Connect with us

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายใช้ปืนประจำตัวฆ่าตัวตาย

Published

on

ตำรวจเชียงรายใช้ปืนประจำตัวฆ่าตัวตาย

เชียงราย – ตำรวจชั้นประทวน สังกัด สภ.เชียงแสน ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในบ้านญาติ ภรรยาเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับร้องไห้หนัก บอกกับคนใกล้ชิดว่าเขากำลังเจอแรงกดดันเรื่องส่วนตัว ขณะเดียวกัน ผู้กำกับ สภ.แม่สายลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการสอบสวน

ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ตำรวจ สภ.แม่สายได้รับแจ้งเหตุว่าตำรวจชั้นประทวนจาก สภ.เชียงแสน ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตัวเองเสียชีวิต บนเตียงภายในบ้านคุณย่า ที่บ้านปงเหนือ หมู่ 8 ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงรีบไปตรวจสอบ

บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว จุดพบศพอยู่ในห้องนอนของคุณย่า พบร่าง ด.ต.สุชากรี ศรีแก้ว สังกัด สภ.เชียงแสน นอนหงายอยู่บนเตียง สวมเสื้อเครื่องแบบสีกากีแขนยาว และกางเกงสีดำ ใกล้มือขวาพบปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกาย บาดแผลกระสุนปืนเข้าบริเวณขมับขวา และทะลุออกที่ขมับซ้าย

นางสายปาน มูลตาศรี ผู้เป็นมารดา ให้ข้อมูลทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเป็นตำรวจรุ่นลำปาง 07 รับราชการได้ราว 3 ถึง 4 ปี เป็นคนอัธยาศัยดี เพื่อนร่วมงานและคนในบ้านรักใคร่ ก่อนเกิดเหตุไม่เห็นสัญญาณว่าจะคิดสั้น แต่ช่วงหลังอาจมีปากเสียงเล็กน้อยกับแฟนสาว เขาอาศัยอยู่กับแฟนที่แม่เปิน แต่บางครั้งจะไปหามารดาที่ห้วยไคร้ และแวะมาพักที่บ้านของคุณย่า นางจันทร์ ศรีแก้ว เป็นครั้งคราว

ตำรวจเชียงรายใช้ปืนประจำตัวฆ่าตัวตาย

มารดาเล่าว่า ด.ต.สุชากรีเป็นคนรักครอบครัว ชอบดูแลแม่และญาติ ๆ จนใคร ๆ ก็เอ็นดู ก่อนเกิดเหตุเขาไปหาที่บ้านห้วยไคร้ และกอดแม่แน่นนานผิดปกติ ระหว่างช่วยรดน้ำผัก แม่สังเกตว่าเขาดูไม่ค่อยสบายใจ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา

ด้านคุณย่าให้การว่า หลานชายมาถึงบ้านในวันเกิดเหตุและกอดกันอย่างอบอุ่น สีหน้าและท่าทีดูปกติ ยังพูดคุยหยอกล้อเหมือนเดิม หลังจากนั้นคุณย่าออกไปทำธุระแถวบ้าน ส่วนหลานชายเดินเข้าไปในห้องนอน

เมื่อกลับมา คุณย่าเรียกชื่อหลายครั้ง คิดว่าอาจอยู่ในห้องน้ำหรือกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอน พอเปิดประตูเข้าไปก็พบหลานนอนหงายอยู่บนเตียง เรียกเท่าไรก็ไม่ตอบ เห็นใบหน้าซีดจึงรีบพยายามปฐมพยาบาล ก่อนสังเกตเห็นอาวุธปืนวางอยู่ข้างตัว จึงรีบร้องเรียกคนช่วยและแจ้งเจ้าหน้าที่

