rai News
Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย
เชียงราย – งาน CRC Chiang Rai Road Classic 2025 จัดขึ้นที่ Singha Park Chiang Rai และปีนี้มีนักปั่นมากกว่า 2,500 คน ทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมกิจกรรมต่อเนื่อง ความนิยมของงานยังแรงเหมือนเดิม หลังเดินหน้าจัดมายาวนานกว่า 11 ปี จนกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ปั่นถนนที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ
งานนี้ยังช่วยตอกย้ำภาพของ Singha Park Chiang Rai ในฐานะจุดหมายสายกีฬา ที่นักปั่นหลายคนอยากมาเก็บประสบการณ์สักครั้ง
ปีนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากผู้จัดและหน่วยงานในพื้นที่อย่างดี พิธีเปิดมีคุณชัยพัฒน์ จาตุรงค์กุล รองกรรมการผู้จัดการ Singha Park Chiang Rai Co., Ltd. พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มาร่วมงานด้วย
ภาพรวมสะท้อนความตั้งใจร่วมกันในการผลักดันเชียงรายให้เป็นจังหวัดที่พร้อมจัดงานกีฬาระดับใหญ่ต่อเนื่อง โดย Chiang Rai Road Classic เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวเชิงจักรยานที่หลายคนชื่นชอบ เพราะเส้นทางสวยและบรรยากาศดี
ผู้ร่วมงานสามารถใช้จักรยานได้ทุกประเภท ทำให้เข้าถึงง่าย ทั้งมือใหม่และสายปั่นจริงจัง

Chiang Rai Road Classic จุดนัดพบของคนรักจักรยานในไทย
งานมีให้เลือก 4 ระยะทาง ได้แก่ 25, 70, 100 และ 125 กม. ทุกเส้นทางพาไปผ่านจุดเด่นของเชียงรายและวิวธรรมชาติ ระหว่างทางได้ชมแนวเขาและแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น วัดร่องขุ่น (White Temple), วัดห้วยปลากั้ง, Singha Park และอุทยานแห่งชาติดอยหลวง
ในฐานะผู้จัด Singha Park Chiang Rai เดินหน้าสร้างงานนี้ให้เป็นแรงขับของกีฬาและการท่องเที่ยวในเชียงราย เป้าหมายชัดเจนคือดึงคนมาเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา กระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และทำให้คนได้รู้จักเสน่ห์ของเชียงรายมากขึ้น

งานนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเชียงรายมีศักยภาพในการจัดกิจกรรมที่บรรยากาศเป็นสากล และรองรับนักปั่นจากหลายประเทศได้สบาย
นอกจากการปั่นแล้ว พื้นที่จัดงานยังคึกคัก มีบูธแบรนด์จักรยาน อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมหน้างานให้ร่วมสนุก Garmin Thailand ยังจัดแจกของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท เพิ่มสีสันให้กับผู้เข้าร่วมงาน ติดตามภาพและอัปเดตได้ที่ Facebook Page Chiang Rai Road Classic

Chiang Rai Road Classic (CRC) เป็นงานปั่นที่หลายคนรอทุกปี จัดในจังหวัดเชียงรายที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวยและอากาศดี งานนี้ร่วมจัดกับ Singha Park Chiang Rai และได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ใหญ่ เช่น Boon Rawd Brewery (Singha) และ Bangkok Airways รูปแบบงานเป็นการปั่นแบบไม่เน้นแข่งขัน จึงให้บรรยากาศเป็นมิตร เหมือนได้เจอเพื่อนนักปั่นอีกครั้ง นับตั้งแต่เริ่มจัดราวปี 2015
จากจุดเริ่มที่อยากให้เชียงรายเป็นที่รู้จักในมุมของเส้นทางจักรยาน วันนี้งานเติบโตจนมียอดผู้เข้าร่วมสูงสุดของงานปั่นถนนในภาคเหนือ เส้นทางพาไปสัมผัสเชียงรายในหลายมุม ทั้งเนินเขา ทุ่งสีเขียว วัด ป่า และวิวรีสอร์ตตลอดทาง อีกจุดเด่นคือเปิดกว้างเรื่องประเภทจักรยาน และมีนักปั่นหลากหลายระดับ ทำให้ใครก็เข้าร่วมได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
“ทีมชาติไทย” แพ้ญี่ปุ่น 0-5 อุ่นเครื่องก่อนเอเชียนคัพ
-
ข่าว2 weeks agoปิซ่า พบ ยูเวนตุส ดูบอลสด ฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา 2025/26 วันที่ 27 ธ.ค. 68
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime8 months ago
พบกับขบวนชิม “Roasted Coffee” ที่เชียงราย บนดอยช้าง
-
เชียงราย - Chiang Rai News8 months ago
เชียงรายฉลองปีใหม่ อุบัติเหตุทางถนน 12 ครั้ง เสียชีวิต 5 ราย