ตำรวจเชียงรายใช้ปืนประจำตัวฆ่าตัวตาย

สุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายในไทย

เรื่องสุขภาพจิตในไทยยังเป็นปัญหาที่หลายคนมองไม่เห็นจากภายนอก ข้อมูลของกรมสุขภาพจิตสะท้อนภาพที่น่ากังวล ปี 2567 มีคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมากกว่า 1.3 ล้านคนอยู่กับภาวะซึมเศร้า ขณะที่การสำรวจและคัดกรองช่วงปี 2563 ถึง 2568 พบว่าประมาณ 9% เข้าข่ายเสี่ยงซึมเศร้า 5% เสี่ยงฆ่าตัวตาย และราว 8% มีความเครียดสูง ในกลุ่มที่ได้รับการคัดกรองจำนวนมาก เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเป็นกลุ่มที่เปราะบางกว่า เห็นสัดส่วนความเครียด อาการซึมเศร้า และความคิดทำร้ายตัวเองสูงขึ้น

อัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเพิ่มราว 32% ในช่วงปี 2560 ถึง 2565 ปี 2567 มีผู้เสียชีวิต 5,217 ราย คิดเป็น 8.02 ต่อประชากรแสนคน เฉลี่ยวันละประมาณ 15 คน และยังมีความพยายามทำร้ายตัวเองราว 34,000 ครั้ง ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ชายประมาณ 80% และมักใช้วิธีที่รุนแรง ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจ ความขัดแย้งในครอบครัว เรื่องความสัมพันธ์ การถูกคุกคามบนโซเชียลมีเดีย และผลกระทบหลังโควิด ปัญหายังซ้ำด้วยตราบาปทางสังคม การเข้าถึงการรักษาที่ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดที่แพทย์เฉพาะทางมีจำกัด และทรัพยากรดูแลไม่พอ

ไทยเริ่มขับเคลื่อนงานป้องกันมากขึ้น ผ่านแผนปฏิบัติการป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติถึงปี 2573 ซึ่งสอดคล้องแนวทาง LIVE LIFE ขององค์การอนามัยโลก เน้นการเฝ้าระวัง ลดการเข้าถึงวิธีทำร้ายตัวเอง สร้างระบบดูแลในโรงเรียน และการรายงานข่าวอย่างรับผิดชอบ อีกด้านยังมีการทำงานเชิงรุก เช่น HOPE Taskforce ที่ทำงานร่วมกับตำรวจและผู้มีอิทธิพลออนไลน์เพื่อช่วยเหลือคนที่มีสัญญาณเสี่ยงบนโลกออนไลน์ รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง “Tor-Tuem-Jai” เพื่อช่วยคัดกรองและพาเข้าระบบดูแลให้เร็วขึ้น

แหล่งช่วยเหลือที่ติดต่อได้

  • สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีและเป็นความลับ (กรมสุขภาพจิต)
  • สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รับฟังและช่วยประสานการช่วยเหลือ
  • Samaritans of Thailand ให้การรับฟังทั้งไทยและอังกฤษ โทร 02-713-6793 (ภาษาไทย เที่ยงถึง 22.00 น.) หรือฝากข้อความเพื่อให้ติดต่อกลับสำหรับภาษาอังกฤษ
  • แอป Mental Health Check-In สำหรับประเมินตัวเองและรับการส่งต่อ

การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ คนใกล้ตัว ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานช่วยเหลือพร้อมรับฟัง การได้คุยกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง และทำให้หลายคนกลับมายืนได้อีกครั้ง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ตำรวจไล่ล่าชายวัย 82 ปี ไปยังเชียงใหม่ หลังก่อเหตุชนแล้วหนี

เชียงราย - Chiang Rai News

ทกจ.เชียงราย จัดกิจกรรม Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์

Published

on

ทกจ.เชียงราย จัดกิจกรรม Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์

เชียงราย – สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย (ทกจ.เชียงราย) จัดกิจกรรม Media FamTrip พาสื่อและผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยง “บ้านศิลปินอาชีพเชียงราย (Chiang Rai Life Artist Studio for Tourism)” เส้นทางที่ 3 “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์” (Art & Lifestyle Journey) ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 5-6 มกราคม 2569

ทริปนี้ตั้งใจพาไปรู้จักบ้านศิลปินและพื้นที่ศิลปะสำคัญของเชียงราย เพื่อเพิ่มการรับรู้ กระตุ้นการท่องเที่ยว และช่วยต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่

กิจกรรมจัดขึ้นโดยได้รับมอบหมายจากนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ให้ นางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าโครงการ) กล่าวต้อนรับและแนะนำภาพรวมของเส้นทาง โดยเน้นการยกระดับอาชีพในชุมชนสู่ศิลปาชีพ เพิ่มมูลค่าสินค้าในท้องถิ่น และช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดคึกคักขึ้น

ไฮไลต์เส้นทาง “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์” (Art & Lifestyle Journey)

ทกจ.เชียงราย จัดกิจกรรม Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์

1) Daynin เดนิน (อำเภอพาน)

จุดแรกเริ่มจาก Daynin เดนิน แหล่งงานทำมือที่เติบโตจากความชอบและความตั้งใจของผู้ทำงานศิลป์ เน้นการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติและสิ่งรอบตัว เลือกใช้วัตถุดิบในพื้นที่มาผสมกับไอเดียสร้างสรรค์ จนเกิดเป็นชิ้นงานที่มีรูปทรง ลวดลาย สีของดิน และงานเคลือบที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์ชัดเจน

ทกจ.เชียงราย จัดกิจกรรม Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์

2) ไม้หมอนฟาร์ม (อำเภอพาน)

ต่อด้วย ไม้หมอนฟาร์ม พื้นที่รวมผลงานของกลุ่มศิลปินในอำเภอพาน งานแต่ละชิ้นสะท้อนตัวตนและเสน่ห์ของท้องถิ่นแบบเห็นภาพ ที่นี่ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังศิลปะกับเยาวชนในชุมชน รวมถึงเด็กๆ ที่สนใจงานศิลป์

ทกจ.เชียงราย จัดกิจกรรม Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์

3) Sahasawat Art Area โดย “สหัสวัต ปิติสิริอนันต์” (อำเภอพาน)

จุดหมายถัดมาเป็นพื้นที่ทำงานของ “สหัสวัต ปิติสิริอนันต์” ศิลปินสายปั้นและประติมากรรม ที่ทำงานหลากหลายแนว หนึ่งในผลงานที่หลายคนจดจำคือรูปปั้น “จ่าแซม” และเด็กๆ 13 คน จากเหตุการณ์ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเจ้าตัวได้รับโอกาสจากอาจารย์เฉลิมชัยให้เป็นหัวหน้าทีม และได้ทำงานต่อเนื่อง ล่าสุดยังมีผลงานปั้นช้างสามเศียรให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ศิลปินเล่าว่างานปั้นต่างจากภาพวาดตรงที่เป็นงานสามมิติ จับต้องได้จริง และสื่อสารได้หลายแบบตามมุมมองของผู้ชม

ทกจ.เชียงราย จัดกิจกรรม Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์

4) บ้านศิลป์ ทนงศักดิ์ (อำเภอแม่ลาว)

จากอำเภอพาน เดินทางต่อสู่ บ้านศิลป์ ทนงศักดิ์ ในอำเภอแม่ลาว พื้นที่ที่รวบรวมงานจิตรกรรมซึ่งถ่ายทอดเอกลักษณ์ไทยผ่านลายเส้นและสีสัน งานหลายชิ้นสะท้อนวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความงามแบบไทยในมุมที่เข้าถึงง่าย บรรยากาศภายในเป็นกันเอง และเปิดให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสแรงบันดาลใจจากงานศิลป์ร่วมสมัยอย่างใกล้ชิด

ทกจ.เชียงราย จัดกิจกรรม Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์

5) Gumpor Art Studio (อำเภอแม่ลาว)

จุดหมายสุดท้ายของเส้นทางนี้คือ Gumpor Art Studio ในอำเภอแม่ลาว โดยคุณผูกพันธ์ ไชยรัตน์ และคุณวรวิทย์ แสงทอง พาชมผลงาน พร้อมจัดกิจกรรม Workshop ให้ผู้ร่วมทริปได้ลองเพ้นท์ลวดลายลงบนภาชนะ

ที่นี่เป็นทั้งคาเฟ่และอาร์ตสตูดิโอขนาดน่ารัก เป็นพื้นที่ของศิลปินท้องถิ่น “กำปอ” ที่นำมุมมองต่อชีวิต สังคม และธรรมชาติ มาเล่าผ่านงานจิตรกรรมและประติมากรรม นอกจากงานศิลป์แล้ว ยังมีบริการห้องพักและห้องอาหารสำหรับผู้มาเยือนด้วย

Trending News:

“อะบอนโซ่ ยามะมิซึ” เปิดประตูสู่เชียงราย

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย

Published

on

กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย

เชียงราย – วันที่ 2 มกราคม 2569 เวลา 05:30 กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ภายใต้กองกำลังผาเมือง จัดกำลัง 2 ชุดลาดตระเวน ออกเฝ้าตรวจและสกัดกั้นกลุ่มต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติด พื้นที่ปฏิบัติการอยู่บริเวณใกล้บ้านผาหมี (พิกัด NC 901564) หมู่ 6 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ระหว่างลาดตระเวน เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยประมาณ 10 ถึง 15 คน สะพายกระสอบดัดแปลงลักษณะคล้ายเป้ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่กลุ่มดังกล่าวใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ ทำให้เกิดการยิงตอบโต้กันช่วงสั้น ๆ ประมาณ 5 นาที ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นผู้ต้องสงสัยทิ้งสัมภาระแล้วอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย

หน่วยจึงส่งกำลังเพิ่มอีก 2 ชุดเข้าควบคุมพื้นที่ และราวเวลา 07:00 ได้เข้าตรวจค้นโดยละเอียด พบกระสอบดัดแปลง 11 ใบ ภายในเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาเม็ดเมทแอมเฟตามีน) ใบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมประมาณ 2,200,000 เม็ด

ต่อมาเวลา 13:00 พลตรีสาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้พันเอกสุพรรณ ร้อยพุฒ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทนลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบของกลางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ณ จุดเกิดเหตุ

กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย

ของกลางทั้งหมดส่งมอบให้สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

กองกำลังผาเมือง ซึ่งเป็นหน่วยเฉพาะทางของกองทัพบก ทำงานแนวหน้าในการสกัดการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย พื้นที่ติดชายแดนเมียนมาควบคุมได้ยาก และอยู่ใกล้เขตสามเหลี่ยมทองคำ

ภารกิจส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ภูเขาสูงและทุรกันดาร เช่น แม่สาย แม่ฟ้าหลวง และเชียงแสน หน่วยใช้การลาดตระเวนต่อเนื่อง และวางกำลังซุ่มตามข้อมูลข่าวกรอง ปฏิบัติการหลายครั้งพบการปะทะกับขบวนการลักลอบที่พยายามขนยาเสพติดจากรัฐฉานของเมียนมาเข้ามาในไทย ทั้งยาเม็ด ไอซ์ เฮโรอีน และชนิดอื่น ๆ

ในช่วงปี 2024 ถึง 2025 หน่วยรายงานผลการจับกุมและยึดของกลางหลายคดี รวมถึงคดีใหญ่จำนวนมาก เพียงช่วงปีงบประมาณหนึ่งช่วง พบการยึดยาบ้ามากกว่า 175 ล้านเม็ด และไอซ์ราว 9 ตัน มูลค่าประมาณ 36,000 ล้านบาท หลายเหตุมีการยิงปะทะ ผู้ลำเลียงบางส่วนหลบหนีเข้าพื้นที่ป่าเขา ขณะที่บางรายถูกสกัดได้ในจุดเกิดเหตุ สะท้อนความเสี่ยงและแรงกดดันของงานสกัดยาเสพติดตามแนวชายแดน

แม้การสกัดกั้นทำได้ต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมายังเป็นปัจจัยที่ทำให้การผลิตและการลำเลียงไม่หยุด กองกำลังผาเมืองจึงยังเป็นกำลังหลักด้านความมั่นคงชายแดนภาคเหนือในช่วงนี้

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

Published

on

เชียงราย – งาน CRC Chiang Rai Road Classic 2025 จัดขึ้นที่ Singha Park Chiang Rai และปีนี้มีนักปั่นมากกว่า 2,500 คน ทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมกิจกรรมต่อเนื่อง ความนิยมของงานยังแรงเหมือนเดิม หลังเดินหน้าจัดมายาวนานกว่า 11 ปี จนกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ปั่นถนนที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ

งานนี้ยังช่วยตอกย้ำภาพของ Singha Park Chiang Rai ในฐานะจุดหมายสายกีฬา ที่นักปั่นหลายคนอยากมาเก็บประสบการณ์สักครั้ง

ปีนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากผู้จัดและหน่วยงานในพื้นที่อย่างดี พิธีเปิดมีคุณชัยพัฒน์ จาตุรงค์กุล รองกรรมการผู้จัดการ Singha Park Chiang Rai Co., Ltd. พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มาร่วมงานด้วย

ภาพรวมสะท้อนความตั้งใจร่วมกันในการผลักดันเชียงรายให้เป็นจังหวัดที่พร้อมจัดงานกีฬาระดับใหญ่ต่อเนื่อง โดย Chiang Rai Road Classic เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวเชิงจักรยานที่หลายคนชื่นชอบ เพราะเส้นทางสวยและบรรยากาศดี

ผู้ร่วมงานสามารถใช้จักรยานได้ทุกประเภท ทำให้เข้าถึงง่าย ทั้งมือใหม่และสายปั่นจริงจัง

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

Chiang Rai Road Classic จุดนัดพบของคนรักจักรยานในไทย

งานมีให้เลือก 4 ระยะทาง ได้แก่ 25, 70, 100 และ 125 กม. ทุกเส้นทางพาไปผ่านจุดเด่นของเชียงรายและวิวธรรมชาติ ระหว่างทางได้ชมแนวเขาและแลนด์มาร์กสำคัญ เช่น วัดร่องขุ่น (White Temple), วัดห้วยปลากั้ง, Singha Park และอุทยานแห่งชาติดอยหลวง

ในฐานะผู้จัด Singha Park Chiang Rai เดินหน้าสร้างงานนี้ให้เป็นแรงขับของกีฬาและการท่องเที่ยวในเชียงราย เป้าหมายชัดเจนคือดึงคนมาเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา กระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ และทำให้คนได้รู้จักเสน่ห์ของเชียงรายมากขึ้น

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

งานนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเชียงรายมีศักยภาพในการจัดกิจกรรมที่บรรยากาศเป็นสากล และรองรับนักปั่นจากหลายประเทศได้สบาย

นอกจากการปั่นแล้ว พื้นที่จัดงานยังคึกคัก มีบูธแบรนด์จักรยาน อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมหน้างานให้ร่วมสนุก Garmin Thailand ยังจัดแจกของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท เพิ่มสีสันให้กับผู้เข้าร่วมงาน ติดตามภาพและอัปเดตได้ที่ Facebook Page Chiang Rai Road Classic

Chiang Rai Road Classic รวมพลนักปั่นกว่า 2,500 คน ที่สิงห์ปาร์คเชียงราย

Chiang Rai Road Classic (CRC) เป็นงานปั่นที่หลายคนรอทุกปี จัดในจังหวัดเชียงรายที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวสวยและอากาศดี งานนี้ร่วมจัดกับ Singha Park Chiang Rai และได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ใหญ่ เช่น Boon Rawd Brewery (Singha) และ Bangkok Airways รูปแบบงานเป็นการปั่นแบบไม่เน้นแข่งขัน จึงให้บรรยากาศเป็นมิตร เหมือนได้เจอเพื่อนนักปั่นอีกครั้ง นับตั้งแต่เริ่มจัดราวปี 2015

จากจุดเริ่มที่อยากให้เชียงรายเป็นที่รู้จักในมุมของเส้นทางจักรยาน วันนี้งานเติบโตจนมียอดผู้เข้าร่วมสูงสุดของงานปั่นถนนในภาคเหนือ เส้นทางพาไปสัมผัสเชียงรายในหลายมุม ทั้งเนินเขา ทุ่งสีเขียว วัด ป่า และวิวรีสอร์ตตลอดทาง อีกจุดเด่นคือเปิดกว้างเรื่องประเภทจักรยาน และมีนักปั่นหลากหลายระดับ ทำให้ใครก็เข้าร่วมได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

Continue Reading

Trending

Copyright © 2026 CTN